พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่ 872


    ข้อความนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบแก้ไข

    ตอนที่ ๘๗๒

    ที่มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา

    วันอาทิตย์ที่ ๒๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๖


    เข้าใจในสภาพนั้นว่าไม่ใช่ ในขณะที่สิ่งนั้นปรากฏ ถ้าจะกระทำมันคงไม่มีเราแต่ว่าตอนต้นชั่วโมงถ้าจังหวะเรื่องคู่ครองคนเนี่ย คนนั้นเขาไม่ได้ตามไปได้แต่ความโกรธ แน่นอน ถ้าเข้าใจตรงนี้เนี่ยความเข้าใจฉันจริงๆ ก็จะเหมือนกับละอกุศลเพียงเล็กน้อยแล้วก็เจริญกุศล เล็กน้อยเหมือนกันความเข้าใจจริงๆ ตรงนี้ก็จะเป็นเช่นนั้น เพราะฉะนั้นเวลาที่วิรัตน์หรือเว้นทุจริตกรรมด้วยความเข้าใจหรือเพราะคิดว่าต้องเว้น ต้องละเพื่อเราจะได้ไม่ได้รับผล ถ้าจะให้ตรงนี้จะต่างกันมากถ้าเป็นเพราะความเข้าใจว่าไม่มีต้องแบกดีเราเนี่ยก็เหมือนว่าวารสารว่าแปลกดีต้องดีให้คนดูอะดีแต่ทาความเข้าใจก็เป็นธรรมชาติยังไม่พ้นความเป็นเราจะได้ผลของการเว้นทุจริตใช่ไหมคะแต่ถ้ามีความเข้าใจว่าแม้ขณะนั้นไม่ใช่เราที่คิดอย่างนั้น ไม่ใช่เราที่เว้นทั้งหมดก็คือจิต และเจตสิ อาจารย์ก็จะตั้งต้นอยู่ทุกวันว่า ไม่มีเราขนาดนี้เป็นธรรมะแต่ละลักษณะเพียงแต่ผู้ฟังก็สะสมความเข้าใจแค่ไหนนะคะ ถ้าเห็นโทษของอกุศลว่านำมาซึ่งผลที่ไม่ดีอกุศลวิบาก แล้วก็ตั้งใจที่จะละเว้น ถูกหรือผิด ถ้าจะก็ลืมอนัตตาต้องสะสมความเข้าใจค่ะ และความเข้าใจจะทำให้ความตั้งใจขนาดนั้นก็เป็นอนาจารค่ะใช่ค่ะแต่ยังไม่ถึงการประจักษ์แจ้งว่าไม่ใช่เรา น่าจะค่ะ เข้าใจนะคะ ก็ประกาศทุกคนฟังนะคะ แล้วก็คิดว่าเข้าใจ ทราบได้ยังไงคะว่าความเข้าใจ และจะเป็นความเข้าใจที่เข้าใจจริงๆ นะคะ คุณธิดารัตน์เห็นแผล ตามการศึกษาคือเห็นสิ่งที่ปรากฏก็แสดงว่าเพียงตามการศึกษา นี้จะต่างสำนักใช่ไหมคะ แล้วเมื่อกี้คำถามของคุณวิชัยก็เหมือนกับว่าขณะที่สภาพธรรมะปรากฏ โดยไม่ได้คิดกับการคิดถึงสภาพธรรมะปรากฏนะคะ ถ้าจะก็ต่างกันแน่ๆ ก็อยากให้อาจารย์กรุณายกตัวอย่าง ค่ะคือได้ยินว่าทั้งหมดเป็นธรรมะ แล้วอะไรปรากฏล่ะค่ะ เขาต้องเป็นลักษณะของธรรมะอย่างประหยัดแล้วขณะนั้นเป็นอย่างงั้นจริงๆ หรือว่ากำลังต้องการที่จะรู้ และเข้าใจอย่าง พยายามที่จะให้เห็นบางคนเนี่ยค่ะถ้าฟังเทปจะมีทั้งคู่นึงนะคะ มองหน้าต่างใหม่เป็นหน้าต่างอยู่เรื่อยๆ ใช่ไหมคะหน้าถูกบ้าง เป็นตัวที่พยายามแต่ไม่ได้เข้าใจว่าแท้ที่จริงแล้วเนี่ยสิ่งที่เห็นเนี่ยเป็น มีท่าน สิ่งที่ปรากฏอยู่ก็เกิดดับเร็วมาก และจิตที่รู้สึกนั้นก็เกิดดับเร็วยิ่งกว่าสิ่งที่แตกอีกใครล่ะคะที่จะไปพยายามมองหน้าต่างใหม่เป็นหน้าต่าง ซึ่งไม่ใช่ความเข้าใจ น่าจะเป็นความยากตรงนี้นะคะ เพราะว่าหลายๆ ท่านนะคะ ที่ศึกษาเนี่ยก็จะคือไม่รู้ตัวว่าจดจองในพระอาจารย์ เพราะฉะนั้นปัญญาไม่ละความจดจ่องว่าเป็นเราจนกว่าเข้าใจทันทีไว้ในขณะนั้นเป็นสภาพนั้นเหตุนี้นะคะ ยิ่งปัญญาละเอียดยิ่งเห็นหน่อย จัดจ้างทำไม ตามการผลเลยค่ะ เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีความเข้าใจว่าขณะนั้น และเป็นธรรมะก็ไม่สามารถที่จะไปละได้ ด้วยเหตุนี้ชื่อทั้งหมดที่เราได้ยินนะคะ เป็นเพียงชีพของสิ่งที่มีจริงแล้วก็ได้ตามเรื่องของสิ่งนั้นแต่ยังไม่เข้าใจสิ่งนั้นตามความเป็นจริงอย่างทิฏฐิความเห็นผิดนะคะ บอกได้เลยใช่มั้ยคะมีตั้งหลายอย่างสัตว์กะทิฏฐิเห็นว่าเที่ยงอูเช่ที่เห็นเมื่อศูนย์ กายทิฏฐิเห็นว่าเป็นเราชื่อทั้งนั้นเลยมีมากกว่านี้อีกนะคะ เป็นชื่อที่เข้าใจได้แต่ว่าเวลาที่ทิฏฐิไม่ได้เกิดปรากฎลักษณะของทิฏฐิจะไม่รู้ความจริงมีแต่ชื่อ เพราะฉะนั้นปัญญาคือขณะใดก็ตามนะคะ ที่ฟังแล้วเรียกความเข้าใจมั่นคงจน คือต้องรู้ว่าขณะนั้นเป็นอนัตตาที่เกิดความคิดถูกต้องว่าขณะนั้นนะคะ มีฐิเกิดร่วมด้วยหรือเปล่าร่างกายของเราเนี่ยตั้งแต่ศีรษะจดเท้า และเป็นของเราหรือเปล่า ถ้าคนที่มีการที่เคยยึดถือมานะคะ ยังไงยังไงก็เป็นเราตาเราไม่ใช่ซากเขาแค่นเราไม่ใช้แขนเขายังเป็นของเราอยู่ใช่ไหมคะแต่เวลาที่เมื่อธรรมะปรากฏขนาดนั้นนะคะ มีความยึดถือแข็งนั้นว่าเป็นเราหรือว่าเป็นแขนหรือเป็นค่าหรือเปล่า เพราะเห็นว่าความเห็นผิดที่มีมาตรสะสมมามากเลยนะคะ ก็เมื่อปรากฏจึงจะรู้ได้ไม่ว่าอะไรทั้งสิ้นถ้าโกรธเกิดขึ้นปรากฏจะไปรู้รอพระได้ไหม ไม่ได้ถ้าทิฏฐิไม่เกิด และก็ไม่ปรากฏจะไปละทิฏฐิได้ไหม ถ้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นในขณะนี้นะคะ ที่สภาพธรรมะปรากฏ ผู้นั้นจะเป็นผู้รู้ว่ายังมีการยึดถือสิ่งนั้นว่าเป็นเราหรือเปล่า น่าจะคลายการยึดถือสภาพนั้นด้วยความเข้าใจขึ้นเท่านั้นเองไม่ใช่ขนาดนั้น ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรมก็ไม่รู้ว่าทั้งหมดเป็นธรรมะไม่ใช่เรา ต์เต็มไปด้วยความประมาทอยากรู้อยากเห็น ในสิ่งที่จุดรู้นั่นเองข้อความถึงกล่าวถึงปัญหาซ่านไปในอารมณ์พัฒนาชีวิตประจำวัน ตั้งอยู่บนความ ปลูกต้นไม้นะคะ ต้องมีดินด้วยใช่ และก็ต้องมีน้ำด้วย เพราะฉะนั้นตัณหาสารไปตั้งแต่แรก ก็อาศัยน้ำอาศัยดินจนกระทั่งเติบโตขึ้นก็ด้วยปัญหา สร้างไปหมดค่ะ ที่ใบไม้มีรถของดินรสของน้ำ มาจากไหนมาจากรากมาจากน้ำมาจาก ปัจจัยหลายอย่างนะคะ ที่ดอกฮะดีรถไม่ รถของดินของน้ำที่ทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นเป็นดอก เพราะฉะนั้นทุกสิ่งทุกอย่างเลยค่ะก็ต้องเป็นไปตามเหตุถ้าเหตุดีผลก็ต้องดีปัญญาก็เช่นเดียวกันนะคะ การฟังธรรมะเพื่อไม่ใช่เพียงตัดกิ่งก้านใบดอกแต่ต้องขุดรากทิ้งไป ท่านอุปมาเหมือนกันว่ายังต้องเอาไปเผาอีก พระอาจารย์การดูแลบริโภคอาหารเงินชอบไหมใช่แต่รถอย่างเดียวนะคะ ทั้งสิ่งที่ปรากฏทางตาเสียงที่ปรากฏทาง ทั้ง๕สว่านได้ไหมใช่ค่ะอาจารย์แม่สัมผัสทางกายอาหารต้องจัดอย่างดีสวยงามแหว่งไปนิดก็ไม่อยากทานล่ะใช่ไหมคะไม่สวยแล้วก็เป็นไปได้ดนตรีก็ต้องมีให้ฟังนะคะ กลิ่นก็ต้องหอม ร้านไหนคนเค้ามากๆ ขายดีก็ต้องพร้อมหมดทั้ง๕ทวารเลยค่ะรถก็ต้องประณีการกระทบสัมผัสที่นั่นก็ต้องสบายสะดวกไม่ใช่หนังละเมิดนะคะ และก็เรื่องที่คิดเลยค่ะแล้วแต่ เพราะฉะนั้นนะคะ มีอะไรที่จะให้สนทนาที่จะทำให้เพลิดเพลินเพราะว่าบางแห่งมีเฉพาะดนตรี บ้านแพงเป็นเพลง ใช่ไหมคะใช้คำในเพลงเนี่ยก็ทำให้เกิดความยินดีเพิ่มขึ้นอีกไม่ใช่เพียงแต่ได้ยินเสียงยังมีคำในเพลงนั้นชื่อทำให้เพิ่มความ การมีโอกาสได้ฟังพระธรรมในแต่ละครั้งเป็นไปเพื่อประโยชน์ก็คือได้สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกในสภาพธรรมะที่กำลังมีกำลังปรากฏในขณะนี้ตามความเป็นจริงนะครับ ที่กล่าวถึงที่พึ่งก็น่าพิจารณาทีเดียวนะครับ ว่าแต่ละคนแต่ละท่านที่เกิดมาดูเหมือนว่าจะมีที่พึ่งมีพ่อมีแม่มีทรัพย์สินเงินทองมีญาติสนิทมิตรสหายแล้วสิ่งเหล่านี้บุคคลเหล่านี้จะเป็นที่พึ่งได้จริงๆ หรือเปล่าเพราะว่าในที่สุดแล้วทุกคนก็จะต้อง และจากโลกนี้ไป บุคคลต่างๆ ไม่สามารถติดตามไปได้ทรัพย์สินเงินทอง ก็ไม่สามารถติดตามไปได้เช่นเดียวกันนะครับ ในช่วงแรกก็จะกราบเรียนท่านอาจารย์ถึงความเข้าใจเกี่ยวกับที่พึ่ง และที่พึ่งที่จะกล่าวถึงนี้จะมีความเกี่ยวเนื่องกันกับ โคจะระ๓อย่างไรแต่ก็กล่าวอยู่เสมอว่าความเข้าใจมาก่อนชื่อทำมาทีหลังนะครับ ว่าจะมีชื่อของโคจะระด้วยแต่ก็คงต้องได้กราบเรียนท่านอาจารย์ถึงความละเอียดลึกซึ้งของพระธรรมในช่วงแรกครับกราบเรียนท่านอาจารย์ครับ คุณคำปั่นพูดจริงโคจะระสาต้องบอกด้วยค่ะว่าคืออะไร แล้วก็ขอย้ายท่านอาจารย์กล่าวถึงชื่อนะครับ คุณอิสระหมายถึงอารมณ์จำแนกเป็น๓อย่างตามข้อความที่ปรากฏในอรรถกถาอุทานนะครับ เมทิยสูตรก็คือหนึ่ง อุปะนิสสะยะโคจะระโดยความหมายนะครับ หมายถึงอารมณ์อันเป็นที่ท่องเที่ยวไปแห่งจิต ทำให้มีที่อาศัยที่ เอาละครับนี่คือความหมายนะครับ ประการที่สองก็คืออารักขะบูชาพระ อารมณ์อันเป็นที่ท่องเที่ยวไปแห่งจิต เป็นเหตุทำให้มีการอารักขาคือการรักษาไม่ให้เป็นอะอุ แล้วก็ประการสุดท้ายก็คือ อุจจาระหมายถึงอารมณ์อันเป็นที่ท่องเที่ยวไฟแห่งจิตเป็นเครื่องผูกพัน ไม่ให้ไปที่อื่นนะครับ อันนี้ก็กล่าวถึงการระลึกรู้สภาพธรรมะตามความเป็นจริงที่เป็นสติปัฐานครับในความลึกซึ้งก็กราบเรียนท่านอาจารย์ครับ ทุกคนรู้ว่านะคะ มีสภาพธรรมะกำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ แต่ถ้าไม่มีธาตุรู้ที่กำลังเห็นสิ่งต่างๆ ที่กำลังปรากฏก็ หรือไม่แต่เสียงนะคะ ที่ปรากฏว่ามีจริงๆ แต่ถ้าไม่มีถาดรู้เสียงก็ปรากฏไม่ได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมีจิตที่เป็นธาตุรู้ก็ต้องมีสิ่งที่ถูกรู้ เพราะฉะนั้นสำหรับสภาพธรรมะที่ปรากฏเพราะจิตเกิดขึ้นรู้สภาพธรรมะที่ถูกจิตรู้ ใช้คำว่าอารัมมะนาไม่ว่าจะเกิดขึ้นรู้อะไรก็ตามฟันมีเรื่องราว ขณะที่จิตเกิดกำลังรู้อะไรสิ่งนั้นเป็นอารมณ์ของจิต เพราะฉะนั้นต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้องในเหตุในผลตั้งแต่ต้นนะคะ เช่นในขณะนี้ค่ะถ้าไม่มีจิตสิ่งที่กำลังปรากฏขณะนี้ปรากฏไม่ได้ไม่มีแน่นอนนะคะ เพราะฉะนั้นเมื่อมีจิตแล้วซึ่งเป็นธาตุรู้ก็ต้องมีสิ่งที่ถูกรู้ จำภาษาบาลีก็คือว่าอารัมมณะนะคะ หมายความถึงขณะใดที่จิตเกิดขึ้นรู้สิ่งใดไม่ว่าสิ่งนั้นจะปรากฏทางตาทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกาย แน่ใจที่กำลังคิดซื้ออะไรสิ่งที่กำลังคิดถึงนั้นเป็นอารมณ์ของจิตพระแพทย์จิตไม่เกิดจะมีสิ่งนั้นที่กำลังคิดไม่ มีบ้านใหม่ค่ะ มีไหมไร ถ้าไม่คิดนี้ไม่ไม่มี เพราะฉะนั้นสิ่งใดก็ตามนะคะ ที่ตั้งแต่เกิดจนตายปรากฏไม่ว่าจะทันตาหรือทางหูทางจมูกทางลิ้นทางกายทางใจเพราะจิตเกิดขึ้นรู้สิ่งที่กำลังปรากฏกำลังคิดมีไหมคะ คิดเรื่องอะไร สิ่งนั้นแหละเป็นอารมณ์ของจิตที่คิดด้วยเหตุนี้นะคะ เมื่อเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเหตุปัจจัยเป็นครูจึงมีความคิดความเข้าใจ และมีสัตว์มี ถ้าไม่มีธาตุรู้อะไรเลยนะคะ จะไม่มีคนไม่มีสัตว์ไม่มีอะไรเลยทั้งสิ้น นี่คือความจริงซึ่งจะต้องเข้าใจ เข้าใจอย่างนี้ค่ะเป็นที่พึ่งแม้แต่จะรู้ความหมายของคำว่าเทพเรื่องนี้ค่ะก็ต้องเข้าใจจริงๆ ว่าขณะใดก็ตามที่เข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริงขณะนั้นจึงเป็นที่ผู้ทุกคนนะคะ เกิดมามีเห็นมีได้ยินมีจิตมีเจตสิกมีโรคนะคะ ถ้าศึกษาธรรมะโดยละเอียดก็จะทราบได้ว่า ไม่ขาดเลยสักขณะเดียว ตั้งแต่เกิดมาจนถึงเดี๋ยวนี้เลยค่ะเคยขาดเจ็บเจตสิกโรค ไม่เคยเลยนะคะ แต่ว่าที่ผ่านมาก่อนที่จะได้สั่งเพื่อทำเลยค่ะเป็นที่พึ่งรึเปล่า สิ่งต่างๆ ที่เห็นแล้วเสียงต่างๆ ที่ได้ยินแล้วเรื่องราวต่างๆ ที่คิดแล้วเป็นที่พึ่งหรือเปล่าถ้าไม่มีความเข้าใจที่ถูกต้องนะคะ ไม่ใช่ที่พึ่งด้วยเหตุนี้มีคำว่าอารมณ์อารมณ์มานะภาษาไทยด้วยสั้นๆ และอารมณ์แล้วก็มีคำว่าคงจะ แสดงให้เห็นว่าต้องมีความต่างแล้วแต่ว่าพระผู้มีพระภาคจะทรงแสดงโดยนัยของ เช่นขณะนี้ค่ะ มาถึงวันนี้เธอบ่อยๆ นะคะ และก็ฝันธรรมะเรื่องราวของสิ่งที่มีจริงบ่อยๆ นะคะ ทำให้กลับไปบ้านเพราะทราบว่ามีรายการวิทยุก็เปิดฝันอีกใช่มั้ยคะ เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีในค่ะไม่ได้หายไปไหนเลยแม้แต่อารมณ์ที่ผ่านตาหูเรื่องราวต่างๆ ก็แล้วแต่ว่าสะสมอยู่ในจิต ๘นิสัยัเป็นที่อาศัยที่มีกำลังว่าอารมณ์ได้เป็นอารมณ์ของจิตมากนะคะ จิตก็สามารถที่จะคิดถึงอารมณ์นั้นหรือว่ามีอารมณ์นั้นเป็นปัจจัยที่จะให้จิต วันนึงวันนึง และเริ่มรู้จักตัวเองตามความเป็นจริงนะคะ ตั้งแต่เกิดมาภพทุกอย่างหลายอย่างหลายเรื่องทุกวันแล้วทำไมมีความสนใจในเฉพาะใไม่เหมือนกันสักคนนี่ก็เป็นเพราะเหตุว่าขณะใดก็ตามที่คุณเคยจับอารมณ์ได้ ด้วยความพอใจก็จะมีการคิดถึงอารมณ์นั้นบ่อยๆ ไม่ใช่ว่าเราเลือกอารมณ์แต่หมายความว่าแม่จิตจะคิดนะคะ ก็ติดตามสื่อที่เคย ไม่ว่าจะเคยมากน้อยสักเท่าไหร่ก็ตามรู้เรื่องนั้นนะคะ ๔ทวนเรื่องอีกเรื่องหนึ่งไม่สนใจเลยก็เป็นแค่เห็นว่าแม้แต่ว่าอารมณ์นั้นเป็นที่พอใจมากน้อยแค่ไหน ด้วยเหตุนี้นะคะ เกิดวันนี้พอใจอารมณ์ สิ่งที่ปรากฏทางปลานิลแน่นอนค่ะ ถูกต้องมั้ยคะ คนไข้ได้ชื่อว่าสำหรับชาวต่างประเทศนะคะ เค้าจะบอกว่าไม่ได้พูดถึงความเก่งหรือความสามารถแต่จะพูดว่าสวย พันตาอันดับหนึ่งนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรแทนที่จะพูดถึงความสามารถความเก่งความฉลาดหรืออะไรนะคะ คำถามแรกสิวะสวยไม่ไม่รู้จะเป็นพี่เป็นน้อง แตกต่างแต่สวยมากที่จะเป็น รูปร่างหน้าตาสำหรับเสื้อผ้าสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างแสดงให้เห็นว่าเป็นอุปนิสัยั แต่ว่าสิ่งเดียวกันนี่แหละค่ะที่ปรากฏทางตาทางหูถ้ามีความเข้าใจถูกเห็นอารมณ์เดียวกันสิ่งที่ปรากฏทันที แต่ว่าเมื่อมีความไตร่ตรองได้ฟังธรรมะได้มีการเริ่มเข้าใจถูกนะคะ ขณะนั้นก็เป็นที่พึ่งจากการที่เห็นก็เห็นแปลกสวยก็สวยไปนะคะ แต่ว่าเป็นที่พึ่งรึเปล่าเป็นที่พึ่งจริงๆ ด้วยครับแต่ว่าถ้ามีความเข้าใจถูกความเห็นถูกในสิ่งที่ปรากฏ สิ่งเดียวกันนะคะ คนนึงชอบ อีกคนหนึ่งกำลังเริ่มเข้าใจความจริงของเสียง ส่วนอันนี้คำว่าอารมณ์ของบิดาถือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นพระบิดาของผู้ที่ฟัง และก็มีความเข้าใจ และก็อบรมเจริญปัญญาจนสามารถแจกมรดก ลูชันลาย และก็ได้รับมรดกจากบิดามารดา เพราะฉะนั้นขณะใดก็ตามที่มีความเข้าใจที่ถูกต้องขณะนั้นนะคะ ก็เริ่มที่จะรู้จักความหมายของว่าอารมณ์ของบิดา ไม่ใช่ของอารมณ์ต้องไม่ใช้อารมณ์ของคนไม่รู้ ปกติธรรมดานะคะ เห็นแล้วก็ไม่รู้ได้ยิน และก็ไม่รู้นะคะ แต่พอได้ฟังเพื่อทำ ก็เริ่มรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังปรากฏนี่คืออารมณ์ของบิดาซึ่งจะเป็นที่พึ่งซึ่งจะเป็นอุปนิสัยัโคจะระใช้อีกคำหนึ่งละไม่ใช้คำว่าอารมณ์แต่ใช้คำว่าโคตรจะอารมณ์ของบิดา เพราะฉะนั้นขณะนี้นะคะ สิ่งที่กำลังปรากฏ และก็กำลังเริ่มฟังเริ่มเข้าใจทีละเล็กที่ละน้อยไหมคะจนกว่าสามารถทีนะคะ มีการเห็นประโยชน์ของวาจาสัจจะที่พระผู้มีพระภาคตรัสทุกคำว่าเป็นประโยชน์อย่างยิ่งทำให้อารักขานะคะ ทำให้คณะดันไม่เป็นอกุศล ในสิ่งที่กำลังปรากฏ เพราะฉะนั้นก็เป็นอารักขะโคจะระจากการที่มีโอกาสได้ยินได้ฟังนะคะ แล้วก็เริ่มจะรู้ว่าอะไรเป็นที่พึ่งอะไรไม่ใช่เป็นที่พึ่งในสังสารวัฎจนกระทั่งสามารถที่จะไม่ลืมนะคะ สิ่งที่ได้ฟังที่เป็นประโยชน์ ทำให้แม่ขนาดนี้อะค่ะก็สามารถที่จะรู้ว่าประโยชน์จริงๆ ของการเห็นไม่ใช่เพียงเห็นผิดคลองระดับไปแต่ประโยชน์จริงๆ ของการเห็นคือสามารถรู้ความจริงว่าขณะที่เห็นเกิดขึ้นในทางเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยแล้วก็ดับไปแล้วก็ไม่ใช่ของใครเลย หลังจากที่เข้าใจว่านะคะ เห็นเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้แต่แท้ที่จริงก็คือว่าสิ่งที่ปรากฏทางตา และแสนสั้น จริงใจขึ้นปรากฏระดับแต่ซ้ำจนกระทั่งปรากฏเป็นนิมิตสัณฐานให้ไม่รู้ต่อไปให้ลงหยุดจี้ให้ลงเข้าใจต่อไป เพราะฉะนั้นถ้ามีความเข้าใจเพิ่มขึ้นนะคะ อารักขาเพราะเห็นว่าความเข้าใจนะคะ ทำให้ขณะที่คนอื่นเห็นแล้วเป็นอกุศล สำหรับคนนั้นนะคะ เห็นแล้วเป็นกุศล เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการคิดลึกเรื่องใดก็ตามหรือว่าเป็นการเห็นการได้ยินเมื่อไหร่วันไหนก็ตามทำไมทั้งหลายเป็นอนัตตาสต์ฝั่งวันนี้แต่ไม่รู้ว่าจะอารักขาเมื่อไหร่ใช่ไหมคะพระเอกว่าอกุศลที่สะสมมามากมายมหาศาล อยู่ในความมืดสนิทมาแสนนานกว่าที่จะเข้าใจความจริงนะคะ ก็ต้อง แสงสว่าง เป็นที่พึ่งที่จะออกจากความ หรือว่าสิ่งที่ถูก พัฒนาการผูกพันไว้ตั้งตัวนะคะ ๖ให้แน่นหนาแล้วก็ยังมีอะไรคะ มัดแน่นใส่กุญแจไว้อีก ขังไว้ในห้องอีกประตูรั้วก็ปิดอีกน่าจะออกไปยัง เพราะฉะนั้นเข้าใจความจริงนะคะ ไม่ใช่รีบร้อนจะไปทำอะไร โดยที่ไม่เข้าใจด้วยเหตุนี้ค่ะที่ใช้คำว่าปัญญาในภาษาบาลีนะคะ ก็คือความเข้าใจไม่ต้องไปใช้ภาษาอื่นกำลังเห็นเนี่ยเข้าใจหรือเปล่าตามที่ได้ฟัง เพียงแค่เป็นคำคือสีที่มีจีน ๗พื้นด้วย ตามเหตุตามปัจจัยแล้วก็ดับไป เพราะฉะนั้นจะต้องการทรัพย์สมบัติอื่นใดชื่อเสียงเกียรติยศหรืออะไรนะคะ ในเมื่อทุกอย่างเพียงเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยแล้วกระดับแปลกโหมดในสังสารวัฎที่ยาวนานไม่เหลือเลยนะคะ แหม่แต่วันนี้สิ่งที่เมื่อวานนี้เกิดขึ้นก็ไม่เลือนเพราะฉันวันนี้นะคะ พอถึงพรุ่งนี้ วันนี้เซเว่นมีอะไรเหลือสำหรับพรุ่งนี้นี่คือมีที่พึ่งที่จะไม่ยึดจีที่จะเริ่มเข้าใจถูกเห็นถูกตามความเป็นจริงเลยค่ะแต่พระธรรมไม่ใช่เพียงเท่านี้ค่ะทรงแสดงความจริงสิ่งที่สุด ที่จะทำให้รู้ความจริงนะคะ จากความมืดสนิทแนะมาสู่ความสว่าง แต่ว่ากว่าจะถึงความสว่าง ก็ต้องเป็นผู้ที่มั่นคง และก็เริ่มเข้าใจว่าอะไรเป็นที่พึ่งเป็นแสงสว่างจริงๆ ที่จะนำไปสู่พอจะสุดท้ายนะคะ ๘มิพันธะโคจะระ ไม่อย่างนั้นจะทรงแสดงพระธรรมโดยนัยหลากหลายโดยอารมณ์โดยคงจะ และก็ประมวลไว้เป็นสิ่ง๓อย่างที่ตั้งแต่วันนี้นะคะ เริ่มเข้าใจหรือวันก่อนๆ ที่เริ่มเข้าใจนะคะ ก็เป็นอุปนิสัยัที่อาศัยที่มีกรรม เมื่อเช้าฟังวิทยุธรรมะหรือเปล่า การเย็นแผงหรือเปล่า ตอนกลางคืนสั่งหรือเปล่าอก๘นิสสยะโคจะสะสมมากไม่ใช่ตัวตนนะคะ ไม่มีใครสามารถจะบังคับหรือดลบันดาลให้เกิดเป็นอย่างนั้นอย่าง แต่จะเห็นได้คะว่าตั้งแต่ได้ฟังพระธรรมแล้วมีอะไรที่เป็นที่พึ่ง เห็นมาแล้วมากมายได้ยินมาแล้วมากมายเป็นที่พึ่งหรือเปล่า เพราะฉะนั้นถ้าไม่ฟังพระธรรมนะคะ ข้อสำคัญคือไม่ใช่ฟังเฉยๆ ค่ะเข้าใจสิ่งที่กำลังฟัง จึงจะสามารถเป็นอุปนิสัยัโคจะระณะซึ่งจะอารักขาเป็นอารักขะโคจะระไม่ว่าอารมณ์ใดๆ ปรากฏนะคะ ร้ายที่สุด แล้วที่สุด เรียกว่าดีที่สุดเว็บน่าพอใจที่สุดนะคะ ธรรมะที่ได้ฟังก็อารักขาให้ไม่หวั่นไหวเลยไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเพราะไม่มีร้าวไม่ใช่เราแต่เกิดขึ้นตามเหตุตามปัจจัยเราอยู่ที่ไหนคะในสังสารวัฎมานานแสนนาน และเป็นอะไรล่ะคะเดี๋ยวนี้ อยู่ที่ไหนนะคะ ยังคิดถึงอยู่หรือเปล่ายังหวังจะรู้อยู่ทำไมใช่ไหมคะในเมื่อทั้งหมดที่ผ่านไปแล้วนะคะ ไม่สามารถที่จะให้ความจริงได้เลย ด้วยเหตุนี้จึงสามารถจะมีความเข้าใจว่านะคะ สิ่งที่กำลังปรากฏเท่านั้นที่สามารถที่จะทำให้เห็นถูกเข้าใจถูกในความจริงว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งหนึ่งเช่นเห็นสิ สิ่งที่ปรากฏให้เห็นเป็นสิ่ง เ๔ยงเป็น๔หนึ่งได้ยินเป็นซิงค์เป็นชีวิตประจำวันทั้งหมดค่ะเพียงเกิดปรากฏแล้วหมด๘จะรีบร้อนไปทำอะไรให้รู้ความจริงซึ่งเป็นอริยสัจได้ไหมในเมื่อไม่มีความเข้าใจ เพราะฉะนั้นการฟังนะคะ สำคัญที่สุดคือเข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงๆ ที่กำลังปรากฏเพื่อรู้ตามความเป็นจริงว่าเป็นธรรมะแม้แต่คำว่าเป็นธรรมะ จริงด้วย


    ฟังธรรมจากหัวข้อย่อย

    หมายเลข 193
    29 ม.ค. 2567

    ซีดีแนะนำ