ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๗ ดาลัด]

 
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  29 พ.ค. 2558
หมายเลข  26586
อ่าน  1,836

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
.........
สนทนาธรรม ที่ K'Lan Eco Resort ดาลัด
วันที่หก
วันสุดท้ายของการสนทนาธรรม ที่ ดาลัด (๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘)

ท่านอาจารย์ ขณะนี้ จิตและเจตสิก เกิดขึ้นทำกิจของตน โดยไม่มีใครรู้ เราเคยชินกับการใส่ใจสิ่งที่เห็ มากกว่าจะรู้ว่า ไม่ใช่เรา สิ่งที่ได้ฟังจะสะสมอยู่ในจิตและเจตสิก แม้เกิดแล้วดับไป สะสมน้อยมาก แต่ถ้า พระพุทธเจ้าไม่สะสมความรู้อย่างนี้ในชีวิตประจำวัน ตามทางของพระองค์ ง่ายไหม? เป็นหนทางที่ยาวมาก ด้วยความเป็น "อนัตตา" เพราะไม่ใช่ใคร นอกจาก สภาพธรรมที่เกิดปรากฏ รู้ทีละเล็ก ทีละน้อย จากชาติหนึ่ง สู่ชาติหนึ่ง สภาพธรรมเกิดดับ ไม่เคยหยุด เราเกิดเป็นคนนี้ในชาตินี้ เลือกหรือเปล่า? แล้วชาติก่อนเป็นใคร? จำไม่ได้เลย ขณะสุดท้ายของชาติก่อนดับไปแล้ว ไม่มีใครตาย นอกจากจิต เจตสิก รูป ชีวิตจะยืนยาวหรือไม่ ไม่มีใครรู้ ชีวิตคือการเกิดดับของจิตเจตสิก จิตเกิดดับเร็วมาก ด้วยเหตุปัจจัย ปฏิสนธิจิตเกิดสืบต่อจุติจิตของชาติก่อน จิตเกิดดับทำกิจของตน ไม่ได้เกิดเฉยๆ "เห็น" ทำกิจ "เห็น" (หลังรับประทานอาหารเช้าวันนี้ ท่านอาจารย์นั่งรถกลับที่พัก แล้วเดินลงจากบ้านพักบนเขา เพื่อมาสนทนาธรรมภาคเช้า เวลา ๙.๐๐ - ๑๑.๐๐​ น.) ผู้ถาม อดทนเป็นบารมีหนึ่ง อดทนฟังธรรม อดทนต่อสิ่งต่างๆ กัน อดทนจะเข้าใจเป็นบารมี อดทนตกปลา เป็นบารมีหรือไม่? ท่านอาจารย์ ขณะนี้ไม่ใช่อดทนฟังให้เข้าใจหรือ? ผู้ถาม คิดว่าอดทนฟัง แต่เข้าใจธรรมต้องมีเหตุปัจจัยหลายอย่าง ท่านอาจารย์ คำสอนของพระพุทธเจ้าแสดงว่า แม้อดทนก็ต้องเข้าใจว่าไม่ใช่เรา เป็นธรรมะ เหมือน เห็น (ก็เป็นธรรมะ) ขันติ เป็นได้ทั้งกุศลและอกุศล อดทนตกปลา เป็นอกุศล ซาร่าห์ ส่วนใหญ่ที่เรียกว่า อดทน เป็นกุศล เช่น ทำครัว เล่นกีฬา แมวจับหนูที่ต้องคอยอย่างอดทน ทำอาหารให้คนอื่น ต้องอาศัยเมตตาและความติดข้อง ไม่ใช่บารมี จอน แทนจะคิดเรื่องอบรมบารมี ควรรระลึกรู้ สภาพธรรมที่กำลังปรากฏเดี๋ยวนี้ ถามเรื่องอดทน เป็นกุศลหรือกุศล ควรเข้าใจว่าเป็นธรรมะ ซาร่าห์ ขณะฟัง ให้ "เข้าใจ" และเห็นประโยชน์ของ "ความเข้าใจ" ก็จะ "อดทนฟัง" แทนที่จะ "พยายามอดทน" เช่นเดียวกับการพิจารณาธรรม บ่อยๆ เนืองๆ
ถาม ฟังหลายครั้ง เรื่องธรรมะทั้งหลายเป็นอนัตตา ขอความกรุณาอธิบาย เรื่องความสงสัยสงสัยเกี่ยวกับมรรคมีองค์ 8 ท่านอาจารย์ เดี๋ยวนี้สงสัยใช่ไหม? เป็นธรรมะหรือเปล่า? ไม่ว่าจะพูดสักเท่าไร ก็ไม่เข้าใจ ถ้าสงสัยยังไม่เกิด และยังฟังไม่พอ ที่จะเข้าใจคำสอนของ พระพุทธเจ้า ถาม อาจสงสัยในสิ่งต่างๆ กัน อยากให้อธิบายอารมณ์ของวิจิกิจฉา ท่านอาจารย์ ขณะนี้เห็นไหม? ไม่ แสดงว่าสงสัย "เห็น" ใช่ไหม? ดูเหมือนมี "เห็น" ตลอดเวลา สงสัยไหม? ถ้ายังไม่ประจักษ์ในสภาพธรรม ก็ยังสงสัย ถ้าไม่ใช่เห็นคน เห็นอะไร? สงสัยเกี่ยวกับเห็นไหม? สงสัยมมรรคมีองค์ 8 ไหม? ยังคงสงสัย จับสิ่งใด แข็งไหม? ระลึกไหม? ถ้าไม่รู้ ก็ยังไม่ใช่ปัญญา คิดว่าเป็น "เราระลึก" นั่นไม่ใช่สัมมาสติ ในมรรคมีองค์ 8 เพราะยังไม่ระลึกตรงลักษณะ สภาพธรรม เป็นสัมมาสติในชีวิตประจำวัน ต้องมีสัจจญาณ มั่นคงในคำสอน ไม่คาดหวังว่าจะระลึกที่ขณะใด เมื่อเข้าใจผิด ทำให้ปฏิบัติผิด นั่นเป็นการทำลายคำสอน เพราะเข้าใจคำสอนผิด
ซาร่าห์ สงสัย สภาพธรรม ท่านอาจารย์ ยังคงสงสัยไหม? สงสัยอะไร? ผู้ถาม สงสัยว่าที่เข้าใจถูกหรือผิด? ท่านอาจารย์ ถ้าเข้าใจถูก ไม่สงสัย เข้าใจถูกเป็นบารมี เป็นสังขารขันธ์ ปรุงแต่งให้เกิดบารมีอื่นๆ ถ้าเข้าใจผิด ไม่เกิดบารมีอื่นๆ ถ้าไม่มีบารมี จะมีปัจจัยให้ตรัสรู้ไหม? ไม่สงสัยใน สภาพธรรมที่เกิดปรากฏในชีวิตประจำวัน สภาพธรรมทั้งหมดเป็นอารมณ์ของวิปัสสนาญาณ ซึ่งต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะอบรมบารมีทั้งหลายให้เต็ม และต้องมีขันติอย่างมาก ที่จะไม่ไปหนทางผิด เพื่อต้องการให้ได้ผลเร็ว
ผู้ถาม ถ้ามีเจตนาทำสิ่งใด เข้าใจผิดอย่างไร? ท่านอาจารย์ เพราะธรรมทั้งหมดเป็นอนัตตา ไม่มีเราตั้งใจทำอะไรได้ ไม่อย่างนั้นจะเอาเราออกอย่างไร? ถ้าไม่เข้าใจความ "ไม่ใช่เรา" ก็ยังยึดถือขันธ์ 5 ว่าเป็นเรา จอน อาจคิดว่า เราถือศีล ยกแก้วดื่มน้ำ เป็นเรา เมื่อระลึกรู้ ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ต่างกัน เพราะไม่ใช่เรา
ผู้ถาม ความต่างกันของเจตนาและมนสิการ ท่านอาจารย์ เจตนา ตั้งใจ มนสิการ ใส่ใจ ซาร่าห์ ทั้ง 2 เจตสิก เกิดกับจิตทุกดวง ทำกิจต่างกัน เจตนาประคองให้เจตสิกทั้งหมดทำกิจร่วมกันมนสิการ ใส่ใจในอารมณ์ที่ปรากฏ จอน พูดถึง ธรรม 4 ประการที่ทำให้ตรัสรู้ คบสัตบุรุษ ฟังธรรมของท่านพิจารณาธรรมโดยแยบคาย มนสิการ เจตนาเกิดกับจิตทุกดวง ถ้าจิตเป็นกุศล มนสิการก็เป็นกุศล ... ซาร่าห์ เกี่ยวกับกรรมและผลของกรรม เจตนาเป็นกรรม ไม่ใช่มนสิการ ขณะที่เป็นกุศลและกุศล เจตนาเป็นสัมปทา สามารถให้ผลได้ในภายหลัง เป็นสหชาตเจตนา เกิดพร้อมกับจิตทุกดวงและนานาขณิกเจตนา สามารถให้ผลในภายหลัง พระ ลักษณะของมนสิการเห็นชัดในขณะเห็น ได้ยิน ... ซาร่าห์ หลายอย่างเห็นชัด แต่เป็นเรื่องราวของธรรมะ ยังไม่ใช่ ลักษณะ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า สภาพธรรมทั้งหลายเหมือนน้ำในมหาสมุทร ที่มาจากแม่น้ำหลายสาย หรือแกงเผ็ดที่มีส่วนผสมหลายอย่าง ยากที่จะแยกให้เห็นชัดได้ แต่พระองค์ทรงสามารถจำแนกและทรงแสดงความต่างกันได้ ท่านอาจารย์ จะทำอะไร เป็นเจตนา หรือมนสิการ เจตนา ถาม มนสิการ รู้อารมณ์ก่อนเจตนาหรือไม่? ซาร่าห์ พร้อมกัน เช่นเดียวกับเอกัคคตาเจตสิก หรือสมาธิ ที่เกิดกับจิตทุกดวง ถ้าเกิดกับกุศลก็เป็นสัมมาสมาธิ ส่วนใหญ่เป็นกุศล เช่น ตกปลา ถ้าคิดว่านั่งแล้วจดจ้องไปที่ อารมณ์ใด นั่นไม่ใช่กุศล พระ เทียบกับคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดดิสก์เก็บข้อมูลทุกอย่าง สำหรับเราเก็บไว้ที่ไหน? จอน เก็บไว้ที่จิต ถ้าต้องการรู้ลักษณะ ต้องไม่จำชื่อสัญญาเจตสิก "จำ" จิต เจตสิกเกิดดับสืบต่อ สะสมทั้งกุศลและกุศลสัญญาจำแล้วส่งต่อไปขณะต่อไป
ซาร่าห์ จริงๆ ไม่มีที่เก็บ แต่เป็นการสะสมของกุศล อาสยะ กุศล อนุสัย ในจิต โลภะและปัญญา เกิดแล้วดับทันที ไม่กลับมาอีก แต่สะสมไว้ในจิต พร้อมจะเกิดเมื่อมีเหตุปัจจัยที่เหมาะสม จนกว่าจะดับ ทั้งอาสยะและอนุสัยหมด จุดประสงค์ของการศึกษา เพื่อเข้าใจสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้ ตามความเป็นจริง พระ สมองประกอบด้วยเซลล์หลายล้าน คิดว่าเมื่อมีอาหารดีๆ ออกกำลังกายทำให้สุขภาพแข็งแรง สนับสนุนให้ศึกษาธรรมได้ และคิดว่าเป็นที่เก็บข้อมูลด้วย ท่านอาจารย์ "คิด" โดยไม่มีสมองได้ไหม? พระ ไม่ได้ ท่านอาจารย์ อรูปพรหมสามารถคิดได้ โดยไม่มีสมอง เช่นเดียวกับตอนเกิด ยังไม่มีสมอง ก็คิดได้จะเชื่อใคร พระพุทธเจ้าหรือคนอื่น?
จอน สมองเป็นรูปอะไร ใน 28 รูป พระ สิ่งที่ปรากฏทางตา จอน ทำสมาธิได้ไหม? ไม่ได้ ถาม รูปไม่ใช่นาม นามไม่ใช่รูป แล้วทำไมดื่มเหล้า แล้วสูญเสียความจำ จอน เพราะรูปเป็นปัจจัยแก่นาม ถาม เมื่อกินอาหารไม่ดี ที่เป็นพิษ ทำให้ร่างกายเป็นโรค จอน อาหารเป็นปัจจัยให้เกิดรูป รูปเกิดจากอาหารเป็นปัจจัย
ซาร่าห์ พูดถึงสิ่งท่ีช่วยทำให้เข้าใจสภาพธรรมเดี๋ยวนี้ ทำให้รู้ว่า ยังไม่มีศรัทธาพอที่จะเข้าใจ เห็น ได้ยิน เดี๋ยวนี้ ไม่ปล่อยให้ความเข้าใจทำกิจของปัญญาเอง ด้วยการสะสมให้มากขึ้น ถ้าหาวิธีทำ นั่นคือ ความเข้าใจในสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ยังไม่มั่นคงพอ ถาม ในสูตรหนึ่งกล่าวว่า ต้องปรุงอาหารให้เหมาะสมกับร่างกาย เพื่อบำเพ็ญสมณธรรม ซาร่าห์ อารมณ์ที่เหมาะสมสำหรับสติระลึก ต้องดูแลร่างกายให้เหมาะสม ไม่มากเกินไปหรือน้อยเกินไป
ถาม เมื่อคืนสติระลึก เป็นการระลึก หรือคิดเอา? ท่านอาจารย์ ต้องรู้ว่า ทุกอย่างเกิดเพราะเหตุปัจจัย ไม่ใช่คิดว่า คือ อะไร เพราะสิ่งนั้นดับหมดแล้ว เพื่อละคลายความติดข้อง พระ คิดว่าต้องเรียนรู้จากประสบการณ์ คิดว่าต้องรู้ว่า อะไรเป็นโลภะ เป็นคิด หรือเป็นสติ ท่านอาจารย์ ยังเป็นเราทั้งหมด ถาม อยากถามว่าขณะไหนเป็นสิ่งที่มี ประโยชน์ ดูทีวี หรือ ฟังธรรมะ? ท่านอาจารย์ ดูทีวีมีสติได้ไหม? ผู้ถาม ได้ ท่านอาจารย์ เลือกไม่ได้ เป็นไปตาม เหตุปัจจัย
ซาร่าห์ สภาพธรรมเกิดดับตลอดเวลา สามารถเป็นอารมณ์ให้สติเกิดระลึกได้ ถ้าเข้าใจมั่นคง เป็นสัจจญาณ ไม่ว่าอยู่ที่ไหน ทำอะไร ท่านอาจารย์ อะไรเป็นปัจจัยให้ดูทีวี? ตอบ โลภะ ท่านอาจารย์ ถามธรรมะ เป็นโลภะ โลภะตลอดชีวิตเป็นไป ตามการสะสม มีปัญญาสามารถรู้โลภะได้ โดยเฉพาะโลภะที่ไม่ประกอบด้วยความเห็นผิด สนทนาธรรมที่ดาลัด บ่าย 16/5/2558 ......... ฌาน 2 อย่าง อารัมมณูปนิชฌาน อารมณ์ของสมถะ ลักขณูปนิชฌาน ระลึกรู้ ลักษณะของสภาพธรรม ว่าไม่ใช่ตัวตน ถาม ในวิสุทธิมรรค แสดงอารมณ์ของสมถะ 40 อารมณ์ ท่านอาจารย์ เจริญความสงบด้วยอารมณ์ 40 เข้าใจอะไร? ถ้าไม่มีกุศลที่ประกอบด้วยปัญญา ความสงบก็เกิดไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นสมถะหรือวิปัสสนา ก็ต้องมี ปัญญา ลองพิจารณา อารมณ์ของสมถะ ทีละอย่าง เพื่อดูว่าเป็นไปได้ไหมที่ทำให้สงบ ยืน เดิน นั่ง นอน ไม่ใข่ อารมณ์ของสมถะ ถาม อานาปานสติ พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า หายใจเข้า หายใจออก ... ท่านอาจารย์ เข้าใจอะไร? ลมหายใจสามารถเป็น อารมณ์ของทั้งสมถะและวิปัสสนา ถ้าไม่เข้าใจ ไม่สามารถสงบได้ เข้าใจลมหายใจหรือยัง? ถาม จุดประสงค์ของการเจริญสมถะเพื่อเป็นบาทของวิปัสสนา ท่านอาจารย์ สมถะ คือ อะไร? พระ สงบจิตจากนิวรณ์ 5 ท่านอาจารย์ รู้ไหมว่า จิตสงบหรือไม่สงบ? ถาม พระเข้าใจมากขึ้น อนุโมทนา ท่านอาจารย์ พระพุทธเจ้าทรงแสดงทั้งหมด ก่อนการสนทนาธรรมภาคบ่าย ทางชมรมบ้านธัมมะเวียดนาม ได้กราบขออนุญาตท่านอาจารย์ เพื่อถ่ายภาพหมู่ไว้เป็นที่ระลึก ซาร่าห์ สมถะ คือ ปัสสัทธิเจตสิก เกิดกับจิตทุกดวง ขณะเมตตา มีปัสสัทธิ สงบ เป็นสมถะ ถ้าพิจารณาลมหายใจ ต้องมีกุศลเกิด จึงจะเป็นสมถะ ถ้าไม่เข้าใจว่า ขณะนั้นเป็นกุศลหรือไม่ ก็ยังไม่ใช่การเจริญสมถะ ถ้าทำตามวิธีของใคร สงบได้ไหม? ถ้าเจริญสมถะจนได้ฌาน ถ้าไม่ได้ฟังธรรมให้เข้าใจ ก็ไม่สามารถเจริญมรรคมีองค์ 8 ได้ และ สำหรับผู้เจริญมรรค สามารถเจริญสมถะได้
การฟังธรรมให้เข้าใจจึงสำคัญมาก ในการเจริญสมถะและวิปัสสนาฌานก็ยากที่จะถึง แต่การระลึกรู้สภาพธรรม ตามความเป็นจริง ยากกว่า
ถาม คนส่วนใหญ่คิดว่า ต้องเจริญสมถะก่อน แล้วจึงจะเจริญวิปัสสนา ท่านอาจารย์ พระพุทธเจ้าทรงสอนอะไร? ตอบ สภาพธรรม ท่านอาจารย์ ทำไม? เพราะ ทรงเป็น พระพุทธเจ้า!!! จะฟังคำของใคร? ของ พระพุทธเจ้า หรือ ของคนอื่น? พุทธัง สรณัง คัจฉามิ ... ถ้าไม่อย่างนั้น จะไม่มีสัจจญาณ ตอบ เพราะมีการตีความคำสอน พระพุทธเจ้าต่างกัน ท่านอาจารย์ ความจริงคือความจริง ที่เกิดขึ้นแล้วดับไป "เห็น" เป็น "เห็น" ไม่ใช่ใคร!! มีใครเห็นเป็นอื่นไหม?
พระ เพราะได้ฟังธรรมจากโยม ทำให้เข้าใจเพิ่มขึ้น แต่เราก็ฟังอาจารย์อื่นด้วย ท่านอาจารย์ อาจารย์อื่นว่าอย่างไร? พระตอบ บางทีอ่านจากพระสูตร บางอาจารย์เพิ่มเติม เมื่อฟังอาจารย์แล้วก็รู้ว่าผิด ซาร่าห์ สมถะขณะนี้ หมายถึง สงบจากกุศล ชีวิตนี้สั้นมาก แค่เพียงลมหายใจเข้าออก บางคนไม่เข้าใจลมหายใจ จึงไม่สงบเมื่อระลึกถึงลมหายใจ ต้องเข้าใจตั้งแต่เริ่มแรกว่า ไม่ใช่ตัวตน สัตว์ บุคคล ท่านอาจารย์ กุศลสงบไหม? ไม่รู้ไหมว่า เมื่อไรสงบ เมื่อไรไม่สงบ? ไม่เข้าใจอะไรเลย แล้วจะสงบได้อย่างไร? มีแต่ติดข้อง!!! ถาม เมื่อตั้งจิตชอบ สามารถนำไปสู่มรรคมีองค์ 8 ได้ไหม? ปัจจัย 7 สัมมาสังกัปปะ คิดถูก ไม่ใช่คิด เดี๋ยวนี้ ซาร่าห์ สัมมาทิฏฐิ เกิดพร้อมกับ สัมมาสังกัปปะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ สัมมาวายามะ (มรรค มีองค์ ๕) ขอเชิญชมคลิปวีดีโอการสนทนาธรรมบางตอนของวันนี้ จำนวน ๑๗ คลิป ได้ที่นี่ครับ อนึ่ง ภายหลังจบการสนทนาธรรมของวันสุดท้ายที่ดาลัดนี้ ข้าพเจ้าได้รับการเชิญจากพี่แดงและ คุณแอ๊ว (นภา จันทรางศุ) ให้ไปร่วมรับประทานอาหารค่ำด้วยกันที่บ้านหลังใหญ่บนเขา คุณแอ๊วและพี่แดงบอกว่า จะทำการ "ล้างครัว" กล่าวคือ นำอาหารสดที่ยังคงเหลืออยู่ทั้งหมด มาปรุงอาหารเย็น และ ได้เชิญคณะลูกๆ ชาวเวียดนาม มาร่วมรับประทานด้วย โดยพี่แดงบอกว่า ขากลับ ให้กลับลงเขาพร้อมกับรถของคุณ Thai ไม่ต้องแบกสัมภาระลงเขา ข้าพเจ้าตอบตกลง เพราะคิดว่า ท่านทั้งสอง คือพี่แดงและโดยเฉพาะคุณแอ๊วมีเมตตา ชวนให้รับประทานเย็นด้วยกันทุกวัน ครั้งนี้วันสุดท้ายแล้ว ไม่ควรปฏิเสธอีก เหตุที่เคยปฏิเสธ เพราะบ้านหลังใหญ่อยู่ค่อนข้างไกลจากที่พักของข้าพเจ้า ซึ่งอยู่ด้านล่าง การที่จะต้องสะพายเป้ที่ใส่อุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งคอมพิวเตอร์โบราณคู่ชีพอีกหนึ่งเครื่องเดินขึ้นและลงเขาในระยะทางไกลกว่ากิโลเมตร ทุกเย็น เป็นการไม่สะดวกอย่างยิ่ง พักผ่อนและทำงานเล็กๆ น้อย พร้อมกับทำการดาวน์โหลดวีดีโอลงยูทูบอยู่ในห้องพักดีที่สุด และปรกติ ข้าพเจ้าก็ทานมื้อเย็นบ้าง ไม่ทานบ้าง อยู่แล้ว บางวันหิว ก็ได้มาม่าเวียดนาม ที่พี่เบญกับพี่ปริญญากรุณาซื้อจากในเมืองมาให้ ยังเหลือกลับมาฝากให้คนที่บ้านได้ชิมด้วย มีวันหนึ่ง ที่คุณแอ๊วเธอฝากน้องป๊อบที่พักอยู่บ้านหลังเดียวกัน ถือชามข้าวต้มกระดูกหมูใส่กุ้งแห้ง ปลาหมึกศอกฉีกเป็นเส้น ปรุงแบบโบราณครบเครื่อง มาให้รับประทานตอนค่ำ เป็นข้าวต้มที่มีรสชาดยอดเยี่ยมหาที่เปรียบไม่ได้ และหารับประทานได้ยากในโลกเลยทีเดียว อีกประการหนึ่ง ที่ตอบปฏิเสธความปรารถนาดีของคุณแอ๊วและพี่แดงทุกวันคือ หลังจากเคยรับประทานเย็นวันแรกครั้งเดียว แล้วต้องเดินแบกเป้ที่หนักมากลงเขา เพื่อกลับที่พักในระยะทางไกลๆ คงไม่ดีต่อสุขภาพกระดูกสันหลังในระยะยาวเป็นแน่ และ ระหว่างทางก็มืด แม้จะมีไฟตามทางเป็นระยะๆ แต่สองข้างทางก็ไร้ซึ่งบ้านพักและผู้คน มีเพียงเสียงนก และ หรีดหริ่งเรไร ร้องกันเป็นจังหวะ กับ "ใจที่คิดนึก" ในบางขณะว่า รีสอร์ทในป่าสนบนเขาแห่งนี้ อยู่ติดกับภูเขาป่าดงดิบรกทึบ ที่ยังคงสภาพป่าดั้งเดิมมาก หากเกิดมีเสือสักตัวที่พลัดหลงมา เจอหมูบ้านที่อ้วนพีอย่างข้าพเจ้า คงจะวิ่งหนีได้ไม่เกินสามก้าว เพราะไม่ใช่หมูป่าที่มีกำลัง หนำซ้ำยังแบกเป้ที่หนักอึ้งด้วย เจ้าเสือตัวนั้นคงเปรมไปหลายวันเป็นแน่ คิดแล้วดังนี้ จึงไม่ตอบรับการเชิญอีกเลย นี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ข้าพเจ้าเก็บไว้ในใจ ไม่ได้กล่าวกับคุณแอ๊วและพี่แดงจนกระทั่งวันนี้ เมื่อทราบแล้ว ก็ขอความกรุณาอย่าเอะอะไปนะครับ กราบอนุโมทนาคุณป้าจี๊ด ขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่สงบ พี่แดง คุณแอ๊ว (นภา จันทรางศุ) คุณพรทิพย์ ถูกจิตร สำหรับมื้อค่ำที่แสนยอดเยี่ยม ท่ามกลางกัลยาณมิตร ในวันนั้นนะครับ ในที่สุด ภาพของความสนุกสนาน และ ความอาจหาญ ร่าเริง ในธรรม ที่เกิดขึ้น เป็นไป ณ K'Lan Eco Resort ดาลัด เวียดนาม ตลอดระยะเวลา ๗ วัน ก็ได้ผ่านไป ไม่กลับมาอีก เป็น ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่เหลือเพียงความทรงจำ ที่จะค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา แต่กุศลธรรม และ ความเข้าใจธรรมะ จากการได้ยินได้ฟัง ย่อมสะสม พอกพูนอยู่ในจิต ไม่สูญสลายหายไปไหน ไม่ว่าภัยจากน้ำ ไฟ หรือ โจร ก็ไม่อาจทำอันตรายได้เลย สะสมไว้ เป็นบุญแต่ปางก่อน เปรียบดังเสบียง เพื่อหล่อเลี้ยง บำรุง เป็นที่พึ่งแท้จริงอันอุดมแก่บุคคล ตลอดสังสาระอันยาวนานหาที่สุดได้ยากยิ่งนี้

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของสมาชิกชมรม บ้านธัมมะเวียดนาม ทุกท่าน ขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่แดง (พลอากาศตรีหญิง กาญจนา เชื้อทอง) สำหรับข้อความการสนทนาธรรม ที่ถอดความสดขณะฟัง มาให้ประกอบเรื่อง ครับ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน ครับ


ท่านสามารถคลิกอ่านกระทู้ทั้งหมดในครั้งนี้ ตามลิงก์แต่ละหัวข้อด้านล่าง :

- ณ กาลครั้งหนึ่ง (สด) จากประเทศเวียดนาม ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง (สด) จากประเทศเวียดนาม ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๒]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง (สด) จากประเทศเวียดนาม ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๓]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง (สด) จากประเทศเวียดนาม ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๔]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๕ ดาลัด]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๖ ดาลัด]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๗ ดาลัด]

- ท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เยี่ยมไข้ผู้ป่วยหนักชาวเวียดนาม ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๕๘

- อันเนื่องมาจากการเดินทางไปเยี่ยมไข้ผู้ป่วยหนักชาวเวียดนาม ของท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์

- ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เดินทางไปร่วมในพิธีศพสมาชิกชมรมบ้านธัมมะเวียดนาม

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๘ ดาลัด-ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๙ ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑๐ ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑๑ ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑๒ ญาจาง]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ประเทศเวียดนาม ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๘ [วันที่ ๑๓ ญาจาง พักผ่อนและสนทนาธรรมก่อนกลับ]


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 31 พ.ค. 2558
สาธุ อนุโมทนา และขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
วันที่ 31 พ.ค. 2558

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของสมาชิกชมรม บ้านธัมมะเวียดนาม ทุกท่าน

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาอาจารย์กาญจนา (พลอากาศตรีหญิง กาญจนา เชื้อทอง)

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของพี่วันชัย ภู่งามเป็นอย่างยิ่งครับ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
j.jim
วันที่ 2 มิ.ย. 2558

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
เมตตา
วันที่ 4 มิ.ย. 2558

กราบเท้าบูชาคุณ ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลศรัทธาของสมาชิกชมรม บ้านธัมมะเวียดนาม ทุกท่าน

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาอาจารย์กาญจนา (พลอากาศตรีหญิง กาญจนา เชื้อทอง)

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของ คุณน้องวันชัย ภู่งามเป็นอย่างยิ่ง และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่าน ด้วยค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ