ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1486
ตอนที่ ๑๔๘๖
นทนาธรรม ที่ เทศบาลอ่างศิลา จ.ชลบุรี
วันที่ ๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓
เมื่อไม่มีเรา และไม่มีจิต และไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสงบนะ แม่ที่สุดค่ะแต่ไม่มีอะไรไปทำให้ไม่สงบได้เลย เพราะฉะนั้นคำตอบก็อยู่ตรงนี้สงบหรือยัง คิดว่าสงบ๕สงบไม่เพราะไม่รู้ความจริงรู้ความจริงก็สงบจากความไม่รู้ และก็สงบแจกสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะความไม่รู้ด้วยค่อยๆ สะสมไปทีละเล็กที่ละน้อยนะคะ อย่างนี้แม้จะไม่ใช่คำว่าพระสัมมาส้มเจ้าแต่ความเป็นพระสัมมาสัมเจ้าก็อยู่ตรงนั้นไม่มีใครสามารถเปลี่ยนความเป็นพระสัมมาสัมเจ้าของพระองค์ได้เลยเพราะฉันต้องตรงนะคะและการที่เราสนทนาธรรม และจะรู้ได้เลยว่ะ ใครเป็นมิตรที่ดี มิตรที่ดีไม่ให้สิ่งที่ผิด ใช่ไหมคะแต่ให้สิ่งที่ตรง และเป็นประโยชน์อย่างยิ่งไม่สำคัญว่าใครจะรักจะช้างจะโกรธจะติเตียนยังไงก็ตามนะคะ แต่คำจริง และมาจากความหวังดีที่จะให้คนอื่นเข้าใจถูกต้องด้วย เพราะฉะนั้นชาวพุทธ มี๓มาสด้าส่งเป็นแมตช์อย่างในสมัยของพระองค์ก็มีผู้ที่กางเต้นท์พระองค์หลายคนนะคะ แต่ไม่เดือดร้อนเพราะสงบอย่างยิ่งจากกุศล และก็มีความหมายดีเป็นยอดกัลยาณมิตรนะคะ ไม่มีใครมีความหวังดีเป็นมิตรเสมอกับพระองค์ได้เพราะให้ทุกอย่างที่จะเป็นประโยชน์กับคนฟังนะคะ แล้วก็ด้วยพระมหากรุณาที่แม่เขาจะอยู่แสนไกลเลยค่ะเสด็จไปเพราะรู้ว่าคนนี้ฟังแล้วสามารถเข้าใจทำหน้า เพราะฉะนั้นแต่ละคำนะคะ ถ้าไม่เข้าใจคำแรกคำเดียวให้ถูกต้องจะไม่เข้าใจคำต่อไปได้ เพราะฉะนั้นพอไหมก็คือพอที่จะรู้ว่าอะไรจริงอะไรเป็นประโยชน์อะไรควรฟังต่อไป ไม่ใช่ว่าไปฟังเสียงซึ่งไร้สาระไม่เป็นประโยชน์ไม่มีเหตุผล อาจารย์คะหนูจะเรียนถามว่าอย่างที่ว่า แก้บนแล้วคนชอบไปบ่นกันอย่างเงี้ยค่ะ ได้ผลจริงหรือเปล่าคะแล้วถ้าบางคนลืมไปแก้บนอย่างนี้ค่ะเขาบอกว่าจะเป็นนู่นเป็นนี่อย่างเงี้ยค่ะ โอเคเราคิดอย่างนี้ก่อนก็ได้นะคะ ทำความชั่วเยอะๆ ทำทุกวันแล้วไปแก้บน ใครให้คนนั้นบังคับไม่ได้ทำความดีอะไรเลยเพียงแต่ไปขอไปไหว้ชายนั้นนะแค่ไหว้ก็ให้ตั้งเยอะเลยเหรอคะ เป็นเหตุเป็นผลไม่เป็นไปได้ไหมแต่ถ้าเราทำความดีขนาดไหนนะคะ ขณะนั้นใจไม่เดือดร้อนค่ะเป็นสุขตั้งแต่ขณะที่ทำ เพราะฉะนั้นผลที่ตามมานะคะ ก็เป็นคนที่ไม่เดือดร้อนเพราะไม่ได้หวานอะไรจากการกระทำอันนั้นเพื่อใครแต่ทำเพราะเหตุว่าเป็นสิ่งที่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำ เป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นการฟังธรรมะต้องรู้นะคะ เพื่อความไม่รู้ความเข้าใจผิดจึงยึดถือในความเป็นเราในความเป็นของเราจนโลกทั้งโลกนะคะ วิกฤต พระเมถุน เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วนะคะ ทุกอย่างนะเกิดที่ไหนคะ ที่ตัวเองที่เราเข้าใจว่าเป็นแบบเท่านั้นค่ะเป็นต้นเหตุของแต่ละคนแต่ละคนซึ่งโลกก็คือการรวมกันของแต่ละคนนั่นเองถ้าทุกคนเป็นเด็กนั่นแหละจะไม่วิกฤติได้ยังไงวิกฤตความไม่ยินดีพอใจในสภาพที่ไม่ดีใช่ไหมคะถ้าทุกอย่างราบรื่นไม่เห็นมีใครว่าวิกฤตเลยสนุกสนานพอใจ แต่พอมีอะไรที่เดือดร้อนถึงขั้นที่เป็นโทษภัยจะเกิดโทษอย่างหนักเราก็บอกว่าขณะนั้นวิกฤติแต่มาจากไหนไม่รู้กันเลยว่าที่จริงแล้วมาจากนายจึงแก้ไม่ตรงจุด แต่ถ้าทุกคนเป็นคนดีทั้งหมดนะคะ ไม่วิกฤตแน่นอน แล้วฉันจะไปแก้บนหรือว่าขณะใดก็ตามนะคะ ระลึกได้ว่าสิ่งนั้นไม่ควรก็ไม่ทำเสียงดเว้นเสียตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นไป และก็มีแต่คุณความดีไม่ต้องไปขอใครเลยทั้งสิ้นเพราะเค้าให้ไม่ได้ ไปขอคนตาบอดไปขอใช้ให้ตาดีใครจะทำให้ตาดีได้ใครจะเอาตาดีไม่ได้แตกต่างกับบอร์ดเพราะอะไรเพราะกรรมที่ได้กระทำแล้ว เพราะฉันจะเจ็บเจ็บป่วยจะอะไรก็ตามแต่นะคะ ต้องมีเหตุคือการกระทำถ้าเหตุดีผลคดีถ้าเหตุไม่ดีผลก็ อยากสอบถามอาจารย์หน่อยคะที่เขาว่าคนเราตายแล้วไปไหนเห็นเค้าบอกว่าบางคนบอกว่าทำดีตายไปแล้วก็ได้ขึ้นสวรรค์แต่พอถ้าเกิดคนไหนทำความชั่วจะได้ตกนรกเนี่ยเรื่องนี้เป็นเรื่องจริงเปล่าคะ ไม่ใช่ว่านะคะ ถามมาตอบไปแต่ไม่เข้าใจ นั้นไม่มีประโยชน์เลยค่ะแต่ต้องเข้าใจว่าตายคืออะไร เดี๋ยวนี้กำลังไปหรือเปล่า จิตเห็นเกิดระดับใหม่หรือเห็นอยู่ตลอดเวลาเสียงปรากฏแล้วหมดไปไม่กลับมาอีกรึเปล่ารินมีเสียงนั้นอยู่เรื่อยๆ ถ้าไม่มีเสียงนั้นจะได้ยินต่อไปได้ไม้ก็ไม่ได้ ก็เห็นไม่ใช่ได้ยินไม่ใช่หรือพร้อมกันก็ไม่ได้เพราะว่าเห็นเนี่ยต้องอาศัยตาไม่มีตาก็ไม่เห็นได้ยินก็ต้องอาศัยหู เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีตาแต่มีหูก็มีเห็นแต่ไม่มีได้ยินแน่นอนใช่ไหมคะทั้งสองอย่างพร้อมกันไม่ได้ก็แสดงว่าชีวิตดำรงอยู่นะคะ เพียงช่วย หนึ่งขณะจิตใครจะรู้ว่ามากมายหลายขนาดตั้งแต่เช้าจนถึงเดี๋ยวนี้เมื่อวานนี้ไม่มีใครรู้ว่าวันนี้จะเป็นอย่างนี้ แต่เมื่อเมื่อวานนี้ตายหมดเลยไม่เหลือไม่กลับมาเป็นวันนี้อีกใช่ไหมคะแต่นี่ขณะที่เกิดสืบต่อจากคณะนึงไปอีกคณะหนึ่งจากคณะนึงไปอีกคณะหนึ่งยับยั้งไม่ได้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมดาความเป็นไปของธรรมะแต่ละในนี้ปัจจัยเกิดขึ้น ละหนึ่งนั้นก็ต้องดับไปใช้คำว่าดับไปความว่าไม่กลับมาอีกเลยในสังสาระวัฏ ทุกขณะที่ยังเด่นขณะเท่านั้นเรียกว่าคะริกะมรณะเพราะเราเข้าใจว่าคนที่ตายเนี่ยจะเป็นคนนี้อีกต่อไปไม่ได้สักขณะเดียวนะคะ ไปอ้อนวอนขอร้องบอกแพทย์ยังไงยังไงไม่มีทางไม่ถึงเวลาที่ความตายจะเกิดขึ้นแยกแยะไม่ได้ตายทันทีทันที แล้วไม่กลับที่จะเป็นคนนี้อีกต่อไปนะคะ เป็นซัมมอนติที่จะใช้คำว่าสมมติสมมตินะคะ ก็กิน๓มติเห็นร่วมกันว่านั่นแหละคือตายใช่ไหมคะเขาเกิดมาแล้วเขายังไม่ตายเขาก็เป็นอยู่ไปทุกๆ ขณะนะคะ แต่วันหนึ่งเขาตายคิดว่าจะเป็นคนนั้นต่อไปอีกไม่ได้เลยแต่หารู้ไม่ว่าก่อนจะตายเนี่ย ทุกขณะจิตที่มีเดี๋ยวนี้ค่ะดับแล้วไม่กลับมาอีกเลยสักขณะเดียวนะคะ แต่การเกิดดับอย่างรวดเร็วซีฟต่อนะคะ ไม่มีใครรู้ไม่ได้บำเพ็ญปัญญาบารมีมาพอที่จะเริ่มเข้าใจว่าขณะนี้ก็ไม่มีราวแต่ว่ามีเห็น และก็เห็นก็ไม่ใช่ได้ยิน แทงที่กำลังคุยกำลังพูดสนทนากันอย่างนี้ก็มีเห็นตลอดเวลาเลยใครไปทำให้เห็นแต่ละคณะนั้นเกิดขึ้นนี่คือเป็นธรรมะซึ่งเป็นธรรมดาหมายความว่าธรรมะก็เป็นอย่างนี้ เมื่อมีปัจจัยก็ต้องเกิดเพราะปัจจัยพร้อมที่จะเกิดบอกให้ไม่เกิดเนี่ยไม่มีใครทำได้เลยสักอย่างเดียวไม่มีใครอยากโกรธนะคะ แต่โกรธเกิดแล้วใครไปบอกสื่อว่าอย่าโกรธนะให้หมดไปเดี๋ยวนี้นะก็เป็นไปไม่ได้นั่นคือธรรมดาของธรรมะ เพราะฉะนั้นการตายนะคะ หมายความถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ พ้นสภาพความเป็นสิ่งนั้นไม่กลับมาอีกเลยเห็นเมื่อวานนี้ค่ะจะเป็นเห็นเดี๋ยวนี้ไม่ได้แม้แต่เห็นไม่กี่นี้นะคะ ก็เป็นเห็นเดี๋ยวนี้ไม่ได้ลักษณะต่อไปก็ไม่ได้เห็นพรุ่งนี้ก็ไม่ใช่เห็นเดี๋ยวนี้เลยตายทุกขณะโดยไม่รู้เลยเพราะเกิดต่อสืบต่อทันทีไม่มีระหว่างคั่น เพราะฉะนั้นเมื่อสภาพที่เกิดเป็นจิตใจเป็นสิ่งที่มีชีวิตนะคะ กับคณะนั้นไม่กลับอีกแต่มีปัจจัยที่ทำให้เกิดต่อเหมือนเดี๋ยวนี้เลย ขณะนี้จะมีคนตายเบนนี่ที่นี้ได้ไหมคะ ได้ ไม่มีอะไรเกิดต่อเขาสิ้นสุดการเป็นบุคคลนี้แต่จิตของเขาซึ่งเกิดแบบใครยับยั้งไม่ให้มีจิตเกิดต่อไม่ได้ เพราะฉะนั้นจิตที่เกิดต่อคือชาร์จไหมคนไม่พบใหม่โดยที่ว่าเราไม่รู้ว่ากำหนึ่งกำไรนะคะ จะให้ผลเพราะว่าใครจำได้บ้างวะมีกรรมที่ทำมาแล้วเท่าไหร่ ตั้งแต่เด็กมาแค่ชาติหรือยังจำไม่ได้ชาติก่อนๆ อีกละกี่ชาติ พร้อมที่จะให้ผลเกิดขึ้นนะคะ ใครอยากแจงไม่ได้จึงมีนกเกิดแม้วเกิดคนเกิดปลาเกิดทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ ที่มีชีวิตมีจิตดำรงอยู่ทีละหนึ่งขณะ๑๐ต่อเรื่องนี้คือสิ่งหนึ่งสิ่งใดมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดาสิ่งนั้นมีความดับไปเป็นธรรมดา ไม่เข้าใจความเป็นไปของธรรมะคือธรรมดาอย่างนี้ก็รู้ว่าตายแล้วต้องเกิดเหมือนเดี๋ยวนี้นะคะ หมดละก็มีจิตที่เกิดต่อเห็นเมื่อกี้นี้หมดแล้วนะคะ ได้ยินเกิดต่อได้ยินนับแล้วคิดเกิดต่อจังเกิดต่อทุกสิ่งทุกอย่างเลยค่ะเร็วสุดที่จะประมาณได้จริงเหมือนสิ่งที่ถูกปกปิดไว้มิดชิดไม่มีใครสามารถจะรู้ความจริงได้ จนกว่าจะมีพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงบำเพ็ญพระบารมีตรัสรู้ความจริงนะคะ ทราบไหมคะตรัสรู้แล้วพระองค์ตรัสไว้อย่างไร ธรรมะทุกคนรู้จักธรรมะแล้วนะคะ สิ่งที่มีจริงเหล็กเส้น ละเอียด อยากที่จะรู้ได้จริงไหม เห็นแบบนั้นใครรู้ได้ยินแบบนั้นใครรู้คิดเรทต่อแล้วใครรู้ เพราะฉะนั้นทันทีที่จิตดับจิตอินก็เกิดต่อแทบยังไม่ได้เลย นกเห็นไหมคะ เห็นเป็นนกหรือเป็นคนหรือเปลี่ยนแปลงหรือเป็นเห็น เห็นเป็นเห็นถ้าไม่คิดถึงรูปร่างเลยนะคะ บอกไม่ได้เลยว่าเห็นนั่นแหละใครหรืออะไรแต่พอมีรูปร่างนั้นก็เป็นคนบ้างเป็นสัตว์บ้างเป็นเราบ้างเป็นเขาบ้างแต่ความจริงก็คือว่ามีแต่ธรรมะเพราะทุกอย่างที่มีจริงเป็นธรรมะ เพราะฉะนั้นวันนี้นะคะ ควรที่จะได้เข้าใจความหมายของคำว่าธรรมะ ๔พระสัมมาสัมเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงเป็นธรรมะทั้งหมด และธรรมที่ทรงแสดงจากการดัดรู้จริงใช้คำว่าพระธรรมเพราะว่ากล่าวถึงสิ่งที่มีจริงให้คนอื่นเข้าใจเพราะฉันฟังธรรมะคือฟังสิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้ให้เข้าใจถูกต้องว่าเป็นธรรมะซึ่งเกิดขึ้น กระดับไปเป็นธรรมดาแหละทั้งหมดไม่ใช่เราไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เที่ยง จริงมั้ย เวลานี้เห็นดอกไม้นะคะ ดอกกุหลาบเนี่ยดอกนึงเอาไปแยกให้ละเอียดยิบได้ไหม แล้วยังเป็นดอกกุหลาบรึเปล่าไม่มีเลยค่ะแต่มีสิ่งที่มีที่มารวมกันแข็งร้อนรสกลิ่นใช่ไหมคะอยู่ในที่นั้นเราก็บอกว่านี่เดากุหลาบนั้นดอกมะลินั้นดอกมะลิกลิ่นหลากหลายต่างกัน เพราะฉะนั้นจึงมีสิ่งที่เข้าใจว่าเป็นคนหลากหลายต่างกัน แต่ก็คือธรรมะแต่มันเองแต่ละหนึ่งแต่ละหนึ่งศิลป์หลากหลายมากแต่มารวมกันก็เข้าใจว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดซึ่งไม่ด่าเพราะอะไรเพราะทันทีที่สิ่งหนึ่งดับสิงห์เองเคสต่อทันทีเร็วมากสนิทจนไม่ปรากฏรอยต่อ เพราะฉะนั้นก็สำคัญว่าเที่ยงมีเราตั้งแต่เกิดจนตาย แต่ทำไมไม่เหมือนกันสักวันนะคะ เมื่อวานนี้ก็ไม่ได้โกรธนิแต่ทำไมวันนี้อาหารที่ไม่อร่อยเห็ดนะคะ เมื่อวานนี้ไม่ใช่วันนี้นะทุกอย่างต้องเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยยับยั้งได้ไหม ไม่มีใครเลยจึงอนัตตาอัตราหมายความถึงสิ่งหนึ่งสิ่งใดอะไรก็ได้ที่ร่วมกันนะคะ เป็นสิ่งหนึ่ง ถ้ายังไม่มีสีสันวรรณะมาปรากฏ คนนั้นยังไม่มีคนนั้นเดินเข้ามาในห้องใช่ไหมคะแต่พอบอกว่า คนนั้นเดินเข้ามาในห้องเนี่ยต้องมีสิ่งที่กระทบตา และสิ่งที่กระทบตาต้องมีหากดินน้ำไฟลมมิฉะนั้นสีสันวรรณะก็มีไม่ได้นี่คือธรรมะทั้งหมดค่ะซึ่งทรงแสดงให้เข้าใจทีละคำนะคะ เริ่มต้นจากธรรมะมีจริงธรรมะที่มีจริงต้องเกิด ก็มีปัจจัยจึงเกิดใครก็ไปทำให้เกิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นธรรมะทุกอย่างที่นี่เป็นอนัตตาไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะฉะนั้นถ้ากล่าวคำว่าโต๊ะ ความจริงที่ได้ค่ะคือแข็งเอาสิ่งที่แข็งแข็งมารวมกันปรากฏรูปร่างเดือนนึงก็บอกว่าโต๊ะรูปร่างอย่างนึงก็บอกว่าปลารูปร่างอีกอย่างหนึ่งเขาบอกว่า แมลงรูปร่างอีกอย่างหนึ่งก็เป็นอาหารต่างๆ ทุกอย่างโหมดต้องมีสิ่งที่เป็นธรรมะซึ่งละเอียดยิบแล้วก็เอามารวมกันก็ปรากฏหลวงให้เห็นเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดเหมือนได้มายากลค่ะเค้าเล่นกลเราก็อัศจรรย์นะคะ ทำไมถึงมีนกออกมาจากหมวกได้อ่ะไม่รู้เลยทำยังไงแต่อาศัยความรวดเร็ว เท่านั้นนะคะ ทำอะไรละเอียดยิ่งกว่านั้นเร็วยิ่งกว่านั้นสุดที่จะประมาณได้จึงต้องอาศัยปัญญาที่อบรมจนกระทั่งสามารถรู้ว่าความจริงของสิ่งที่ปรากฏนี่คืออะไร วันนึงวันนึงมีใครคิดอย่างนี้บ้างไหมคะ ไม่มีแต่ถ้าโพธิสัตว์ สีธูคล่องในความรู้ถูกต้องต้องมีความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้นก็ทรงบำเพ็ญบารมีเพื่อรู้ว่าสิ่งที่ปรากฏนี้ค่ะที่กระทบต่อเป็นอย่างหนึ่งแข็งเป็นอีกอย่างนึงกระทบตามไม่ได้ เห็นเขาบอกว่าเย็นมากเนี่ยเห็นน้ำแข็งแล้วบอกว่าเย็นเนี่ยสูบใหม่ค่ะจำไว้รูปร่างอย่างนี้เย็นแต่ว่าไม่ปรากฏลักษณะเย็นในขณะที่เห็นแต่ต้องกระทบสัมผัสหลับตาก้อเย็นไม่แวะห้องมืดก็เย็นทว่าเย็นเป็นเย็นเปลี่ยนเย็นไม่ได้ น่าจะตรากฎตเมื่อสัมผัสกับกายะภาษาทาซึ่งซึมซาบอยู่ทั่วตัวนี้ค่ะคือคำสอนทั้งหมดใน๑๕พรรษานะคะ กล่าวถึงสิ่งที่มีจริงทุกอย่างใครอยากจะเข้าใจจริงๆ และความจริงถือที่สุดของสิ่งที่มีในขณะนี้คืออะไรนะคะ รู้ได้จากคำที่พระองค์ได้ทรงแสดงแล้ว๔๕พรรษาว่าสิ่งที่มีจริงๆ นะคะ เป็นธรรมะทั้งหมดแต่แม้กระนั้นความหลากหลายต่างกันอย่างมากของธรรมะในฐานะก็ทรงแสดงประเภทใหญ่ๆ ไว้สองอย่างคือสิ่งที่มีจริงอย่างนึงนะคะ ต้องเกิดจึงมีทุกอย่างแต่เกิดแล้วไม่รู้อะไรเลย แข็งนี้ค่ะใครจะเอามือไปจับหรือไปผ่า ไปพูดไม่ดียังไงไม่มีความรู้เลยทั้งเส้นเป็นธรรมะที่ไม่รู้อะไรจึงใช้คำว่ารูปธรรมมาจากคำว่ารูปปากกับธรรมะภาษาไทยก็ตัดสร้างเป็นรูปธรรม ทุกอย่างขึ้นไม่รู้ ผมมีนะคะ มีผมใหม่ เมย์ผมนี่หวานมั้ยค่ะหวานไม่ได้ข่มหรือเข็ม ค่ะห้องกระทบรินเจิ้งหรู ต้องมีรถแน่ๆ แต่บอกไม่ได้ว่ารถอะไรใช่มั้ยคะเหมือนของบางอย่างที่เราไม่เคยรับประทานเลยเนี่ยพอกระทบหรือรถอะไรเนี่ยพูดซักเท่าไหร่ก็ไม่เหมือนกับขณะที่รถนั้นปรากฏให้รู้จริงๆ เพราะฉันบอกว่าเผ็ดเผ็ดมากแค่ไหนใครรู้ต้องขณะที่ลิ้นรสนั้นจึงรู้ว่ารถนั้น เก็บอย่างนั้นอธิบายยังไงก็ไม่สามารถที่จะเหมือนกับขณะที่รถกำลังปรากฏจริงๆ เพราะฉะนั้นก็ทรงแสดงว่าสิ่งที่มีจริงแต่ไม่รู้อะไรเนี่ยเป็นรูปธรรมแต่ถ้าไม่มีความจริงอีกอย่างหนึ่งซึ่งเกิดแล้วเดี๋ยวนี้มีแล้วเดี๋ยวนี้มีจริงๆ คือแพทย์นั้นเกิดขึ้น แต่เป็นธาตุรู้ไม่มีรูปร่างใดๆ เลยยังเห็นยังไงคะไม่ใช่ตาตาไม่เห็นแล้วสิ่งที่ปรากฏก็ไม่ใช่เห็นด้วยแต่เห็นเดี๋ยวนี้นะคะ เห็นอะไรเห็นเฉพาะสิ่งที่กระทบตาแล้วปรากฏถ้าไม่กระทบตามไม่ปรากฏ เพราะฉะนั้นขณะนี้นะคะ ทุกคนลืมว่ามีตาแต่ตาไม่เห็นแล้วก็มีเห็นแต่ไม่ใช่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นทั้งหมดเป็นธรรมะทำมะไหร่ซึ่งเกิดขึ้น และไม่รู้อะไรเป็นรูปธรรมแต่ถ้ารู้ตอนนี้เริ่มรู้แล้วนะคะ มีอะไรบ้าง เรากลับนะคะ หิว มีจริงไหมคะ ยังไงกันคะไม่มีทางแรงเลยค่ะทุกคนหิวทั้งนั้นเลยหิวพระจันทร์เห็นก็มีหิวก็มีหิวเป็นธรรมะหรือเปล่า เป็นค่ะเป็นธรรมประเภทไหนคะ จำแยกใหญ่ๆ ที่ต่างกันประมวล และทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นธรรมะอะไรก็ตามนะคะ ต่างกันเป็นสองชนิดคือรูปธรรมกับนามธรรมแต่ความลึกซึ้งมีมากกว่านี้ค่ะนี้ตั้งต้นข้าวข้าวเป็นพื้นฐานให้รู้ธรรมะที่เกิดแต่เป็นธาตุรู้นี่มีจริงๆ เป็นนามธรรม พระจันทร์เธอฟังอย่างนี้นะคะ เราก็รู้ว่าหน้ามาทำหมายความถึงอะไรรูปธรรมหมายความถึงอะไรธรรมะต้องมีจริงๆ เพราะฉันเดี๋ยวนี้หิวไหมไม่ว่ากันจะหิวไม่หิวนะคะ แต่หิวไหมจริงๆ ขณะกำลังหิวแล้วหิวเป็นธรรมะหรือเปล่าเห็นไหมคะต้องมั่นคง๙จริงใจตามลำดับ หิวเป็นธรรมดาแน่นอนเพราะกำลังหิวจะบอกว่าไม่มีธรรมะไม่เป็นธรรมมะได้ไงแต่เป็นธรรมะอะไรประเภทไหนนามธรรมนามธรรมเห็นไหมคะนี่ก็คือเริ่มเข้าใจแล้วว่าที่ว่าเป็นราวหรือเป็นอะไรก็ตามแต่นะคะ ถ้าเป็นสิ่งที่มีชีวิตก็มีทั้งนามธรรม และรูปธรรมแต่ถ้าไม่มีชีวิตก็เป็นแต่เพียงรูปธรรม ในเมื่อสิ่งนั้นมีจริงมีลักษณะเฉพาะของตนของตน ไฟไนเจลเลยค่ะ มีจริงค่ะร้อนหรือเย็นแล้วแต่ใช่ไหมคะ ร้อนมากแล้วก็บอกว่าร้อนพอลดลงไปแล้วก็ไปครับอุ่นใช่ไหมคะคุณจนกระทั่งกลายเป็นธรรมดา และก็กลายเป็นเย็นลงเย็นลงก็เป็นธาตุชนิดหนึ่งมีจริงๆ ไม่ใช่แขนรรนี้ไม่แข็งแต่พระจักถึงจะรู้ว่าแข็งหรืออ่อนเย็นหรือร้อนบอกว่ากาแฟร้อน ถ้าไม่กระทบสัมผัสร้านมั้ยค่ะไม่ร้อนเนี่ยค่ะคือความจริงซึ่งมีอยู่ทุกวันตั้งแต่เกิดจนตายแต่ไม่เคยรู้ความจริงแต่ในผู้ที่ทรงตรัสรู้ทรงแสดงความจริงให้คนอื่นได้รู้ด้วยไม่มีเรา มีแต่เห็นแล้วก็เข้าใจว่าเราเห็นมีแต่คิดก็เข้าใจว่าเราคิดเนื้อตัวของเราก็บอกว่าเนื้อตัวของเราแต่ความจริงไม่มีเรามีแต่แข็ง เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีชีวิตก็มีทั้งนามธรรม และรูปธรรม ตาเป็นนามธรรมหรือรูปธรรมค่ะ ตาเป็นรูปธรรมค่ะแล้วก็ใช้ชอบ นำมาทำค่ะสบายมากเลยค่ะตอนนี้รู้จักแล้วว่านี่คือธรรมะ เพราะฉะนั้นเวลาฟังธรรมะฟังเรื่องอื่นหรือเปล่าหรือฟังให้เข้าใจสิ่งที่มีจริงๆ เป็นธรรมมะ เห็นมั้ยคะเราก็รู้ได้ว่ากำลังฟังธรรมะหรือเปล่าหรือฟังแดกอื่นซึ่งไม่ใช่ธรรมะ เพราะฉะนั้นโหวตทำไมคะ เห็นไหมคะบวชเพื่อฟังคำของซัมซันเจาไม่ใช่ในฐานะของคฤหัสถ์แต่ว่าสะสมมาที่สามารถสละอาคารบ้านเรือนพี่น้องวงศาคณาญาติเพราะรู้ว่าเกิดเราต้องตายแน่ๆ ช้าหรือเร็วไม่มีของใครอีกแล้วพอจะไปพ่อแม่พี่น้องชาตินี้ก็จะติดตามไปเป็นพ่อแม่ชาติหน้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็คือว่าทั้งหมดเป็นธรรมะซึ่งไม่ใช่เราไม่มีร้าวไม่ใช่ของเราหรือ ถ้ามั่นคงอย่างนี้นะคะ ฟังคำอื่นต่อไปก็จะเข้าใจได้หยั่งลึกตาย และเกิดใหม่ก็รู้กันสมมติว่าขณะนี้ยังไม่ตายเพราะยังมีการเกิดดับสืบต่อดำรงความเป็นบุคคลนี้อยู่แต่พอสิ้นสุดความเป็นบุคคลนี้ก็มีเกิดใหม่เป็นชาติต่อไป เพราะฉะนั้นทุกคำนะคะ เราต้องเข้าใจในความลึกซึ้งของความหมายด้วยนะคะ เราใช้คำว่าตายเมื่อสิ่งนั้นดับใช้คำว่าดับด้วยนะคะ หมายความไม่กลับมาอีกเลยไฟดับไฟนัลที่ดับกลับมาอีกได้ไหมไม่ได้เพราะฉันเห็นขนาดนี้ดับ ใครก็ไม่รู้จนกว่าพระสัมมาสัมเจ้าจะทรงแสดงความจริงจนผู้นั้นค่อยๆ เข้าใจขึ้นนะคะ จนประจักษ์แจ้งอริยสัจธรรมทุกคะริยะสัจจะหมายความถึงสิ่งนั้น และเกิดระดับ ไม่ใช่ใครเลยสอดคล้องกันทุกคำเป็นอนัตตาไม่เที่ยงไม่มีใครเป็นเจ้าของนะคะ เพราะฉันก็คือว่า ดีดไม่ให้เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ในสังสารวัฎไม่ใช่เราด้วยเหมือนไฟนะคะ มันจะไม่ตรงไหนก็ได้ทั้งนั้นในส่วนหนึ่งส่วนใดของโลกก็ไม่เดือดร้อนใช่ไหมคะแต่พอเป็นราวของเราบ้านเราเดือดร้อนไม่เดือดร้อนเพราะไม่รู้ความจริงว่าไม่มีเรานี่คือความต่างกันมากนี่คือพระคุณสูงสุดของเพราะสามารถสั่งเจ้า ที่สามารถจะทำให้ดับทุกข์ได้ทุกกรณีเช่น ไม่มีเรา เขาไหว้เขาว่าใครค่ะเห็นไหมคะโกรธทำไม คำว่าใครไม่มีเหตุผลนั้นน่ะไม่ใช่เราด้วยโหมดแล้วด้วยเพราะไม่รู้ใช่ไหมคะเขาก็ว่าไปแต่ถ้าคนที่รู้ก็ไม่เดือดร้อนค่ะเพราะฉันตั้งมั่นคงไว้ธรรมะไม่ใช่เราไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดที่เที่ยงอนิจจังทุกขังอนัตตาได้ยินบ่อยๆ นะคะ แต่งต้องเข้าใจความลึกซึ้งด้วย เพราะฉะนั้นลองคิด เดี๋ยวนี้กำลังตายหรือเปล่าเนี่ย เหมือนไม่ตายแต่ความจริงตาย หมดไปทุกขนาดไม่กลับมาอีกเลย สิ่งที่หมดไปแล้วไม่กลับมาอีกใช้คำว่าตายได้ไม่เหมือนคนตายเลยค่ะตายแล้วก็จะกลับมาเป็นคนดีไม่ได้เลย ต้องตรงทุกคำเปลี่ยนไม่ได้เลย ตายทุกขณะจึงเป็นพระนิกะมรณะตายทุกขณะ แล้วจึงจะรู้ว่าสั่งมติมรณะก็คือทุกขณะตายทุกวันจนกว่าจะถึงวันที่ใหม่เป็นคนในอีกต่อไปแต่ก็ต้องมีสภาพทำให้เกิดสืบต่อเกิดดับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงสมุทรเชษฐามรณะคือการปรินิพพานของพระอรหันต์ ไม่อย่างงั้นเราก็จะไม่รู้ว่าพรีวิ่งผ่านหมายความว่าอะไรใช่ไหมคะแต่นี่เพราะรู้ว่าตายแล้วก็ต้องเกิด จะตายเตียงเด็ดขาดไม่เกิดอีกเตียงพระร้านไม่ได้เพราะฉันจึงมีความไป๓อย่าง จานนี้ก็ตายค่ะ เมื่อกี้นี้ก็ต่างฝ่ายก็เกิดก็เหมือนเดิมเพราะกรรมยังไม่สิ้นสุดที่จะทำให้เป็นบุคคลนี้นะคะ ก็ต้องเป็นบุคคลนี้ต่อไป เราจะคนนี้จะเป็นไรค่ะ แล้วแต่เหตุปัจจัยเหตุปัจจัยพร้อมนะคะ ไปนรกก็ได้ไม่มีใครพาไปหรอกแต่กรรมที่ได้ทำแล้วต่างหากเป็นปัจจัยให้เกิดที่นั่นเวรกับกรรมที่ได้ทำแล้วทำให้เป็นคนนี้แค่ชาตินี้จะเป็นบุคคลยั่งยืนต่อไปเกินฐานะที่กรรมให้ผลไม่ได้กรรมสิ้นสุดเมื่อไหร่ภาษาไทย และเขาบอกว่าเขาถึงแก่กรรม หมายความถึงแก่การสิ้นสุดของกรรมที่ทำให้เป็นคนนี้
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1441
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1442
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1443
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1444
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1445
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1446
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1447
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1448
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1449
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1450
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1451
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1452
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1453
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1454
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1455
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1456
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1457
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1458
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1459
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1460
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1461
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1462
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1463
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1464
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1465
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1466
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1467
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1468
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1469
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1470
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1471
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1472
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1473
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1474
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1475
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1476
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1477
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1478
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1479
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1480
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1481
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1482
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1483
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1484
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1485
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1486
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1487
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1488
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1489
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1490
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1491
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1492
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1493
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1494
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1495
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1496
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1497
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1498
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1499
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1500