ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1959


    ตอนที่ ๑๙๕๙

    สนทนาธรรม ที่ ศาลเยาวชน และครอบครัว จ.นครพนม

    วันที่ ๑๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗


    นี้ก็ค่อยๆ ยาวไปยาวไปเรื่อยๆ นะคะ แต่ก็เป็นการให้รู้ความจริงเดี๋ยวนี้ที่กำลังเป็นอย่างนี้ เพื่อที่จะให้เข้าใจแม้แต่คำเดียวคือคำว่าขันธ์แต่ไม่ทรงจำแนกโดย ๕ คันก็หมายความว่าเป็นการยึดมั่นนะคะ ในลักษณะที่ต่างกัน และอาศัยกันด้วยเพราะเหตุว่าภาพมีรูปนะคะ ต้องอาศัยรูปใช่ไหมจึงได้มีความรู้สึกได้ จากรูปที่ปรากฏโทมนัสบ้างโธมัสบ้างนะคะ เพราะเหตุว่ามีความรู้สึกที่เป็นสุขใช่ใหมจึงจำความรู้สึกนั้นไว้แสวงหาแต่ความรู้สึกนั้น ที่เลยนะคะ ไม่ทราบว่ากาละแมร์อร่อยมาก เสียงมาแล้วค่ะ เสียงมาละกาละแมร์ นะคะ อร่อยมากสัญญาจำแล้ว ไปหาดีกว่า จะได้อะไรไหมคะความรู้สึกจากการที่ได้รับประทานกาละแมเพื่อความรู้สึก ที่ชอบ โสมนัส ด้วยรถที่ดี แล้วก็ติดข้อง เพราะฉะนั้นทางรูปฉันเวทนาขันธ์สัญญาขันธ์สังขารขันธ์ ทั้งหมดเลยนะคะ นำมาคั้น ๓ หรืออีกหนึ่ง จิตคือวิญญาณนะคะ ถ้าไม่มีจิตอะไรอะไรก็ไม่มี มีไม่ได้เลยมีรูปขันธ์แต่ว่าไม่มีจิตจะมีประโยชน์อะไรไม่เดือดร้อนเลย ภูเขาไฟจะระเบิดน้ำจะท่วมไฟจะไหม้ไม่มีใครเดือดร้อนเลยแผ่นดินไหวไม่มีถาดรู้อะไรก็ไม่ปรากฏความเดือดร้อนขึ้นนะคะเพราะฉะนั้นที่เดือดร้อนเป็นทุกข์เพราะหน้ามาทำหรือนำมาชาร์จหรือธาตุรู้นั้นเอง ซึ่งเป็นอนัตตาแล้วมาจากไหนต่อไปก็จะมีคำตอบจากเหตุที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดอย่างละเอียดมากซึ่งเป็นอนัตตาค่อยๆ คลายการคิดว่าเราทำได้ เรียกว่าทำไมต้องเป็นเราทุกอย่างเลยค่ะต้องมีเหตุที่จะทำให้เกิดทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการฟังธรรมะเป็นเรื่องที่ละเอียดนะคะ เพื่ออะไรคะเพื่อละความไม่รู้ละความไม่รู้เพื่ออะไรเพื่อไม่ต้องเป็นทุกข์นี้ค่ะที่เป็นทุกข์เนี่ยเพราะไม่รู้ เดือดร้อนมากเพราะเข้าใจว่าเป็นเราเขาว่าเราเดือดร้อนไหมคะเข้าชมเราหวั่นไหวไหมคะ ซึ่งความจริงก็ไม่มีอะไรเลยค่ะคำพูดก็ดับแล้วหมดแล้ว จะรักจะชังจะติจะชม ถ้าไม่มีสภาพรู้หรือธาตุรู้ เลย ไม่เดือดร้อนสันติสุขความสงบอย่างยิ่งคือการไม่เกิดขึ้นของธรรมะทั้งหลาย มีผู้ที่ได้ทรงตรัสรู้ความจริงนะคะ แบบกิเลสรู้แจ้งอริยสัจธรรมเมื่อไม่มีกิเลสแล้วไม่เกิดอีกเลย ขณะที่ประสูติเป็นเจ้าชายสิทธัตถะยังไม่ได้ดับกิเลสเลยนะคะ ยังไม่เป็นแม่พระโสดาบันแต่พระบารมีที่ได้สะสมมาแล้วทั้งหมด พร้อมที่จะตรัสรู้ด้วยตนเองด้วยพระองค์เองไม่ต้องอาศัยคำของใครเลยในฉากนั้นนะคะ แต่ก่อนนั้นนะคะ บำเพ็ญพระบารมี ๔ อสงไขยแสนกัปเพื่อที่จะถึงความเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเมื่อได้ทรงตรัสรู้แล้วนะคะ ประกอบด้วยพยาน ทั้งหมดที่ สามารถจะเกื้อกูล อนุเคราะห์ให้คนอื่นได้สามารถเข้าใจจากคำจริงแต่ละคำที่ตรัสไว้ดีแล้ว เพราะฉะนั้นก็ครบแล้วค่ะ ๕ คัน ไม่ต้องท้องเลยแล้วก็จำได้ด้วยนะคะ วันนี้มีกี่คันคะ ลืมตามานี้ค่ะกี่คันค่ะ หากคันค่ะครบเลยรูปขันธ์ก็มีเวทนาขันธ์ก็มีสัญญาขันธ์ก็มีสังขารขันธ์ก็มีวิญญาณขันธ์ก็มีวันนี้ครบ ๕ คันนะคะ เดี๋ยวนี้กี้แคม ค่ะ ก็ ๕คันค่ะทุกขณะ ๕ คันโหมดไหมคะสักคันเดียว ใช่ค่ะรูปทันบ้างคะ ไม่ขาดใช่ไหมคะศีรษะตลอดเท้ายังอยู่ครบ เพราะฉะนั้นมีทั้งลูกปัดฉันเวทนาขันธ์สัญญาขันธ์สังขารขันธ์วิญญาณขันธ์รวมความว่าหน้ามาคันทรี่จิต และเจตสิกแยกกันไม่ได้เลย แน่นอนนะคะ แต่รูปบางครั้ง เกิดโดยที่ไม่มีหน้าม้าคันเลย ได้ไหม ต้นไม้เนี่ยแขกมีหน้ามาคันใหม่ มีแต่รูปประกัน และสำหรับครอบคลุมที่เกิดนะคะ ในภูมิที่มีขันธ์ธาตุเดี๋ยวนี้รู้แล้วใช่ไหมคะขันธ์ ๕ มีทั้งนามธรรม และรูปธรรมเป็นมนุษย์เทวดา แล้วก็ใบภูมิเป็นสัตว์เดรัจฉานนรกเปรตอสูรกาย สวรรค์ ๖ ชั้น มีทั้งนามธรรม และรูปธรรม แต่ก็ยังมีที่เกิดตามเหตุ ที่ทำให้เกิด โดยมีแต่รูป ไม่มีหนามเลยหรือว่ามีแต่นามไม่มีรูปเลย หรือมีทั้งนามทั้งลูกแต่ไม่ใช่มนุษย์ไม่ใช่เทวดาไม่ใช่ใบภูมิก็มีนี่คือความละเอียดยิ่งนะคะ ว่าจิตใจเนี่ยมีหลายระดับ จิตที่สูงยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นด้วยปัญญาเฉียบแหลมอยู่ในภูมิที่สูงขึ้นสูงขึ้นนะคะ ภูมิมนุษย์เนี่ยค่ะเป็นสุคติภูมิ นะคะ เป็นภูมิที่ดีเป็นผลของกุศลกรรม แต่ถึงแม้ว่านะคะ เกิดมาเป็นมนุษย์ดีแล้วใช่ไหมคะ แต่ทำไมเดี๋ยวสุขเดี๋ยวทุกข์ เพราะอกุศลกรรมให้ผล ตามโอกาสตามกันล่ะเพราะว่าเราไม่ได้มีแต่กุศลกรรมตลอดมาเลยนะคะ ในสังสารวัฎแม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังประชวร เพราะอะไรคะไม่ใช่ผลของกุศลกรรมแน่นอน และทรงแสดงไว้ด้วยว่าแต่ละผลที่เกิดขึ้นนั้นจากเหตุที่ได้ทำไว้ในอดีตอย่างไร เพราะฉะนั้นก็เป็นเรื่องของธรรมะค่ะซึ่งตราบใดที่ยังมีเหตุที่ได้กระทำแล้วที่จะให้ผลเกิดนะคะ ถึงการสุกงอมพร้อมที่จะเกิดเมื่อไรพลจึงเกิดได้แต่กำนันมีแล้วค่ะสะสมมาแล้วไว้ทุกคนมากมายนับไม่ถ้วนในสังสารแต่ไม่รู้ จนกว่านะคะ อะไรเกิดขึ้น แค่บอกว่าการ แต่เราพูดถึงเหตุ แต่ความจริงที่เกิดนั้นเป็นผลของกรรมเช่นความเจ็บทางกายนะคะ เจ็บปวดจะจะด้วยโรคหรือว่าไม่ใช่ด้วยโรคอะไรก็ตามอุบัติเหตุก็ได้นะคะ ถ้าไม่มีกัมไม่มีกาแยกภาษาไทยที่ซึมซาบอยู่ทั่วตัวกายศาสตร์หมายความถึงรูปพิเศษนะคะ ไม่ใช่แข็งไม่ใช่เย็นไม่ใช่ร้อนแต่รูปนั้นนะคะ สามารถจะกระทบกับเย็นหรือร้อนที่สัมผัสกายที่กระทบกายได้ต้องกระทบประสาทท่าพระจันทร์ส่วนใดที่ไม่มีการแยกสาธารณะค่ะ แม่มีอะไรกระทบก็ไม่มีการรู้สึก เรียนรู้สิ่งนั้นได้เห็นได้แต่ว่าไม่รู้ในลักษณะที่กระทบเพราะเหตุว่า ไม่มีการแยกประสาท ปลายผมนี่ค่ะตัดผมกันบ่อยๆ เจ็บมั้ย ค่ะ เพราะไม่มีการแยกภาษาถ้าที่ผม แต่มีที่รากผม เด่น และถอนเจ็บน้อยใช่ไหมคะนี่ละคะก็คือธรรมะทั้งหมดเลยชีวิตประจำวันจริงๆ นะคะ แต่ไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะไม่ได้ฟังพระธรรม ฟังคำอะไรก็ไม่รู้ได้ยินจำได้ ฉันแบ่งปฏิบัติบ้างอะไรบ้างแต่ก็ไม่รู้ว่าอะไร เพราะฉะนั้น ไม่ใช่สาวกค่ะ ถ้าเป็นสาวกคือผู้ฟังคำนะคะ แล้วเข้าใจด้วย เพราะฉะนั้นขณะนี้นะคะ ที่ เข้าใจใช่ไหมคะ ก็เป็นผู้ฟังคือสาวกมีอีกชื่อนึงไหมคะอุบาสิกา และอุบาสก ชื่อนี้ถ้าคนไม่รู้รู้สึกอายอายอยู่ดีๆ ก็จะเป็นอุบาสิกาอุบาสกเป็นอะไรก็ไม่รู้ใช่ไหมคะแต่ว่าถ้าเข้าใจ และความหมายคือผู้ที่นั่งใกล้พระศาสนา ในสมัยโน้นค่ะถ้าไม่เข้าไปใกล้ไม่ได้ฟังพระธรรม อยู่ที่ริมประตูพระวิหารเชตวัน แต่ว่าที่ประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน เพราะฉะนั้นเข้าไปใกล้เพื่อฟังคำ และเข้าใจนะคะ ถ้าเป็นผู้ชายก็เป็นอุบาสก ถ้าเป็นผู้หญิงก็เป็นอุบาสิกาต้องใส่สีขาวหรือเปล่าคะ ค่ะ ความเข้าใจเนี่ยต้องไปใส่สีขาวหรือเปล่า สีอะไรก็เข้าใจได้ใช่ไหมคะ ค่ะ เพราะฉะนั้นเป็นผู้ที่มีเหตุผลผู้ที่ไปเฝ้าพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในครั้งพุทธกาลระ ๖ ระเหินมาจากที่ไหนจากการเดินทางพอไปถึงพระเชตวันแวะพักแต่งตัวสีอะไรไม่มีใครบอก ใช่ไหมคะก็แล้วแต่ขณะนั้นจะเปียกฝนจะตากแดดจะยังไงก็ตามแต่ตราบเท่าคือผู้ที่ได้ยินได้ฟังพระธรรมแล้วเข้าใจ เพราะฉะนั้นไม่หลงผิด ในเรื่องสีขาว แม้ข้อความในพระไตรปิฎกนะคะ ก็ทรงแสดงไว้แวะสีขาวไม่ใช่สีที่บริสุทธิ์ หรือว่าไม่ใช่บริสุทธิ์เพราะสีขาว สีขาวไม่ได้ทำให้ใครบริสุทธิ์เลย ความเข้าใจธรรมะต่างหากใช่ไหมคะสีอะไรก็สามารถเข้าใจธรรมะได้ เพราะฉะนั้นถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมเนี่ย เราหลงผิดหรือเปล่า แล้วก็จะทิ้งความหลงผิดไหมหรืออยากจะมีความหลงผิดไปอีกเรื่อยๆ หรือว่าถ้ารู้ว่าผิดทิ้งทันทีมีค่าอะไรคะที่จะมีของที่ผิดเก็บไว้ ก็ผิดอีกผิดอีกต่อไปเรื่อยๆ ไม่มีทางที่จะถูกเลย เพราะฉะนั้นการกราบไหว้พระสัมมาสัมเจ้าด้วยความเคารพบูชาสูงสุดนะคะ ไม่ใช่ด้วยดอกไม้ธูปเเท่นเครื่องสักการะใดๆ เพราะสิ่งนั้นไม่สามารถดำรงพระศาสนาคือคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไว้ได้เลย แต่ต้องเป็นการเคารพด้วยการฟังแล้วก็เข้าใจถูกต้อง เขาเรียนท่านอาจารย์คำถามแรกที่อยากจะถามก็คือแขนพุทธศาสนานะครับ คืออะไรขอบคุณครับ แก่นของพระพุทธศาสนานะคะ คือความเข้าใจถูกความเห็นถูกภาษาไทยนะคะ ถ้าเป็นภาษาบาลีก็ใช้คำว่าปัญญาเพราะเหตุว่าพุทธะคือปัญญาปัญญาคือความเห็นถูกต้องตามความเป็นจริงของสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าที่กำลังมีอยู่ในขณะนี้นะคะ พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้ความจริงทั้งหมดทั้งปวงโดยสิ้นเชิงทุกประการ ทุกขณะจิตตั้งแต่เกิดจนตายแล้วก็ทรงแสดงธรรมะเพื่ออนุเคราะห์นะคะ ให้แต่ละคนนะคะ ได้มีความเข้าใจความจริงของสิ่งที่มีจริงๆ ที่กำลังปรากฏซึ่งทุกคนคิดไม่ถึงเลยนะคะ เกิดมาแล้วเป็นอะไรหรือว่าทำอะไร เกิดมาแล้วก่อนจากโลกนี้ไปนะคะ ไม่ว่าจะวันไหนเดือนไหนปีไหนก็คือมีการเห็นมีการได้ยินมีการได้กลิ่นมีการลิ้มรสมีการรู้ที่กระทบสัมผัสกาย และก็คิดนึกถึงล้วนแต่เป็นสิ่งที่ปรากฏที่กำลังเผชิญหน้า ไม่ว่าวันก่อนหรือว่าพรุ่งนี้ก็จะต้องเป็นอย่างนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีกนะคะ คือพรุ่งนี้ก็เห็นอีกได้ยินอีก แล้วก็ลิ้มรสอีกเวลารับประทานอาหารแล้วก็ได้กลิ่นอีกนะคะ กระทบสัมผัสกายอีกคิดหนึ่งเป็นอย่างนี้ใช่ไหมแต่ว่าสิ่งที่กำลังเป็นคณะนี้นะคะ เมื่อวานนี้ไม่มี และพรุ่งนี้ก็ไม่มีมีเดี๋ยวนี้เท่านั้น เพราะฉะนั้นความจริงก็คือว่าเดี๋ยวนี้มีสิ่งที่กำลังปรากฏนะคะ แต่ว่าไม่รู้เลยว่านี่คือชีวิต นี่คือความจริงเส้น ต้องมีการเกิดแล้วก็มีการแตกทำลายใช้คำว่าแบบสิ้นไปแต่ว่าไม่ปรากฏเลยค่ะทุกชีวิตก็เกิดมาแล้วก็ผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ไว้ต่างๆ จนถึงขณะสุดท้ายก็คือว่ายังไงยังไงทุกคนต้องจากโลกนี้ไปแน่นอน ไม่มีใครจะอยู่ในโลกนี้ได้ตลอดไปนะคะ แล้วก็สิ่งที่เคยเห็นเคยจำทั้งหมดค่ะไม่เหลือเลย และถ้าจะคิดถึงจริงๆ นะคะ ไม่รอจนถึงวันสุดท้ายหรือว่าขณะสุดท้ายของโลกนี้เพียงเมื่อวานนี้ก็ลืมแล้ว ขณะนี้จริงๆ นะคะ ทุกขณะที่ปรากฎก็หมดไปแล้วก็ลืมด้วยกำลังมีสิ่งใหม่ที่ปรากฏ เพราะฉะนั้นที่เราบอกว่าลืมหมายความว่าสิ่งที่เคยปรากฏแล้วนะคะ ไม่ได้ปรากฏอีกแต่ก็มีความจำจึงย้อนคิดถึงสิ่งที่หมดแล้ว และเข้าใจว่าสิ่งนั้นยังมีอยู่ ถูกหรือผิด ไม่เหลือเลยนะคะ แต่ก็เข้าใจว่ายังมีอยู่คนที่เราเห็นเมื่อวานนี้ก็ยังเป็นคนนี่พูดกันถึงเรื่องเก่าๆ เหมือนอย่างมีอยู่แต่ความจริงไม่มีอะไรที่เหลือเลย เพราะฉะนั้นการตัดรูของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านะคะ ก็จะต่างกับคำสอนอื่นๆ นะคะ ที่คิด แต่ไม่ใช่ตรัสรู้อาจจะมีนักปราชญ์นักจิตวิทยามากมายนะคะ เขียนตำราเรื่องนั้นเรื่องนี้เช่นเรื่องจิตเรื่องวิญญาณเรื่องอะไรก็ตามแต่นะคะ แต่ไม่ใช่ผู้ที่ตรัสรู้ความจริงของสภาพธรรมะจนประจักษ์แจ้งโดยสิ้นเชิงทุกประการ เพราะฉะนั้นคำว่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้านะคะ ไม่มีใครจะมีชื่อนี้ได้เลยนะคะ อีกนานแสนนานกว่าจะมีผู้ที่บำเพ็ญบารมีพอที่จะสามารถเข้าใจสิ่งที่กำลังปรากฏ และมีความที่สะสมมาที่จะให้บุคคลอื่นค่ะ ได้เข้าใจตามด้วยไม่ใช่ว่าพระองค์จะเพลงแต่สรุปเพียงพระองค์เดียวนะคะ แล้วก็ไม่ได้อนุเคราะห์ให้คนอื่นได้รู้ตาม เพราะฉะนั้นเป็นพระมหากรุณานะคะ เมื่อได้ตรัสรู้แล้วทรงแสดงพระธรรมแม้ว่าจะปรินิพพานไปแล้วแต่พระธรรมที่ตรัสไว้ดีแล้วนะคะ สำหรับให้ฟัง ให้เข้าใจ เพราะฉะนั้นคนที่เกิดมาภายหลังจนกระทั่งถึงขณะนี้ ๒๕๐๐ กว่าปีนะคะ ลืมคำว่าเข้าใจมีแต่อยากจะทำอยากจะได้เช่นบางคนเนี่ยนะคะ ก็คิดว่า ได้ยินผิวเผินไม่รู้ว่าอะไรแต่ว่าอยากจะได้แล้วเช่นนิพพานหรือว่าไปทำอะไรก็ตามแต่นะคะ ที่คิดว่าทำอย่างนั้นแล้วจะถึงนิพพาน ไม่มีความเข้าใจอะไรเลยทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นแทนที่จะทำอย่างหนึ่งอย่างใดนะคะ ก็น่าจะกลับมาคิดว่าแล้วเข้าใจหรือเปล่า และพระศาสนาที่ทรงแสดงไว้เนี่ยเพื่ออะไร ดูเหมือนว่าไม่มีประโยชน์อะไรเลยมีไว้ก็จริงแต่ว่าไม่มีใครอ่านไม่มีใครศึกษาไม่มีใครเข้าใจ และพระธรรมที่ตรัสไว้ดีแล้วเนี่ยจะเป็นประโยชน์กับใครด้วยเหตุนี้นะคะ ชาวพุทธเนี่ยค่ะลืมคำว่าชาวพุทธต้องหมายความว่าเป็นผู้ที่ ได้ฟังพระธรรมด้วยความเข้าใจจึงนับถือบุคคลที่ราวธรรมะให้เราเกิดปัญญาของเราเอง นี่เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะคะ เพราะเหตุว่าถ้าเราจะทำตามที่คนอื่นบอกแต่ว่าไม่ใช่ปัญญาของเราไม่มีประโยชน์ เพราะฉะนั้นพระอรหันตสัมมาสัมเจ้าไม่ได้ทรงบำเพ็ญพระบารมีเพื่อที่จะตรัสรู้นะคะ แล้วก็กล่าวคำที่คนอื่นไม่เข้าใจไม่ใช่อย่างนั้นเลยค่ะเมื่อเข้าใจแล้วด้วยพระองค์เอง สิ่งที่สุดก็ทรงอนุเคราะห์ในการที่บารมีที่ได้บำเพ็ญมาแล้วทำให้ตรัสคำซึ่งเป็นปัญญาทั้งหมดค่ะที่ สามารถจะเข้าใจได้ตั้งแต่ขั้นต้นจนถึงสามารถที่จะรู้แจ้งอริยสัจธรรม ดับกิเลสได้นะคะ โดยที่ว่า ไม่หลงเข้าใจผิดเพราะไม่มีปัญญาเลยเราคิดว่าจะไปดับกิเลส แค่พูดถึงกิเลสธรรมเดียวนะคะ คืออะไร มีคำว่าอกุศล และธรรมด้วย และมีคำว่ากิเลสด้วย เพราะฉะนั้นแต่ละคำเนี่ยธรรมะหลากหลายมากจึงมีคำที่หลากหลายมากเพื่อแสดงให้เข้าใจความจริงเพื่อที่จะให้เข้าใจถูกในแต่ละคำ เพราะฉะนั้นทุกคำนะคะ เป็นเรื่องของปัญญา เพราะฉะนั้นใครบ้างค่ะที่ ไม่อยากจะมีปัญญาเกิดมาทั้งชาติแล้วก็ไม่รู้ความจริงของสิ่งที่มีจริงตั้งแต่เกิดจนตายกี่ชาติมาแล้ว ชาตินี้ก็จะเป็นอย่างนั้นอีกถ้าไม่มีโอกาสได้ฟังได้ไตร่ตรองจนกระทั่งเป็นปัญญาของตนเองที่สำคัญที่สุดนะคะ ไม่มีอะไรจะทำให้ ได้รับปัญญานะคะ ไปซื้อหาไม่ได้เงินทองมหาศาลเท่าไหร่ ซื้อไมค์ได้เลยนะคะ แต่ปัญญาที่ได้แล้วเนี่ยค่ะเป็นอริยทรัพย์เพราะเหตุว่าคนอื่นไม่ สามารถที่จะ ฉกชิงวิ่งราวด้วยเอาออกไปได้นะคะ จะเผาไฟให้ไฟไหม้บ้านทรัพย์สมบัติได้หมดแต่ปัญญาไม่มีอะไรจะทำร้ายได้เมื่อมีความเข้าใจที่มั่นคงแล้วด้วยเหตุนี้นะคะ ปัญญาประเสริฐสุดในบรรดาสิ่งทั้งหลายในโลกที่เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มีอีกอย่างนึงนะคะ เส้นไม่มีอยู่ในที่นี้คือนิพพานแต่ว่าพูดไปโดยที่ว่าไม่รู้สิ่งที่กำลังมีขณะนี้ไม่มีทางที่จะเข้าใจได้เลย เพราะฉะนั้นความรู้ต้องตามลำดับค่ะถ้ามีใครชักชวนให้ไปรู้ในผ่านให้ไปในผ่านโดยไม่เข้าใจสิ่งที่มีจริงในขณะนี้นะคะ เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ทุกอย่างต้องเป็นเหตุเป็นผลค่ะไม่ใช่ว่าอยากได้ผลอย่างนี้แต่ไม่รู้เหตุว่าแล้วอย่างไรล่ะผลอย่างนั้นจึงจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในขณะนี้นะคะ ถ้าไม่มีการฟังพระธรรมจะไม่รู้จักพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเลย ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นเราพระผู้มีพระภาคตรัสไว้นะคะ ผู้ใดเห็นธรรมผู้นั้นเห็นแต่ถ้าคดหรือเราก็คือว่าเห็นพระองค์ตามความเป็นจริงว่าที่เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ใช่เพราะพระรูปกายซึ่งงามเหนือบุคคลใดด้วยบารมีที่ได้สะสมมาแล้วเป็นผลของกุศลนะคะ แต่ว่าเหนือกว่านั้นก็คือว่าเป็นผู้ที่ส่งคุณคือพระปัญญาคุณพระบริสุทธิคุณพระมหากรุณาคุณ และบุคคลอื่นใดทั้งสิ้นทรงแสดงธัมม ๔๕ พรรษาเพราะรู้ว่าคนที่ไม่ได้สะสมปัญญานะคะ ก็จะฟังคำของพระองค์ให้เข้าใจ อย่างมากเนี่ยเป็นไปไม่ได้ด้วยเหตุนี้ในครั้งพุทธกาลผู้ที่ได้ไปเฝ้าฟังธรรม ผู้ที่อบรมความเข้าใจมาแล้วนะคะ ความเข้าใจนั้นไม่เปลี่ยนสามารถที่จะเข้าใจทันทีที่พระองค์ตัดสินเห็นขณะนี้แต่คนที่ไม่เคยอบรมมาเลยหรือว่าอาจจะได้ยินได้ฟังมาบ้างแต่น้อยมากนะคะ ก็ไม่สามารถที่จะเข้าใจชัดเจน ในทุกคำที่ตรัสเช่นขณะนี้เห็นมีจริง ถูกต้องมั้ยคะ แล้วใครรู้เรื่องเห็นบ้างแต่พระอรหันตสัมมาสัมพระเจ้าตรัสว่าเห็นเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย เกิดขึ้นเห็นแล้วก็ดับไป เพราะฉะนั้นสังขารธรรมทั้งหลายธรรมะคือสิ่งที่มีจริงนะคะ มีปัจจัยจึงเกิดขึ้นได้ถ้าไม่มีปัจจัยที่เหมาะสมก็เกิดขึ้นไม่ได้เลยแต่ว่าเกิดขึ้นนะคะ แล้วก็ดับหมดไปเร็วสุดที่จะประมาณได้เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเห็นการเกิดดับของเห็นเลย แต่ก็มีได้ยินซึ่งไม่ใช่เห็น เพราะฉะนั้นได้ยินก็เกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัยเกิดขึ้นได้ยินแล้วก็ดับไป เพราะฉะนั้นธรรมะเป็นธรรมะเมื่อไหร่เห็นธรรมะ เมื่อนั้นรู้ว่าไม่มีเราตรงกับที่ได้การ์ดไว้สั้นๆ นะคะ ธรรมะทั้งหลายเป็นอนัตตา มีสองคำนะคะ อัตรา เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดอนัตตาไม่ได้เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดเลยทั้งสิ้นแต่เป็นสิ่งที่มีจริงๆ มีปัจจัยเกิดขึ้นแล้วก็ดับไป เพราะฉะนั้นการฟังพระธรรมนะคะ เพื่อประโยชน์คืออย่างน้อยที่สุดนะคะ ได้รู้ความจริงจากผู้ที่กล่าวคำนี้ และคำนั้นคนอื่นกล่าวไม่ได้ ไม่มีใครสามารถที่จะคิดขึ้นมาเอง และกล่าวความละเอียดยิ่งของคำว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอนัตตา ถ้าไม่ฟังนะคะ ไม่มีทางเห็นด้วย เราเห็นเราเกิดเราตายแต่แพทย์อรหันตสัมมาทรัพย์เจ๊ากลัดคำไหนคำนั้นไม่เปลี่ยนเปลี่ยนไม่ได้เลยเป็นหนึ่งไม่เป็นสองคิดว่าทุกสิ่งทุกอย่างนะคะ ทุกสิ่งต้องหนึ่งทุกอย่างก็ต้องหนึ่ง ไม่ใช่เอามารวมกัน เพราะฉะนั้นขณะนี้ค่ะ แต่สิ่งที่ปรากฏแนะเหมือนร่วมกันไม่ได้แยกกันแต่ความจริงไม่ได้เป็นอย่างนั้นเลยนะคะ ทุกอย่างที่นี่ค่ะแตกย่อยออกไปได้จนถึงเล็กละเอียดยิบ และแต่ละเด้งที่มีต้องเกิด ถ้าไม่เกิดไม่มีแต่เกิดแล้วกำลังเกิดแบบก็ไม่ปรากฏ เพราะฉะนั้นการฟังปัญญาก็ต้องเริ่มนะคะ ตั้งแต่รู้ว่า ใครก็ตามที่จะกล่าวถึงความจริงความจริงนั้นต้องมีในขณะนี้ มิเช่นนั้นแล้วจะเป็นความจริงได้ยังไงคะไปพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้เดี๋ยวนี้ก็ไม่มีแล้วเราจะเข้าใจได้ยังไงแต่ถ้าพูดถึงสิ่งที่มีจริงๆ เดี๋ยวนี้กำลังปรากฏจริงๆ แล้วก็สามารถที่จะฟังแล้วใกล้ตรองจนกระทั่งเป็นความเข้าใจว่าคำนั้นไม่ผิด


    ฟังธรรมจากหัวข้อย่อย

    หมายเลข 202
    13 มิ.ย. 2567

    ซีดีแนะนำ