ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1731
ตอนที่ ๑๗๓๑
สนทนาธรรม ที่ สถาบันบำราษนราดูร
วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔
เช่นในขณะนี้มีใครคิดบ้างค่ะว่าเห็นเนี่ยเป็นธรรมะที่ต่างกับสิ่งที่ปรากฏให้เห็น จุดเตาไหมคะ ปัญญาคือความเข้าใจถูกซึ่งเกิดจากการไตร่ตรองจากสิ่งที่ได้ยินได้ฟัง ถ้าได้ยินได้ฟังแล้วไม่เข้าใจไม่ใช่ปัญญาค่ะแต่ว่าปัญญาจะเกิดได้ต่อเมื่อได้ยินได้ฟังแล้วนะคะ ไตร่ตรองว่าสิ่งที่ได้ยินได้ฟังถูกต้องรึเปล่าจริงรึเปล่า และความเข้าใจนั้นจริงจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ และรู้ว่าใครเป็นผู้ที่กล่าววาจาสัจจะต้องเป็นผู้ที่ตรัสรู้ความจริงนะคะ ซึ่งก็คือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นการฟังพระธรรมก็คือเพื่อที่จะได้รู้จักพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะคะ เพิ่มขึ้นตรงกับที่เราเคยรู้ว่าเป็นผู้ที่มีพระคุณในบุคคลอื่นใดในสากลจักรวาลทั้งหมดเลย เพราะฉะนั้นขณะนี้นะคะ เริ่มคิดได้ใช่ไหมคะมีสิ่งที่กำลังปรากฏให้เห็นก็ต้องมีเห็น และเห็นก็ไม่ใช่สิ่งที่กำลังปรากฏให้เห็นถูกต้องไหมคะ ขณะนี้เสียงปรากฏชักงงค่ะมีสิ่งที่ปรากฏให้เห็น ถ้าไม่มีเห็น จะมีสิ่งที่ปรากฏให้เห็นได้ไหม ไม่ได้นะคะ เหมือนกับขณะนี้มีเสียงถูกต้องไหมคะได้ยินเสียงเสียงปรากฏเมื่อไหร่หมายความว่ามีทาสหรือมีธรรมะอย่างหนึ่งซึ่งสามารถ และกำลังได้ยินเสียงนั้นนี่คือเริ่มที่จะเข้าใจธรรมะ มิฉะนั้นเราก็จะหลงว่ามีเรามีข่าวแล้วก็ไม่มีวันที่จะรู้จักธรรมะเลยถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมแล้วก็ไตร่ตรองนะคะ จนกระทั่งเป็นความมั่นคงความเข้าใจของเราเอง แล้วก็ความเข้าใจนี่เองนะคะ จากการที่บุคคลในครั้งอดีตได้ฟังพระธรรมจากพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าหลายพระองค์จนกระทั่งในที่สุดสามารถที่จะรู้ความจริงนี่แหละเป็นพระอรหันต์ได้เพราะใช้ความจริงที่เริ่มฟังนะคะ สามารถที่จะเข้าใจคือ จนกระทั่งรู้ความจริงนั้น และดับกิเลสถึงความเป็นพระอรหันต์ไม่เช่นนั้นจะเปล่าประโยชน์ในการที่เราจะกล่าวว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงดับกิเลส แค่การดับกิเลสไม่มีก็ไม่มีการเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีการฟังให้เข้าใจจะมีการดับกิเลสได้ไหมคะ ไม่ได้ เพราะฉะนั้นขณะใดก็ตามเริ่มเข้าใจธรรมะก็เป็นหนทางคือมักที่จะทำให้เค้าจริงความจริงซึ่งกำลังมีในขณะนี้ซึ่งสามารถที่จะถึงได้แต่ต้องอดทนค่ะอดทนอย่างมากที่ใช้คำว่าบารมีเพราะเหตุว่าบารมีคือคุณความดี จัดการต่างๆ ที่จะทำให้อกุศลน้อยลงนะคะและก็สามารถที่จะดับทุกข์ที่แท้จริงได้คือ ไม่ต้องมีการเกิดดับสืบต่ออีกต่อไปนี้ก็เป็นความละเอียดลึกซึ้งขึ้นนะคะ ซึ่งแม้แต่เพียงคำเดียวก็ต้องไตร่ตรองกลับไปที่คำว่าธรรมะเพื่อที่จะได้เข้าใจจริงๆ ว่าแม้กรรมก็เป็นธรรมะด้วยไม่ใช่เรา เราทำกรรมแล้วอย่างบางคนเนี่ยค่ะเขาก็บอกว่าแล้วเมื่อไหร่จะได้ผลเห็นไหมคะนี่คือคิดเองแต่ถ้ามีความรู้ความเข้าใจถูกนะคะและกรรมให้ผลเราก็รู้ว่าไม่มีใครทำให้เลยไม่มีเจ้ากรรมนายเวรที่จะทำให้นอกจากกรรมของตนเองที่ได้กระทำแล้ว เพราะฉะนั้นถ้ามีความเข้าใจละเอียดขึ้นจริงๆ เป็นคนที่มั่นคงในกาม จะทำอกุศลกรรมไหมคะ ไม่ทำจะมีความทุกข์เพราะอกุศลกรรมใหม่ และชีวิตประจำวันจะเป็นยังไงค่ะถ้ามีกุศลเพิ่มขึ้น อาจารย์คะเราเห็นเนี่ยค่ะแทนที่เราจะเห็นว่าเป็นธรรมะ เราทำที่นี่ไว้ดีแล้วแต่มีคนมาทำแล้วเก่งเงี้ยคือไม่อยากทำกรรมทางวาจาจะอดไม่ได้ก็คือแบบเราก็จะโพล่งไปว่าเอะอะโวยวายว่าอะไรมาทำเนี่ยค่ะถ้าจะเข้าใจก็ต้องเข้าใจความหมายนะคะ ซึ่งเป็นพุทธพจน์ว่าธรรมะทั้งหลายเป็นอนัตตาสัพเพธัมมาอนัตตา ไม่มีสักอย่างเดียวซึ่งเป็นของใครหรือมีใครเป็นเจ้าของขอเชิญคุณคำปั่นให้ความหมายของคำว่าอนัตตาค่ะ อัตราเมื่อกล่าวโดยความหมายแล้วนะครับ หมายถึงไม่ใช่ตัวตนสัตว์บุคคลนะครับ แต่ท่านก็ยังมีข้อความที่อธิบายเพื่อความเข้าใจที่ละเอียดทุกซึ่งยิ่งขึ้นนะครับ ว่าที่เป็นอนัตตาเพราะอะไรเพราะว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของเพราะว่าเป็นสภาพสมาธิเกิดขึ้น เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยแล้วก็ดับไป และอีกความหมายหนึ่งก็คือไม่สามารถที่จะบังคับบัญชาให้เป็นไปในอำนาจได้ธรรมะทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่สามารถบังคับบัญชาได้เลยนะครับและอีกความหมายหนึ่งก็คือเป็นธรรมะที่ตรงกันข้ามกับอัตตาอย่างสิ้นเชิงนะครับ เพราะว่าธรรมะทุกอย่างนั่นไม่ใช่ตัวตนไม่ใช่สัตว์ไม่ใช่บุคคลนะครับ ค่ะ๓กรดมีจริงๆ ไหมคะ กรธมีใช่ไหมคะเป็นธรรมะหรือเปล่า เนี่ยค่ะคือความมั่นคง เราเป็นโกรธหรือเปล่าโกรธเป็นราวหรือเปล่าหรือว่าโกรธเป็นธรรมมะเส็งเกิดเมื่อมีปัจจัยถ้าเห็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจ และใครจะรักจะติดคลองบาง ไม่ใช่เลยใช่ไหมค่ะ แต่ถ้าเห็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจจะบอกให้พอใจให้ติดข้องก็ไม่ได้เพราะสิ่งนั้นไม่น่าพอใจ เพราะฉะนั้นแม้แต่ความรู้สึกที่ไม่ชอบไม่พอใจเลยนะคะ ก็เกิดเพราะเหตุปัจจัยบังคับบัญชาไม่ได้เลยตั้งหลายคนก็ไม่อยากจะโกรธเลยนะคะและทุกคนก็แสวงหาจะทำยังไงจะไม่โกรธอ่านหนังสือเล่มนั้นเล่มนี้ไปทำโน่นทำนี่ก็ยังโกรธเพราะว่าความโกรธไม่ได้อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร แต่ขึ้นอยู่กับความเข้าใจถูกต้องว่าเป็นธรรมะถ้ามีความเข้าใจว่าเป็นธรรมะจริงๆ นะคะ โกรธเกิด และโกรธก็ดับไป มีใครมีโกรธตลอดเวลาบ้างคะ เป็นไปไม่ได้เลยนะคะ ก็เห็นไม่ใช่กรธ ได้ยินก็ไม่ใช่โกรธ และธรรมะมีมากมายเหลือที่จะคณานับแต่ละหนึ่งนะคะ เกิดแล้วก็ดับไปแล้วก็ไม่กลับมาอีกลองคิดดูสิคะว่าจะมากสักแค่ไหน และก็ไม่มีใครเป็นเจ้าของด้วยแต่ปัญญาก็สามารถที่จะเข้าใจถูกต้องตามความเป็นจริงนะคะ จากการที่พิจารณาว่าที่ว่าทุกอย่างเป็นธรรมะซึ่งเป็นอนัตตา ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครจริงมั้ย ๕จริงนะคะ ธรรมะได้ที่ไม่ดีชอบไหม ควรมีมากมากไหมคะมีโกรธมากๆ จะได้ พยาบาทเบียดเบียนประทุษร้ายกันอยู่นั้นแหละดีไหมคะก็ไม่ดีแต่ถ้าสามารถรู้ว่าอะไรตรงกันข้ามกับกรธ และอะไรเป็นปัจจัยให้โกรธเกิดอะไรเป็นปัจจัยให้ไม่โกรธเกิดเราก็สามารถที่จะมีปัญญาที่เห็นถูกเริ่มเห็นตามความเป็นจริงนะคะ ว่าชีวิตเนี่ยจะมีความสุขโดยปราศจากธรรมะฝ่ายไม่ดีเพราะอาศัยความเข้าใจที่ถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ทั้งหมดนะคะ จึงขึ้นอยู่กับความเข้าใจถูกทาบมีความเห็นถูกความเข้าใจถูก กุศลเป็นสิ่งที่ดีอกุศลเป็นสิ่งที่ไม่ดีนะคะ ตั้งแต่เริ่มเกิดปัญญาก็สามารถที่จะรู้ได้ว่าควรจะเป็นอย่างไรเพิ่มขึ้นในแต่ละวัน เพราะฉะนั้นถ้ามีกุศลมากๆ จะเป็นถูกไหมคะทุกข์น้อยลงแต่ถ้ามีอกุศลมากๆ ทุบกระเพิ่มขึ้นด้วยเหตุนี้ไม่ลืมนะคะ ไม่หวั่นไหวด้วยทุกอย่างเป็นธรรมะซึ่งเป็นอนัตตาไม่ว่าอะไรก็ตามที่เกิดต้องมีเหตุปัจจัยสำหรับสิ่งนั้นที่จะเกิดขึ้นเป็นอย่างนั้นไม่เป็นอย่างอื่น แล้วก็หมดไปไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครเลยทั้งสิ้น พอที่จะเข้าใจได้ใช่ไหมคะ และปัญญาก็สามารถที่จะค่อยๆ ตรง และเห็นถูก ว่าธรรมะมีทั้งฝ่ายกุศล และธรรม และอกุศล และธรรมแล้วก็เริ่มเห็นโทษของอกุศล และธรรมปัญญาที่เห็นโทษนะคะ ก็จะทำให้ค่อยๆ เว้นจากอกุศลธรรมแล้วก็กุศลธรรมก็เพิ่มขึ้น ขณะที่ฟังเข้าใจเป็นธรรมะหรือเปล่าคะ ภาษาบาลีเรียกว่าอัญญา ถ้าภาษาไทยก็อยากจะมีปัญญาแต่ไม่รู้ว่าปัญญารู้อะไรปัญญาเข้าใจอะไรแต่พอฟังแล้วก็สามารถที่จะรู้ได้นะคะ ปัญญาคือความเห็นที่ถูกต้อง ตามความเป็นจริงของสิ่งที่มีจริง ครับผมก็นึกถึงพระพุทธพจน์ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเตือนพุทธบริษัทนะครับ ว่าสัตว์โลกมีกรรมเป็นของของตนเราทำกรรมใดไว้จะดีหรือชั่วก็ตามก็ย่อมจะได้รับผลของกรรมนั้นๆ นะครับ อันนี้คือความเป็นจริงของสภาพธรรมะ ที่เป็นเหตุเป็นผลซึ่งกัน และกันนะครับ หรือแม้กระทั่งพระสาวกทั้งหลายที่ท่านได้ฟังพระธรรมจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้ามีความเข้าใจอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริงในเหตุผลของธรรมะแล้วนะครับ ท่านก็ยังมีโอกาสที่จะเกื้อกูลผู้อื่นให้เห็นโทษของอกุศลแล้วก็ให้เห็นคุณประโยชน์ของกุศลต่างๆ ด้วยนะครับ อย่างเช่นถ้าเทรี่ท่านหนึ่งนะครับ คือท่านครับคุณณิการ์เทรี่นะครับ ท่านก็ได้กล่าวเตือนไว้ว่าถ้าหากว่าท่านกลัวทุกข์ ถ้าทุกข์เป็นสิ่งใหม่น่ารักสำหรับท่านท่านก็อย่าได้กระทำบาปกรรมทั้งในที่แจ้ง และในที่ลับ ถ้าหากว่าท่านกำลังทำบาปกรรมหรือว่าจะกระทำบาปกรรมแล้วใส่ถึงขั้นจะเหาะนี่ก็ไม่สามารถพ้นไปจากทุกข์ได้ที่นี่ครับก็เป็นเครื่องเตือนที่ดีเป็นคำเตือนของพระอาหารที่เกื้อกูลให้กับผู้ที่มีโอกาสได้รับฟังอย่างแท้จริงนะครับ คุณคำปันยังติดอยู่ที่อีกครั้งหนึ่งนะคะ เจ้ากรรมนายเวรกำกพรู้ไม่มีใครเป็นเจ้ากรรมของกรรมแม่กำนั่นแหละเป็นเหตุที่จะให้ผลเกิดขึ้นนะคะ แล้วเว้นนะคะ มาจากคำอะไรในภาษาบาลี และหมายความว่าอะไร ครับสำหรับคำว่าเวลท์นะครับ หรือคำว่าเวระในภาษาบาลี ในพระธรรมคำสอนของพระมาสัมพุทธเจ้านั้นพระองค์ทรงแสดงว่าเว้นหรือว่าเวระเนี่ยนะครับ เป็นอกุศลธรรม เป็นธรรมะฝ่ายไม่ดีนะครับ เป็นธรรมะฝ่ายดำ แต่ว่าโดยละเอียดลึกซึ้งแล้วพระองค์ทรงแสดงว่าเวรนั้นมีสองอย่างคืออกุศลละเว้นซึ่งก็คืออกุศลธรรมทั้งหลายแล้วก็ยังหมายถึงบุคคลเวรด้วยนะครับ เป็นบุคคลที่ประกอบด้วยอกุศลธรรมที่ เป็นเหตุที่ทำให้ผลที่ไม่ดีเกิดขึ้นในภายภาคหน้านะครับ อย่างเช่นในพระสูตรหนึ่งนะครับ พระองค์ทรงแสดงว่าผู้ที่กระทำทุจริตกรรมผู้ที่ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ประพฤติผิดในกามเป็นต้นนะครับ เป็นผู้ที่มีเวลเพราะว่าจะต้องได้รับผลของกรรมที่ได้กระทำแล้วนะครับ ต้องเป็นผลที่ไม่ดี เป็นผลที่ไม่น่าปรารถนาไม่น่าใคร่ไม่น่าพอใจนะครับ ทั้งหมดทั้งปวงนั้นก็เป็นธรรมะที่มีจริงนะครับ แต่ว่าเป็นอกุศลธรรมเป็นธรรมะฝ่ายดำที่ควรงดเว้นที่ควรละไม่ควรที่จะเข้าใกล้เลยนะครับ ได้ยินคำว่าเวรในภาษาไทยชอบคำนี้ไหมคะ กลัวเลยใช่ไหมคะไม่อยากมีไผคือเว้น เพราะฉะนั้นก็ใช้ด้วยกันว่าเวรภัยในภาษาไทยด้วยค่ะเราจะใช้คำภาษาอื่นนะคะ แต่ก็อธิบายหรือใช้ความหมายของคำนั้นตามหลังด้วยเสด็จไปถ้าไม่รู้จักว่าเสด็จคืออะไรใช้ก็มีคำว่าไปเสด็จ มาไม่รู้จักคำว่าเสด็จก็รู้จักคำว่าหมาไปหมา เพราะฉะนั้นภาษาไทยเรานะคะ ก็ดีอย่างหนึ่งคิดว่าไม่ว่าจะเอาภาษาอื่นมาใช้นะคะ ก็มีคำที่อธิบายความหมายด้วยแต่ว่าบางครั้งก็ไม่ตรงเลย ก็แสดงให้เห็นว่าถ้าไม่ศึกษาจริงๆ เนี่ยเราจะไม่รู้ว่าคำไหนเป็นคำที่ทำให้เราเข้าใจได้ตรงนะคะ เช่นคำว่าเว้นพูดกันมาตั้งแต่เด็กใช่ไหมคะเวลส์พ่ายเวรกรรมพูดไว้ข้างเวรกรรมค่ะแต่ว่าเราก็ไม่ได้ศึกษาให้ถูกต้องจริงๆ ว่าหมายความว่าอะไร แต่เพียงได้ยินคำว่าเวรก็ไม่ชอบแล้วนะคะ วันนี้เวรใครคะ ต้องอยู่ และไม่ได้กลับบ้านใช่ไหมคะต้องทำเวรเด็กนักเรียนก็มีเวรเหมือนกันทำความสะอาดห้องเรียนนี้ก็แสดงให้เห็นว่าหยิบคำมาใช้ไม่ชอบแต่ไม่รู้ว่ามาจากไหน และหมายความว่าอะไรแต่สิ่งที่ไม่ดีทั้งหมดต้องมาจากอกุศลธรรมแม้แต่คำว่าอกุศลธรรมนะคะ ความหมายก็ตรงนะคะ กุสะละในกุศลภาษาไทยเราชอบตัดคำภาษาบาลีคือพูดสั้นๆ ภาษาบาลีใช้คำว่าทุกข์ค่ะคนไข้ก็บอกว่าทุกภาษาบาลีใช้คำวันศุกร์ค่ะคนไทยก็บอกว่าสุขแม้แต่วีรเราก็ตัดแซะเป็นเวรนะคะเพราะฉะนั้นก็จะเห็นได้ว่าจริงจริงแล้วเนี้ยค่ะ และเรามีความเข้าใจที่ละเอียดขึ้นนะคะ ความหมายก็ชัดเจนขึ้น เช่น เวรไม่ความถึงสิ่งที่ไม่ดีไม่ชอบแน่ๆ ถูกต้องมั้ยคะแล้วอกุศลธรรมสิ่งที่ไม่ดีไม่งามเนี่ยใครชอบ ฆ่าสัตว์ลักทรัพย์ประพฤติผิดปลาจ๋าที่ไม่ชอบต่างๆ พวกนี้นะคะ นำมาซึ่งเว้นไม่มีใครนำมาให้เลยค่ะเหตุมีผลก็ต้องมี เพราะฉะนั้นก็ใช้คำขู่กันว่าเวรภัยแต่เวรหมายความถึงอกุศลธรรมภัยก็คือผลของอกุศลละกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เป็นเหตุก็ต้องนำมาซึ่งผลนี้ก็ยังไม่ละเอียด รายละเอียดจริงๆ นะคะ ต้องรู้ว่าเป็นธรรมะค่ะ ตอนที่เกิด แค่ไม่มีกรรม ไม่ต้องเกิด พระอรหันต์ ไม่มีกรรมเพราะว่าดับกิเลสแล้วที่ยังเป็นคำว่ากรรมใช้คำว่ากรรมได้หมายความว่าเป็นสิ่งที่เป็นเหตุที่จะทำให้ผลเกิดขึ้น ถ้าเป็นเหตุที่ดีก็ใช้คำว่ากุศลกรรมถ้าเป็นเหตุที่ไม่ดีนะคะ ก็ใช้คำว่าอกุศล และกรรม เพราะฉะนั้นเมื่อกรรมเป็นเหตุอกุศลกรรมเป็นเหตุผลก็คือ ภาษาบาลีใช้คำว่าอกุศลวิบากมาจากคำว่าวิปากะในภาษาบาลีนะคะ ซึ่งหมายความว่าสุขงสิ่งเวลาที่จะให้ผลเว้นอย่างผลไม้นะคะ ยังไม่สุกก็ยังอ่อนอยู่เนี่ยก็ยังเอาไปทำอะไรไม่ได้นะคะ เอาไปตามน้ำพริกได้มั้ยเอาไปแกงได้ไหมก็ไม่ได้ แต่เวลาที่สิ่งนั้นสิ่งกาละสมบูรณ์พร้อมที่จะให้ผลนะคะ จะบอกว่าไม่ให้กรรมนี้ให้ผลก็เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นทุกคนมีกรรมมากทั้งชาตินี้ และชาติก่อนๆ แต่กรรมไหนจะให้ผลวันใดเนี่ยไม่มีใครสามารถที่จะรู้ได้ และก็ไม่ได้คิดด้วยนะคะ ว่าเป็นผลของกรรม จนกว่าจะได้ฟังพระธรรมแล้วก็รู้ว่าไม่ได้แต่เกิดขึ้นถ้าไม่มีกรรมคือหมดกิเลสแล้วไม่เป็นเหตุให้เกิดอีกนะคะ เกิดไม่ได้เลยค่ะแต่ว่าทุกคนก่อนจะเกิดเนี่ยก็ต้องมีกรรมที่ได้กระทำแล้วมากมายแต่ว่าการเกิดเป็นมนุษย์เนี่ยนะคะ เป็นผลของกุศล เพราะฉะนั้น ขณะเกิดเป็นผลของกุศลกรรมเป็นธรรมะหรือเปล่าคือต้องกลับไปหาธรรมะนะคะ ที่เป็นสองอย่างคือสภาพธรรมะที่ไม่รู้อะไรเลยกับสภาพธรรมะที่รู้ซึ่งสภาพธรรมะที่รู้นะคะ ภาษาไทยเราก็ เคย พูดนะคะ แต่ว่าไม่ได้เข้าใจความหมายละเอียดเช่นคำว่าจิต จ่าย พูดบ่อยๆ ใช่ไหมคะ และจิตคืออะไรถ้าไม่ได้ศึกษาใจคืออะไรถ้าไม่ได้ศึกษาแต่ถ้าศึกษาก็รู้ค่ะว่าถ้าตรูไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครเกิดขึ้นหลากหลายที่เป็นกุศลก็มีที่เป็นอกุศลก็มีเมื่อเป็นเหตุหลักไปแล้วก็เป็นปัจจัยให้คนนั้นเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นการรับผลของกรรมนะคะ ต้องเป็นธาตุรู้หรือนามธาตุ และกรรมก็สามารถที่จะทำให้ผลเกิดขึ้นนะคะ คือธาตุรู้ประเภทที่เป็นผลของอกุศล และกรรมกุศลกรรมนั่นเอง เดี๋ยวนี้นะคะ ธรรมะคือเดี๋ยวนี้ค่ะ เดี๋ยวนี้มีกรรมหรือเปล่า ท่านอาจารย์ค่ะถ้าเกิดโดยทั่วไปเนี่ยเวลาได้ฟังธรรมทุกคนจะคิดว่าเป็นกุศลกรรมได้รับแต่กุศลเท่านั้นขณะนี้ถ้ากราฟว่าเป็นกุศลกรรมนะคะ เพราะอะไรจึงเป็นกุศลกรรม ถ้าเกิดฟังธรรมแล้วเข้าใจแล้วก็เคารพในระหว่างที่ฟังธรรมก็จะได้กุศล เพราะฉะนั้นก็ค่อยๆ แยกค่อยเข้าใจว่าความเข้าใจเป็นกุศลความไม่เข้าใจเป็นอกุศล ถูกต้องมั้ยคะ แล้วก็ กล่าวถึงธาตุรู้เพื่อจะได้เข้าใจชัดเจนขึ้นสำหรับทาสที่ไม่รู้อะไรเลยสภาพที่มีจริงแต่ไม่รู้เนี่ยนะคะ อ่อนแข็งเย็นร้อนเสียงได้ยินพวกนี้ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลยทั้งสิ้นเป็นกุศลก็ไม่ได้เป็นอกุศลก็ไม่ได้แต่ว่าถ้ารู้ค่ะ บีนะคะ ขณะนี้กำลังเห็นกำลังได้ยินกำลังคิดนึกกำลังสุขกำลังทุกข์ทั้งหมดนะคะ เป็นธาตุรู้ ถ้าเรามีสองอย่างเกิดพร้อมกันนะคะ คือจิต และเจตสิก ได้ยินแต่คำว่าจิ ๘จิตหลากหลายเพราะว่าสภาพธรรมะที่เป็นนามธรรมอีกชนิดหนึ่งเกิดกับจิตนะคะ เป็นเจตสิก จิตเป็นธาตุรู้เป็นใหญ่เป็นประธานในการรู้เช่นกำลังเห็นเดี๋ยวนี้แต่ชอบหรือไม่ชอบในสิ่งที่เห็นนะคะ ชอบหรือไม่ชอบไม่ใช่จิตค่ะแต่เป็นเจตสิก เพราะฉะนั้นจิตกับเจตสิกเกิดพร้อมกัน จิตแบบใหม่ ครับเจตสิกก็ดับด้วยเกิดพร้อมกันดับพร้อมกันนะคะ จิตกำลังเห็นมีสิ่งที่ปรากฏทางตารู้ว่าเป็นอะไรเจตสิกก็ชอบหรือไม่ชอบในสิ่งที่ปรากฏทางตาในขณะนั้นพร้อมกันกับจิตเห็นทันที เพราะฉะนั้นจิตกับเจตสิกเป็นนามธรรมซึ่งเกิดพร้อมกันดับพร้อมกันนะคะ แต่เป็นสภาพที่ต่างกันนี้ก็เริ่มที่จะเข้าใจสิ่งที่มีจริงในขณะนี้นะคะ ค่อยๆ ละเอียดขึ้นละเอียดขึ้นแต่ก็ค่อยๆ ยากขึ้นด้วยหรือเปล่าคะ ค่ะแล้วก็มีประโยชน์หรือเปล่าที่จะรู้ข้อสำคัญคือตรงนี้ค่ะอยากแน่แต่มีประโยชน์ที่จะเข้าใจมั้ยถ้ามีประโยชน์ก็มีโอกาสที่จะฟังให้เข้าใจต่อไปอีกนะคะ เพราะว่าความละเอียดมีมากมายวันนี้ถ้าใครสามารถที่จะเข้าใจธรรมะ เข้าใจ ธรรมะที่ไม่ใช่สภาพรู้คือรูปธรรม และเข้าใจธรรมะที่กำลังเห็นกำลังได้ยินนะคะ ว่าเป็นจิต และมีเจตสิกเกิดร่วมด้วย ก็สามารถที่จะศึกษาหรือว่าฝั่งต่อไปเมื่อเห็นว่าเป็นประโยชน์ที่น่าจะรู้หรือว่าแค่นี้พอแล้ว ค่ะ ละเอียดกว่านี้เพราะเป็นชีวิตประจำวันจริงๆ ค่ะทุกคณะนี้ค่ะ เป็นธรรมะทั้งหมดยิ่งฟังยิ่งเข้าใจว่าเป็นธรรมะอะไรบ้างแต่ต้องค่อยๆ เริ่มค่อยๆ เข้าใจนะคะ ถ้าจะเข้าใจจริงๆ คือไม่ใช่เพียงแต่กล่าวถึงคำเช่นกรรม และผลของกรรมแต่ยังต้องรู้ความจริงว่ากรรมเป็นอะไร และผลของกรรมเป็นอะไร เราคิดนิดนึงนะคะ เห็นเนี่ยค่ะเป็นกรรมหรือเป็นผลของกรรม ขณะนี้มีเห็นจริงใช่ไหมคะ ไม่เห็นก็ไม่ได้เพราะว่าเห็นแล้ว เพราะฉันเห็นเนี่ยต้องเกิดแล้ว และก็เกิดเพราะเหตุปัจจัยด้วย เพราะฉะนั้นเห็นขณะนี้ค่ะเป็นกรรมเรียกว่าเป็นผลของกรรม เป็นผลของกรรมคณาจารย์ เป็นผลของการถ้าไม่ตอบคิดเองจะว่าไงคะ เห็นเดี๋ยวนี้เป็นผลของกรรมหรือว่าเป็นกรรมอย่าลืมนะคะ เห็นเลือกได้ไหมไม่ได้ค่ะอยากเห็นดีๆ ใช่ไหมคะ แต่บางวันก็เห็นสิ่งที่ไม่ดีเลยเห็นแผล เห็นอะไรก็แล้วแต่ซึ่งไม่อยากเห็นเรียกไม่ได้แต่ว่าต้องเห็นเพราะได้กระทำเหตุที่จะต้องเห็นเหมือนกับการเกิดเป็นมนุษย์เนี่ยค่ะ แล้วก็มีการเกิดเป็นนกเกิดเป็นงูเลือกได้ไหมที่จะเป็นอะไร ไม่ได้แต่มีเหตุที่ได้กระทำแล้วนะคะเพราะฉะนั้นผลของกุศลก็ทำให้เกิดเป็นมนุษย์ ผลของอกุศลก็ทำให้เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานไม่ว่าจะเป็นสุนัขน่ารักหรือว่าเป็นงูหรืเป็นนกหรือเป็นอะไรก็ตามนะคะ ให้ทราบว่าเป็นผลของอกุศลกรรมคือเริ่มเข้าใจคร่าวคร่าวในความเป็นเหตุเป็นผลของธรรมะเพื่อที่จะรู้ตามความเป็นจริงว่าธรรมะไม่มีใครเป็นเจ้าของไม่มีใครไปบังคับบัญชา แต่ว่าธรรมะที่เป็นเหตุ ก็ต้องทำให้เกิดผลถ้าเป็นเหตุที่ดีคือกุศลกรรมก็ทำให้ผลคือกุศลวิบากวิบากคือผลของกรรมนะคะ เกิดขึ้นแค่เป็นเหตุที่ไม่ดีก็ทำให้อกุศลวิบากเกิดขึ้นเกิดมาเป็นมนุษย์เนี่ยค่ะ ลำบากบ้างไหมคะ ค่ะขณะที่เห็นสิ่งที่ไม่น่าพอใจเป็นผลของอะไรคะ อกุศล และกรรมเลือกไม่ได้ได้ยินเสียงที่ไม่อยากได้ยินไม่น่าพอใจเลยแต่ได้ยินเกิดแล้วเนี่ยเป็นผลของกรรมอะไร ชะนีกรรมสองอย่างค่ะกุศล และกำกับอกุศลละกรรม ถ้ากระทำกรรมที่ไม่ดีคนก็คิดว่าต้องไม่ดี เพราะฉะนั้นแม้แต่เกิดคณะแรกก็ยังต้องเป็นไปตามกรรม และระหว่างที่ยังไม่สิ้นชีวิตนะคะ ดีได้รับผลดีบ้างไม่ดีบ้างก็ต้องเป็นไปตามกรรมไม่มีใครทำให้เลยนอกจากกรรมที่ได้กระทำแล้วเป็นเหตุที่จะให้เห็นได้ยินได้กลิ่นลิ้มรสรู้สิ่งที่กระทบสัมผัส ถ้าเป็นท่านฝ่ายที่ไม่ดีก็เป็นผลของอกุศลกรรม เพราะฉะนั้นเมื่อได้ยินได้ฟังเรื่องเหตุก็ต้องรู้เรื่องผลด้วย ให้รู้ว่าการเกิด ต่างๆ กันหลากหลายตามกรรมเมื่อเกิดแล้วก็ยังต้องเห็นต้องได้ยินต้องได้กลิ่นต้องลิ้มรสต้องรู้สิ่งที่กระทบสัมผัสนะคะ ตามกันด้วย เพราะฉะนั้นกรรมทำให้เกิดตาหูจมูกลิ้นกายเพื่อรับผลของกรรม คนตาบอดค่ะเป็นผลของกรรมอะไรคะ ให้โฆษณากัน นี่ก็คือเข้าใจเรื่องกรรมพอที่จะรู้ว่าไม่มีเจ้ากรรมนายเวรนอกจากกรรมที่ได้กระทำแล้วเป็นเหตุนะคะ ก็จะทำให้ชีวิตตั้งแต่เกิดจนตายเนี่ยส่วนนึงคือรับผลของกรรมโดยเห็นบ้างได้ยินบ้างได้กลิ่นบ้างลิ้มรสบ้างรู้สิ่งที่กระทบสัมผัสบ้าง และอีกส่วนหนึ่งก็คือว่าเมื่อเห็นแล้วได้ยินแล้วนะคะ เป็นกุศลหรือเป็นอกุศลซึ่งเป็นเหตุที่จะให้เกิดผลต่อไปก็เท่านี้เองค่ะในชาติใดชาติหนึ่ง พอที่จะรู้จักตัวเองไหมคะว่ามีกุศลมากไม่เรียกว่ามีผลของกุศลมากมั้ย
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1681
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1682
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1683
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1684
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1685
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1686
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1687
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1688
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1689
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1690
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1691
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1692
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1693
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1694
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1695
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1696
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1697
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1698
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1699
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1700
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1701
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1702
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1703
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1704
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1705
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1706
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1707
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1708
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1709
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1710
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1711
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1712
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1713
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1714
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1715
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1716
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1717
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1718
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1719
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1720
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1721
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1722
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1723
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1724
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1725
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1726
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1727
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1728
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1729
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1730
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1731
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1732
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1733
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1734
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1735
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1736
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1737
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1738
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1739
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1740