ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1736
ตอนที่ ๑๗๓๖
สนทนาธรรม ระหว่างเดินทางไปนมัสการสังเวชนียสถาน ประเทศอินเดีย
วันที่ ๑๗ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๔
วันนี้ก็มีโอกาสได้สนทนาธรรมนะคะ เพื่อเป็นการบูชาพระคุณของพระรัตนตรัยค่ะเป็นโอกาสที่จะได้เข้าใจธรรมะนะคะ แม้เพียงเล็กน้อยแต่ก็เป็นประโยชน์ไม่ใช่ว่าเพียงแต่ว่ามาเห็นสถานที่มากราบนมัสการแต่ว่าไม่ได้เข้าใจพระธรรมเพราะว่าที่สำคัญที่สุดนี้ค่ะก็คือการเข้าใจธรรมะ แล้วก็เป็นผู้ที่ละเอียดไม่เพลินเช่นแต่ละคำนะคะ ขอให้มีความเข้าใจในคำนั้นจริงๆ ถ้ามีความเข้าใจธรรมะคำได้นะคะ ก็จะเข้าใจคำนั้นยิ่งขึ้นเมื่อได้ฟังเพิ่มขึ้นค่ะ เพราะฉะนั้นขณะนี้นะคะ คงไม่ลืมคำนึงที่เราได้ยินบ่อยๆ นะคะ คือธรรมะ ต้องมีความเข้าใจจริงๆ นะคะ ว่าธรรมะคือสิ่งที่มีจริงขณะนี้ก็ เห็นเป็นธรรมะได้ยินเป็นธรรมะ คิดนึกเป็นธรรมะทุกอย่างที่มีจริงเป็นธรรมะชั่วคราวซึ่งไม่ยั่งยืนนะคะ มีปัจจัยเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เพราะฉะนั้นการที่จะเป็นผู้ที่เป็นสาวกผู้ฟังก็คือฝั่งให้เข้าใจพระธรรมที่ทรงแสดงเพื่อประโยชน์ในการขัดเกลากิเลสที่จะรู้ความจริงของสภาพธรรมะ จนกระทั่งสามารถที่จะเข้าใจว่าธรรมะคือสิ่งที่มีจริงนะคะ ไม่ใช่ของใครแล้วก็ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร และธรรมะมีปัจจัยเกิดขึ้นแล้วก็ดับไปไม่ต้องมากค่ะเพียงแต่ไม่ลืมว่าธรรมะจริงๆ เป็นอย่างนี้นะคะ ไม่ว่าจะเป็นเห็นได้ยินเป็นคิดเลขทุกอย่างที่มีปัจจัยเกิดขึ้น แล้วก็ดับไปไม่ยั่งยืนชั่วคราวจริงๆ ถ้าไม่ลืมนะคะ แล้วก็สามารถที่จะเข้าใจพระธรรมเพิ่มขึ้น ตรงตามพระธรรมว่าแม้แต่ที่เคยเป็นเราความจริงก็คือธรรมะให้เข้าใจความจริงค่ะจนกว่าจะรู้ว่าขณะนี้เดี๋ยวนี้แต่ละขณะนี้เป็นธรรมะเท่านั้นเองค่ะเหมือนกับเท่านั้นเองนะคะ แต่ปัญญาที่จะเข้าใจจริงๆ เนี่ยต้องอีกนาน แต่ว่าในที่สุดก็คือเข้าใจว่าเป็นธรรมะ ไม่ว่าจะเป็นขนาดไหนจนกระทั่งถึงขนาดที่รู้แจ้งเรียนสัทธรรมถึงความเป็นพระอรหันต์ก็คือเข้าใจธรรมะในขณะนั้นตามลำดับขั้นของปัญญาเริ่มจากการฟัง และก็ค่อยๆ อบรมความเข้าใจเพิ่มขึ้นค่ะ ธรรมะเป็นเรื่องที่ลึกซึ้งมากนะคะเพราะฉะนั้นการฟัง๙เพียงที่ได้ยินได้ฟังคำใหม่ๆ ในขั้นต้นเมื่อกี้นี้ก็มีคำว่าสติปัฎฐานมีการรู้ตัวเองตามความเป็นจริงนะคะ ซึ่งต้องอาศัยความเข้าใจตามลำดับด้วย เพราะฉะนั้นเราไม่หวังว่าจะได้เข้าใจธรรมะมากๆ เพลงในการฟังครั้งแรก แต่ให้รู้ว่าตามความเป็นจริงแล้วสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะคะ เริ่มที่จะรู้ว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงของสิ่งซึ่งใครๆ ในโลกก็ไม่สามารถจะรู้ได้แม้ว่ามีเป็นปกติในชีวิตประจำวันแต่ว่าไม่ใช่ชื่อนะคะ แต่ต้องเป็นความเข้าใจจริงๆ ในสิ่งที่กำลังมีในขณะนี้พระอรหันตสัมมาสัมปัเจ้าคือใครคะ กราบท่านอาจารย์ค่ะพระอาหารสัมมาสัมพุทธเจ้าคือผู้ที่ทรงตรัสกะโรธรรมะที่มีจริงๆ ค่ะ ด้วยซักพันหยุดทะยาน ธรรมะที่มีจริงก็ต้องคิดละค่ะไม่ใช่เป็นคำตอบของผู้ที่ตอบนะคะ แต่ผู้ฟังเนี่ยต้องไตร่ตรองธรรมะคือสิ่งที่มีจริง เพราะฉะนั้นอะไรที่มีจริงในขณะนี้เช่นเสียงมีจริงๆ เห็นมีจริงๆ คิดมีจริงๆ ทุกสิ่งทุกอย่างตั้งแต่เกิดจนตายมีจริง แต่ไม่เคยรู้เลยว่าแท้ที่จริงแล้วนะคะ ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงมีได้หาสิ่งนั้นไม่เกิดจะกล่าวว่ามีมั้ยคะอย่างเสียงเนี่ยถ้าไม่เกิดปรากฏ จะรู้มั้ยว่าสิ่งมี และที่จะรู้ได้ว่าเสียงมีจริงๆ ก็ต้องมีโซตะสาทะคือถ้าพูดง่ายๆ อย่างชาวบ้านก็คือมีหูถึงแม้ว่ามีหูแต่เสียงไม่กระทบหูได้ยินไม่เกิดเสียงก็ไม่ปรากฏนี่คือธรรมะทั้งหมดค่ะซึ่งเป็นความละเอียดหญิงนะคะ หญิงเข้าใจว่าธรรมะหนึ่ง เกิดขึ้นเพราะอะไรเป็นปัจจัยก็ยิ่งเห็นความเป็นอนัตตาความไม่ใช่ตัวตนความไม่ใช่ของใครไม่มีใครสามารถที่จะบันดาลให้เกิดขึ้นหรือไม่มีใครสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพที่เกิดระดับให้ไม่เกิดไม่ได้ เพราะฉะนั้นจึงต้องเป็นเรื่องที่ผู้ฟังนะคะ เริ่มคิดเริ่มเข้าใจคำว่าธรรมะไหนๆ มาแล้ว แล้วก็ได้เข้าใจถูกต้องว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าคือผู้ที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีที่จะตรัสรู้ความจริงของสิ่งที่ทุกคนมีตั้งแต่เกิดจนตายแต่ไม่รู้ให้เข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริงนะค่ะละความไม่รู้ซึ่งเป็นต้นเหตุให้เกิดอกุศลต่างๆ มากมายมหาศาล เพราะว่าเพิ่มขึ้นแต่ละวันที่ไม่รู้ เพราะฉะนั้นเมื่อสามารถที่จะมีความเข้าใจถูกก็สามารถที่จะรู้ว่าสิ่งใดเป็นอกุศลสิ่งที่ไม่ดี และธรรมะที่ตรงกันข้ามคือความดีนั้นคืออะไรถ้ามีปัญญาเหมือนแสงสว่างก็จะนำไปสู่ทางของกุศลห่างไกลจากอกุศลซึ่งเคยมีมากมาย แต่ว่าห่างทันทีไม่ได้เลยนะคะ ค่อยๆ เป็นไปตามความเข้าใจทาความเข้าใจน้อยมาก และก็อยากจะดับกิเลสพูดถึงเรื่องสติปัฎฐานไม่มีทางที่จะเข้าใจได้ มีแต่ความอยากที่จะทำค่ะ เพราะฉะนั้นคำสอนใดก็ตามที่นำไปสู่ความอยากหรือความต้องการนั่นไม่ใช่คำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่คำสอนใดแม้เพียงคำเดียวที่จะทำให้เข้าใจถูกต้องในสิ่งที่มีในขณะนี้ได้แม้เพียงเล็กน้อยในขั้นต้นนะคะ คำนั้นก็มีประโยชน์มากเพราะเห็นว่าเป็นว่าจีสัจจะ เป็นความจริงที่จะทำให้ความเข้าใจสิ่งที่ดี และไม่เคยรู้เลยแล้วก็บางคนนะคะ ก็จากโลกนี้ไปทั้งๆ ที่ไม่รู้เลยตั้งแต่เกิดจนตายไม่รู้ต่อไปอีกชาติหน้าชาติใดในเหมือนชาติก่อนๆ ที่ผ่านมาก็แล้วแต่ว่าจะได้สะสมกันได้ยินได้ฟังมากน้อยแค่ไหนแต่ถ้าเปรียบเทียบ ความไม่รู้กับความรู้ก็จะเห็นได้ว่าความไม่รู้มากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นจะมีตัวตนที่จะไปเร่งรัดที่จะไปทำให้ความไม่รู้หมดสิ้นไปทำให้โลกพระหมดไปทำให้โทสะโหมดไปเนี่ยเป็นความเพ้อฝันเป็นไปไม่ได้เลยนะคะ ไม่ใช่ความจริง เพราะฉะนั้นความเป็นผู้ที่เคารพในพระปัญญาคุณของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าก็คือ ศึกษาพระธรรมด้วยความไม่ประมาท ในพระพุทธดำรัสทุกคำว่าเป็นความลึกซึ้งอย่างยิ่งซึ่งสามารถที่จะทำให้เราเกิดปัญญารู้ตาม ยังไม่ต้องใช้คำว่าสติปัฎฐานเพราะเหตุว่าธรรมะเนี่ยมีตั้งแต่ขั้นต้นนะคะ ลำดับแรกก็คือขั้นปริยัติหมายความถึงความรอบรู้ในธรรมะไม่ใช่ในตัวหนังสือค่ะไม่ใช่ภาษาบาลีอ่านได้แปลได้แต่ต้องรู้ว่าคำนั้นหมายถึงสภาพธรรมะเดี๋ยวนี้ขณะนี้เองมิฉะนั้นแล้วก็จะไม่ใช่ว่าเป็นผู้ที่ศึกษาปริยติธรรม ก็ภริยาทิศทางคือความรอบรู้พระธรรมที่ทรงแสดงโดยการไตร่ตรองทุกคำเช่นคำว่าธรรมะถ้าศึกษาธรรมะโดยไม่รู้ว่าขณะนี้เป็นธรรมะไม่รู้ว่าเห็นเดี๋ยวนี้เป็นธรรมะไม่รู้ว่าคิดนึกเกิดแล้วแบบแล้วเปลี่ยนเรื่องแล้วเป็นธรรมะถ้าไม่รู้อย่างนี้ไม่ใช่วันศึกษา จะทำไม่ใช่ปริยัติ เพราะฉะนั้นจะเป็นวจีสัจจะไม่ได้ถ้าไม่เป็นไปเพื่อการละความไม่รู้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีความเข้าใจถูกต้องแล้วนะคะ ก็จะนำไปถึงปัญญาอีกระดับหนึ่งซึ่งสามารถที่จะเห็นถูกในลักษณะของสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏ ความกากของสภาพธรรมะหลากหลายมากค่ะเพราะเห็นว่าเห็นก็ไม่ใช่ได้ยินไม่ใช่คิดนะไม่ใช่กลิ่นไม่ใช่ลิ้มรสทั้งวันนะคะ ก็เป็นความหลากหลายของธรรมะแต่ละหนึ่งซึ่งเกิดระดับไปเร็วมากคะใครรู้บ้างคะว่าวันนี้ธรรมะที่เกิดแล้วดับไปแล้วมีจำนวนเท่าไหร่ ไม่มีทางเลยคะไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเป็นธรรมะ และการเกิดดับนี้ก็เร็วสุดที่จะประมาณได้นะคะ จนกระทั่งเสมือนว่าไม่ได้ดับไปหนึ่งยิงขนาดนี้ค่ะ เห็นไม่ใช่ได้ยิน ขณะที่เห็นไม่มีเสียงปรากฏ ขณะที่ได้ยินสิ่งที่กำลังปรากฏทางตาปรากฏไม่ได้เพราะขณะนั้นมีเฉพาะเสียงที่ปรากฏนี้ก็แสดงให้เห็นถึงการเกิดดับสืบต่อที่เร็วสุดที่จะประมาณได้ใครรู้เท่าไม่ได้บำเพ็ญพระบารมีถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่มี ทางที่จะรู้ได้เลยแล้วก็ไม่ใช่รู้เฉพาะตนแต่ทรงพระมหากรุณาที่รู้ว่าสัตว์โลกที่ไม่รู้นะคะ มีมากมายมหาศาล เพราะฉะนั้นสัตว์โลกสามารถที่จะเข้าใจธรรมะจากการได้ฟังคำที่เป็นวจีสัจจะคำที่ถูกต้องได้ เพราะฉะนั้นทรงบำเพ็ญพระบารมีให้ถึงความเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ใช่เป็นเพียงพระปัจเจกพระพุทธเจ้าหรือสาวกพระจันทร์ก็จะเห็นพระมหากรุณาคุณซื้อนกา และครั้งหนึ่งสมัยหนึ่งประทับณที่นี้ทรงแสดงพระธรรมให้ผู้ที่ได้ฟังในครั้งนั้นนะคะ สามารถที่จะมีความเข้าใจในสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง และถ้าสะสมปัญญามา พอที่จะละความติดข้อง และเข้าใจความจริงของสภาพธรรมะก็สามารถที่จะประจักษ์ความจริงซึ่งความจริงเป็นอย่างไรความเห็นถูกก็ต้องเห็นตรงตามความเป็นจริงอย่างนี้ เพราะฉะนั้นก็เริ่มเห็นนะคะ ว่ามีใครจะเสมอพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าไหมคะเทพองค์ไหนเทวดาก็เกิดแล้วก็ตาย และก็แสดงธรรมะอย่างนี้หรือเปล่าแต่ไม่รู้นะคะ แม่เทพแม้พรหมก็มาเฝ้าแล้วก็ถ้าผู้มีพระภาคก็กระทำ ไอโฟนที่เด็กฟังในขนาดนั้นเข้าใจได้นี่คือพุทธะรัตนะซึ่งไม่มีสิ่งใดที่จะเสมอได้ สิ่งที่มีค่านะคะ ประมาณได้ใช่ไหมคะ เงินทองเท่าไหร่ก็สามารถที่จะไปซื้อหามาได้แต่ปัญญา ความนอบน้อมเคารพในผู้ตรัสรู้ที่ทรงพระมหากรุณาแสดงธรรมะมีค่าประมาณไม่ได้คือเงินทองทรัพย์สมบัติใดๆ ไม่สามารถซื้อได้ แต่ต้องอบรมด้วยการเห็นประโยชน์แต่ถ้าใครไม่เห็นประโยชน์ของการที่จะเข้าใจสิ่งที่กำลังมีกำลังปรากฏในขณะนี้นะคะ ผู้นั้นไม่มีพุทธะเป็นรัตนะแม้ว่าพุทธรัตนะเนี่ยเป็นรัตนที่ประเสริฐสุดแต่สำหรับบุคคลนั้นไม่มีความเคารพ เพราะฉะนั้นไม่ใช่พุทธะรัตนะสำหรับผู้ที่ไม่เห็นคุณ เพราะฉะนั้นต้องเป็นผู้ที่เห็นคุณเท่านั้นน่ะค่ะจึงจะรู้ว่าไม่มีคนอื่นใดที่จะเสมอกับพระพุทธนซึ่งทรงแสดงพระธรรมรัตนะธัมมะที่มีจริงค่ะที่เป็นฝ่ายของความดีที่สามารถที่จะดับกิเลสซึ่งทุกคนเนี่ยไม่รู้หรอกมันมีแค่ในวันนี้มีเยอะไหม คิดเลยว่ารู้ ค่ะแต่เวลาเกิดไม่ได้รู้เลยเพราะอะไรคะเดี๋ยวนี้ก็มี พอเห็นแล้วกิเลสเกิดแล้วค่ะสะสมมานะคะ เป็นที่อาศัยที่มีกำลังที่ใช้คำว่าอุปะนิสสะยะเวลาเราเข้าโรงเรียนเนี่ยครูก็จะบอกใช่ไหมคะคนไม่มีอุปนิสัยยังไงใจดีช่วยเหลือคนอื่นหรือว่าคนนั้นเห็นแก่ตัวนี้ก็คือการสะสมมาซึ่งเป็นที่อาศัยที่จะทำให้เกิดบ่อยๆ มีกำลังที่จะเกิดทันที เพราะฉะนั้นกิเลสที่สะสมมามาแล้วก็พร้อมที่จะเกิดทันทีที่เห็น เป็นที่อาศัยที่มีกำลังขอให้มีอะไรปรากฏเถอะถึงเวลาของอกุศลจะเกิด และเกิดเลยค่ะโดยไม่รู้เลยว่าคณะ มีแล้วถ้าไม่ฟังพระธรรมจะไม่เห็นโทษนะคะ ว่าอกุศลแม้เพียงเล็กน้อยนะคะ จะดับหมดสิ้นไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นปัญญาความเห็นถูกต้องเท่านั้นที่สามารถที่จะเห็นโทษของอกุศลทั้งหลายได้แล้วก็เห็นคุณของพระธรรมซึ่งทรงแสดงว่าเป็นสิ่งที่สามารถที่อบรมแล้วสามารถที่จะ แบบนี้ละอกุศลได้จนถึงความเป็นพระอรหันต์ในครั้งโน้นนะคะ ณสถานที่แห่งนี้ค่ะก็มีผู้ที่เป็นพระอรหันต์สาวกหรือว่าพระอนาคามีพระซะกะทาคามีพระโสดาบันเมื่อท่านได้ฟังพระธรรมเพราะท่านอบรมมานานพอได้ยินก็สามารถเข้าใจแล้วล่ะ ความติดข้องได้แต่เราขณะนี้นะคะ เห็นเป็นธรรมะเกิดดับ และความติดข้องนะคะ ยังไม่ถึงเวลาที่จะละแข็งมีจริงเป็นธรรมะ ไม่มีใครไปทำให้แข็งเกิดขึ้นแข็งเกิดปรากฏตามเหตุตามปัจจัย และการยึดถือแข็งว่าไม่ใช่เราหรือเปล่ายังไม่ถึงเวลาที่จะล่ะก็ไม่รู้ความจริงว่าแม่แข็งนะคะ ก็เกิดดับจึงมีธรรมะอื่นปรากฏได้เพราะว่าตามความเป็นจริงนะคะ ธรรมะที่ปรากฏตั้งแต่เกิดจนตายนะคะ ปรากฏทีละอย่าง ไม่ใช่สองอย่างพร้อมกันได้เลยอย่างเสียงกับได้ยิน หรือว่าสิ่งที่ปรากฏทางตากับเสียงลักษณะก็ไม่เหมือนกันคนตาบอดไม่เห็นแต่ได้ยินคนหูหนวกไม่ได้ยินแต่เห็น เพราะฉะนั้นจะพร้อมกันได้ยังไงในเมื่อปัจจัยที่ทำให้เกิดขึ้นก็ไม่ใช่ปัจจัยเดียวกัน และก็ไม่พร้อมกันด้วยตาก็อยู่ตรงตาหูก็อยู่ตรงหูแล้วจะให้มาเป็น เกิดที่ตรงนั้นพร้อมกันได้ยังไงนี่ก็คือการฟังพระธรรมนะคะ ไม่มีโทษใดๆ เลยทั้งสิ้นมีแต่ประโยชน์ที่จะทำให้เข้าใจสิ่งที่ไม่เคยรู้ตั้งแต่เกิดจนตายแล้วก็จากโลกนี้ไปเหมือนเดิมคือไม่รู้แล้วยังเพิ่มอกุศลต่างๆ ขึ้นด้วย เพราะฉะนั้นการที่จะอยู่ในสังสารวัฎอีกนานนะคะ ตราบเท่าที่ยังไม่ได้ฟังธรรมะก็ต้องอยู่ไปน้ำจะท่วมไฟจะไหม้ ปรารถนาหรือต้องการหรือเปล่าหรือว่ามีปัจจัยก็เกิดขึ้นในพระสูตรนะคะ ทรงแสดงถึงภัยที่แม่ลูกก็พลัดพรากจากกันหรือแม้แต่พระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าเองนะคะ ก็ถึงการล่ะที่จะ สมัยข้าวยากหมากแพง เสวย ข่าวแดงที่ท่านพระอานนท์ตำป่นแล้วชุบด้วยนะ เรายังไม่ถึงขนาดนั้นใช่ไหมคะแต่ว่าสิ่งที่มีค่ากว่านั้นก็คือปัญญาไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนอย่างไรแต่ว่าสามารถที่จะรู้ว่าขณะนั้นเป็นธรรมะนี้คือเราได้เคยสะสมกันเข้าใจประโยชน์ของธรรมะ และการที่เคยฟังไม่มีใครรู้ค่ะว่าแต่ละคนเนี่ยมาจากไหน ชาติก่อนเป็นใครทำอะไรแล้วบ้างก็ไม่รู้นะคะ จะสามารถรู้ได้เฉพาะชาตินี้ชาติเดียวซึ่งอีกไม่นานเราก็จะไม่รู้ค่ะเมื่อเกิดใหม่มาจากไหนเป็นใครเคยนั่งอยู่ที่ขณะนี้ตรงนี้ก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ฉันได้นะคะ ชาติก่อนๆ นะคะ ก็ต้องผ่านมาผ่านมา แต่ก็มีโอกาสที่จะเห็นประโยชน์ของการเข้าใจพระธรรมเหนืออื่นใดที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเพราะว่าทุกอย่างนะคะ ไม่มีใครสามารถที่จะรู้ล่วงหน้าได้เลย ขณะต่อไปตายได้ไหม ได้แน่นอนใช่ไหมคะไม่มีใครรู้ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดมาแล้วตายไปแล้วก็ไม่ได้เข้าใจธรรมะกับการเกิดมาแล้วนะคะ มีโอกาสที่จะได้ฟังพระธรรมก็แล้วแต่ว่าจะเห็นประโยชน์เพราะยังไงยังไงต้องตายแน่ ตายเป็นกิจหนึ่งที่ทุกคนต้องทำเหมือนกับเกิดก็เป็นกิจหนึ่งของจิตไม่ให้จิตเกิดได้ไม่ไม่ให้จิตเห็นได้ไม่ล้วนแต่เป็นจิตแต่ละประเภทซึ่งเกิดขึ้นนะคะ ทำหน้าที่เฉพาะจิตประเภทนั้นๆ เท่านั้น เพราะฉะนั้นเวลาที่ถึงนาทีตายจิตก็ต้องเกิดขึ้นทำหน้าที่นั้น และเมื่อทำหน้าที่ตายแล้วนะคะ ก็เป็นปัจจัยให้จิตขณะต่อไปก็ทำหน้าที่เกิด แต่ว่าจะเข้าใจธรรมะหรือเปล่าก็แล้วแต่การสะสมถ้าเราได้เริ่มเข้าใจธรรมะขนาดนี้เราก็เห็นประโยชน์ต่อไปเราก็ขวนขวายที่จะได้เข้าใจธรรมะมีโอกาสที่จะฟังเมื่อไหร่ก็เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุด เพราะฉะนั้นก็เริ่มเข้าใจว่าพุทธะรัตนะไม่ใช่ของเล่นของง่าย ที่ใกล้คิดว่านับถือโดยไม่เข้าใจก็ได้ถ้าอย่างงั้นก็คือว่าไม่ได้เข้าใจความเป็นรัตนเลย และไม่รู้ว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้อะไรไหมใช่ตามตัวหนังสือแต่เดี๋ยวนี้สภาพธรรมะซึ่งเป็นอย่างนั้นจริงๆ ที่ทรงแสดงไว้นะคะ สามารถที่จะอบรม และก็เห็นพระคุณได้ พระคุณขั้นแรกเมื่อกี้นี้เราเดินมาเนี่ยเราก็ยังไม่คิดที่จะสนทนาธรรมใช่ไหมคะแต่ว่าแล้วก็ได้ฟังธรรมะ ถ้าไม่มีการทรงแสดงพระธรรม และกาลครั้งหนึ่งเราจะมีโอกาสได้ฟังไหม แม้เวลาจะผ่านมาถึง๒๕๐๐กว่าปีแต่ก็ยังมีโอกาสที่จะได้ยินได้ฟังคำซึ่งท่านพระอานนท์นะคะ ทรงจำไว้โดยละเอียดไม่ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่ว่าสถานที่นี้พระผู้มีพระภาคประทับมีใครมาเฝ้าทรงแสดงธัมมอะไรบุคคลนั้นตอบว่าอย่างไร แล้วก็แต่ละเรื่องแต่ละเรื่องของสถานที่นี้ก็มีปรากฏให้เราได้ทราบถึงเหตุการณ์ในอดีตซึ่งขณะนี้ก็จะเป็นอดีตของชาติหน้าไม่นานค่ะแล้วแต่ว่าใครจะช้าใครจะเร็วแต่ก็ต้องเป็นอดีตของชาติหน้า เพราะฉะนั้นประโยชน์สูงสุดก็คือว่าได้สะสมความเห็นถูกความเข้าใจถูกตราบเท่าที่พระธรรม ยังไม่อันตราย การที่พระธรรมจักรอันตรทานนะคะ ไม่ใช่อันตรฐานโดยไฟโดยนำโดยอะไรทั้งสิ้นแต่ว่าจากความเข้าใจของพุทธบริษัทถ้าไม่มีการศึกษาด้วยความเคารพอย่างยิ่งเห็นประโยชน์ว่าการศึกษาต้องตามลำดับขั้นคือฟังแล้วก็รอบรู้ และเข้าใจจริงๆ ไหนวะจีสัจจะจนกระทั่งเป็นยานะสัจจะ ไม่เปลี่ยนแปลงว่าทำมะเดี่ยวนี้เป็นสิ่งที่พระฮั่นสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ทรงแสดงให้คนเนี่ยได้เข้าใจเป็นการอบรมความเห็นถูกความเข้าใจถูกในสิ่งที่มีจริงไม่ว่าคณะไหนทั้งสิ้นค่ะ เป็นการแหละที่ปัญญาสามารถที่จะเกิดขึ้น และก็เข้าใจธรรมะจากการที่ฟังจนเข้าใจแต่ต้องไม่ลืมนะคะ ฟังจนเข้าใจจริงๆ ไม่ใช่ฟังแล้วจะทำยังไงนั่นคือมีตัวเราซึ่งไม่ใช่เป็นความเข้าใจธรรมะ เพราะฉะนั้นนอกจากพระพุทธรัตนะพระธรรมรัตนะ ก็ยังมีพระสังฆรัตนะผู้ที่ได้อบรมเจริญปัญญาฟังพระธรรมจนกระทั่งรู้แจ้งอริยสัจธรรมแต่ไม่ถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ถึ ความเป็นปัจเจกพุทธเจ้าเป็นเพียงสาวกที่อาศัยพระธรรมที่ได้ทรงแสดงแล้ว เพราะฉะนั้นก็เป็นสิ่งที่สะสมความเข้าใจความเห็นถูกเผื่อล่ะไม่ใช่เพื่อต้องการเพื่อได้แต่ถ้าต้องการเมื่อไหร่ได้เมื่อไรปัญญาที่ได้ฟังมาแล้วก็รู้ว่าผิด ทันทีพระอรหันตสัมมาสัมพระเจ้าไม่ได้ทรงแสดงธรรมะให้ติดให้ต้องการแต่ว่าให้รู้ความจริงเพื่อที่จะละความไม่รู้ และความติดข้องซึ่งจะเห็นได้นะคะ ว่าทุจริตกรรมทั้งหลายมาจากอกุศลมาจากความไม่รู้มาจากความติดข้องในสิ่งที่ต้องการลาภยศสรรเสริญสุขหรือว่ารูปเสียงกลิ่นรสโผพระ ซึ่งเราติดคลองทุกวัน รับประทานอาหารติดคลองหรือเปล่าข้างในรถ พอเริ่มเข้าไปค้นหารูปจันทร์ในรูปอะไรนะฮะมีข้าวผัดเลยว่าเส้นหมี่ได้ก็คือทั้งๆ ที่เป็นรูปก็ยังค้นหารูปที่ต้องการ เพราะฉะนั้นเป็นทาสของโลกพระโดยไม่รู้ตัวมาโดยตลอดเลยจนกว่าจะมีความเข้าใจแล้วก็ไม่ใช่เราไปทำอะไร แต่ว่าให้เข้าใจธรรมะ พุทธศาสนิกชนที่ได้ยินคำว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ว่าที่เคยกล่าวบ่อยๆ นะคะ มีพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งมีพระธรรมเป็นที่พึ่งมีพระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง ที่พึ่งที่นี่นะคะ ไม่ใช่ที่พึ่งที่จะให้มีลาภยศสรรเสริญสุขเกิดแล้วตายเกิดแล้วตายเกิดแล้วตายซึ่งแต่ละชาติแต่ถ้าไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้ว่าจะมีการประสบพบเห็นสิ่งที่เป็นทุกข์เดือดร้อนหรือว่าเป็นสุขโสมนัสสักแค่ไหนเพราะว่าทุกอย่างก็ผ่านไป เพราะฉะนั้นขณะนี้นะคะ ทุกอย่างก็กำลังผ่านไปอยู่เรื่อยๆ ตราบใดที่ยังไม่ได้ฟังพระธรรมโลกไม่สนิทไม่รู้จักแม้แต่คำว่าธรรมะได้ยินเหมือนอยู่ในความมืดสนิทได้ยินคำเสียงแว่วแว่วว่าธัมมะแต่ก็ไม่รู้จักธรรมะ เพราะฉะนั้นการศึกษาพระธรรมนะคะ ให้ทราบว่านะคะ พระปัญญาคุณของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมี๔อสงไขยแสนกัป เพื่อที่จะได้ตรัสรู้ และทรงแสดงพระธรรมอนุเคราะห์สัตว์โลกทุกคำไม่ใช่ว่าชาวโลกซึ่งอยู่ในความมืดสนิทสามารถที่จะเข้าใจได้แต่ต้องเป็นผู้ที่แงโสตลงสดับ และศึกษาคำนั้นให้เข้าใจจริงๆ จึงจะเข้าใจความหมายของคำว่า พระรัตนตรัยพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งให้เกิด ปัญญาแสงสว่างที่สามารถที่จะออกจากความมืดสนิทได้ ตราบใดที่เพลงได้ยินคำว่าธรรมะนะคะ แต่ไม่รู้จักธรรมะไม่เข้าใจธรรมะซึ่งเป็นคำแรก และก็จะเป็นคำสุดท้ายกราบเท้าถึงพระอรหันต์เพราะว่าทุกคณะเนี่ยค่ะเป็นธรรมะแต่ไม่เคยรู้ว่าเป็นธรรมะ เพราะฉะนั้นก็หมายความว่าอยู่ในความมืดสนิทมาแสนนาน และความลึกซึ้งของพระธรรมที่กำลังปรากฏทุกคณะไม่เคยขาดเลยไม่มีใครสามารถที่จะรู้ความจริงได้เลยทั้งๆ ที่ทุกอย่างขณะนี้ก็เกิดขึ้นจริงปรากฏแล้วก็หมดไป เพราะฉะนั้นการศึกษาพระธรรมด้วยความเคารพด้วยความไม่ประมาทไม่เผลอไม่คิดว่าเข้าใจแล้ว ก็จะทำให้ปัญญาความเข้าใจความเห็นถูกในสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏในขณะนี้ค่ะเพิ่มขึ้นจนกระทั่งสามารถที่จะมีความเห็นถูกต้องตามความเป็นจริงของสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้นขณะนี้นะคะ ก่อนอื่นนะคะ ควรที่จะได้เข้าใจคำว่าธรรมะ ถ้าไม่มีธรรมะจะมีพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าได้หรือ แต่แม่เมย์ธรรมะแต่ไม่มีปัญญาที่จะรู้ความจริงของธรรมะที่กำลังปรากฏก็ไม่สามารถที่จะ อาศัยถ้าผู้มีพระภาคเป็นที่พึ่งเพราะว่าทุกคนนะคะ ที่ไม่ได้บำเพ็ญพระบารมีสินการที่จะเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าต้องเป็นผู้ที่ฟังธรรมถ้าถามว่านะคะ ได้ยินคำว่าธรรมะเข้าใจธรรมะหรือเปล่าหรือว่าธรรมะอยู่ที่ไหน พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงของสิ่งที่มีจริงจริง เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีจริงจริงมีลักษณะที่มีจริงเฉพาะแต่ละอย่างนะคะ ก็เป็นลักษณะของธรรมะ ซึ่งเป็นทาสหรือเป็นสิ่งซึ่งไม่มีใครสามารถที่จะบันดาลให้เกิดหรือว่าเปลี่ยนแปลงความจริงของสภาพธรรมะนั้นได้เลย เพราะฉะนั้นในขณะนี้นะคะ เป็นธรรมะทั้งหมดที่กำลังปรากฏฟังธรรมะเพื่อค่อยๆ เข้าใจว่าธรรมะไม่ได้ห่างไกลเลยมีอยู่ทุกขณะ นานแสนนานอีกพบกี่ชาติ ก็ไม่เคยรู้ความจริงว่าเป็นธรรม
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1681
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1682
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1683
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1684
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1685
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1686
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1687
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1688
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1689
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1690
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1691
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1692
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1693
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1694
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1695
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1696
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1697
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1698
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1699
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1700
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1701
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1702
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1703
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1704
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1705
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1706
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1707
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1708
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1709
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1710
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1711
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1712
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1713
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1714
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1715
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1716
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1717
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1718
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1719
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1720
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1721
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1722
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1723
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1724
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1725
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1726
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1727
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1728
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1729
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1730
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1731
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1732
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1733
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1734
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1735
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1736
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1737
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1738
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1739
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1740