ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๗๗๖

  
khampan.a
วันที่  5 ก.ค. 2569
หมายเลข  52641
อ่าน  327

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

pic0048385786e289f3.jpg?v=1782781583

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม) ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษา และพิจารณาร่วมกัน เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์ พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๗๗๖

pic0007626083a051137.jpg?v=1783230937



~ ใครเป็นผู้ที่มีกรุณามากที่สุด? พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงประกอบด้วยพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณ เพราะถ้าไม่ประกอบด้วยพระมหากรุณาคุณ คงจะไม่ทรงแสดงธรรม ไม่มีข้อความที่จดจำสืบต่อกันมาจนกระทั่งจารึกเป็นพระไตรปิฎกให้บุคคลรุ่นหลังได้รู้ว่าพระองค์ทรงแสดงธรรมที่จะทำให้สัตว์โลกทั้งหลายพ้นจากความทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงอย่างไร
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 909)



~ ถ้าไม่รู้ธรรมเลย ชีวิตทุกคนก็เป็นไปตามโลภะ โทสะ โมหะ แต่พอรู้ว่าเป็นธรรม ประโยชน์ก็คือจากที่ไม่เคยรู้แล้วเป็นความรู้ที่ค่อยๆ รู้ขึ้นว่าจริงๆ แล้ว สิ่งที่มี ชั่วคราว เห็นชั่วคราว ได้ยินชั่วคราว และไม่สามารถที่จะบันดาลให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดได้ สิ่งที่เกิดแล้วจะไม่ให้หมดไปก็ไม่ได้ นี่คือความเห็นถูกความเข้าใจถูก เป็นประโยชน์ไหมที่ได้รู้ความจริงอย่างนี้?
(ที่มา : พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่ 693)



~ วันหนึ่งๆ ทุกคนมีอกุศลจิตเกิดมากหรือว่ามีกุศลจิตเกิดมาก? ทุกคนมีกรรมเป็นของของตน อาจจะคิดว่าท่านมีสมบัติมาก แก้วแหวนเพชรนิลจินดาต่างๆ แต่สมบัติเหล่านั้นก็ยังไม่ใช่ของของตนจริงๆ เพราะถ้าท่านจากโลกนี้ไปแล้ว แก้วแหวนเงินทองทรัพย์สมบัติ บ้านเรือนนั้น เป็นของใคร แต่กรรมที่แต่ละคนทำ เป็นของของตน ซึ่งคนอื่นจะเอาไปไม่ได้เลย โจรจะลักไปไม่ได้ คนอื่นจะยื้อแย่งด้วยประการใดๆ ก็ไม่ได้ทั้งสิ้น
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 1290)



~ โกรธใครบ้างไหม? (โกรธ) ประมาทหรือเปล่า? ถ้าไม่ประมาทก็เห็นโทษของอกุศลคือความโกรธ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย เริ่มตั้งแต่โกรธอะไรก่อน จะได้รู้ โกรธใครหรือเปล่า? โกรธเรื่องอะไร? สิ่งนั้นไม่มีเลย หมดแล้วยังโกรธ
(ที่มา : เก็บไว้ในหทัย จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม)



~ บารมีทุกบารมีมีประโยชน์มาก ถ้าเพียงแต่ค่อยๆ ระลึกได้และบำเพ็ญไป ถ้ามีเหตุการณ์ที่จะทำให้เกิดความไม่อดทน แล้วคิดถึงขันติความอดทน ในขณะนั้นก็จะเป็นการสะสมความอดทนต่อสภาพที่ไม่น่าพอใจหรือต่อความสูญของสิ่งที่น่าปรารถนา
(ที่มา :
แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 1063)



~ จริงใจต่อพระธรรมหรือเปล่า ถ้าเป็นผู้ที่จริงใจต่อพระธรรม ก็คือศึกษาพระธรรมด้วยความจริงใจเพื่อเข้าใจพระธรรมให้ถูกต้อง นี่คือความจริงใจในการศึกษาพระธรรม การศึกษาพระธรรมไม่ใช่เพื่ออย่างอื่นเลย ไม่ใช่เพื่อลาภ ไม่ใช่เพื่อสักการะ ไม่ใช่เพื่อสรรเสริญ แต่เพื่อให้เข้าใจพระธรรมให้ถูกต้อง ให้เข้าใจสภาพธรรมที่กำลังปรากฏให้ถูกต้อง เพื่ออะไร เพื่อขัดเกลากิเลส เพื่อละความไม่รู้ ไม่ใช่เพียงเพื่อรู้หรือเก่งหรือเพื่อความสำคัญตน
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 1932)



~ กิจการต่างๆ สามารถที่จะกระทำได้ด้วยกุศลจิต แต่ถ้าไม่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง ก็อาจจะเป็นการกระทำด้วยอกุศลจิต ไม่ว่าจะเป็นกิจใหญ่น้อยประการใดก็ตาม ควรที่จะช่วยเหลือสงเคราะห์คนอื่น แต่ถ้าไม่ได้กระทำ ทราบไหมว่าเพราะอะไรจึงไม่กระทำในขณะนั้น ก็เพราะอกุศลธรรมเกิดขึ้น ทำให้เป็นคนเกียจคร้านที่จะกระทำกุศล เพราะฉะนั้น คนขยัน โดยเฉพาะขยันที่จะช่วยเหลือสงเคราะห์คนอื่น ก็ย่อมจะกระทำไปด้วยกุศล
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 684)



~ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงให้เห็นถึงการเจริญกุศลเท่าที่สามารถจะมีปัจจัยทำให้เกิดและเจริญได้ แต่สภาพธรรมทั้งหลายก็เป็นอนัตตา ถึงแม้ว่าจะทรงแสดงเรื่องของกุศลทุกขั้น แต่ปัจจัยของอกุศลจิตมีมากเหลือเกิน ทำให้อกุศลจิตเกิดมาก ความตระหนี่ก็ยังมี และอกุศลอื่นๆ ก็ยังมีเชื้อมีปัจจัยที่จะให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น การฟังธรรมจึงช่วยให้เกิดปัจจัยที่จะเจริญกุศลทุกขั้น
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 217)



~ เมตตาเป็นกุศลซึ่งทำให้บุคคลที่อยู่ใกล้ชิดได้รับความผาสุกทั้งกายและใจ เพราะว่าเป็นเหตุให้มีความเกื้อกูล อนุเคราะห์สงเคราะห์กันซึ่งโลกจะผาสุกอยู่ได้ก็ด้วยเมตตา ในวันหนึ่งๆ ลองคิดดู ที่ได้รับความสุขนี้ เป็นเพราะเมตตาซึ่งกันและกัน ใช่หรือมิใช่?
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 738)



*** ~ เมตตาเป็นสิ่งที่ควรอบรมเจริญ เพราะเป็นกุศลที่จะขัดเกลาละคลายโทสะให้เบาบางได้ซึ่งพระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญการอบรมเจริญเมตตาแม้เพียงชั่วขณะเล็กน้อยให้เห็นประโยชน์ว่ากุศลทั้งหมดอย่าประมาท กุศลแม้เพียงชั่วขณะเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้ก็เป็นประโยชน์***
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 909)



*** ~ กิเลสมากเหลือเกินวันนี้ ไม่ชอบคนนั้นหรือเปล่า ลองดูว่าไม่ชอบใครบ้างหรือเปล่า แค่นี้ ยอมสละความไม่ชอบได้ไหม เพราะว่าเป็นอกุศล มีเมตตาได้ไหม เป็นเพื่อน มีความหวังดีพร้อมที่จะเกื้อกูลเป็นประโยชน์***
(ที่มา :
พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่ 329)



~ ถ้าบุคคลนั้นทำทุกข์ให้เกิดกับกายของเรา ทำไมเราถึงทำทุกข์ให้เกิดขึ้นกับใจของเราเองด้วย คือ คนอื่นสามารถที่จะทำทุกข์ให้เกิดขึ้นกับเราได้เฉพาะทางกาย เช่น เบียดเบียนประทุษร้ายหรือว่าอาจจะกระทบกระทั่งด้วยวาจา เหตุไฉนเราจึงจะให้ทุกข์เกิดขึ้นกับจิตของเราเองด้วยเล่า โดยการที่ให้ความโกรธเกิดขึ้นประทุษร้ายจิตใจของตัวเอง ในเมื่อคนอื่นสามารถจะทำได้เพียงกายหรือวาจา แต่ตัวเองทำทุกข์ให้กับจิตของตนเองเวลาที่ความโกรธของตนเองเกิดขึ้น
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 913)



~ การฟังพระธรรม จะเห็นได้ว่ายิ่งฟังยิ่งเห็นประโยชน์ และรู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม เพื่อให้ทุกคนเจริญกุศลธรรมจริงๆ ไม่ทรงให้บุคคลใดเกิดโลภะ หรือโทสะ หรือโมหะ และชี้แจงโทษของโลภะ โทสะ โมหะโดยละเอียด ชี้แจงประโยชน์ของกุศลธรรมโดยละเอียด
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 2070)



~ หนทางเดียวที่จะออกจากความเห็นผิด คือ เริ่มพิจารณาให้เกิดความเห็นถูกในหนทางที่ถูก เริ่มอบรมหนทางที่ถูกเมื่อไร เมื่อนั้นจึงจะค่อยๆ ไถ่ถอนตนเองจากความเห็นผิด แต่ตราบใดที่การอบรมความเห็นถูกยังไม่เกิด จะให้ออกจากข้อปฏิบัติที่ผิดหรือความเห็นผิดนั้น เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ นี่เป็นสิ่งที่จะต้องพิจารณาในชีวิตประจำวันจริงๆ เพราะอกุศลมีมากมายเหลือเกิน
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 2045)



~ สิ่งที่มีประโยชน์ ก็ต้องควรให้คนอื่นได้รู้ได้เข้าใจทั่วกัน ไม่ให้สิ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์ ไม่ให้สิ่งที่ไม่เป็นความจริง เพราะเป็นมิตรที่ดี หวังดี แล้วรู้ว่าความเข้าใจถูกเป็นสิ่งที่ประเสริฐในชาตินี้ ดีกว่าทรัพย์สมบัติเงินทองซึ่งพลัดพรากจากไปเมื่อไหร่ก็ได้ แม้ร่างกาย ตาจะบอด หูจะหนวก แขนจะขาด เมื่อไหร่ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น แต่สมบัติที่ประเสริฐยิ่งกว่าอย่างอื่นที่ติดตามไป ก็คือ ความเข้าใจถูกความเห็นถูก
(ที่มา : ปกิณณกธรรม ตอนที่ 1043)



~ การได้ฟังพระธรรมหรือพิจารณาธรรมหรือสนทนาธรรม เป็นเพียงโอกาสที่สั้นและเล็กน้อยมากที่ขณะนั้นอกุศลไม่มีกำลังพอที่จะให้ไม่ฟัง แต่เวลาที่เกิดการไม่ฟังหรือเกิดการสนใจที่น้อยลง

จะเห็นได้ว่าขณะนั้นเป็นการเปิดช่องให้กิเลสที่มีอยู่แล้ว ในชีวิตประจำวัน มีโอกาสที่จะมีกำลังเพิ่มขึ้นอีก จากการไม่ฟังธรรม จากการไม่พิจารณาธรรม จากการไม่สนทนาธรรม
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 1955)



*** ~ เสียงที่สำคัญที่สุดในสังสารวัฏฏ์ที่มีประโยชน์มาก คือ เสียงที่ทำให้เข้าใจสภาพธรรมถูกต้องตามความเป็นจริง ในภพหนึ่งชาติหนึ่ง ถ้ามีโอกาสได้ฟังเสียงซึ่งเป็นเรื่องของพระธรรม จะทำให้ชาตินั้นมีโอกาสอบรมเจริญปัญญา ทำให้กุศลทั้งหลายเจริญขึ้นจนกระทั่งในวันหนึ่งในชาติหนึ่งนั้นสามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้***
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 1465)



~ ทุกคนมีโทษมาก มีข้อที่ควรตำหนิมาก แต่ผู้ที่จะตำหนิและชี้โทษ ไม่มีใครที่สามารถจะทำได้มากเท่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะฉะนั้น เมื่อได้ฟังพระธรรมแล้วพิจารณา ก็ย่อมเห็นโทษของกิเลส ซึ่งทุกคนยังมีอยู่มากทีเดียว
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 928)



*** ~ แน่ใจหรือยังว่าวิบากแต่ละขณะของแต่ละบุคคลเกิดเพราะกรรมของตนเอง ไม่ใช่เพราะบุคคลอื่นกระทำให้ จริงไหม? ไม่โกรธคนอื่น ไม่โกรธแน่ๆ หรือยังไม่ยอมที่จะหมดไป ยังคิดว่าเป็นคนอื่นอยู่นั่นเองที่ทำให้? ถ้ารู้ว่าเป็นวิบากของตนเองจะไม่โกรธคนอื่นเลย ใช่ไหม แม้แต่โจรที่มาเลื่อยขาแขน

(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 1331)



~ เวลาที่อกุศลวิบากเกิด ไม่มีใครชอบเลย เพราะฉะนั้น ควรที่จะได้รู้ตามความเป็นจริงว่าอกุศลวิบากทุกขณะที่เกิดเป็นผลของการกระทำของตนเอง จิตใจก็จะผ่องใสเป็นกุศล เพราะถ้ายังมีอกุศลต่อไป ใครเป็นผู้ที่จะได้รับอกุศลวิบากข้างหน้าต่อไป ก็ต้องตนเองอีก ไม่พ้นจากอกุศลกรรมและอกุศลจิตที่สะสมไว้ เป็นปัจจัยให้เกิดอกุศลวิบาก เมื่อไม่ปรารถนาอกุศลวิบาก ทางเดียวที่จะน้อยลง คือ ให้กุศลจิตเกิดมากๆ เท่านั้น
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่ 1331)



ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ

ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๗๗๕

pic000762607b6f9f088.jpg?v=1783230937

... กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ ...


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ