ธนัญชานีสูตร (ฆ่าความโกรธ)


    ข้อความใน สังยุตตนิกาย สคาถวรรค พราหมณสังยุต อรหันตวรรค ที่ ๑ ธนัญชานีสูตรที่ มีว่า

    ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้

    สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ในพระวิหารเวฬุวัน อันเป็นที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต เขตพระนครราชคฤห์

    ก็โดยสมัยนั้นแล นางพราหมณีชื่อธนัญชานีแห่งพราหมณ์ผู้ภารทวาชโคตร คนหนึ่ง เป็นผู้เลื่อมใสยิ่งในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ ฯ

    ครั้งนั้นแล นางธนัญชานีพราหมณี กำลังนำภัตเข้าไปเพื่อพราหมณ์ภารทวาชโคตร ก้าวเท้าพลาดจึงเปล่งอุทาน ๓ ครั้งว่า ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ... ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น ฯ

    เมื่อนางธนัญชานีพราหมณีกล่าวอย่างนี้แล้ว พราหมณ์ภารทวาชโคตรได้กล่าวกะนางธนัญชานีพราหมณีว่า

    ก็หญิงถ่อยนี้กล่าวคุณของสมณะโล้นอย่างนี้ อย่างนี้ ไม่ว่าที่ไหนๆ แน่ะ หญิงถ่อย บัดนี้ เราจักยกวาทะต่อพระศาสดานั้นของเจ้า ฯ

    คนที่จะโกรธง่ายๆ ไม่ได้คิดถึงเหตุผลเลยใช่ไหม เพียงบุคคลอื่นระลึกถึงคุณของพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านี้ก็โกรธ ไม่ใช่บุคคลที่ใคร่จะฟังเหตุผลว่า เพราะเหตุใดบุคคลนั้นจึงเลื่อมใสยิ่งนักในพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ว่าเพียงเห็นความเลื่อมใสของคนอื่นซึ่งมีต่อพระผู้มีพระภาคก็โกรธ โดยไม่มีเหตุผลเลย

    แม้ในสมัยนี้ ถ้าบุคคลหนึ่งบุคคลใดมีศรัทธาต่อท่านผู้หนึ่งผู้ใด และได้ยินว่า บุคคลอื่นศรัทธาต่อท่านผู้อื่น เท่านี้ก็โกรธ ก็มีมาก โดยที่ไม่ได้พิจารณาในเหตุผลเลยว่า เลื่อมใสศรัทธาในเหตุผลในธรรมอย่างไร ไม่ฟังเหตุผลในธรรม เพราะว่าสะสมมาเพื่อที่จะโกรธง่ายๆ และเห็นคนที่กระทำสิ่งที่ไม่พอใจด้วยประการหนึ่งประการใด ก็โกรธ

    ข้อความต่อไป

    นางธนัญชานีพราหมณีกล่าวว่า

    พราหมณ์ ฉันยังไม่เห็นบุคคลผู้จะพึงยกถ้อยคำต่อพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้นในโลก พร้อมด้วยเทวโลก มารโลก พรหมโลก ในหมู่สัตว์พร้อมด้วยสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ ข้าแต่พราหมณ์ เอาเถิด ท่านจงไป แม้ไป แล้วก็จักรู้ ฯ

    เพราะนางพราหมณีรู้แน่ว่า ไม่มีใครสามารถที่จะชนะพระผู้มีพระภาคใน เหตุผลได้เลย

    ลำดับนั้นแล พราหมณ์ภารทวาชโคตรโกรธ ขัดใจ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ครั้นแล้ว สนทนาปราศรัยกับพระผู้มีพระภาคแล้ว นั่งอยู่ ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ

    พราหมณ์ภารทวาชโคตรนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้ว ได้กล่าวกะพระผู้มีพระภาคด้วยคาถาว่า

    บุคคลฆ่าอะไรได้ย่อมนอนเป็นสุข ฆ่าอะไรได้ย่อมไม่เศร้าโศก ข้าแต่พระโคดม พระองค์ย่อมชอบใจการฆ่าธรรมอะไรเป็นธรรมอันเอก ฯ

    พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

    บุคคลฆ่าความโกรธได้ย่อมนอนเป็นสุข ฆ่าความโกรธได้ย่อมไม่เศร้าโศก ดูกร พราหมณ์ พระอริยเจ้าทั้งหลายย่อมสรรเสริญการฆ่าความโกรธ อันมีมูลเป็นพิษ มีที่สุดอันคืนคลาย เพราะว่าบุคคลฆ่าความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก ฯ

    เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสอย่างนี้แล้ว พราหมณ์ภารทวาชโคตรได้กราบทูล พระผู้มีพระภาคว่า

    ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก ข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ ภาษิตของพระองค์แจ่มแจ้งนัก พระโคดมผู้เจริญทรงประกาศพระธรรมโดยปริยายเป็นอันมาก เปรียบเหมือนบุคคลหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืดด้วยคิดว่า คนมีจักษุย่อมเห็นรูปได้ ฉะนั้น

    ข้าพระองค์นี้ ขอถึงพระโคดมผู้เจริญกับทั้งพระธรรมและพระภิกษุสงฆ์ว่า เป็นสรณะ ขอข้าพระองค์พึงได้บรรพชา พึงได้อุปสมบทในสำนักของพระโคดมผู้เจริญ ฯ

    พราหมณ์ภารทวาชโคตรได้บรรพชา ได้อุปสมบทแล้วในสำนักของพระผู้มีพระภาค ก็ท่านพระภารทวาชะอุปสมบทแล้วไม่นาน หลีกไปอยู่ผู้เดียว ไม่ประมาท มีความเพียร มีตนส่งไปอยู่ ไม่นานเท่าไรนัก ก็กระทำให้แจ้งซึ่งคุณวิเศษอันยอดเยี่ยม เป็นที่สุดแห่งพรหมจรรย์ ซึ่งกุลบุตรทั้งหลายผู้ออกจากเรือนโดยชอบบวชเป็นบรรพชิตมีความต้องการ ด้วยปัญญาเป็นเครื่องรู้ยิ่งเองในปัจจุบันนี้เข้าถึงอยู่ ได้ทราบว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่จะต้องทำได้ทำเสร็จแล้ว กิจอื่นอีกเพื่อความเป็นอย่างนี้มิได้มี ก็แหละท่านพระภารทวาชะได้เป็นพระอรหันต์รูปหนึ่งในบรรดา พระอรหันต์ทั้งหลาย ดังนี้แล ฯ

    ที่มา ...

    แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 698

    แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 699

    ฟังธรรมจากหัวข้อย่อย

    หมายเลข 148
    20 ต.ค. 2566

    ซีดีแนะนำ