แสงธรรมสาดส่องที่เวียดนาม 6

 
kanchana.c
วันที่  6 ก.ย. 2556
หมายเลข  23530
อ่าน  1,227

5 ก.ย. 56

ออกเดินทางจากไซ่ง่อน ตอน 8:30 น. ไปหวฺงเต่า เมืองเศรษฐกิจริมทะเล ปากแม่น้ำ

ไซ่ง่อน ที่มีต้นน้ำอยู่ที่ดาลัด ระยะทางจากไซ่ง่อนถึงหวฺงเต่า 120 กม. แต่การจราจร

ในเมืองติดขัด และต้องจำกัดความเร็วตามกฎหมายไม่เกิน 60 กม./ชม. ทำให้ต้อง

ใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมงครึ่ง

ใกล้ถึงเมืองหวฺงเต่า เห็นทิวเขาอยู่ไกลๆ ภูมิประเทศไม่เหมือนฮานอยที่อยู่ทางเหนือ

ที่มีแต่ภูเขาและทะเลสาป หาที่ราบยาก ที่หวฺงเต่ามีอาคารทันสมัย ดูสะอาด น่าอยู่

แต่แดดจัดและร้อนมาก น้องฟ้าบอกว่าเพราะแสงอาทิตย์ที่ส่องลงทะเลสะท้อนสู่

ภูเขาที่ตั้งรับมุมพอดี ทำให้แสงอาทิตย์เข้าเมืองเต็มที่ เมืองหวฺงเต่าเป็นเมืองที่ขุด

น้ำมันแห่งแรกของเวียดนาม ในทะเลจะเห็นเรือสินค้าขนาดใหญ่จอดเพื่อรอเรือเล็ก

มาขนส่งสินค้าไปไซ่ง่อนทางแม่น้ำอีกทอด

ถึงร้านอาหารริมทะเลที่หนาแน่นด้วยลูกค้าตอนเกือบบ่ายโมง รับประทานทะเลแบบ

เวียดนามที่อุดมด้วยผักเช่นเคย แล้วเข้าที่พักที่โรงแรม Ky Hoa อ่านว่า กีหว่า

(ไม่ใช่ไคหัว อย่างที่เคยอ่าน) โรงแรมตั้งอยู่บนเนินเขาริมทะเล สร้างแบบฝรั่งเศส

มองเห็นชายหาดสวยงาม ได้เข้าห้องพักผ่อนนิดเดียว ท่านอาจารย์ก็ต้องไปสนทนา

ธรรมต่อตอนบ่ายสองครึ่ง คุณโรเบิร์ต คนนิวซีแลนด์ ลูกศิษย์ท่านอาจารย์ มานั่งคอย

ในห้องประชุมแล้ว คุณ Tam Bach แนะนำคุณโรเบิร์ตว่า เป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้มี

วันนี้ คือวันที่ท่านอาจารย์เดินทางมาเผยแพร่พระธรรมที่เวียดนามเป็นครั้งที่ 2 แต่คน

ที่สำคัญคือท่านอาจารย์ที่เป็นกัลยาณมิตร พร้อมที่จะเกื้อกูลทุกคนด้วยความเข้าใจ

ธรรมะอย่างลึกซึ้งของท่าน ไม่ว่าเป็นใคร อยู่ที่ไหน และบุคคลสำคัญของเวียดนาม คือ

คุณ Tam Bach ที่ได้อ่านบทความของคุณโรเบิร์ตเกี่ยวกับการนั่งสมาธิ เมื่อเธอเข้าใจ

แล้วก็มาพบกับท่านอาจารย์ที่เมืองไทยตามคำชักชวนของคุณโรเบิร์ต แม้มาครั้งแรกจะ

ไม่ได้พบ แต่ก็ได้ศึกษาพระธรรมจาก www.dhammahome.com ภาคภาษาอังกฤษ

เมื่อเข้าใจแล้วก็ถ่ายทอดความเข้าใจสู่เพื่อนฝูงญาติมิตร เมื่อมีผู้เข้าใจจำนวนมากพอ

สมควร ก็เรียนเชิญท่านอาจารย์ไปสนทนาธรรมที่ฮานอยเมื่อปีที่แล้ว และกลับมา

สนทนาธรรมที่เมืองไทยเมื่อต้นปีนี้ และจะกลับไปเมืองไทยอีกในต้นปีหน้า (ม.ค. 57)

และเรียนเชิญท่านอาจารย์ไปเวียดนามกลางในเดือน พ.ค. 57 ขณะนี้กลุ่มของคุณ

Tam Bach ได้ทำเว็บไซต์ภาคภาษาเวียดนามแล้ว และช่วยกันแปลหนังสือของท่าน

อาจารย์และของคุณนีน่าเป็นภาษาเวียดนามเพื่อพิมพ์เผยแพร่ด้วย

สนทนาธรรมเสร็จก็พากันไปขึ้นรถกระเช้าสู่ยอดเขาใหญ่ ที่อยู่ใกล้ๆ โรงแรม บนยอด

เขาเดิมเป็นค่ายทหาร จึงยังเห็นเรดาร์ แต่ปัจจุบันออสเตรเลียเช่าทำสวนสนุก

มีภัตตาคารและโรงแรม เก็บเงินนัก ท่องเที่ยว พวกเราได้นั่งรถไฟฟ้ารอบๆ สวนสนุก

และเดินเล่นอีกนิดหน่อย สนุกสนานเพลิดเพลินอย่างเคย ไม่ได้นึกถึงพระธรรม

คำสอนเลยว่า ทุกอย่างเป็นธรรมะ ความสนุกสนานเพลิดเพลินก็เป็นธรรมะ ไม่ใช่เรา

ดับไปหมดแล้วด้วย เหลืออยู่แต่ในความคิด ไม่คิดก็เหมือนไม่เคยเห็น ไม่เคยไป

ไม่เคยเพลิดเพลิน ที่เป็นอย่างนี้เพราะความเข้าใจยังไม่มั่นคงพอ ที่ว่าทุกอย่างเป็น

ธรรมะ ต้องแต่ละหนึ่ง ไม่ใช่รวมกัน เป็นธรรมะแต่ละอย่าง เห็นเพียงเห็น เกิดขึ้นเพราะ

เหตุปัจจัย ไม่ใช่เราเห็น เกิดแล้วดับทันที จะหาความเป็นเราจากที่ไหน สิ่งที่ปรากฏให้

เห็นเพียงปรากฏ เพียงหลับตาก็ไม่ปรากฏจึงไม่ใช่สิ่งใดๆ ที่เป็นเรา เป็นของเรา คิดนึก

เพียงคิดเป็นกุศล อกุศลตามการสะสม แล้วก็คิดเรื่องอื่นไปเรื่อยๆ

เมื่อความเข้าใจขั้นฟัง ขั้นพิจารณายังไม่มีกำลังพอ ก็เป็นอย่างนี้ คือ ลืมแล้วลืมอีกว่า

ทุกอย่างคือแต่ละหนึ่งที่เกิดปรากฏเป็นธรรมะ และเป็นอนัตตา คือเกิดแล้วดับไป ไม่

กลับมาอีก จึงว่างเปล่าประดุจอากาศ ไม่มีอะไรเหลือให้ยึดถือเป็นสัตว์ บุคคลได้เลย


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
วันที่ 6 ก.ย. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของอาจารย์กาญจนา เป็นอย่างยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
วันที่ 6 ก.ย. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลวิริยะของอาจารย์กาญจนา เป็นอย่างยิ่ง

ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wirat.k
วันที่ 6 ก.ย. 2556

ขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
papon
วันที่ 7 ก.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 8 ก.ย. 2556

"ทุกอย่างคือแต่ละหนึ่งที่เกิดปรากฏเป็นธรรมะและเป็นอนัตตา

คือเกิดแล้วดับไป ไม่กลับมาอีก

จึงว่างเปล่าประดุจอากาศ

ไม่มีอะไรเหลือให้ยึดถือเป็นสัตว์บุคคลได้เลย"

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ที่เคารพยิ่ง

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาพี่แดงในการรายงานข่าวและสรุปธรรมะที่น่าอ่านยิ่งครับ

ขออนุโมทนาท่านอาจารย์สงบและคณะสนทนาธรรมภาคภาษาไทยด้วยนะครับ

และขออนุโมทนาทุกๆ ท่านด้วยนะครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
j.jim
วันที่ 9 ก.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
JANYAPINPARD
วันที่ 9 ก.ย. 2556

ขออนุโมทนาคะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
yupaporn
วันที่ 10 ก.ย. 2556

กราบอนุโมทนาบุญกับท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ด้วยค่ะ

และขอขอบพระคุณอาจารย์หญิงที่ได้นำภาพพร้อมคำบรรยายเผยแพร่กับสมาชิกบ้านธรรมะ

อาจารย์ชายบรรยายธรรมหัวข้ออะไรน้า

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
raynu.p
วันที่ 10 ก.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
jaturong
วันที่ 10 ก.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
Boonyavee
วันที่ 11 ก.ย. 2556

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพสูงสุด

ขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของคุณแม่แดง และขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตทุกๆ ท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
napachant
วันที่ 13 ก.ย. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
ขอนอบน้อม
วันที่ 13 ก.ย. 2556

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
ปลากริม ไข่เต่า
วันที่ 22 พ.ค. 2560

ขอบพระคุณ และอนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ