ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1482


    ตอนที่ ๑๔๘๒

    สนทนาธรรม ที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย

    วันที่ ๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓


    เพราะฉะนั้นถ้ารู้ที่จะเห็นสิ่งซึ่งแม่เห็นก็เลือกไม่ได้แล้วแต่กรรมจะมีความละเอียดยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ถ้ากล่าวถึงธรรมะแต่ละหนึ่งซึ่งเป็นจิตเป็นใหญ่เป็นประธานแต่มีธาตุรู้เองซึ่งเกิดกับจิตเป็นเจตสิกเนี่ยนะคะ มีทั้งฝ่ายที่ดีฝ่ายที่ไม่ดี และฝ่ายที่เกิดได้กลั่นกลาง เพราะฉะนั้นก็เราไม่รู้อะไรซักอย่างขนาดนี้ว่า จิตเห็นเกิดขึ้นตามลำพังไม่ได้เลยต้องเกิดพร้อมกับเจตสิกอาศัยกัน และกันเกิดขึ้น เราก็ไม่รู้ว่าขณะเห็นเนี่ยที่ตาตรงนั้นเลยนะคะ เป็นที่เกิดของจิตเห็นเฉพาะดวงเดียวขณะเดียวที่เห็นในคณะอื่นไม่ได้เกิดตรงตาเลย เหนื่อยค่ะคือความละเอียดอย่างยิ่งที่จะค่อยๆ เข้าใจ และใครไม่สามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพธรรมะได้เลยการเข้าใจขึ้นจะทำให้ละความเป็นเราเพราะไม่มีเราจริงๆ มีแต่ความเข้าใจสิ่งที่เกิดดับว่าเป็นเราแต่สิ่งที่เกิด และดับไม่กลับมาอีกเลยหารู้ไม่ว่าไม่มีเราทุกขนาด แต่พระเมนูจึงไม่เห็นการเกิดหนักแล้วก็ยึดถือว่าเป็นเราตลอดเวลา เพราะฉะนั้นจิตหนึ่งเกิดขึ้นทำหน้าที่ของจิตนั้น จิตได้ยินจะไปทำทัศนะติดก็ไม่ได้คือเห็นไม่ได้แต่ต้องทำสัสวนกิจคือได้ยินเสียงที่กระทบเท่านั้น เพราะฉะนั้นขณะที่คิดนะคะ ไม่ใช่ขณะที่เห็นค่ะ เห็นเท่านั้นแหละ และสภาพจิตก็จำสิ่งที่เห็นจริงคิดถึงสิ่งที่เห็น ขณะนี้นะคะ ได้ยินเสียงก็มีสภาพที่จำเสียงในขณะที่เสียงดับไปแล้วเพราะฉันความคิดนึกทั้งหมดเนี่ยเราคิดดูนะคะ จำเสียงใช่ไหม ไม่ว่าจะคิดอะไรทั้งสิ้น พระครูความหมายของสิ่งที่ปรากฏแม้ไม่พูด คนใบ้ก็รู้ได้ใช่ไหมคะจากรูปร่างสัณฐานของสิ่งที่ปรากฏ และก็จากเสียงที่ได้ยิน เพราะฉะนั้นทั้งหมดเนี่ยค่ะเป็นธรรมะแต่ละหนึ่งแต่ละหนึ่งแต่ละหนึ่งกว่าจะเข้าใจแต่ละหนึ่งนะคะ ซึ่งจะทำให้เห็นจริงๆ ว่าไม่ใช่เราเพียงแค่เกิดขึ้น และดับไปก็ต้องอาศัยความเป็นผู้ตรงต่อความจริง เพราะฉะนั้นพระธรรมที่ทรงแสดงนะคะ ประมวลไว้เป็นพระวินัยปิฏกพระสุตตันปิฏก และพระอภิธรรมปิฏกนะคะ แต่ทั้งหมดเป็นธรรมะ แต่ว่าจำแนกออกโดยการประพฤติความเป็นไปทางกายทางวาจาที่สำหรับเพศบรรพชิต ก็จะต้องมีชีวิตอย่างคฤหัสถ์ไม่ได้เพราะสะสมมาที่จะอุทิศชีวิตเพื่อศึกษา และอบรมปัญญาจนกระทั่งสามารถที่จะรู้ความจริงถึงความเป็นพระอริยะบุคคลในเพศบรรพชิตซึ่งแม้ไม่บวชนะคะ จะไม่ให้ปัญญาเข้าใจสิ่งนั้นก็ไม่ได้ ปัญญาที่อบรมมาแล้วนะคะ ท่านอนาถบิณฑเกษตรที่หมอชีวกโกมารภัตเป็นพระโสดาบัน เพราะสะสมมาที่จะฟัง และเข้าใจจนกระทั่งสามารถถึงขั้นที่ปัญญาแทงตลอดสภาพธรรมะที่กำลังเกิดดับในขณะนี้เพราะมีความเข้าใจตั้งแต่ฟังทีละครั้งจนกระทั่งค่อยๆ เข้าใจขึ้นถ้าสะสมมาแล้วนะคะ พรุ่งนี้ค่ะพอพูดถึงธรรมะเรารู้เลยว่าหมายความถึงอะไร เพราะได้ฟังวันนี้แต่ถ้าคนนั้นฟังมามากนะคะ อุบติสมานพฟังท่านพระอัฐิ เป็นพระโสดาบัน ด้วยปัญญาที่ประจักษ์แจ้งความจริง ไม่มีความสงสัยพระสะสม และโดยไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้นะคะ ว่าแต่ละหนึ่งแต่ละหนึ่งที่อยู่ตรงนี้ต่างก็สะสมมาต่างกันมากแม้ขณะนี้ก็ฟังแล้วเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้างก็มีฟังแล้วเข้าใจมากก็มีฟังแล้วไม่สนใจก็มีฟังแล้วก็ไม่คิดว่าเป็นพุทธบริษัทหรือพุทธศาสนิกชนหรือคนที่นับถือพุทธก็มี ต้องเป็นคนที่ตรง และมีเหตุผลเราไม่นับถือสิ่งที่เราไม่รู้จักแต่จะรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยหนทางเดียวนะคะ เข้าใจคำของพระองค์ จึงมีคำที่พระองค์ตรัสว่าผู้ใดเห็นธรรมะผู้นั้นเห็นเราถ้าไม่เข้าใจธรรมะแล้วจะรู้ความเป็นภาษามา๓ชาติได้อย่างไรเพราะฉันใกล้กันมากแสนไกล ท่านพระสารีบุตรนะคะ เป็นอะทราบบอกทีเลิศในทางปัญญาแต่ไม่ถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระเจนแต่ละหนึ่งนะคะ ก็หลากหลายมากสุดที่จะประมาณได้เพราะดับแล้วไม่กลับมาอีกเลยแต่ปรุงแต่งให้สิ่งที่เกิดต่อไปเนี่ยเป็นสิ่งที่เกิดตามปัจจัยที่ได้สะสมมาถ้ามีความเข้าใจอย่างนี้นะค่ะ ทั้งโลกนี้หรือโลกไหนก็ตามเป็นสิ่งที่มีจริงที่ต้องเกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัยทั้งนั้นจะค่อยๆ คลายความเป็นราวนะคะ เพราะห่วงเมื่อไหร่จะรู้อย่างนั้นจะมีอย่างนี้นะฮะแต่จะตายเดี๋ยวนี้ก็ยังได้กำลังจะตายทุกขณะเป็นได้นะคะ แน่นอนเมื่อถึงเวลา เพราะฉะนั้นจิตที่เกิดขึ้นทำกิจพ้นจากความเป็นบุคคลในนั้นคือกิจของจิตสุดท้ายที่ใช้ทำจุดติดนะคะ เคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้ เครียดไม่กลับมาอีกเลยนะคะ เพราะว่าจิตที่เกิดต่อแล้วแต่กรรมไหนจะเป็นปัจจัยเลือกไม่ได้อีกเหมือนกันก่อนเกิดเป็นบุคคลเนี้ยเลือกหรือเปล่าว่าจะเกิดเป็นคนนี่หน้าตาอย่างนี้ความคิดถึงนี้ไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้เลยฉันได้นะคะ พอถึงชาติหน้าก็ไม่ได้เลือก อยากให้ผลของกุศลที่ทำไปแล้วเนี่ยให้เกิดดีมีทุกสิ่งทุกอย่าง ได้ไหมแล้วแต่กรรม เพราะฉะนั้นกรรมเนี่ยสะสมมาไม่ใช่เพียงชาตินี้นะคะ แสนโกรธกัน ทำให้มีการเกิดขึ้นเป็นไปต่างๆ ขณะแม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ประชวรก่อนปรินิพพาน ใครทำคะแต่มีเหตุที่ได้กระทำแล้วทรงแสดงไว้ด้วยชาติไหนทำกรรมอะไร เพราะฉะนั้นผลที่เกิดขึ้นอย่างนี้ไม่ได้มาจากกรรมอื่นแต่มาจากกรรมนั้นเพราะพระองค์ทรงเป็นผู้ตรัสรู้ที่ไม่มีบุคคลใดเปรียบได้เลยธรรมะที่ทรงแสดงให้เราได้ฟังนะคะ เป็นเปรียบเหมือนใบไม้สอง๓ใบในกำมือแต่พระปัญญาอุปมาเหมือนใบไม้ในป่าฟังแค่นี้ก็เริ่มเห็นใช่ไหมคะแค่คำว่าธรรมะคำเดียวเนี่ยถ้าไม่ฟังไม่เข้าใจจะรู้ไหมว่าพระผู้มีพระภาคเป็นพระอรหันต์เพราะว่าตรัสรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีเดี๋ยวนี้ ซึ่งคนอื่นเพียงฟังก็ต้องไตร่ตรองแล้วก็ค่อยๆ เข้าใจขึ้นจนกว่าปัญญานั้นจะสะสมซึ่งไม่มีใครรู้เลยเดี๋ยวนี้ได้ข่าวว่าใครสะสมอะไรมามากน้อยแค่ไหนจนกว่ามีความประพฤติเป็นไปทางกายเมื่อไหร่ทางวาจาเมื่อไหร่ก็รู้ว่าไม่มีใครไปทำค่ะแต่สะสมมาที่จะเป็นอย่างนั้น บางคนก็ตระดีมากแม้ในครั้งผู้จัดการนะคะ ก็มีคนที่มหารีใช่มะจิตเสน่ห์อย่างมากเลย แม้แต่จะรับประทานอะไรสักอย่างน้อยก็ไม่ให้ใครเห็น แต่ เรื่องยาวนะคะ มีทั้งหมดในพระไตรปิฎกซึ่งสามารถจะค่อยๆ เข้าใจความหลากหลายว่าทั้งหมดนะคะ ไม่มีเราเป็นเราชั่วคราว เพราะจิตประเภทนั้นเกิดขึ้นตามเหตุที่ได้กระทำแล้วเกิดแล้วเลือกเห็นไม่ได้ เศรษฐีมหาศาลก็ยังเห็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจไม่น่าดูใครออกถนนก็ได้ที่ไหนก็ได้ใช่ไหมคะเรียกว่าคนที่ไม่มีเงินเลยแต่เห็นสิ่งที่ดีๆ ทั้งนั้น เพราะฉะนั้นทุกขณะนะคะ ให้ทราบว่าไม่มีใครจะไปดลบันดาลหรือทำขึ้นเพราะไม่มีใครแต่เป็นธรรมะซึ่งต้องเกิดเพราะมีปัจจัยมีเหตุที่จะให้เกิดขึ้นเป็นอย่างนั้นด้วยเหตุนี้นะคะ ทุกอย่างที่เราได้ฟังแม้ปัจจุบันนี้ไม่คาดไม่ฝันอะไรจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ที่ไหนต้องมีเหตุปัจจัยทั้งสิ้น เบาใจไหมคะจะทำในสิ่งที่เป็นเหตุที่ดีถ้าต้องการผลที่ดีเพราะรู้แน่ว่าผลที่ดีทั้งหมดนะคะ ต้องมาจากจิตซึ่งประกอบด้วยเจตสิกที่ดีงามเป็นเหตุแม้แต่ไปแล้วนะคะ แต่ว่าเป็นกรรมปัจจัยที่ได้กระทำแล้วที่จะทำให้ผลเกิดขึ้นผลคืออะไร ไม่ใช่ไร้รอยนะคะ คนหรือแป้งแต่ขณะแรกที่เกิดเลือกเกิดไม่ได้จะเกิดที่ไหนประเทศไหนจะมีพี่น้องกี่คนมีอะไรจะเกิดขึ้นในชีวิตข้างหน้า และไม่มีใครรู้เลยว่าตอนเป็นเด็กเนี่ยรู้ไหมค่ะว่าวันนี้จะอยู่ตรงนี้ฟังคำของพระสัมมาสัมจานไม่มีใครรู้ก่อนเลย แต่สิ่งที่เกิดแล้วนะคะ ใครจะไม่ให้เกิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะรู้สิ่งที่ยังไม่เกิดไม่ได้เพราะยังไม่เกิดจะรู้สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ไม่ได้เพราะหมดแล้ว เพราะฉะนั้นเดี๋ยวนี้ค่ะ ปัญญาค่อยๆ เข้าใจขึ้นนั้นคือการอบรมเจริญภาวนาประจักษ์แจ้งเมื่อไหร่ก็เป็นวิปัสสนาญาณไว้นั้นแต่ทั้งหมดนะคะ เป็นปัญญาความเข้าใจสิ่งซึ่งมีจริงกำลังปรากฏ และเป็นผู้ตรงที่จะรู้ว่าเข้าใจแค่ไหนการเกิดดับไม่สามารถจะปรากฎโดยการที่ มีใครไปพยายามทำให้เกิดเป็นไปไม่ได้เลยค่ะเพราะแม่เดี๋ยวนี้ยังไม่รู้แล้วก็ไปทำคิดว่าตัวเองเนี่ยทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นได้แต่ไม่มีเราก็ไม่รู้ไม่เข้าใจธรรมะไม่เข้าใจอนัตตาจึงเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนด้วยเหตุนี้นะคะ ผู้ติดฟังพระธรรมจึงเห็นพระสัมมาสัมเจ้าฟังแล้วเข้าใจด้วยในความห่างไกลกันมากของคำที่พระองค์ตรัสจากการทรงตรัสรู้ถึงความเป็นพระสัมมาสัมสร้าง และผู้ฟังนะคะ คือสาวกผู้ฟังแต่ไม่ใช่ฟังแล้วไม่เข้าใจจะเป็นสาวกนะคะ ไม่เข้าใจจะเป็นสาวกผู้ฟังได้ยังไง ประวัติที่กำลังฟังเดี๋ยวนี้ค่ะเผื่อเข้าใจ ไม่ใช่เพื่อทรัพย์สินเงินทองไม่ใช่เพื่อลาภสักการะนะคะ แต่ว่าเพราะไม่รู้ และมีผู้ที่ตรัสรู้ และพระองค์ทรงแสดงธัมมไว้ด้วย เพราะฉะนั้นผู้ใดก็ตามที่กล่าวให้เข้าใจความจริงคือธรรมะเด๋วนี้หรือเมื่อไหร่ก็ตามนะคะ สิ่งนั้นเกิดจริงปรากฏแต่ไม่มีใครรู้ว่ารับ จึงไม่ใช่เรา เพราะฉะนั้นก็เริ่มเข้าใจความจริงค่ะจะจากโลกนี้ไปเมื่อไหร่ก็ได้ และทุกคนก็ต้องจ่ายแน่นอนแต่ไม่ใช่เพราะคนนึงคนใดดลบันดาลนะคะ แต่ตื่นถึงวาระเวลาที่กรรมหนึ่ง พร้อมที่จะให้พล เพราะฉะนั้นบางคนเกิดมาอายุสั้นบางคนก็อายุยืนกำหนดไม่ได้เลยเลือกไม่ได้ใช่ไหมคะพระเอกว่าแล้วแต่กรรมที่จะเป็นบุคคลนี้ต่อไปอีกนานเท่าไหร่บางคนศาลขวบก็ถูกหา และเชิญให้ค่ะ เป็นไปได้ทุกอย่างค่ะเพราะไม่รู้แต่ถ้ารู้ขึ้นก็คือว่าไม่มีใครทำนอกจากกรรมที่ได้กระทำแล้วจะไปให้พ้นกับคนอื่นไม่ได้นะคะ เพราะกรรมนั้นเป็นเหตุที่จะให้ผลขณะนี้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นกรรมใดที่ทำไว้กำนัน และให้ผลตั้งแต่เกิดต้องเป็นคนนี้เป็นคนอื่นไม่ได้ตามการสะสมมาอะไรจะเกิดขึ้นเนี่ยไม่มีใครรู้ล่วงหน้าเลยแต่มีเหตุที่ได้กระทำแล้วทั้งหมดที่จะทำให้เกิดแล้วต้องเห็น ต้องได้ยินต้องได้กลิ่นต้องลิ้มรสต้องรู้สิ่งที่กระทบสัมผัสกายทั้งหมดนี้เป็นผลของการ แต่ต้องเข้าใจละเอียดกว่านั้นนะคะ ดีชั่วความโกรธความโลภการกระทำทุจริตต่างๆ เป็นกรรมไม่ใช่ผลของกรรม เพราะฉะนั้นผลก็คือปังเกิดตามเหตุที่ได้กระทำแล้วจะดีเท่าไหร่จะชัวร์เท่าไหร่ก็ตามแต่ทำให้คนนะคะ หลากหลายกันไปทั้งลูกแต่ละหนึ่งไม่ซ้ำกันเลย เพราะว่าทำกรรมไม่เหมือนกันเลยใช่มั้ยค้ะแหม่ฟังอย่างนี้ค่ะนี่ความเพียรมีปัญญามีความสนใจมีอะไรก็หลากหลายไปมากนะคะ ละเอียดมากแล้วแต่ละคนก็จะรู้ได้ด้วยตัวเอง เพราะฉันจะไปรู้ใจคนอื่นได้ไหมคะไปนั่งถ่ายไว้คนในชาติก่อนเป็นอะไรเนี่ยเชื่อได้เหรอ ทำไมรู้อย่างนั้นได้มีเหตุอะไรเพราะทุกอย่างต้องมีเหตุจะเป็นผู้ที่ไม่หลงงมงาย และไร้เหตุผลแต่ต้องเป็นผู้ที่ฟังแล้วนะคะ มีความมั่นคงเข้าใจคำนั้นแค่ไหนจริงๆ พอหรือยัง แค่นี้เข้าใจแค่นี้รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าหรือยัง หรือว่าเพียงได้ยินได้ฟังเท่านั้นแต่ที่ทรงแสดงพระธรรมไว้อีกมากซึ่งแต่ละคำเนี่ยนะคะ ต้องศึกษาด้วยความเคารพในพระปัญญาคุณทุกคำเป็นปัญญาที่ไม่มีใครเปรียบได้ทุกคำเป็นคำจริงนะคะ ซึ่งกว่าเราจะค่อยๆ เข้าใจขึ้นทีละน้อย ไม่มีเรา จริงในครรภ์ฟังยังไม่ถึงขั้นปฏิบัติรู้ตรงนั้นที่กำลังเป็นอย่างนั้นเพียงหนึ่งทีละหนึ่งจนกระทั่งค่อยๆ มั่นคงขึ้นนะคะ จนสามารถแทงตลอดเป็นวิปัสสนาญาณประจักษ์ความจริงตรงตามที่ได้ฟังทุกครั้งไม่ใช่คำเพ้อเจ้อไม่ใช่คำเหลวไหล แต่สามารถจัดค่อยๆ เข้าใจขึ้นจนกระทั่งไม่มีราวที่จะไปทำอะไรเลยมีความเข้าใจชัดเจนว่าเป็นสิ่งที่อาศัยปัจจัยเกิดขึ้น และดับไป ไม่มีเราจึงสามารถเป็นปัญญาที่แทนตลอดสิ่งที่ไม่ใช่เรา รู้จริงๆ ว่าไม่ใช่เรา และไม่มีเราเพราะมีปัจจัยเกิดขึ้นแล้วก็ดับ คำถามนะครับ เขาบอกว่าฟังเข้าใจความจริงฉันฟังเนี้ยว่าไม่มีเรามีแต่ธรรมะ และธรรมะเข้าไปน้ตาซึ่งไม่สามารถบังคับบัญชาได้แต่เมื่อมีเหตุการณ์กระทบจิตใจอย่างเงี้ยแม้จะคิดถึงประโยคที่จริงเนี่ยซ้ำไปซ้ำมายังไงก็ตามเนี่ยก็ยังคงมีความทุกข์ใจ และมีความคิดแต่เรื่องที่ไม่สบายใจนั้นอยู่ พระเพลฝัน แล้วก็เข้าใจคำที่ได้ยิน แต่เดี๋ยวนี้ใครรู้ตรงสภาพธรรมะหนึ่ง ขณะนี้หลากหลาย และบังคับให้รู้ก็ไม่ได้พยายามไปให้รู้ก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นคำถามที่ว่าทำอย่างไรทั้งหมดนะคะ เพราะไม่รู้จักทำ เพราะฉะนั้นฟังคำของใครก็ต้องฟังคำของพศแล้วก็รู้เพียงรู้อย่างเนี้ยไม่ใช่ปัญญาทีละกันเข้าใจที่เคยยึดถือว่าเราเห็นเราได้ยินเราเกิดทั้งหมดที่ปรากฏในเป็นเราโหมดเมื่อได้ฟังคำที่ทำให้เข้าใจขึ้นมาทั้งหมดไม่ใช่เรา มีจริงเกิดขึ้นจริงแต่ไม่ใช่เรานะคะ บังคับบัญชาไม่ได้ เพราะฉะนั้นเป็นความเข้าใจจริงๆ ระดับไหนที่ว่าไม่ใช่เรา ระดับฟัง เพราะฉะนั้น๗ยังคงเป็นเราอยู่แน่นอน ทสสัมมาสัมเจ้าไม่ได้เทให้เข้าใจแค่ฟังนะคะ ปริยัติเตะนำไปสู่ปฏิบัตินำไปสู่ปฏิเวธถ้าทรงแสดงไว้ชัดเจน ครับท่านอาจารย์ครับทุกท่านทุกคนก็เหมือนกับว่าจะเข้าใจครับว่าจะต้องตายแน่นอนทุกคนไม่มีใครที่จะปฏิเสธได้ครับแล้วก็ยังมีความห่วงมีความกังวลว่าคนก่อนตายเนี่ยจะเป็นอย่างไรจะเป็นความดีหรือความชั่วเกิดขึ้นนะครับ ความเข้าใจที่จะเป็นประโยชน์เกื้อกูลในส่วนนี้คืออย่างไรครับท่านฉากครับ ค่ะไม่เคยรู้ว่าเดี๋ยวนี้ไม่ใช่เราไปทุกชาติถ้าไม่ได้ฟังอย่างละเอียดนะคะ ว่าแม้ความเข้าใจนะคะ ก็มีหลายคั้งเริ่มต้นจากขั้นฟังเข้าใจขึ้นเข้าใจขึ้นรอบรู้ในแต่ละคำที่ได้ฟัง จิ๊บมีใช่ไหมคะรู้แล้วว่าคืออะไร และก็จิตก็ต่างกันด้วยตามเหตุตามปัจจัยขณะที่จิตเกิดขึ้นทำหน้าที่เห็นจะไปทำหน้าที่อื่นไม่ได้เลยจิตเกิดขึ้นทำกิจหรือหน้าที่ได้ยินจะไปทำอย่างอื่นไม่ได้เดี๋ยวนี้ค่ะที่กำลังได้ยินนี่แหละไม่ใช่เรา แต่เป็นธรรมะที่เกิดขึ้นเพราะกรรมทำให้ได้ยินเสียงนี่ไม่ใช่สิ่งอื่น เพราะฉะนั้นจะค่อยๆ เข้าใจนะคะ ว่ากรรมคืออะไร และผลของกรรมคืออะไรแต่ไม่ใช่เราเลยทั้งหมดค่ะกรรมก็เป็นธรรมะมีจริงซึ่งเป็นเหตุ และการเกิดก็เป็นผล เกิดเราได้ยินอะไรเห็นอะไรก็เป็นผลของกรรม เพราะฉะนั้นต้องแยกนะคะ เหตุกับผล เห็นแล้วชอบหรือไม่ชอบชอบหรือไม่ชอบไม่ใช่ผลของกรรมแต่เป็นผลของการสะสมว่าเคยชอบสิ่งนั้นหรือเปล่า ถ้าถามแต่ละคนนะคะ ชอบสีอะไรคะคนนึงชอบสีฟ้าอีกคนนึงชอบสีเหลือง เปลี่ยนกันได้ไม่สะสมมาอย่างไรก็เป็นไปตามอย่างนั้นซึ่งบังคับบัญชาไม่ได้เลยด้วยเหตุนี้นะคะ จะคิดอย่างไรก็ตามการที่ได้สะสมถ้าวันนี้เข้าใจธรรมะแล้วนะคะ พรุ่งนี้ใครถามก็เข้าใจจะเปลี่ยนเป็นไม่เข้าใจได้ยังไง และถ้าฟังอีกมากขึ้นนะคะ ก็ยิ่งเห็นความไม่ใช่เราเพราะอะไร ถ้าเป็นธรรมะแต่ละหนึ่งซึ่งหลากหลายมากซึ่งทรงแสดงไว้โดยละเอียดนะคะ จิตซึ่งเป็นสภาพรู้ และต่างกันทุกขนาดในสังสารวัฎ ที่เราบอกว่าคนนึงนะคะ มีจิตแต่ละขณะนับไม่ถ้วนต่างกันทุกขณะตามเหตุตามปัจจัยแล้วก็นอกจากจิต และยังมีเจตสิกสภาพรู้แต่ไม่ใช่จิตจึงกล่าวว่าจิตเป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งสิ่งที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้นเริ่มเข้าใจ แต่ละคำนะคะ จิต เป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งสิ่งที่กำลังปรากฏจิตเกิดขึ้นต้องรู้ค่ะไม่มีจิตไหนเลยซึ่งเกิดขึ้นแล้วไม่รู้เพราะเป็นลักษณะของธาตุนี้ที่เป็นธาตุรู้ว่าเกิดขึ้น และต้องรู้ เราอาจจะไม่รู้ว่าตอนเกิดเนี่ยจิตอะไรเกิดเราก็รู้อะไรตอนหลับสนิทยังไม่ตายก็ต้องมีจิตเกิด และจิตรู้อะไรขนาดนั้นแต่สงสัยว่าโดยละเอียด เพราะฉะนั้นแม้จิตหนึ่งขนาดนะคะ ก็ต้องมีสภาพธรรมะที่อาศัยปรุงแต่งให้จิตนั้นเกิดเป็นเจตสิกเกิดขึ้นพร้อมกับจิตค่ะจิตขนาดไหนเกิดขึ้นมาหน่อยต้องมีเจตสิต หลายอย่างเกิดร่วมด้วยอย่างน้อยที่สุดนะคะ ๗ประเภทเจตสิก๗ประเภทเกิดกับจิตเห็นไม่มากกว่านั้นเลยค่ะ และเห็นเพียงหนึ่งขนาดติดต่อไปไม่เห็นทำกิจอื่นแต่รู้อย่างเดียวกันเพราะฉันมีคำว่าธาตุรู้กับสิ่งที่ถูกรู้ เพราะฉะนั้นภาษาบาลีจะใช้คำเรียกสิ่งที่ถูกรู้ว่าอารัมมณะ ภาษาไทยเกาะยอให้สร้างเป็นอารมณ์แต่ก็ไม่รู้ว่าอารมณ์คืออะไรก็เข้าใจว่าวันนี้อารมณ์ดีแต่หารู้ไม่ว่าอารมณ์คือสิ่งที่จิตรู้วันนั้นน่าพอใจไม่เดือดร้อนไม่เครียดก็เป็นอารมณ์ดีเพราะฉันก็แสดงเห็นว่าต้องศึกษาจริงๆ และเข้าใจให้ถูกต้อง และไม่ใช่เอาคำนั้นมาใช้แต่ใช้ผิด จึงทำให้เข้าใจผิดแต่ว่าถ้าเข้าใจถูกต้องนะคะ ทีละคำมั่นคงขึ้นความไม่ใช่เราก็ค่อยๆ เพิ่มขึ้นจนกระทั่งสามารถที่จะรู้ความจริงของสิ่งที่มีเดี๋ยวนี้นะคะ ด้วยสติ ได้ยินคำนี้ใช่ไหมคะแต่ก็ไม่รู้ว่าสติคืออะไรแต่ทรงแสดงไว้ชัดเจนถึงสภาพธรรมะที่เป็นเจตสิกแต่ละหนึ่งซึ่งทั้งหมดหลากหลายต่างกันเป็นกี่ประเภทคะ เจสซี่คือสิ่งที่เกิดประกอบกับจิตมีทั้งหมด๕๒ประเภทครับท่านอาจารย์ครับหนึ่งในนั้นก็คือสติด้วยครับ เพราะฉะนั้นจิตจะเกิดโดยไม่มีเจตสิกเกิดร่วมด้วยไม่ได้นะคะ แต่ขณะใดที่สติเกิดขนาดนั้นเป็นจิตที่ดีงามเพราะระลึกในทางที่ดี ที่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นถ้าขณะใดก็ตามนะคะ เกิดโกรธขึ้นมาแนะระบบคนนั้นไม่มีสติก็ได้แต่พูดแต่ไม่รู้ว่าสติจริงๆ นะคืออะไรเป็นสภาพรู้ไม่มีรูปร่างลักษณะตัวตนสีสันวรรณะใดๆ ทั้งสิ้นต้องเคารพทุกคำทั้งสิ้นไม่มีอะไรไปเจือปนในจิต ซึ่งเป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์คือสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่จิตนั้นเกิดขึ้นรู้เพราะฉันอารมณ์มานะคือสิ่งที่ จิตรู้ตั้งแต่เกิดมาเนี่ยใครรู้จักจิตบ้างแต่รู้สิ่งที่จิตรู้ทั้งนั้นเลยเพราะถ้าจิตไม่เกิดขึ้นรู้สิ่งนั้นอะไรอะไรก็ไม่ปรากฏหลอกก็ไม่มีเพราะฉันจะเข้าใจละเอียดขึ้นนะคะ แม้แต่คำว่าโลกหรือโลกน์หมายถึงอะไร ถ้าไม่มีอะไรเกิดเลยสักอย่างมีลูกไหมคะ เห็นไหมคะแต่สิ่งหนึ่งแรงที่เกิดขึ้นนั่นแหล่ะเป็นโรคเราไม่มีสิ่งนั้นcจะมีโรคอย่างที่เราเห็นมากมายอย่างนี้ได้ไหมก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นการฟังคำของพระสัมมาสัมเจ้าน่ะค่ะจึงเริ่มเข้าใจในพระมหากรุณาที่ทรงแสดงความจริงของสิ่งซึ่งใครก็รู้เองไม่ได้ นอกจากผู้ที่สะสมบาหลีพร้อมที่จะถึงระดับของความรู้ต่างๆ กันก็เช่นผู้ฟังเข้าใจก็ต่างกันเป็นอัครสาวกก็มีเป็นมหาสาวกก็มีเป็นปกติสาวกธรรมดาก็มีก็แล้วแต่ความจริงที่ขณะนั้นเป็นไปตามการสะสมทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นยุคนี้สมัยนี้นะคะ ถ้าไม่ฟังคำของพระสัมมาสาวเจ้า จะรู้จักพระองค์ พระจันทร์ผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาศาสนาคือคำสอนของผู้ที่ทรงตรัสรู้ เกษตรฯกว่าสิ่งใดๆ ในโลกทั้งหมด ถูกไหม เห็นไหมคะเริ่มรู้คุณของพระศาสนาซึ่งขณะนี้นะคะ เขากำลังตื่นเต้นกัน และมีคนในชาตินั้นชาตินี้เริ่มนับ๔พระพุทธสาสนาเห็นว่าพระพุทธศาสนาดีที่สุดแต่รู้หรือเปล่าดียังไง เข้าใจถูกหรือเข้าใจผิดหรือไม่ได้ศึกษาเลยแต่เพียงได้ยินได้ฟังก็ดีดีแค่ไหนล่ะคะถ้ารู้ว่าสามารถที่จะเห็นถูกต้องตามความเป็นจริงว่าไม่มีเรานั้นนะคะ เริ่มรู้จักคำว่าธรรมะ เริ่มเข้าใจความเป็นจริงของธรรมะที่เป็นอนัตตา และเริ่มเห็นคุณของพระสัมมาสัมเจ้าว่าถ้าไม่มีคำของพระองค์นะคะ จะได้มีความเข้าใจเกิดขึ้นเลยในชาตินี้ และในชาติไหนทั้งสิ้นเพราะฉันกำลังสะสมแต่ก็นี้สะสมความไม่รู้วัยมากนะคะ นัดไม่ได้แต่กี่ชาติไปแล้วแสนโกรธกลับแต่ขณะนี้ขาดกำลังเริ่มรู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยฟังคำของพระองค์ด้วยความเคารพ ญาติละเอียดลึกซึ้งแต่ก็เข้าใจได้ทีละเล็กทีละน้อยไม่ใช่ทำยังไงไม่มีใครจะทำอะไรได้เลยทั้งสิ้นค่ะทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัย อันนี้ผมขออนุญาตข่าวที่ว่าด้วยว่าในระดับสากลเนี่ยนะฮะในระดับโลกเนี่ยเร็วๆ เนี่ยก็ชื่นชมรับรองว่าพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่ดีที่สุดน่านับถือที่สุดในโลกนะครับ เขาก็เลยคิดมากเป็นศาสนาที่ทำให้ไม่มีการก่อสงคราม เป็นไปเพื่อสันติ สันติคืออะไร เห็นไหมคะทุกคำเข้าใจเองไม่ได้เลยค่ะ แต่เข้าใจเมื่อได้ฟังคำของภาษาหมาสมุทรจ้า เพราะฉะนั้นสันติ ความสงบจากอะไรคะ ความไม่รู้เป็นความรู้จริงสงบได้ ถ้ายังคงไม่รู้ต่อไปนะคะ ก็ไม่มีทางที่จะสงบได้เพราะมีเหตุที่จะให้ ลงติดคลองบาง และความไม่ดีทั้งหลายนะคะ เพราะไม่รู้จึงเกิดขึ้น


    ฟังธรรมจากหัวข้อย่อย

    หมายเลข 191
    21 มี.ค. 2567

    ซีดีแนะนำ