ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1607
ปกิณณกธรรม ตอนที่ ๑๖๐๗
สนทนาธรรม ที่ บ้านธัมมะ เชียงใหม่
วันที่ ๑๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑
แต่ข้อสำคัญก็คือว่านะคะ ได้ยินชื่อสติสัมปชัญญะเข้าใจว่ายัง เห็นไหมคะข้ามไปอีกหรือเปล่าชอบมากคำนี้นะคะ สติใครจะไม่ชอบยังมีสัมปชัญญะด้วยก็ยิ่งดีแต่คืออะไร และเมื่อไหร่ ถ้าเป็นคนที่ไม่ละเอียดนะคะ พอใจทันทีใครบอกว่าอะไรก็เชื่อทันทีแล้วก็ทำทันทีแต่ไม่รู้เลยว่าเป็นสติสัมปชัญญะหรือเปล่า เพราะฉะนั้นไม่ใช่ทำมาเทพพระผู้มีพระภาคทรงแสดงเพราะเหตุว่าไม่รู้ขณะใด ขณะนั้นไม่ใช่พระธรรมที่ทรงแสดงแน่นอน ไปได้ยินมาจากไหนถึงได้สนใจสติปัฎฐานใสเหลือเกิน เท่าที่ศึกษานะฮะ เมืองของโพธิปักขิยะธรรม๓๗ก็เริ่มตั้งแต่นะฮะขอยังไม่ทันไรก็ไปถึงโพสต์มาจากนี้นะทั้งสิ้น๗เป็นวันได้อันแรกไกลเลยไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นขอเพียงให้ทราบว่าหมายความว่าอะไรก็เป็น และองค์ประกอบองค์ธรรมของการตรัสรู้เอามาติดชื่อเรียกว่าเอาความรู้ความเข้าใจความเห็นถูกในคำนั้นมาด้วย เอาความเข้าใจฮะอัพได้เลยถ้าเป็นความเข้าใจนะคะ พอที่ปากขยะทำคืออะไร โพธิปักขิยะธรรมสารเกดก็มาถึงกับเป็นองค์ธรรมที่จะให้ถึงการดับกิเลสต่อเนื่องตั้งแต่สติปัฐานเป็นอันดับแรกขึ้นไปจนกระทั่งถึงมักมีองค์๘คือการตัดเอเรสเป็นสมุดเขตนะครับ ตามระดับขั้นของปัญญา อาจจะเข้าใจเป็นชื่อซะมากกว่าเพราะว่ามันยังไม่เกิดอะไรเลยนะฮะขณะนี้เริ่มตั้งแต่สติบัตรผ่านเนี่ย ค่ะก็หมายความว่าธรรมะเนี่ยมีมากมาย เยอะแยะหมดเลยใช่ไหมคะแต่ทำมาดไปที่จะเกื้อกูลที่จะทำให้ปัญญาเจริญขึ้นจนกระทั่งสามารถที่จะรู้แจ้งอริยสัจธรรมได้โผที่คือปัญญา โพธิปักขยะธรรมธรรมะที่เป็นฝ่ายที่เป็นธรรมะที่จะทำให้เจริญจนกระทั่งสามารถที่จะรู้แจ้งเรียนสัจธรรมได้ ก็เป็นธรรมะฝ่ายดีแน่นอนใช่ไหมคะอันนี้ก็ไม่ผิดเลยใช่ไหมคะ อกุศลไม่สามารถที่จะดับอกุศลได้ต้องเป็นกุศลที่เป็นปัญญาด้วยเพราะกุศลเองก็ไม่สามารถที่จะดับ อกุศลได้เลยสติ แบบอกุศลได้ไหม ไม่ได้เพราะอะไรคะ พระสติไม่ใช้ปัญญานี่คือความละเอียดนะคะ แล้วก็ สติ เป็นสภาพธรรมะที่เป็นเราหรือเปล่า เดินไม่๖ล้มเป็นสติหรือเปล่าไม่ใช่เลยค่ะตอนนี้ก็มีความเข้าใจเพิ่มขึ้นว่าต้องเป็นขณะที่เป็นกุศล ขณะใดที่กุศลจิตเกิดใครจะรู้หรือไม่รู้ก็ตามนะคะ สภาพธรรมะที่เป็นฝ่ายดีสพณเจตสิกเจตสิกไม่ความถึงธรรมะที่เกิดกับจิตนะคะ ออกจากเจ็บไม่ได้นะคะ อยู่ในจิตเกิดพร้อมจิตแล้วก็ดับพร้อมจิตแล้วก็รู้อารมณ์คือสิ่งที่จิตรู้จิตเป็นธาตุรู้ เพราะฉะนั้นก็ต้องมีสิ่งที่จิตกำลังรู้สิ่งที่จิตกำลังรู้เป็นอารมณ์ของจิตได้นะคะ เจตสิกที่เกิดร่วมด้วยทั้งหมดพร้อมจิตขณะนั้นก็รู้อารมณ์เดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าเป็นขนาดไหนก็ตามที่เป็นกุศลศพณเจตสิกนะคะ อย่างน้อยที่สุด๑๙ประเภทต้องเกิดร่วมด้วย เห็นไหมคะว่าอกุศลเจตสิกมี๑๔ประเภทแต่พอถึงฝ่ายสพันนะคะ ๑๙ประเภทที่จะเกิดกับกุศลไหมคะประเภทหนึ่งประเภทใดแม้เพียงเล็กน้อยสภาพธรรมะนั้นก็ต่างกันอกุศลด้วยค่ะต่างกับกุศล นะคะ และเจตสิกที่เป็นฝ่ายอกุศลก็จะมาเกิดกับจิตที่เป็นกุศลไม่ได้เพราะเหตุว่าจะต้องเกิดร่วมกันกุศลก็เกิดร่วมกับกุศลอกุศลก็เกิดร่วมกับอกุศล เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงโพสต์ที่ปักระยะทำต้องเป็นฝ่ายโสพณหรือฝ่ายดีนะคะ ซึ่งมีถึง ๓๗ จำนวนไม่สำคัญเลยค่ะแต่ว่าให้มีความเข้าใจจริงๆ ว่าแม้ว่าธรรมะจะหลากหลายมากมายแต่ธรรมะส่วนหรือฝ่ายที่จะทำให้รู้แจ้งสภาพธรรมะในขณะนี้ตามความเป็นจริงได้จะขาดโพธิปักขิยะธรรมหรือว่าไม่ใช่โพธิปักขิยะทำไม่ได้ เพราะฉะนั้นขณะใดก็ตามที่ไม่มีปัญญา เป็นโพธิปักขิยะธรรมรึเปล่า ไม่เป็นนะคะ คุณสนเกิดได้ผ่านให้ได้การช่วยเหลือคนอื่นนะคะ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ได้แต่ไม่ประกอบด้วยปัญญาแม้แต่การที่สามารถที่จะช่วยเหลือคนอื่นหรือว่าให้สิงห์ซึ่งเป็นประโยชน์แก่คนอื่นนะคะ เป็นโพธิปักขิยะธรรมรึเปล่า ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นต้องประกอบด้วยปัญญา จริงได้ยินคำว่าสติปัดทาง และปัญญาอยู่ที่ไหน คือถ้ามีสตินะฮะภรรยาก็เกิด ถ้าไม่มีปัญญาสติคเมกเกอร์จะเป็นความเข้าใจถูกต้องหรือเปล่าแค่ขณะที่คิดถึงคนอื่นที่ยากไร้นะคะ แล้วรู้ว่าสิ่งนั้นเป็นประโยชน์ และเรามีที่จะสละให้ และสละให้ขนาดนั้นนะคะ เป็นสภาพธรรมะที่เป็นกุศล และอกุศลเป็นกุศลมีสติเจตสิกเกิดร่วมด้วยแล้วค่ะ แม้ว่าไม่มีปัญญาเกิดเรื่องด้วย แต่ละคำควรเข้าใจให้เธอควรจะเข้าใจให้ถูกต้องเอาคำไหนดี สติสัมปชัญญะเอาสติกับสัมปชัญญะนะคะ สติคืออะไรคะ สตรีคือระลึกโหมดในสภาพธรรมขณะนั้นโดยปัจจุบันเป็นราวหรือว่าเป็นอะไร ก็เมื่อก่อนก็คิดว่าเราอยู่เดี๋ยวนี้คิดว่ายังไงไม่เป็นไม่ใช่ตัวตนเยอะแยะทั้งหมดนี่เลยไม่ใช่ตัวตนสิ่งที่ปรากฏทางตาเป็นตัวตนหรือเปล่า ไม่เป็นตัวตนจริงเป็นตัวตนหรือเปล่าก็ไม่เป็นตัวกลิ่นเป็นตัวตนก็ไม่เป็นตัวตนโกรธเป็นตัวตนในโพสก็ไม่มีตัวตนแล้วสติเป็นตัวตนหรือเปล่า ก็ไม่มีตัวตนอยู่แล้วเป็นอะไรมีลักษณะอย่างไรที่จะรู้ว่าสติไม่ใช่เสียงสติไม่ใช่กลิ่นเพราะสติมีลักษณะของสติอย่างไรจึงเป็นสติซึ่งไม่เป็นอื่น สติก็คือระลึกรู้ในสภาพขณะนั้นตลอดค่ะสติคือสภาพที่ระลึกรู้ในสภาพหนึ่งสภาพธรรมะได้ที่กำลังปรากฏปรากฏนะคะ ระลึกแล้วรู้อะไร พุทธะสภาพธรรมอะไรคะ คือตอนนี้ยังไม่รู้นะฮะรู้ว่าไม่รู้ ก็ไม่รู้นะไม่รู้มีจริงๆ ใช่ไหมค่ะมีค่ะก็ไม่ใช่ใครแต่เป็นขนาดที่ไม่สามารถที่จะเข้าใจความจริงลักษณะที่แท้จริงของสิ่งที่ปรากฏแต่ละลักษณะ เพราะฉะนั้นสติไม่ใช่เอาวิชาแน่ ถูกต้องมั้ยคะถูกต้องค่ะ และเมื่อไรที่กุศลจิตเกิดขณะนั้นต้องมีสติเพราะสติระลึกเป็นไปในกุศล ครับกราบเรียนท่านอาจารย์พอดีก็มีสหายธรรมมานครธรรมะนะครับ แต่พอดีช่วงเวลานั้นที่ดีนะครับ มันก็ผ่านไปแล้วครับนึกในใจว่าเสียดายจังเลยที่สหายธรรมมาช้าแล้วก็ไม่ได้มีโอกาสฟังธรรมะที่แบบรู้สึกว่าดีมากครับ เพื่อให้ความเข้าใจนำมาทำที่เรียกว่าเสียดายถูกต้องนะครับ ขอให้ท่านอาจารย์ครับอนุเคราะห์ช่วยแสดงเพื่อให้ความเข้าใจของอำนาจมันจะถึงครับ ค่ะนี่ก็แสดงให้เห็นว่าทำไมเป็นสิ่งที่รู้ยากเข้าใจยากนะคะ แม้จะได้ฟังแล้วก็ยังไม่สามารถที่จะรู้ลักษณะของสภาพธรรมะพอที่จะกล่าวได้ว่าลักษณะนั้นเป็นอะไรด้วยเหตุนี้ทุกครั้งที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงเรื่องจิตก็จะทรงแสดงเรื่องของเวทนาความรู้สึก ซึ่งเกิดพร้อมจิตในขณะนั้นเพื่อที่จะได้รู้ว่าขณะนั้นนะคะ เป็นจิตประเภทไหน เวลาที่รู้สึกเสียดายเนี่ยสบายใจไหมคะ ถ้าเสียดายไม่มากก็ไม่เป็นไรนะครับ แต่ถ้าเสียดายหรอกตาก็อีกเรื่องนึงครับแต่เสียดายเป็นเสียดายหมายความว่าพลาดโอกาสใช่ไหมคะถูกต้องครับอ่ะเวลาพลาดเนี่ยรู้สึกยังไง ความรู้สึกต้องเป็นทุกข์ เพราะฉะนั้นเป็นกุศลหรือเป็นอกุศลต้องเป็นอกุศลครับเริ่มที่จะรู้ว่าขณะใดที่เสียดายเนี่ยเป็นอกุศลแล้วควรเสียดายมั้ยค่ะ จริงๆ แล้วไม่ควรเสียดายต้องค่ะแต่ให้ทราบตามความเป็นจริงว่าเป็นอนัตตาบังคับบัญชาไม่ได้ เพราะฉะนั้นก็จะเห็นความหลากหลายของแม่ความรู้สึกนะคะ ที่ว่าเป็นทุกข์เนี่ยแค่เสียดายหรือว่าเป็นทุกข์ยิ่งกว่านั้นแต่ก็ยังเป็นความรู้สึกที่ไม่สบายใจอยู่นั่นเอง เพราะฉะนั้นจะเป็นอกุศลประเภทไหนคะ อักษรมี๓ประเภทนะคะ ค่ะเราพลาดมูลจิตจิตที่เกิดร่วมกับความติดข้องต้องการโทสมูลจิตเป็นจิตที่ไม่สบายใจนะคะ ความรู้สึกในขณะนั้นสภาพของจิตก็อยากกระด้างนะคะ ผิดปกติใช่ไหมคะครับแล้วก็ สำหรับโมหมูลจิตก็เป็นจิตซึ่งแม้ไม่มีโลภาความติดข้องไม่มีโทรศัพท์แต่เป็นความรู้สึกเฉยๆ เพราะไม่รู้ไม่เห็นตามความเป็นจริงครับแสดงว่าถ้า เข้าใจจริงๆ เสียดายก็คือโทสะใช่ไหมครับครับ ทีนี้มันก็ไม่ใช่มีแค่เสียดายอย่างเดียวก็คือว่าความปรารถนาหรือความต้องการที่ให้คนอื่นที่จะได้ฟังธรรมะนะครับ จริงๆ ก็ยังถกเถียงกับสหายธรรมอยู่ว่ามันเป็นอกุศลหรือกุศลกันแน่อันนี้ก็เป็นอีกคำถามนึงครับขอความอนุเคราะห์ครับท่านอาจารย์ครับ งานรู้สึกยังไง ขณะที่ปรารถนาให้สายธรรมได้ฟังธรรมะ คือเข้าใจว่าเป็นกุศลครับแต่คิดว่ามันน่าจะมีอกุศลก็ด้วยครับกันค่ะเกิดไม่พร้อมกันครับแล้วก็สลับกันอย่างรวดเร็วเหมือนพร้อมนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ยากที่จะรู้ได้ต้องเป็นสติสัมปชัญญะจริงๆ นะคะ และก็ต้องเริ่มตามลำดับ จะเห็นได้ว่าแม้เราจะได้ฟังว่าธรรมะเป็นธรรมะมีปัจจัยก็เกิดขึ้นบังคับบัญชาไม่ได้แต่แม้กระนั้นความหลากหลาย และก็เกิดสลับกันอย่างรวดเร็วของธรรมะนะคะ ก็ไม่สามารถที่จะทำให้รู้จริงๆ ในขณะที่สภาพธรรมะนั้นเกิดได้เพราะว่าขณะนั้นไม่ใช่ปัญญา ที่เริ่มเห็นว่าขณะนั้นไม่ใช่เรา เพราะฉะนั้นจะไปรู้ชั่วหนึ่งขณะจิตที่เกิดขึ้นเป็นอย่างนั้นแหละดับไปแล้วพยายามไปคิดค้นไตร่ตรองก็ไม่สามารถที่จะรู้ความจริงในสิ่งที่ไม่ปรากฏ เพราะฉะนั้นการเริ่มต้นนะคะ ไม่ใช่ไปรู้ว่าขณะนี้เป็นกุศลจิต เรียกว่าขณะนั้นเป็นอกุศลจิตยังไม่ทันรู้เลยค่ะหลับแล้วโดยที่ยังไม่ทันรู้ว่าขณะนั้นเป็นธรรมะ ที เป็นสภาพรู้เท่านั้น เพราะฉะนั้นก่อนอื่นนะคะ ไม่ว่าอะไรก็ตามไม่ไปใส่ชื่อเลยแต่ลักษณะของธรรมะนั้นนะคะ แม้ไม่เรียกชื่อความต่างของธรรมะก็คือว่าในขณะนี้ที่กำลังเห็นนะคะ มีสิ่งที่ปรากฏอย่างหนึ่ง และก็มีการเห็นสิ่งนั้นอีกอย่างหนึ่ง ไม่ต้องเรียกว่าจักขุวิญญาณไม่ต้องเรียกว่าเห็นจึงสามารถที่จะเข้าถึงสภาพที่กำลังเห็น ในขณะนี้ว่าเป็นสิ่งที่มีจริงๆ เห็นเป็นสิ่งที่มีจริง เพราะฉะนั้นเห็นกับสิ่งที่ปรากฏให้เห็นเนี่ยไม่ใช่ธรรมะอย่างเดียวกัน เพราะฉะนั้นขณะนั้นก็ไม่มีใครเลยการที่จะรู้ลักษณะของสภาพธรรมะแต่ละลักษณะโดยไม่ต้องเรียกชื่อ แต่เริ่มเข้าใจถูกว่าเป็นสิ่งที่มีจริงแต่ละอย่างแต่ละลักษณะขณะนั้นก็คือเริ่มเข้าใจว่าเป็นธรรมะ ครับทีนี้ถ้าอาจารย์ก็บอกว่าสติสัมปชัญญะนะครับ มีประโยชน์ มันเกิดขึ้นจริงจะรู้อะไรได้ไงครับทางการสตินึกว่าต้องการเข้าใจธรรมะ เข้าใจธรรมะครับ ไม่ต้องกังวลเรื่องสติใช่ไหมคะ ครับให้เห็นว่าขณะที่กำลังเข้าใจธรรมะเนี่ยเริ่มรู้ว่าแม่ความเข้าใจก็ไม่ใช่เรา ครับเป็นปัญญาครับนี่ชื่อเลย นะคะ แต่จริงจริงแล้วถือว่าเป็นธรรมะแน่นอนจะเรียกอะไรหรือไม่ได้อะไรก็เป็นธรรมะ เพราะฉะนั้นความรู้ว่าเป็นธรรมดาเลยค่ะยังไม่พอ ที่จะเข้าใจจริงๆ ว่าเป็นธรรมะไม่ใช่เรา เพราะฉะนั้นจะไปกังวลถึงสติซึ่งก็เป็นธรรมะซึ่งยังไม่เกิดที่จะรู้ลักษณะของสิ่งที่ปรากฏทาความเข้าใจไม่พอ เวลาที่มีกันไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมในวันหนึ่งวันนึงนะคะ แล้วมีการได้ยินได้ฟังธรรมะวันนึงวันนึงเนี่ยเทียบไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นจึงไม่เข้าใจว่าสิ่งที่กำลังปรากฏขณะนี้เป็นธรรมะ ถูกต้องมั้ยคะค่ะ เพราะฉะนั้นจะรู้ว่าสิ่งที่กำลังปรากฏเป็นธรรมะได้ก็ต่อเมื่อมีความเข้าใจมั่นคงขึ้นครับว่าขณะนี้เป็นธรรมะข่าวโดยที่ว่าไม่ต้องเรียกชื่อเลย ครับในทุกแก้วเนี่ยเย็นไหมถ้าตอนนี้ก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ครับต้องรู้ได้ด้วยกายครับถ้าไม่ใช้เดือนนี้ขนาดนี้วันนี้น้ำในแก้วก็คงจะไม่มีลักษณะที่เย็นอย่างนี้ใช่ไหมคะครับแต่เย็นอย่างนี้แน่เย็นแค่ไหนบอกได้ไหมคะเย็นบอกไม่ได้ครับมีหลายหลากว่าจะกระทบสัมผัส ค่ะเวลากระทบสัมผัสแล้วไม่ต้องพูดว่าเย็นแค่ไหนความเย็นแค่นั้นก็ปรากฏใช่ไหมคะเปลี่ยนไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นธรรมะจริงๆ นะคะ ยังไม่ต้องไปคิดถึงชื่อว่าเป็นสติหรือเป็นอะไรเพียงแต่รู้ว่าเป็นสิ่งที่มีจริงซึ่งไม่มีเจ้าของไม่ใช่ของใคร แม้แต่ลักษณะก็เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไป คราวนี้อะค่ะฟันธรรมะมาทั้งหมดจะเป็นเรื่องอายตนะเรื่องธาตุเรื่องโพธิปักขิยะทำเรื่องอะไรก็ตามแต่นะคะ เพื่อให้มีความเห็นถูกเข้าใจถูกในสิ่งที่กำลังปรากฏว่าเป็นสิ่งที่มีจริงแล้วก็ไม่ใช่เราไม่ใช่ตัวตนไม่ใช่สิ่งหนึ่งสิ่งใดเพื่อที่จะให้คุ้นเคยกับความหมาย และลักษณะที่แท้จริงของธรรมะ จากการศึกษาโดยการฟังการเล่าเรียนก็ทำให้มีความเชื่อในเหตุ และผลมากขึ้นนะครับ อาจารย์ทำให้จำได้ และไม่ลืม จะมีท่านสามารถที่จะค่อยๆ รู้ว่าขณะนี้ค่ะคือสิ่งที่ปรากฏ เพราะฉะนั้นขณะนี้สิ่งที่ปรากฏไม่ใช่ขณะคิดเรื่องอื่น ใช่ไหมคะค่ะเพราะฉันกำลังอยู่ที่ลักษณะของสิ่งที่ปรากฏจากการที่ไม่เคยรู้ไม่เคยสนใจไม่เคยเข้าใจว่าเป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏให้เห็นได้เท่านั้นเอง เห็นไหมคะกว่าจะสามารถเข้าใจได้จริงๆ เป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏให้เห็นได้เท่านั้นเอง ในบรรดาธรรมะอื่นๆ ทั้งหมดไม่สามารถจะปรากฏให้เห็นได้เหมือนสิ่งที่กำลังปรากฏให้เห็นได้ในขณะนี้ แต่พอใจในสิ่งที่ปรากฏให้เห็นแล้ว ก็แสดงให้เห็นว่าความเข้าใจว่าสิ่งที่ปรากฏในขณะนี้เป็นเพียงธรรมะหรือเป็นทาสซึ่งไม่มีใครสามารถเปลี่ยนลักษณะนั้นได้เลยคือเป็นทาสที่กำลังถูกเห็นเพราะมีจิตเห็นธาตุนี้จึงปรากฏให้เห็นได้ พอได้ยินสิ่งนี้ก็หมดแล้วค่ะจะปรากฏพร้อมกันไม่ได้เลยนี่คือความรวดเร็วของธรรมะ เพราะฉะนั้นฟังธรรมะเพื่อให้รู้ว่าเป็นธรรมะซึ่งไม่เที่ยงค่ะ ปรากฏเพราะเกิดขึ้น และก็ดับไปแต่รวดเร็วมากจนกระทั่งทำให้ไม่รู้ความจริงว่าขณะนี้สิ่งที่ปรากฏขณะนี้ไม่ใช่สิ่งเดียวกับคณะก่อนแต่สืบต่อจากคณะก่อนเพราะจิตเกิดขึ้นเห็นเห็น และก็เห็นแล้วก็เห็นจนไม่ปรากฏว่าแม่เห็นก็ดับ และสิ่งที่ปรากฏก็ดับ ฝันธรรมะคือให้เข้าใจให้เป็นความรู้นะคะ ไม่ใช่ให้ไปอยากได้อยากมีให้สติเกิดมากๆ จะได้ไปรู้ลักษณะของธรรมะซึ่งเกิดดับนั้นคือไม่เข้าใจธรรมะเพราะว่าขณะนั้นนะคะ มีความต้องการอย่างอื่นเกิดขึ้นโดยที่ไม่รู้ว่าแม่ขณะนี้สิ่งที่กำลังปรากฏทางตา และได้ยิน หลายครั้งนะคะ จะนับก็แล้วแต่ใครจะนับได้หรือเปล่าว่ากี่ครั้งแต่ก็ยังไม่ได้เข้าใจตามความเป็นจริงว่าเป็นเพียงธรรมะที่เพียงปรากฏให้เห็นได้ แต่ความจริงเป็นอย่างนั้นหรือเปล่าคะ ไม่เป็นอย่างงั้นความจริงของธรรมะที่ปรากฏเป็นสิ่งที่เพียงปรากฏให้เห็นได้ความจริงของสิ่งที่ปรากฏเป็นอย่างนี้หรือเปล่า? ไม่เข้าใจก็ไม่เป็นอย่างนั้นเดี๋ยวนี้ค่ะเพียงปรากฏให้เห็นเนี่ยไม่จริงเหรอคะจริงค่ะแล้วถ้าจิตเห็นไม่เกิดสิ่งนี้จะปรากฏได้มั้ยก็ไม่ได้ค่ะ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นแต่เพียงธรรมะที่สามารถปรากฏให้เห็น เมื่อจิตเห็นเกิด นาจิบเห็นก็ไม่ได้มีตลอดเวลาเดี๋ยวก็คิดเนอะใช่ไหมคะเดี๋ยวก็ได้กลิ่น เดี๋ยวก็เสียงปรากฏ เพราะฉะนั้นแม้จิตเห็นก็ไม่เที่ยง และสิ่งที่กระทบจากครูภาษาไทย และยังไม่ดับไปทำให้จิตเกิดขึ้นเห็นสิ่งที่ยังไม่ดับ แต่เห็นแล้วกระดับโหมด ท่านจิตที่เห็น และสิ่งที่ปรากฏที่เห็นนี่คือชีวิตจริงๆ ค่ะถ้าจะได้ยินคำว่าอนิจจังทุกขังอนัตตาไม่ได้หมายความว่าเกิดมาแล้วก็แก่แล้วก็เจ็บแล้วก็ตายเท่านั้นนะคะ แต่ทุกขณะของชีวิตนะคะ ย่อยออกไปจนสั้นที่สุดนะคะ ชั่วหนึ่งขณะจิตเนี่ย จะเอาอะไรมาวะ กี่วินาทีกี่เสี้ยววินาที เพราะว่าขณะนั้นเกิดแล้วแบบแล้วค่ะไม่สามารถที่จะวัดได้เลยว่าแค่ไหนเร็วแค่ไหน แต่เมื่อเป็นความจริงอย่างนี้นะคะ ฟังธรรมะแล้วก็เข้าใจความไม่เที่ยงความไม่แน่นอนความบังคับบัญชาไม่ได้ของทุกสิ่งทุกอย่างซึ่งเกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัยแต่ละคณะของแต่ละสิ่งที่เกิดขึ้นของแต่ละบุคคลก็เข้าใจว่าสิ่งนั้นเป็นเราแล้วก็เป็นของเรา ก็คือการยึดถือ และการเข้าใจผิดนะคะ หลงเข้าใจว่าสิ่งที่ไม่เที่ยงว่าเที่ยงมีอยู่ตลอดเวลากับเข้าใจให้ถูกต้องว่าสิ่งนี้ไม่เที่ยง เพราะฉะนั้นก็จะทำให้เห็นว่าการรู้ความจริงมีประโยชน์กว่าการไม่รู้เพราะว่าถ้าไม่รู้ความจริงนะคะ อยากจะบังคับอยากจะได้ แม้แต่สติก็อยากจะมี ก็คือยังไม่มั่นคงในการที่จะเข้าใจว่าธรรมะเป็นธรรมะแล้วก็เป็นอนัตตาไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใคร เพราะฉะนั้นตลอดชีวิตวันธรรมะเรื่องอะไรก็ตามแต่นะคะ จะจากโลกนี้ไปก็คือมีความเข้าใจขึ้นขณะที่ได้ยินคำว่าธรรมะก็รู้ว่ากำลังมีธรรมะ เป็นธรรมะแต่ละอย่าง และก็ธรรมะทั้งหมดนะคะ ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของใครเลย มีลักษณะเฉพาะของธรรมะตั้งแต่ระยะ อาจารย์ครับแต่ทำไมเราถึงยึดเหลือเกินครับอาจารย์ไม่รู้ค่ะเราเป็นภาษามาสัมพุทธเจ้าหรือเปล่าไม่ใช่ครับค่ะเราเป็นใครผู้ชนครับเป็นผู้ฟังพระธรรมครับที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู และทรงแสดงเพื่อให้คนที่ได้ฟังนะคะ มีความเห็นถูกมีความรู้ถูกเช่นเดียวกับที่พระองค์ได้ทรงประจักษ์แล้ว ขอบคุณอาจารย์ครับ ได้ฟังสหายธรรมหลายๆ ท่านพูดถึงสติสัมปชัญญะนะฮะสตินี่คือสภาพที่ระลึกอย่างเช่นเราขับรถเนี่ยเรามีสติตลอดเวลาหรือเราข้ามถนนเนี่ยเราก็ระวังตัวตั้งแต่ตื่นมาจนกระทั่งหลับไปเนี่ย มีความรู้สึกตัวอยู่ตลอดเวลาลักษณะแบบนี้หรือเปล่าคะที่เรียกว่าสติ ที่จริงก็เป็นการยากนะคะ ที่จะถ่ายทอดภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่ง เพราะฉะนั้นเวลาที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมะเป็นภาษามักขดซึ่งเป็นภาษาที่ดำรงพระพุทธศาสนาจึงใช้คำว่าบาลีหรือปลาร้าเนี่ยนะคะ แล้วเวลาที่เป็นภาษาไทยจากภาษาหนึ่งไปอีกภาษาหนึ่งนะคะ สามารถที่จะแปลพยัญชนะได้อัดค่ะได้แต่ต้องเป็นความเข้าใจในความหมายของคำนั้นนะคะ ไม่ใช่เพียงความเข้าใจเรื่องราวเพราะเหตุว่าพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมมา คือแสดงสิ่งที่มีจริง เพราะฉะนั้นอัตทะของภาษาที่ใช้ต้องหมายถึงลักษณะของสภาพธรรมะที่จะทำให้เมื่อใช้คำนั้นแล้วก็สามารถที่จะเข้าใจได้ด้วยเหตุนี้จึงมีคำว่าสติ แล้วก็มีคำว่าสติสัมปชัญญะซึ่งก็ต้องต่างกันใช่ไหมคะเพราะเหตุว่าสติเป็นสภาพที่ระลึกเป็นไปในกุศลนี้ก็แสดงแล้วค่ะว่าไม่ใช่เราเลยขณะที่เราให้ทานนะคะ แล้วก็งดเว้นไม่กล่าวคำที่ไม่จริง เป็นต้น ขณะนั้นเป็นราวหรือว่าเพราะสติเกิดระลึกเป็นไปในกุศลที่จะเว้นคำที่ไม่จริงหรือจะเว้นการเบียดเบียนบุคคลอื่นได้จะเกิดความเมตตาหรือว่าจะเกิดการให้สิ่งที่เป็นประโยชน์กับบุคคลอื่นขณะนั้นไม่ใช่สัตว์บุคคลตัวตนใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ แต่เป็นเพราะศักยภาพของสติ เกิดขึ้นระลึกเป็นไปในกุศลกุศลนั้นจึงเกิด และกระทำกุศลนั้นสำเร็จลงไปได้ด้วยเหตุนี้ถ้าพูดถึงสติก็หมายความถึงสภาพธรรมะที่ระลึกเป็นไปในกุศลนี้คันนึงไม่มีคำว่าสัมปชัญญะด้วยแต่มีคำว่าสติ เพราะฉะนั้นที่คุณชุมพรกล่าวว่า รู้สึกตัวตลอดนะคะ เป็นสติหรือเปล่าถ้าขนาดนั้นไม่รู้อะไร ไม่สามารถที่จะกล่าวได้เพียงแต่บอกว่าแปรงฟันก็รู้ว่ากำลังแปรงฟันรับประทานอาหารก็รู้ว่ากำลังรับประทานอาหาร อย่างนั้นนะคะ จะเป็นสติหรือเปล่า เพราะเหตุว่าไม่ได้เข้าใจลักษณะของสภาพธรรมะที่กำลังปรากฏด้วยเหตุนี้สติในขณะที่กำลังเอื้อมมือไปตักอาหารเป็นยังไงหรือว่าขณะที่เอื้อมมือไปตักอาหารนั้นไม่ใช่สติเพราะว่าขณะนั้นไม่เป็นไปในกุศล แค่แสดงว่าเข้าใจคำแปลผิดแล้วก็คิดว่าเป็นสติใช่ไหมฮะ กำลังรับประทานอาหารนะคะ เราก็เอื้อมมือไปตักอาหารมารับประทานขณะนั้นจะมีสติได้ไหมว่าเป็นสติหรือเปล่าใครจะบอกได้ถ้าไม่ใช้ปัญญาถูกต้องไหมคะ และในขณะที่เรารับประทานอาหารแล้วก็เราเอื้อมมือตักอาหารให้คนอื่นเลยว่าเลื่อนอาหารที่อยู่ใกล้ ให้ไปถึงผู้ที่อยู่ใกล้นั้นได้ขณะนั้นเป็นกุศลหรือเปล่า เพราะฉะนั้นธรรมะเป็นเรื่องที่ละเอียดมากนะคะ ถ้าขณะนั้นเป็นความเมตตาความหวังดีๆ
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1561
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1562
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1563
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1564
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1565
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1566
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1567
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1568
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1569
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1570
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1571
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1572
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1573
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1574
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1575
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1576
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1577
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1578
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1579
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1580
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1581
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1582
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1583
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1584
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1585
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1586
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1587
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1588
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1589
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1590
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1591
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1592
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1593
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1594
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1595
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1596
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1597
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1598
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1599
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1600
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1601
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1602
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1603
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1604
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1605
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1606
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1607
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1608
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1609
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1610
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1611
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1612
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1613
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1614
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1615
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1616
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1617
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1618
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1619
- ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1620