ณ กาลครั้งหนึ่ง (สด) จากประเทศเวียดนาม ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑ ดอนเมือง-ไซ่ง่อน-ดาลัด]

 
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  13 พ.ค. 2558
หมายเลข  26534
อ่าน  2,342

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

.........

ดอนเมือง-ไซ่ง่อน-ดาลัต

๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘

อันเนื่องมาจากที่กลุ่มผู้ศึกษาธรรมะ " บ้านธัมมะเวียดนาม" (Vietnam Dhammahome) นำโดยคุณ Tam Bach สุภาพสตรีชาวเวียดนาม ได้กราบเรียนเชิญท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ไปสนทนาธรรม ณ เมืองดาลัด (Dalat) และ ญาจาง (Nha Trang) ประเทศเวียดนาม ระหว่างวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ถึง วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ นี้ ซึ่งการเดินทางมาเผยแพร่พระธรรมของท่านอาจารย์ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๕ แล้ว นับตั้งแต่การเดินทางมาเผยแพร่พระธรรมครั้งแรก ที่ฮานอย เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ เมื่อข้าพเจ้าจะเดินทางมายังประเทศเวียดนาม พร้อมกับคณะของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในครั้งนี้ ได้คิดมาตลอดทางว่า จะนำเสนอภาพและความการสนทนาธรรม ในรูปแบบไหน จึงจะเหมาะสม เนื่องด้วยเวลา สถานที่ และข้อจำกัดอื่นๆ ในแต่ละวันของการสนทนาธรรม

ทั้งเนื่องด้วยข้อจำกัดทางด้านภาษาอังกฤษของข้าพเจ้า ซึ่งเป็นประเภท งูๆ ปลาๆ ยิ่งเรื่องธรรมะในภาคภาษาอังกฤษด้วยแล้ว การที่จะถอดความการสนทนาธรรม เพื่อนำมาฝากทุกๆ ท่าน จึงเป็นเรื่องที่ไกลเกินจะฝัน ได้กราบเรียนท่านอาจารย์ ว่า ข้าพเจ้าจะนำเสนอข่าวการเดินทางมาเผยแพร่พระธรรม ณ ประเทศเวียดนามของท่านในครั้งนี้ ในรูปแบบของการ เล่าเรื่องด้วยภาพ และ คลิปวีดีโอสั้นๆ ของการสนทนา ซึ่งก็มีข้อจำกัดพอควร ด้วยว่า ข้าพเจ้าใช้กล้องถ่ายภาพตัวเดียวกันนี้เอง บันทึกเป็นวีดีโอสั้นๆ เพื่อให้ทุกๆ ท่าน ที่สนใจ เห็นบรรยากาศของการสนทนาธรรม ซึ่งเป็นการสนทนาภาษาอังกฤษของท่านอาจารย์สุจินต์ คุณ Sarah และ คุณ Jonothan โดยมีคุณ Tam Bach ซึ่งนอกจากเธอจะได้รับการขนานนามจากกลุ่มศึกษาธรรมชาวเวียดนาม ว่าเธอเป็น "อาจารย์สุจินต์เวียดนาม" แล้วเธอยังเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญทางภาษาอังกฤษด้วย (ทราบว่าเธอจบปริญญาโทจากอเมริกา) เป็นผู้แปลภาษาอังกฤษ - ภาษาเวียดนาม

อีกสองข้อจำกัดของข้าพเจ้าคือ หนึ่ง การที่ต้องถือกล้องที่มีน้ำหนักพอควร เพื่อบันทึกวีดีโอ เป็นเวลานาน เพราะไม่มีขาตั้งกล้อง จึงทำให้ภาพมีความสั่นไหวและเสียงค่อยไปบ้าง และ สอง ข้าพเจ้าตัดต่อวีดีโอไม่เป็น จึงพยายามบันทึกให้พอได้ใจความตามสมควรทั้งหมด เพื่อการบันทึกไว้เป็น ณ กาลครั้งหนึ่ง ณ ประเทศเวียดนาม ในการเดินทางมาเผยแพร่พระธรรม ท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ครั้งนี้ และ เพื่อประโยชน์ตามสมควรแก่สมาชิกบ้านธัมมะเวียดนาม

(ภาพตัวเมืองไซ่ง่อน)

สนามบินนานาชาติไซ่ง่อน (ท่าอากาศยานนานาชาติเตินเซินเญิ้ต Tân Sơn Nhất )

อนึ่ง ตลอดทุกกระทู้ของการรายงาน ข้าพเจ้าได้รับความเมตตาจากพี่แดง (พลอากาศตรีหญิง กาญจนา เชื้อทอง อดีตนักศึกษาปริญญาโทจากอเมริกาเช่นกัน เป็นผู้แปลข้อความการสนทนาธรรมสั้นๆ ส่งมาให้ข้าพเจ้าด้วย ซึ่งจะขอนำลงสลับ ในกระทู้ เพื่อประโยชน์ของท่านที่ได้ติดตามชม นะครับ กราบขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่แดง และ ขอบพระคุณพี่สงบ (อ.สงบ เชื้อทอง) และ คุณนภา จันทรางศุ สำหรับความกรุณา บันทึกภาพอิริยาบถต่างๆ ของข้าพเจ้า ตลอดการเดินทาง ทำให้ข้าพเจ้ามีภาพยืนยันส่งให้ทางบ้าน ว่าไม่ได้หนีไปเที่ยวที่ไหน และ ภาพบางส่วนจากคุณนภา ที่เอื้อเฟื้อเพื่อนำลงประกอบในกระทู้

คุณ Tran Thai หนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม "Dhammahome" ของเวียดนาม เดินทางมาต้อนรับและให้ความสะดวกดียิ่งในการเดินทางภายในประเทศโดยเครื่องบิน ต่อไปยังท่าอากาศยาน Dalat และ เข้าสู่ที่พักที่ K-Lan Eco Resort ที่ดาลัด ทั้งยังอยู่ร่วมฟังการสนทนาและอำนวยความสะดวกทุกประการแก่คณะฯ ที่ดาลัด ด้วย

ข้าพเจ้าทราบว่า คุณ Tam Bach ผ่านการแสวงหาหนทางในการที่จะเข้าใจความจริง ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงมีพระมหากรุณาแสดงความจริง โดยหลากหลายแนวทาง ล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องของการปฏิบัติ การทำ ฯลฯ ซึ่งเป็นที่แพร่หลายมากมาย อยู่ในขณะนี้ แต่เป็นเพราะบุญแต่ปางก่อนโดยแท้ ทำให้คุณ Tam Bach ได้พบกับบทความจากกระทู้ในเวปไซต์ dhammawheel.com ซึ่งเขียนโดยคุณ Robert Epstein ชาวนิวซีแลนด์ ที่อยู่ในกลุ่ม Dhamma Study Group (กลุ่มชาวต่างชาติที่ศึกษาธรรมะกับท่านอาจารย์) โดยเขียนกระทู้ว่า การนั่งสมาธิไม่ทำให้เข้าใจคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเธอเห็นด้วยอย่างมาก ได้ติดต่อกับคุณ Robert และ ทราบที่อยู่ของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา จึงเดินทางมาเมืองไทยเพื่อขอพบท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เธอมาครั้งแรกในวันเสาร์ วันนั้นท่านอาจารย์งดการสนทนาภาษาอังกฤษ จึงยังไม่ได้พบกัน แต่ก็ได้หนังสือภาษาอังกฤษของมูลนิธิฯ ไปหลายเล่ม รวมทั้งหนังสือเรื่อง “จดหมายจากนีน่า” ด้วย และเมื่อกลับไปเวียดนาม ก็ได้นำหนังสือไปเผยแพร่กับกลุ่มนั่งสมาธิของเธอ ซึ่งทุกคนสนใจและต้องการเข้าใจมากขึ้น จึงเรียนเชิญท่านอาจารย์ไปสนทนาธรรมที่เวียดนามเป็นครั้งแรก ที่ ฮานอย ในปี 2555 ระหว่างวันที่ ๔ - ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕ ครั้งที่สอง ที่ โฮจิมินห์ ซิตี้ หวงเต่า และ ดาลัต เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ถึง วันที่ ๑๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๖ ครั้งที่สาม ที่ ฮอยอัน เว้ และ บานาฮิลล์ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ครั้งที่สี่ ที่ โฮจิมินห์ ซิตี้ (ไซ่ง่อน) เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ถึง ๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๕ และ กลุ่มของเธอก็ได้เดินทางมาร่วมการสนทนาธรรมในกลุ่ม Dhamma Study Group ที่ประเทศไทยหลายครั้ง และโดยต่อเนื่อง เป็นเวลานานหลายวันในแต่ละครั้ง

ท่านที่สนใจ สามารถคลิกชมภาพและเรื่องเล่าจากการสนทนาธรรม ซึ่งพลอากาศตรีหญิง กาญจนา เชื้อทอง ได้เขียนไว้ตามลิงค์ด้านล่าง ดังนี้

การเดินทางครั้งแรก ที่ เมืองฮานอย และ ซาปา

ระหว่างวันที่ ๔ - ๑๑ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๕

สามารถคลิกชมภาพและเรื่อง ได้ที่นี่....

สวัสดีฮานอย

สวัสดีฮานอย 2

สวัสดีฮานอย 3

สวัสดีฮานอย 4

สวัสดีฮานอย 5

สวัสดีฮานอย 6

สนทนาธรรมกลางอ่าวฮาลอง

ซาปา หลังคาของอินโดจีน

ครั้งที่สอง ที่ โฮจิมินห์ ซิตี้ หวงเต่า และ ดาลัต

เมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ถึง วันที่ ๑๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๖

สามารถคลิกชมภาพและเรื่อง ได้ที่นี่.....

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 1

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 2

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 3

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 4

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 5

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 6

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 7

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 8

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 9

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม10

ครั้งที่สาม ที่ ฮอยอัน เว้ และ บานาฮิลล์

เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ถึงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗

สามารถคลิกชมภาพและเรื่อง ได้ที่นี่.....

วันฟ้าสาง ที่เวียดนามกลาง

วันฟ้าสางที่เวียดนามกลาง 2

วันฟ้าสางที่เวียดนามกลาง 3

วันฟ้าสางที่เวียดนามกลาง 4

วันฟ้าสางที่เวียดนามกลาง 5

วันฟ้าสางที่เวียดนามกลาง 6

วันฟ้าสางที่เวียดนามกลาง 7

ครั้งที่สี่ ที่ โฮจิมินห์ ซิตี้ (ไซ่ง่อน)

เมื่อวันที่ ๒๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ ถึง ๘ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๘

สามารถคลิกชมภาพและเรื่อง ได้ที่นี่.....

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 1

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 2

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 3

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 4

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 5

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 6

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 7

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 8

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 9

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 10

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 11

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน 12

อนึ่ง ท่านสามารถอ่านบทความทั้งหมดดังกล่าวข้างต้นได้จาก E-book เส้นทางสายธรรม ซึ่งได้รวบรวมบทความที่เล่าเรื่องในแต่ละครั้งของการเดินทางทั้งหมดที่ได้กล่าวมา รวบรวมไว้ในเล่มเดียวกัน โดยนำเสนอในรูปแบบของ E-book ได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้...

สวัสดีฮานอย

แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม

วันฟ้าสางที่เวียดนามกลาง

สนทนาธรรมข้ามปีที่ไซ่ง่อน

อย่างไรก็ดี ในกระทู้แรกของการรายงานการเดินทางมาเผยแพร่พระธรรม ของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ และ คณะฯ ที่ ประเทศเวียดนามในครั้งนี้ ข้าพเจ้าขออนุญาตนำประวัติความเป็นมาโดยสังเขป ของการเดินทางมาสนทนาธรรม ของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ณ ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นการเริ่มต้นมาจาก การพบและศึกษาพระธรรม ของคุณ Tam Bach โดยท่าน พลอากาศตรีหญิง กาญจนา เชื้อทอง ได้นำลงไว้ในกระทู้

หมุนเจอ, เปิดเจอ, อ่านเจอ, ฯลฯ จนได้ฟังธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ ฯ ได้อย่างไร

ซึ่งจะขอนำข้อความที่เกี่ยวกับคุณ Tam Bach และ กลุ่มผู้ศึกษาธรรม "บ้านธัมมะเวียดนาม" (Vietnam Dhammahome) มาลงบันทึกไว้เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นด้วย ดังนี้

"...คุณ Tam Bach สุภาพสตรีเวียดนาม สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ หมายเลข 982 เป็นผู้มีความรู้ความเข้าใจธรรมะอย่างดียิ่ง จนเป็นผู้นำกลุ่มสมาชิกชมรมบ้านธัมมะเวียดนาม และได้รับการขนานนามจากกลุ่มของเธอว่า “อาจารย์สุจินต์เวียดนาม” ดิฉัน (พล.อ.ต.หญิง กาญจนา เชื้อทอง) ได้สอบถามจากเพื่อนฝูงของเธอ ทราบว่าเธอมีอาชีพ เป็นนักแปลและไกด์อิสระ สามารถพูดได้หลายภาษา คือ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส เธอจบปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จากประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อคุณพ่อเสียชีวิต ได้กลับมาอยู่เป็นเพื่อนคุณแม่ที่เวียดนาม เดิมเธออยู่ที่ฮานอย แต่ตอนหลังคุณแม่สุขภาพไม่ค่อยดี จึงย้ายมาอยู่ที่หวฺงเต่าที่อากาศดีต่อสุขภาพของคุณแม่ หวฺงเต่าเคยเป็นสถานที่จัดสนทนาธรรมครั้งที่ 2 ดิฉันได้เคยสัมภาษณ์เธอว่า มาศึกษาธรรมะกับท่านอาจารย์สุจินต์ได้อย่างไร เธอเล่าให้ฟังเมื่อไปเวียดนามครั้งแรก ในปี 2012 ขณะอยู่บนเรือนำเที่ยวอ่าวฮาลอง ฮานอย และคิดว่าจะลงเรื่องของเธอในกระดานสนทนา แต่เวลาก็ผ่านไปได้ 2 ปี จึงได้มีโอกาสนำมาเล่าอีกครั้ง หลังจากเล่าด้วยปากมาหลายรอบ ข้อความอาจจะคลาดเคลื่อนไปบ้างตามกาลเวลา

คุณ Tam Bach สนใจธรรมะ เธอนั่งสมาธิตามแบบพุทธศาสนามหายานมาก่อน และสนใจศึกษาคำสอนของพุทธศาสนาทางเว็บไซต์ เมื่ออ่านเว็บไซต์ Dhammawheel.com พบข้อความที่คุณ Robert Epstein ชาวนิวซีแลนด์ ที่อยู่ในกลุ่ม Dhamma Study Group (กลุ่มชาวต่างชาติที่ศึกษาธรรมะกับท่านอาจารย์) เขียนกระทู้ว่า การนั่งสมาธิ ไม่ทำให้เข้าใจคำสอนของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งเธอเห็นด้วยอย่างมาก จึงติดต่อกับคุณ Robert และทราบที่อยู่ของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา จึงเดินทางมาเมืองไทยเพื่อขอพบท่านอาจารย์ เธอมาครั้งแรกในวันเสาร์ วันนั้นท่านอาจารย์งดการสนทนาภาษาอังกฤษ จึงยังไม่ได้พบกัน แต่ก็ได้หนังสือภาษาอังกฤษของมูลนิธิฯไปหลายเล่ม รวมทั้งหนังสือ “จดหมายจากนีน่า” ด้วย

และเมื่อกลับไปเวียดนาม ก็ได้นำหนังสือไปเผยแพร่กับกลุ่มนั่งสมาธิของเธอ ซึ่งทุกคนสนใจและต้องการเข้าใจมากขึ้น จึงเรียนเชิญท่านอาจารย์ไปสนทนาธรรมที่เวียดนามเป็นครั้งแรกที่ ฮานอย ในปี 2555 (สามารถอ่านรายละเอียดได้ที่ “สวัสดีฮานอย” ใน E – book – เส้นทางสายธรรม) และหลังจากนั้นก็ได้ทำเว็บไซด์ www.dhammahome.com ภาษาเวียดนาม แปลหนังสือของมูลนิธิฯ ที่เขียนโดย ท่านอาจารย์ และคุณนีน่า วัน กอร์คอม เป็นภาษาเวียดนาม รวมทั้งพิมพ์หนังสือ “ปรมัตถธรรมสังเขป” และหนังสือของคุณนีน่าบางเล่ม ที่แปลเป็นภาษาเวียดนามด้วย

กลุ่มศึกษาธรรมะชาวเวียดนามมีจำนวนเพิ่มขึ้นๆ ด้วยความร่วมมือร่วมใจของกลุ่ม โดยการนำของคุณ Tam Bach และได้เรียนเชิญท่านอาจารย์ คุณโจนาธานและคุณซ่าร่าห์ ไปสนทนาธรรมภาคภาษาอังกฤษ และคุณ Tam Bach แปลเป็นภาษาเวียดนามรวม 3 ครั้ง และกลุ่มเวียดนามก็มาสนทนาธรรมกับท่านอาจารย์ที่เมืองไทยหลายครั้ง และกำลังจะเรียนเชิญท่านอาจารย์ไปอีกเป็นครั้งที่ 4 ในวันที่ 29 ธ.ค. 57 – 8 ม.ค. 58 ที่โฮจิมินห์ซิตี้ และจะตามมาสนทนาธรรมที่เมืองไทยในเดือนมกราคม 2558 อีกเช่นเคย

ต่อไปเป็น e mail จากคุณ Tam Bach ส่งมาขอบคุณหลังการสนทนาธรรมที่ไซ่ง่อน

Dear Sarah, (and Jagkrit, mamma Dang and all)

S: In Saigon (HCM City) , we had a few hours between flights so went into town for lunch and a day-room had been made available for A.Sujin to have a rest. She and her sister had just gone up to their room for the rest when some of our Vietnamese friends turned up unexpectedly - Hang, Huen (sp?) , Ganga (a little later) and a new friend, Trang. We took them up to Ajahn's room and several of us sat around on the beds introducing Trang to "Abhidhamma" at the present moment.

Tam B: Very undisciplined visitors :-) , but how kind and patient Ajahn and all of you are! It is a blessing that Ajahn was in such a good shape. We were deeply moved to see how generous, patient and enthusiastic she was in sharing the Dhamma with all others, despite her age. Sometime, when reading comments of some of the members here, I just wish if they could meet Ajahn and have discussions with her in person... Anyway, for me personally, the discussions were amazing...and I realized how little we understand each word of the Enlightened One, and it is a blessing to have such a wise friend in the Dhamma who points it out, skillfully and tirelessly. We all like to collect words and use them eloquently, but what do they mean? Do we really know? Almost nothing...

It was so great to have you (Sarah) and Jon to help Ajahn to explain details of dhammas to us. You both did so with such clarity, friendliness and willingness to help. Wonderful!

The gift of understanding is the best gift of all!

As usual, our Thai friends are true examples of friendliness and generosity. Because of organization work, we didn't have time to talk much with each others, but their wholesomeness inspired us all. So thank you again!

We now already look forward to Jan....and happy to know Nina will be there too.

Metta,
Tam B

นี่เป็น e mail ที่คุณ Tam Bach ส่งมาถึงคุณ Sarah จักรกฤษณ์ แม่แดง (ดิฉันเอง ที่ลูกสาวเวียดนามเรียก) และทุกคน หลังจากการเดินทางไปเวียดนามครั้งที่ 3 ที่พวกเราไปพักผ่อนต่อที่ดาลัด 3 วัน เธอเริ่มต้นด้วย e mail ที่คุณซาราห์ส่งมาให้ และดิฉันขอเล่าเพิ่มเติมด้วยว่า จากดาลัดมาลงที่ไซ่ง่อน (โฮจิมินห์ซิตี HCM City) เราต้องรอต่อเครื่องบินไปกรุงเทพฯ หลายชั่วโมง คุณ Thai จึงจัดให้เรารับประทานอาหารกลางวันในเมือง และจองห้องในโรงแรม ให้ท่านอาจารย์และพี่จี๊ดพักในตอนกลางวัน เมื่อรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ ท่านทั้งสองก็เข้าห้องพักผ่อนทันที ท่านคงเหนื่อยล้ามาก แม้แต่พวกเราก็เหนื่อยอ่อนสำหรับการเดินทาง 14 วัน คุณ Thai จองอีกห้องให้พวกเราพักด้วย

สหายธรรมเวียดนามที่ได้ร่วมสนทนาธรรมด้วยกัน คือ คุณ Hang, Huen และ Ganga (มาทีหลัง) และเพื่อนใหม่ คุณ Trang มาขอสนทนาธรรมกับท่านอาจารย์ คุณซาราห์ก็พาไปพบท่านอาจารย์ทันที แล้วทั้งหมดก็นั่งรอบเตียงท่านอาจารย์ (ท่านอาจารย์และพี่จี๊ดเลยไม่ได้พักผ่อน) ให้ท่านอธิบายอภิธรรมในขณะเดี๋ยวนี้ให้คุณ Trang ฟัง

คุณ Tam ตอบคุณซาราห์มาว่า เพื่อนๆ ของเธอเป็นแขกที่ไม่มีมรรยาทมาก แต่ก็ทำให้เห็นความเมตตาและอดทนของท่านอาจารย์และทุกๆ คน

คุณ Tam เขียนต่อว่า โชคดีของพวกเราที่ท่านอาจารย์ยังมีสุขภาพแข็งแรง แม้ว่าจะอายุมาก ทำให้ได้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อ อดทนและกระตือรือร้นที่จะอธิบายธรรมะให้ทุกคนได้เข้าใจ บางครั้งที่ได้อ่านความเห็นของสมาชิกเวียดนามเกี่ยวกับการสนทนาธรรม ก็อยากให้เขาเหล่านั้นได้พบท่านอาจารย์และพูดคุยซักถามเป็นการส่วนตัว

แต่อย่างไรก็ตาม การสนทนาธรรมนี้น่าอัศจรรย์จริงๆ ... และรู้ได้เลยว่า เราเข้าใจแต่ละคำที่พระผู้มีพระภาคตรัสน้อยแค่ไหน และโชคดีที่มีกัลยาณมิตรผู้มีปัญญา ที่อธิบายธรรมะอย่างชำนาญและไม่เบื่อหน่าย เราอยากจะรวบรวมข้อความธรรมะสวยๆ เหล่านั้น แต่คำเหล่านั้น หมายความถึงอะไร เรารู้จริงๆ หรือเปล่า? เกือบจะไม่รู้อะไรเลย

ขอบคุณ ซาราห์และจอนที่ช่วยท่านอาจารย์อธิบายรายละเอียดของธรรมะให้พวกเรา คุณทั้งสอง ทำให้กระจ่างขึ้นด้วยความเป็นมิตรและตั้งใจช่วย น่าอัศจรรย์จริงๆ

ความเข้าใจธรรมะเป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดในบรรดาของขวัญทั้งหมด

และสำหรับสหายธรรมชาวไทย พวกคุณเป็นตัวอย่างที่แท้จริงของความเป็นมิตร และโอบอ้อมอารี เพราะการเป็นผู้จัด จึงไม่มีเวลาได้พูดคุยกันมากนัก แต่กุศลกรรมของทุกท่าน เป็นแรงบันดาลใจแก่พวกเราทุกคนในการทำดีและศึกษาพระธรรม

(สหายธรรมชาวไทยจากกรุงเทพฯ คือ คุณทวีชัย อยู่มั่นธรรมา มอบเสื้อยืด กระเป๋าตรามูลนิธิ ฯลฯ เป็นของฝาก และสหายธรรมที่ร่วมคณะไปกับท่านอาจารย์ช่วยกันดูแลท่านอาจารย์ และหลายท่าน ร่วมบริจาคค่าห้องประชุม ค่าพิมพ์หนังสือ “ปรมัตถธรรมสังเขป” ที่แปลเป็นภาษาเวียดนาม และอีกหลายอย่างที่เห็นสมควร - ผู้เขียน)

ขอขอบคุณอีกครั้ง ตอนนี้เราตั้งตารอเดือน มค. (สนทนาธรรมที่ไซ่ง่อนอีกครั้ง) และดีใจมากที่รู้ว่า คุณ Nina ก็มาร่วมสนทนาด้วย

ด้วยเมตตา

Tam Bach

จากข้อความที่ได้ยกมาข้างต้น คงจะเป็นประโยชน์พอควรสำหรับท่านที่สนใจความเป็นมาของกลุ่มศึกษาธรรม "บ้านธัมมะเวียดนาม" (Vietnam Dhammahome) นะครับ ตอนต่อๆ ไปในแต่ละวัน ข้าพเจ้าจะขอเล่าเรื่องด้วยภาพ และ คลิปการสนทนาธรรม โดยมีข้อความการสนทนา ที่พี่แดง (พลอากาศตรีหญิง กาญจนา เชื้อทอง) ได้ถอดความไว้ ขณะนั่งฟังการสนทนาธรรมในแต่ละวัน มาประกอบในกระทู้ กราบอนุโมทนาล่วงหน้าครับ

ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ K'Lan Eco Resort ดาลัด เวียดนาม

๑๐ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘

.........

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของสมาชิกชมรม บ้านธัมมะเวียดนาม ทุกท่าน

และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน ครับ


ท่านสามารถคลิกอ่านกระทู้ทั้งหมดในครั้งนี้ ตามลิงก์แต่ละหัวข้อด้านล่าง :

- ณ กาลครั้งหนึ่ง (สด) จากประเทศเวียดนาม ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง (สด) จากประเทศเวียดนาม ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๒]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง (สด) จากประเทศเวียดนาม ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๓]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง (สด) จากประเทศเวียดนาม ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๔]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๕ ดาลัด]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๖ ดาลัด]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๗ ดาลัด]

- ท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เยี่ยมไข้ผู้ป่วยหนักชาวเวียดนาม ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘

- อันเนื่องมาจากการเดินทางไปเยี่ยมไข้ผู้ป่วยหนักชาวเวียดนาม ของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

- ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เดินทางไปร่วมในพิธีศพสมาชิกชมรมบ้านธัมมะเวียดนาม

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๘ ดาลัด-ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๙ ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑๐ ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑๑ ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑๒ ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑๓ ญาจาง พักผ่อนและสนทนาธรรมก่อนกลับ]


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
panasda
วันที่ 13 พ.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Boonyavee
วันที่ 13 พ.ค. 2558

ขอกราบอนุโมทนาในกุศลวิริยะ ของคุณวันชัย ภู่งาม ที่เดินทางไปบันทึกภาพสดและเผยแพร่มาให้สหายธรรมทางนี้ได้รับชมด้วยนะคะ และอนุโมทนาในกุศลจิตของคุณ Tam Bach และทุกๆ ท่าน เป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
tanrat
วันที่ 14 พ.ค. 2558

กราบอนุโมทนาสาธุในกุศลจิตของทุกท่านที่จะดำรงพระศาสนาไว้ตราบเท่านานที่จะรักษาไว้ได้ สิ่งล้ำค่าที่ควรสงวนรักษาไว้

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
ladawal
วันที่ 14 พ.ค. 2558

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
pamali
วันที่ 14 พ.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของท่านอจ.สุจินต์ และทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
j.jim
วันที่ 14 พ.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
เมตตา
วันที่ 14 พ.ค. 2558

...กราบขอบพระคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน

ในการมีส่วนร่วมในการเผยแพร่พระธรรมค่ะ...

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
JANYAPINPARD
วันที่ 15 พ.ค. 2558

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
thilda
วันที่ 15 พ.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
wirat.k
วันที่ 22 พ.ค. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
Sottipa
วันที่ 23 พ.ค. 2558

ขอเชิญทุกท่านร่วมสนทนา

ขออนุโมทนาอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน ช่วยกันเผยแพร่และศึกษาธรรม ด้วยมหากรุณาคุณขององค์สมเด็จพระอรหันตสัมาสัมพุทธเจ้า บำเพ็ญบารมีนับปีไม่ถ้วน และสาวก ท่านอาจารย์ และชาวพุทธที่เห็นถูกไปทั่วโลกไม่มีพรมแดน เสียดายชาวไทยที่มีความเห็นผิดไม่ศึกษา เอาแต่สมาธิ ไม่รู้ว่าสมาธิคืออะไร เป็นคนเชื่อง่าย ตามๆ กันไปหมด อนุโมทนาอีกที

ขอน้อมรับถ้ามีอะไรไม่ถูกใจ ผิดพลาดก็ขออภัยในที่นี้ด้วย ด้วยจิตคราวะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
Sottipa
วันที่ 23 พ.ค. 2558

ชาวไทยไม่ได้ศึกษาธรรมะ รู้แต่ว่าพระธรรมเป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ไม่รู้ว่าธรรมะเป็นสิ่งที่มีจริงเดี๋ยวนี้ คนที่เคยนั่งสมาธิ ที่เข้าใจผิดไปทั่วโลก ว่านั่งไปนานๆ สงบ แล้วจะรู้เอง เกือบทุกท่านที่เข้าใจจากท่านอาจารย์ ที่แบ่งปันธรรมะความจริงให้เข้าใจ จึงได้เห็นถูก จากที่เคยเห็นผิด ที่ได้รู้ได้เห็นความจริง โดยท่านอาจารย์ ไม่หวังลาภสักการะ รู้แล้วบอกต่อ ด้วยความอุตสาหะ มาเกือบตลอดชีวิตของท่าน ขอกราบแทบเท้าของท่าน ที่ให้รู้ ออกจากความเห็นผิดนี้เทอญ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ