ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1732


    ตอนที่ ๑๗๓๒

    สนทนาธรรม ที่ สถาบันบำราษนราดูร

    วันที่ ๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๔


    พอที่จะรู้จักตัวเองไหมคะว่าดีกุศลมากไม่เรียกว่ามีผลของกุศลมากมั้ย เรียกว่าเกิดมาแล้วเนี่ย มีผลของอกุศลกรรมมากแต่ว่ายังเป็นกุศลมากได้ ทั้งๆ ที่เป็นผลของอกุศล และการแต่จิตใจดีนะคะ ไม่หวั่นไหวช่วยเหลือคนอื่นเข้าใจถูกต้องไม่โทษใครรู้ว่าเป็นกรรมของตัวเองอันนั้นก็จะทำให้แม่ได้รับอกุศลวิบาทคือผลของอกุศลกรรมแต่กุศลก็ยังเกิดได้นี่คือประโยชน์ของการฟัง และเข้าใจพระธรรม ถามอาจารย์ว่าตอนนี้เขากำลังฮิตคำว่าแก้กรรมกันนะคะ ก็คือแกสิ่งที่ปกติ ที่ผิดจากทำนองคลองธรรมใช่ไหมคะ ค่ะได้ยินคำอะไรก็ตั้งไกลตรองนะคะ ไม่ใช่เชื่อได้ยินคำว่าแก้กรรมแก้ยังไงคะ กรรมทำแล้วเสร็จไปแล้วนะคะ กลับไปแล้วเพียงแต่ว่าถึงเวลาที่กรรมนั้นจะให้ผลหรือยังไม่ใช่เราไปเลือกตามใจชอบว่าจะให้กรรมที่เราทำวันนี้ได้ผลวันนี้นะคะและก็สิ่งที่เสร็จไปแล้วแล้วก็ดับไปหมดแล้วแต่ว่าสามารถที่จะทำให้ผลเกิดขึ้นในภายหลัง เพราะฉะนั้นเพียงได้ยินคำว่าแก้กรรม ต้องเป็นผู้ที่ฉลาด ที่จะต้องถามคนที่ให้แก่กรรมว่าแก้ยังไง แล้วใครแก เห็นไหมคะต้องเป็นคนที่มีเหตุผลพระธรรมจะทำให้ เข้าใจทุกอย่างตามความเป็นจริงนะคะ ไม่ใช่เชื่อง่าย และก็ไม่เข้าใจอะไรเลยแต่สามารถที่จะทำให้คนจากความไม่รู้ และความเข้าใจผิดได้ เพราะฉะนั้นถ้าใครก็ตามจะแก้กรรมก็ขอถามว่าจะแก้ยังไง ไม่ใช่เชื่อแล้วก็ไปทำแต่ว่าถามว่าจะแก้ยังไงคะ ไม่เข้าใจแล้วว่าแก้ไม่ได้หรือยังไงค่ะที่บอกว่าให้ไปไหว้พระที่นู้นที่นี่อ่ะคะคำตอบถือว่าจะแก้กรรมโดยให้ไปไหว้พระที่โน่นที่นี่ ใช่ไหมคะถ้าอย่างนั้นทุกคนก็ไม่ต้องมีกรรมมีผลของกรรมเพียงไปไหว้พระที่โน้นที่นี่ก็พ้นจากกรรมแล้วทุกคน แล้วกรรมของใคร และใครเป็นคนบอกให้ไปไหว้ ใช่ไหมคะเขาเป็นใครที่จะบอกให้คนอื่นเนี่ยไปไหว้แล้วก็จะพ้นกรรม อย่าลืมนะคะ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชวรก่อนปรินิพพาน พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเองจะแก้กรรมหรือเปล่า ถ้าแก่ๆ ก็ไม่ต้องประชวรใช่ไหมคะแต่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประชวรก่อนปรินิพพาน ชัดเจนอยู่แล้วว่าเมื่อมีเหตุที่ได้กระทำแล้วคนก็ต้องเกิด และทรงแสดงอดีตกรรมไว้ด้วยค่ะแวะในชาติไหนทำอะไรผลนี้จึงเกิดขึ้นไม่ใช่ให้ใครไปแก้กรรมใครหรือไม่ใช่ให้ใครมาแก้กรรมให้ใคร แต่ว่าต้องเป็นความเข้าใจที่ถูกต้องนี้ก็หมดไปแล้วใช่ไหมคะแก้ไม่ได้ แล้วใครเป็นคนบอกให้แก้ คนนั้นสามารถจะทำให้คนอื่นแก้กรรมได้หรือเหตุผลก็ไม่ตรงกันเลยค่ะ คือพอได้ฟังแล้วเนี่ยมีกำลังใจขึ้นในแง่ของการที่ว่าเราอาจจะต้องมีความตรงหรือว่าศรัทธาในส่วนของที่ว่าเป็นพระธรรมที่แท้จริงให้มากขึ้นอันนี้คือส่วนที่ได้สรุปจากความเข้าใจที่ฟังเมื่อกี้ค่ะนี่คือผลของการที่ได้ฟังพระธรรมทำให้ได้เข้าใจในพระปัญญาคุณพระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณนะคะ พี่ทำให้เราแม้ว่าห่างไกลจากประธรรมมาถึง๒๕๐๐กว่าปีก็ยังเข้าใจความจริงได้ตามที่ได้ทรงแสดง หรือใครยังคิดว่าจะแก้กรรมอีกถ้าเข้าใจ และคงไม่มีนะคะ กราบเรียนท่านอาจารย์แม้แต่ได้ยินคำว่าบำราษนราดูรผู้ที่เป็นแพทย์เป็นพยาบาลอยู่ที่นี่นะครับ มีหน้าที่ในการกำจัดซึ่งความทุกข์ความเดือดร้อนของบุคคลผู้ที่ประสบความไม่สบายทางกายเป็นผู้ที่มีความเดือดร้อนเป็นโรค เพราะว่าบำราษก็คือกระทำให้หมดสิ้นนละคือประชาชนอาตุระหรือดูหมายถึงความเดือดร้อนความกระสับกระส่ายความเป็นทุกข์ ถ้าจะกล่าวไปแล้วนะครับ ทุกคนที่ยังมีกิเลสอยู่ยังเป็นผู้มีโรค ยังไม่พ้นจากโรค มีข้อความที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้นะครับ ว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเปรียบเหมือนนายแพทย์ผู้ฉลาด เพราะทรงสามารถกำจัดพญาธิคือกิเลสได้อันนี้คือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระธรรมเปรียบเหมือนโอสถยาที่ปรุงอย่างถูกต้องแล้ว พระอริยสงฆ์ เปรียบเหมือนบุคคลผู้ที่ หายจากโรคเพราะใช้ยา ซึ่งก็เป็นผู้ที่น้อมที่จะประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงนะครับเพราะฉะนั้นก็จะกราบเรียนท่านอาจารย์ถึงความเป็นไปของชีวิตของผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ครับท่านอาจารย์ครับก็ยังไม่พ้นจากทุกข์ซึ่งจะต้องอาศัยการเยียวยาด้วยพระธรรม ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง แพทย์พยาบาลนะคะ ก็สามารถที่จะช่วยคนที่เป็นโรคกายให้พ้นจากความทุกข์ยากทางกายได้แต่โรคใจนะคะ แพทย์พยาบาลทำอะไรไม่ได้เลย ใช่ไหมคะเพราะยังมีกิเลส ด้วยเหตุนี้ก็ต้องทราบนะคะ โรคกายเพราะมีกายแต่ว่าถึงแม้ว่าร่างกายจะแข็งแรงใจก็เป็นทุกข์เดือดร้อนได้แม้แต่แพทย์ เพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นผู้ที่เป็นแพทย์ที่สูงสุดประเสริฐกว่าแพทย์เองคือพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่จะรักษาทุกโรคไม่ว่าคนที่จะเป็นแพทย์หรือพยาบาลที่รักษาโรคทางกายอย่างเดียวแต่พระองค์นะคะ เมื่อรักษาโรคใจ ไม่มีโรคใจโรคกายจะเป็นทุกข์ได้ไหมคะเพราะว่าขนาดไหนก็ตามป่วยไข้ได้เจ็บให้ทราบว่าเป็นผลของอกุศลกรรม บางคนแข็งแรงมากค่ะไม่ได้ป่วยไข้อะไรเลยนะคะ เพราะกุศลละกรรม เพราะฉะนั้นทุกอย่างนะคะ ไม่พ้นจากเหตุ และผลแต่ว่าต้องไม่ลืมนะคะ ว่าผลของกรรมก็คือมีตาหูจมูกลิ้น และกายเป็นทางที่จะรับผลของกรรมห่าไม่มีตาหูจมูกลิ้นไก่ จะให้รับผลของกรรมทางไหนก็ไม่ได้เลยแต่เพราะเหตุว่ากรรมนี้ และสามารถที่จะทำให้จักขุประสาทรูปเกิดได้ ใครก็ทำไม่ได้ค่ะนอกจากกรรมไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์หรือใครวิสเซสจัดไหนก็ไม่สามารถที่จะทำบันดาลให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดได้แต่กรรมสามารถที่จะทำได้ทุกอย่างไม่ว่าตามข่าวหนังสือพิมพ์นะคะ จะเกิดอุบัติเหตุภัยพิบัติต่างๆ ใครได้รับผลคล้ายไม่ได้รับผลกระทบกระเทือนแค่ไหน ก็เป็นไปตามกรรมของแต่ละคนให้ทราบว่าเมื่อเกิดเป็นผลของกรรม และชีวิตที่จะต้องเป็นไปกว่าจะตายจากโรคนี้นะคะ ก็จะมีผลของกรรมทางตาหูจมูกลิ้นกายขณะไหนที่ปวดท้อง เป็นผลของการอะไรคะ อกุศลกรรม ขนาดไหนที่บาดเจ็บนิกายอีกเหมือนกันนะคะ เป็นผลของอ้ายก็ผลของอกุศลการ เพราะฉะนั้นจริงๆ แล้วนะคะ ทุกข์จริงๆ นะคะ ทุกข์ค่ะทุกข์ค่ะ ทุกข์แท้ๆ อาศัยกาย โรคตาเกิดเพราะมีตาโรคหูโรคจมูกโรคลิ้น และก็ทั่วทั้งกายเนี่ยก็เป็น ที่ก่อเกิดของทุกนะคะ ซึ่งเป็นผลของการแต่ว่าใจสำคัญกว่าหรือเปล่า เพราะฉะนั้นโรคใจนะคะ ทรงแสดงไว้นะคะ เป็นโรคที่มองไม่เห็น แต่ทรงอุปมาว่านะคะ ทุกวันทุกวันนะคะ ที่มีความไม่รู้ความจริงเป็นเหตุที่มีความติดข้องต้องการเมื่อได้นะคะ ก็จะต้องรักษาด้วยความห่วงใยถ้าไม่ได้ก็ต้องเป็นทุกข์เดือดร้อนขวนขวายต่อไปอีกไม่รู้จบนะคะ เปรียบเหมือนลูกศร ที่เสียบอยู่ในใจ โดยไม่รู้ตัวเลยค่ะทุกวันเนี้ยแต่ว่าไม่รู้เลยเพราะชินกับความต้องการนะคะ แล้วพอได้สิ่งที่ต้องการก็เพลิดเพลินพอสูญเสียไปก็ต้องโศกเศร้า และมีใครบ้างที่ไม่เคยสูญเสียอะไรเลยมีใครบ้างซึ่งวันนี้ไม่เป็นทุกข์แม้นิดเดียว มีแล้วใช่ไหมคะถูกหิ้วไหมคะขนาดนั้นก็เกิดแล้วเพราะมีกายถ้าไม่มีกายก็ไม่จะหิวค่ะแต่ว่ายิ่งกว่านั้นก็คือว่าถึงกายจะแข็งแรงสักเท่าไหร่ใจก็เป็นทุกข์ได้ด้วยเหตุนี้นะคะ ใจก็เป็นแหล่งที่มาของผลเพราะเหตุระกำได้แก่เจตสิกที่เป็นเจตนาเจตสิกภาษาไทยเราใช้คำว่าเจตนาแต่ภาษาบาลีในการกรีดเจตนาเป็นธรรมะอย่างหนึ่งซึ่งจงใจขวนขวายที่จะกระทำ ในวันหนึ่งวันหนึ่งเนี่ยเราจะเห็นความจงใจขนขวายนะคะ ที่เป็นกุศลบ้างเป็นอกุศลบ้างแต่ว่าตามความเป็นจริงผู้ที่ทรงตรัสรู้แสดงความละเอียดยิ่งของนามธาตุซึ่งไม่มีรูปร่างใดๆ ที่จะเห็นปรากฏได้นะคะ แต่ก็มีกิจการงานของสภาพธรรมะนั้นคือทั้งจิต และเจตสิตนะคะ ใช้แล้วประเภทเช่นเจตนาเจตสิกขณะนี้ถ้าจะพูดถึงมีรูปร่างใหม่ความจงใจความตั้งใจแนบนี้แต่ไม่มีรูปร่างใดๆ เลยทั้งสิ้นนะคะ แต่เจตนานะคะ ก็เป็นกุศลบ้างเป็นอกุศลบ้าง คิดจะช่วยใคร มีความตั้งใจหรือเปล่าคะเจตนาที่จะช่วยให้เขาพ้นจากความเดือดร้อนนั้นเป็นกุศล และเจตนา เพราะฉะนั้นถ้ามีความเข้าใจธรรมะกุศลก็เพิ่มมากขึ้นแต่ถ้าไม่มีความเข้าใจจะไม่เห็นโทษของอกุศลแม้เพียงเล็กน้อยมันคนขยันที่จะช่วยคนอื่นแต่บางคนก็ช่วยตามเวลาที่จำเป็นหรือหน้าที่ใช่ไหมคะแต่ว่ามีน้ำใจมากกว่านั้นไหม ที่จะช่วยถ้าเป็นผู้ที่เห็นประโยชน์ของกุศลนะคะ ก็โอกาสที่จะทำดีเนี่ย ก็จะทำเลยเพราะเหตุว่าขณะใดก็ตามที่ไม่ได้ทำดีนะคะ เกือบจะไม่รู้เลยว่าขณะนั้นนะคะ กำลังสะสมอกุศลที่จะเป็นเหตุให้กระทำอกุศลละกัน ด้วยเหตุนี้ก็มีโรคหลายอย่างค่ะแต่ก็แบ่งได้เป็นโรคกายกับโรคใจ รักษาแต่กาย แล้วก็กลับมาเป็นอีกเพราะว่ายังมีอกุศลกรรมที่ทำให้กลายเดือดร้อนไม่จบตั้งแต่เกิด เกิดมาก็ต้องรักษาโรคเด็ก และใช่ไหมคะเด็กก็มีโรคเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็รักษากันไปเถอะทุกวัยไม่ว่าจะเติบโตขึ้นจนกระทั่งจริงชรา และเกิดใหม่ก็ต้องเป็นการที่จะรักษาโรคไก่เท่านั้นไม่รู้จักแต่ถ้ารู้จักโรคใจด้วยนะค่ะพอที่จะทำให้โรคใจนั้นบรรเทาเบาบาง จนกระทั่งในที่สุด และหมดรอบใจก็ไม่ต้องมีกายที่จะรักษาอีก ก็เป็นเรื่องที่เป็นไปได้นะคะ เมื่อมีความเข้าใจเพิ่มขึ้นเพราะว่าโรงพยาบาลนี้ก็ไม่ขาดคนไข้ใช่ไหมคะ มีทางที่จะโหมดไหมคะ ไม่มีเพราะเหตุว่ามีเหตุที่จะให้ป่วยไข้เพราะกรรมที่ได้กระทำแล้ว โรคอะไรน่ากลัวค่ะค่ะถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมก็แหมโรคร้ายใบไม้มาน่ากลัวอย่างนั้นอย่างนี้ใช่ไหมคะแต่ก็ยังมียามีการรักษาให้หายได้แต่โรคใจในการจะได้ยาที่ไหนที่จะรักษาตอนนี้รู้แหล่งแล้วใช่ไหมคะค่ะถ้าอาหารแหล่งไม่เจอก็ไม่มีทางที่จะหายจากโรคใจ แต่ถ้ารู้ว่าแหล่งที่สามารถที่จะรักษาโรคใจได้อยู่ที่ไหนก็ยังสามารถที่จะได้อย่านั้นตอนนี้ทราบหรือยังคะมีแหล่งรักษาโรคใจหรือเปล่าอยู่ที่ไหนคะ พระธรรมคำสอนทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพระสูตรใดๆ ก็ตามชาโด้ใดๆ ก็ตามหรือแม้กระทั่งในส่วนของพระวินัยเองนะครับ ก็เป็นไปเพื่อประโยชน์เกื้อกูลสำหรับผู้ที่มีโอกาสได้ฟังได้ศึกษาอย่างแท้จริงเลยครับ เรียนท่านอาจารย์คำปั่นให้ความหมายของคำว่ามหาชาติพระชาติใหญ่ๆ ที่ได้บำเพ็ญพระบารมีนะคะ แล้วคำว่าเทพล่ะค่ะ มาจากคำภาษาบาลีครับคำว่าเทพนี่ก็เป็นคำไทยนะครับ ซึ่งก็มาจากภาษาบาลีว่าเทศนานะครับ อาจารย์ครับซึ่งหมายถึงการแสดงหรือว่าการกล่าวครับ เพราะฉะนั้นแม้แต่คำเล็กๆ น้อยๆ ก็ควรจะได้เข้าใจนะคะ เพราะว่าจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ละเอียดขึ้นอย่างมหาชาติขชาติต่างๆ ของพระโพธิสัตว์ก็มีมากนะคะ แต่ที่กล่าว ถึงคือพระชาติใหญ่ๆ ที่แสดงให้เห็นถึงการบำเพ็ญพระบารมีที่ใหญ่ยิ่งในชาตินั้นๆ และเทพมาจากคำว่าเทศนาคือการแสดงธรรมะด้วยความจริง และเหตุก็น่าคิดนะคะ ทำไม่สนแสดงพระชาติในอดีตเพราะว่าแต่ละคนนะคะ ก็มีการเกิดแล้วเกิดอีกนะคะ แต่ละชาติ เลือกไม่ได้เลยแล้วแต่เหตุปัจจัยจากผู้ไม่รู้สู่ความเป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าพระชาติต่างๆ เนี่ยจะมากมายมหาศาลสักแค่ไหน และแต่ละพระชาติก็เป็นไปตามเหตุตามปัจจัยบางพระชาติก็เป็นพระเจ้าเป็นดินนะคะ บางพระชาติก็เป็นคนเข็ญใจ แต่ทั้งหมดนะคะ ก็คือสามารถที่จะบำเพ็ญบารมีเพื่อที่จะรู้ความจริง และแสดงให้เห็นความต่างกันมากเทียบไม่ได้เลยนะคะ ระหว่างผู้ที่ไม่ใช่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ากับพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแม้ในอดีตก่อนที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นทุกคนเกิดมาเนี่ย เห็นทั้งนั้นเลยได้ยินด้วยคิดเล็กด้วยแต่มีใครบ้างไหมคะที่คิดที่จะรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏ ต่างกันแล้วใช่ไหมคะ เห็นก็เห็นไปชอบบ้านฉางบ้างแล้วก็จากโลกนี้ไปแต่พระโพธิสัตว์รู้ว่าสิ่งนี้เป็นความจริง และความจริงนี่คืออะไร และเกิดขึ้นได้อย่างไร และสิ้นสุดอย่างไรเช่นเหตุไม่ได้เห็นตลอดเวลาประเดี๋ยวก็คิดประเดี๋ยวก็ได้ยิน เพราะฉะนั้นความจริงของสิ่งนี้คืออะไร และสิ่งนี้ต้องเกิดถ้าไม่เกิดจะมีน่าอย่างไรนี่คือความต่างกันของการเริ่มบำเพ็ญพระบารมี เพราะฉะนั้นในแต่ละพระชาติที่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีนะคะ ก็จะได้เห็นความที่เนื้อบุคคลอีกแม้แต่ความคิดเช่นทุกคนนะคะ ก็อยากจะได้ลาภยศสรรเสริญ แต่ว่าสำหรับในพระชาติที่เป็นพระโพธิสัตว์นะคะ มีพระดำริว่าผ้าจะได้ลาภได้ยศได้สรรเสริญทรัพย์สินเงินทองต่างๆ เพื่อที่จะติดข้องในสิ่งนั้นก็ขออย่าให้ได้สิ่งนั้นเลย มีใครคิดอย่างนี้บ้างค่ะเพราะว่าจริงๆ แล้วทุกคนเนี่ยอยากได้อยากเห็นไปหามาได้แล้วก็ติดข้องไม่สละยังคงพอใจในสิ่งที่ได้อยู่ มีท่านผู้หนึ่งที่ท่านก็ทดลองลูกของท่านที่กำลังจะตัดสินใจ ลูกของท่านก็สวมแหวนไว้วงนึงนะคะ ท่านก็ลองจับดู กำไว้แน่น แม้ว่าจะจากโลกนี้ไปแล้ว เพราะฉะนั้นก็เกิดมาเพื่อที่จะแสวงหาเพื่อที่จะติดคลองแม้ว่ากำลังจะไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งนั้นแต่สำหรับ ความคิดของพระโพธิสัตว์ ผู้ที่เป็นพระโพธิสัตว์นะคะ ถ้าจะได้สิ่งหนึ่งสิ่งใดมาไม่ว่าจะลาภยศสรรเสริญทรัพย์สมบัติใดๆ แต่ติดข้องในสิ่งต่างๆ เหล่านั้นนะคะ ก็ขออย่าให้ได้สิ นี่คือความคิดของผู้ที่จะเป็นพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านะคะ ที่จะรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏในขณะนี้บางพระชาติก็ไม่ได้บวช ไม่ได้เป็นเพศบรรพชิตก็มีผู้ที่ถามท่านซึ่งท่านก็บำเพ็ญคุณความดีแต่ว่าท่านก็ไม่ได้เป็นเพศบรรพชิตว่าทำไมไม่บวช ท่านก็บอกว่า สิ่งที่จะได้มาโดยเพจไม่ว่าจะเป็นลาภสักการะความสรรเสริญใดๆ เป็นของธรรมดาของเพจนั้นแต่ในฐานะของคฤหัสถ์ท่านก็จะบำเพ็ญคุณความดีเพื่อที่จะได้สิ่งนั้นมา จะยากกว่าไหมคะ กว่าครึ่งหัดจะได้ความเคารพสักการะความนับถือได้ลาภต่างๆ กับผู้ที่ไม่ต้องทำอะไรโดยเพศบรรพชิตก็มีพูดน้อมนำสิ่งต่างๆ ไปให้ เพราะฉะนั้นท่านก็จะบำเพ็ญความดีเพื่อสิ่งที่บรรพชิตได้โดยไม่ต้องเป็นบรรพชิต นี่คือความตั้งมั่นในการที่จะบำเพ็ญคุณความดีนะคะ เพื่อที่จะละกิเลสคือความไม่รู้ในสิ่งที่ปรากฏแต่ก็เกิดดับอย่างรวดเร็วซึ่งไม่สามารถที่จะมีใครรู้ความจริงได้ถ้าไม่ใช่เพราะปัญญาที่มีความเห็นถูกต้องนะคะ ว่าความไม่รู้กับความรู้เนี่ย ความรู้มีประโยชน์กว่า โลกพระความติดคลองกับความไม่โลกอะไรมีประโยชน์กว่า โทสะความขุ่นเคืองพยาบาทอาฆาตกับความเมตตานะคะ ไม่ขุ่นเคืองไม่ต้องผูกพยาบาทอะไรอะไรจะดีกว่า เพราะฉะนั้นปัญญาที่ค่อยๆ สะสมนะคะ ยากแม้เพียงคิด และถ้าจะทำยิ่งยากกว่าคิดใหม่ค่ะเพราะว่าบางคนเนี่ยคิดจะให้ แต่ถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่ให้อีกหลายคนก็บอกนะคะ เธอถูกสลากกินแบ่งก็จะทำอย่างนั้นอย่างนี้พอถึงเวลาจริงๆ ก็ไม่ให้เร็วกว่าที่คิดว่าจะให้มากก็ลดลงเหลือนิดเดียวนี้ก็แสดงให้เห็นแล้วใช่ไหมค่ะว่ากว่าจะเป็นผู้ที่มีความมั่นคงจริงๆ ในการสละ อกุศลทั้งหลายเพื่อที่จะรู้ความจริงเนี่ย๔อสงไขยแสนกัปสำหรับพระโพธิสัตว์ซึ่งยิ่งด้วยปัญญาถ้าไม่ยิ่งด้วยปัญญานะคะ ด้วยศรัทธาก็๘อสงไขยแสนกัป ยิ่งด้วยวิริยะคือต้องเพียรนะคะ ก็๑๖อสงไขยแสนกัป เพราะฉะนั้นพระธรรมแต่ละคำที่แต่ละคนได้ฟังนะคะ มาจากการบำเพ็ญพระบารมีนานแสนนานของผู้ที่มีพระมหากรุณานะคะ ที่แม้ว่า จะสามารถรู้แจ้งอริยสัจธรรมโดยการได้ฟังพระธรรมจากพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งพระองค์ใดในอดีต เช่นทาสีปังกรสัมมาสัมพุทธเจ้าแต่ก็เห็นประโยชน์ว่าเฉพาะตน ก็ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้น ควรที่จะให้สามารถเกื้อกูลอนุเคราะห์คนอื่นให้ได้เข้าใจพระธรรมด้วยจึงบำเพ็ญพระบารมีมากกว่าเพียงที่จะเป็นพระอรหันต์พระสาวกให้ถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วย เพราะฉะนั้นแต่ละคำนะคะ คือพระมหากรุณาคุณตั้งแต่ครั้งบำเพ็ญเพียรนะคะ เป็นพระโพธิสัตว์จนกระทั่งได้ทรงตรัสรู้เพราะฉันมีค่ามากนะคะ สำหรับที่จะทำให้คนอื่นได้มีความเข้าใจจริงๆ ในเรื่องของกรรมในเรื่องการเห็นโทษของอกุศลในเรื่องของการที่จะละชั่วทำความดีให้ถึงพร้อมนะคะ หน้าก็ชำระจิตให้บริสุทธิ์หมดจดจากอกุศลซึ่งถ้าไม่มีการตรัสรู้ของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าแม้แต่เพียงคำว่าเดี๋ยวนี้เป็นธรรมะสิ่งที่มีจริงเป็นธรรมะ เพราะว่าเป็นสิ่งที่ตั้งแต่เกิดจนตายก็มีแต่ธรรมะ ซึ่งเกิดเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไปอย่างรวดเร็วด้วยนะคะ แต่ว่าไม่สามารถที่จะรู้ได้ก็ค่อยๆ รู้ขึ้นเข้าใจขึ้นจนกระทั่งสามารถที่จะถึงการดับกิเลสได้นี่ก็เป็นพระคุณอย่างยิ่งนะคะ ซึ่งพูดตรงๆ ก็สามารถที่จะรู้ได้ว่ายิ่งได้เข้าใจพระธรรม จะเป็นผู้ที่ยิ่งเคารพสักการะในพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าที่กราบไหว้น้อมสักการะทุกวัน วันนี้มีใครยังไม่ได้ กล่าวคำนอบน้อมบ้างไหมคะก็มีแล้วแม้แต่เมื่อกี้นี้ใช่ไหมคะก็แสดงให้เห็นว่าควรที่จะมีความเข้าใจในพระธรรมยิ่งขึ้นเพื่อที่จะได้เข้าใจในความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่เราได้เคารพสักการะอย่างสูงไม่ใช่ไม่ตรง และก็ไม่ศึกษา และก็ไม่เข้าใจแต่ก็กราบไหว้บูชา ดิฉันขอถามนิดนึงค่ะดิฉันสวดมนต์ทุกวันเพื่อรักษากุศลเพื่อไม่ให้เกิดอกุศลที่นี่บางวันโดนคนไข้ และเพื่อนร่วมงานป่วนบางครั้งดิฉันก็มีโกรธแต่ก็พยายามที่จะลดความโกรธลงอย่างนี้ดิฉันถือว่าได้รักษากุศลในจิตไหมคะ ทำไมเป็นเรื่องที่ละเอียดนะคะ ก็ต้องค่อยๆ พิจารณาค่ะจะรักษากุศลหรือว่าจะเข้าใจกุศล จะเข้าใจนะคะ ก็ต้องเข้าใจว่ากุศลทางเป็นของเราหรือเปล่า หรือว่าเป็นธรรมะซึ่งไม่เป็นของใครเมื่อมีปัจจัยของกุศลกุศลก็เกิดเมื่อมีปัจจัยของอกุศลใครก็ยับยั้งไม่ได้ค่ะเมื่อมีปัจจัยเป็นกุศลกุศลก็เกิดเป็นอกุศลอกุศลก็ต้องเกิดค่ะ เพราะฉันรักษาจริงๆ นะคะ คือด้วยปัญญาที่มีความเห็นที่ถูกต้องมิฉะนั้นก็จะเป็นตัวเรานะคะ ก็เป็นกุศลของเราไม่ได้เข้าใจเลยว่าธรรมะมีธรรมะที่เป็นกุศลธรรม และอกุศลธรรม และอกุศล และทั้งหมดนี้นะคะ เกิดจากความไม่รู้ ตราบใดที่ไม่รู้จะโหมดอกุศลธรรมไม่ได้เลยค่ะเพราะไม่รู้ว่าขณะนี้เป็นธรรมะชั่วคราว ชั่วคราวที่แสนสั้นนะคะ เห็นสั้นนิดเดียวค่ะหมดแล้วเป็นได้ยินนะ แจกได้ยินก็เป็นคิด และสร้างแสนสั้น เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถที่จะรู้ความจริงนะคะ ว่าธรรมะเป็นธรรมะไม่เป็นของใครเกิดขึ้นเป็นธรรมะประเภทนั้นแล้วก็ดับไปไม่เหลือเลยด้วยไม่กลับมาอีกด้วยก็จะทำให้เราสามารถที่จะเพิ่มความเห็นที่ถูกต้องยิ่งขึ้น วันนี้บังเอิญมาฟังหรือเปล่าคะหรือว่าตั้งใจมาฟัง หรือทั้งสองอย่างบางท่านก็บังเอิญบางท่านก็ตั้งใจ เป็นราวหรือเปล่า เราคิดว่าบังเอิญนะคะ แต่ไม่รู้เลยค่ะว่าไม่มีอะไรที่จะเกิดโดยไม่มีเหตุปัจจัยถ้าไม่มีบุญที่ได้กระทำไว้แต่ปางก่อนไม่มีโอกาสจะได้ฟังพระธรรมเลย และถ้าไม่ได้สะสมศรัทธานะคะและความเห็นที่ถูกต้องว่าฟังเพื่อเข้าใจความจริง คนนั้นก็จะได้ยินได้ฟังแล้วก็ผ่านไป ไม่ได้คิดเลยว่าสิ่งที่กำลังได้ฟังเนี่ยเป็นความจริงซึ่งไม่มีใครสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงได้เลย


    ฟังธรรมจากหัวข้อย่อย

    หมายเลข 197
    19 มี.ค. 2567

    ซีดีแนะนำ