ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขออนุญาตแบ่งปันข้อความธรรม (ปันธรรม)
ที่ได้จากการฟังพระธรรมจากท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ในแต่ละครั้ง รวบรวมเป็นธรรมเตือนใจเพื่อศึกษา และพิจารณาร่วมกัน
เพื่อความเข้าใจธรรม (ปัญญ์ธรรม) ตามความเป็นจริง
ซึ่งเป็นข้อความที่สั้นบ้าง ยาวบ้าง แต่ก็มีอรรถที่สมบูรณ์
พอที่จะเข้าใจได้ควรค่าแก่การพิจารณาอย่างยิ่ง ดังนี้
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่ ๗๗๖

~ ใครเป็นผู้ที่มีกรุณามากที่สุด? พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทรงประกอบด้วยพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณ และพระมหากรุณาคุณ
เพราะถ้าไม่ประกอบด้วยพระมหากรุณาคุณ คงจะไม่ทรงแสดงธรรม
ไม่มีข้อความที่จดจำสืบต่อกันมาจนกระทั่งจารึกเป็นพระไตรปิฎกให้บุคคลรุ่นหลังได้รู้ว่าพระองค์ทรงแสดงธรรมที่จะทำให้สัตว์โลกทั้งหลายพ้นจากความทุกข์ได้โดยสิ้นเชิงอย่างไร
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 909)
~ ถ้าไม่รู้ธรรมเลย ชีวิตทุกคนก็เป็นไปตามโลภะ โทสะ โมหะ
แต่พอรู้ว่าเป็นธรรม
ประโยชน์ก็คือจากที่ไม่เคยรู้แล้วเป็นความรู้ที่ค่อยๆ
รู้ขึ้นว่าจริงๆ แล้ว สิ่งที่มี ชั่วคราว เห็นชั่วคราว
ได้ยินชั่วคราว และไม่สามารถที่จะบันดาลให้สิ่งหนึ่งสิ่งใดเกิดได้
สิ่งที่เกิดแล้วจะไม่ให้หมดไปก็ไม่ได้
นี่คือความเห็นถูกความเข้าใจถูก
เป็นประโยชน์ไหมที่ได้รู้ความจริงอย่างนี้?
(ที่มา : พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่
693)
~ วันหนึ่งๆ ทุกคนมีอกุศลจิตเกิดมากหรือว่ามีกุศลจิตเกิดมาก?
ทุกคนมีกรรมเป็นของของตน อาจจะคิดว่าท่านมีสมบัติมาก
แก้วแหวนเพชรนิลจินดาต่างๆ
แต่สมบัติเหล่านั้นก็ยังไม่ใช่ของของตนจริงๆ
เพราะถ้าท่านจากโลกนี้ไปแล้ว แก้วแหวนเงินทองทรัพย์สมบัติ
บ้านเรือนนั้น เป็นของใคร แต่กรรมที่แต่ละคนทำ เป็นของของตน
ซึ่งคนอื่นจะเอาไปไม่ได้เลย โจรจะลักไปไม่ได้
คนอื่นจะยื้อแย่งด้วยประการใดๆ ก็ไม่ได้ทั้งสิ้น
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1290)
~ โกรธใครบ้างไหม? (โกรธ) ประมาทหรือเปล่า?
ถ้าไม่ประมาทก็เห็นโทษของอกุศลคือความโกรธ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
เริ่มตั้งแต่โกรธอะไรก่อน จะได้รู้ โกรธใครหรือเปล่า?
โกรธเรื่องอะไร? สิ่งนั้นไม่มีเลย หมดแล้วยังโกรธ
(ที่มา : เก็บไว้ในหทัย จงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม)
~ บารมีทุกบารมีมีประโยชน์มาก ถ้าเพียงแต่ค่อยๆ ระลึกได้และบำเพ็ญไป
ถ้ามีเหตุการณ์ที่จะทำให้เกิดความไม่อดทน แล้วคิดถึงขันติความอดทน
ในขณะนั้นก็จะเป็นการสะสมความอดทนต่อสภาพที่ไม่น่าพอใจหรือต่อความสูญของสิ่งที่น่าปรารถนา
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่
1063)
~ จริงใจต่อพระธรรมหรือเปล่า ถ้าเป็นผู้ที่จริงใจต่อพระธรรม
ก็คือศึกษาพระธรรมด้วยความจริงใจเพื่อเข้าใจพระธรรมให้ถูกต้อง
นี่คือความจริงใจในการศึกษาพระธรรม
การศึกษาพระธรรมไม่ใช่เพื่ออย่างอื่นเลย ไม่ใช่เพื่อลาภ
ไม่ใช่เพื่อสักการะ ไม่ใช่เพื่อสรรเสริญ
แต่เพื่อให้เข้าใจพระธรรมให้ถูกต้อง
ให้เข้าใจสภาพธรรมที่กำลังปรากฏให้ถูกต้อง เพื่ออะไร
เพื่อขัดเกลากิเลส เพื่อละความไม่รู้
ไม่ใช่เพียงเพื่อรู้หรือเก่งหรือเพื่อความสำคัญตน
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1932)
~ กิจการต่างๆ สามารถที่จะกระทำได้ด้วยกุศลจิต
แต่ถ้าไม่รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง
ก็อาจจะเป็นการกระทำด้วยอกุศลจิต
ไม่ว่าจะเป็นกิจใหญ่น้อยประการใดก็ตาม
ควรที่จะช่วยเหลือสงเคราะห์คนอื่น แต่ถ้าไม่ได้กระทำ
ทราบไหมว่าเพราะอะไรจึงไม่กระทำในขณะนั้น ก็เพราะอกุศลธรรมเกิดขึ้น
ทำให้เป็นคนเกียจคร้านที่จะกระทำกุศล เพราะฉะนั้น คนขยัน
โดยเฉพาะขยันที่จะช่วยเหลือสงเคราะห์คนอื่น
ก็ย่อมจะกระทำไปด้วยกุศล
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 684)
~
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงให้เห็นถึงการเจริญกุศลเท่าที่สามารถจะมีปัจจัยทำให้เกิดและเจริญได้
แต่สภาพธรรมทั้งหลายก็เป็นอนัตตา
ถึงแม้ว่าจะทรงแสดงเรื่องของกุศลทุกขั้น
แต่ปัจจัยของอกุศลจิตมีมากเหลือเกิน ทำให้อกุศลจิตเกิดมาก
ความตระหนี่ก็ยังมี และอกุศลอื่นๆ
ก็ยังมีเชื้อมีปัจจัยที่จะให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้น
การฟังธรรมจึงช่วยให้เกิดปัจจัยที่จะเจริญกุศลทุกขั้น
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 217)
~
เมตตาเป็นกุศลซึ่งทำให้บุคคลที่อยู่ใกล้ชิดได้รับความผาสุกทั้งกายและใจ
เพราะว่าเป็นเหตุให้มีความเกื้อกูล
อนุเคราะห์สงเคราะห์กันซึ่งโลกจะผาสุกอยู่ได้ก็ด้วยเมตตา
ในวันหนึ่งๆ ลองคิดดู ที่ได้รับความสุขนี้
เป็นเพราะเมตตาซึ่งกันและกัน ใช่หรือมิใช่?
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 738)
*** ~ เมตตาเป็นสิ่งที่ควรอบรมเจริญ
เพราะเป็นกุศลที่จะขัดเกลาละคลายโทสะให้เบาบางได้ซึ่งพระผู้มีพระภาคทรงสรรเสริญการอบรมเจริญเมตตาแม้เพียงชั่วขณะเล็กน้อยให้เห็นประโยชน์ว่ากุศลทั้งหมดอย่าประมาท
กุศลแม้เพียงชั่วขณะเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้ก็เป็นประโยชน์***
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 909)
*** ~ กิเลสมากเหลือเกินวันนี้ ไม่ชอบคนนั้นหรือเปล่า
ลองดูว่าไม่ชอบใครบ้างหรือเปล่า แค่นี้ ยอมสละความไม่ชอบได้ไหม
เพราะว่าเป็นอกุศล มีเมตตาได้ไหม เป็นเพื่อน
มีความหวังดีพร้อมที่จะเกื้อกูลเป็นประโยชน์***
(ที่มา : พื้นฐานพระอภิธรรม ตอนที่
329)
~ ถ้าบุคคลนั้นทำทุกข์ให้เกิดกับกายของเรา
ทำไมเราถึงทำทุกข์ให้เกิดขึ้นกับใจของเราเองด้วย คือ
คนอื่นสามารถที่จะทำทุกข์ให้เกิดขึ้นกับเราได้เฉพาะทางกาย เช่น
เบียดเบียนประทุษร้ายหรือว่าอาจจะกระทบกระทั่งด้วยวาจา
เหตุไฉนเราจึงจะให้ทุกข์เกิดขึ้นกับจิตของเราเองด้วยเล่า
โดยการที่ให้ความโกรธเกิดขึ้นประทุษร้ายจิตใจของตัวเอง
ในเมื่อคนอื่นสามารถจะทำได้เพียงกายหรือวาจา
แต่ตัวเองทำทุกข์ให้กับจิตของตนเองเวลาที่ความโกรธของตนเองเกิดขึ้น
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 913)
~ การฟังพระธรรม จะเห็นได้ว่ายิ่งฟังยิ่งเห็นประโยชน์
และรู้ว่าพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม เพื่อให้ทุกคนเจริญกุศลธรรมจริงๆ
ไม่ทรงให้บุคคลใดเกิดโลภะ หรือโทสะ หรือโมหะ และชี้แจงโทษของโลภะ
โทสะ โมหะโดยละเอียด ชี้แจงประโยชน์ของกุศลธรรมโดยละเอียด
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 2070)
~ หนทางเดียวที่จะออกจากความเห็นผิด คือ
เริ่มพิจารณาให้เกิดความเห็นถูกในหนทางที่ถูก
เริ่มอบรมหนทางที่ถูกเมื่อไร เมื่อนั้นจึงจะค่อยๆ
ไถ่ถอนตนเองจากความเห็นผิด
แต่ตราบใดที่การอบรมความเห็นถูกยังไม่เกิด
จะให้ออกจากข้อปฏิบัติที่ผิดหรือความเห็นผิดนั้น
เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
นี่เป็นสิ่งที่จะต้องพิจารณาในชีวิตประจำวันจริงๆ
เพราะอกุศลมีมากมายเหลือเกิน
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 2045)
~ สิ่งที่มีประโยชน์
ก็ต้องควรให้คนอื่นได้รู้ได้เข้าใจทั่วกัน
ไม่ให้สิ่งที่ไม่ใช่ประโยชน์ ไม่ให้สิ่งที่ไม่เป็นความจริง
เพราะเป็นมิตรที่ดี หวังดี
แล้วรู้ว่าความเข้าใจถูกเป็นสิ่งที่ประเสริฐในชาตินี้
ดีกว่าทรัพย์สมบัติเงินทองซึ่งพลัดพรากจากไปเมื่อไหร่ก็ได้
แม้ร่างกาย ตาจะบอด หูจะหนวก แขนจะขาด เมื่อไหร่ก็เป็นไปได้ทั้งนั้น
แต่สมบัติที่ประเสริฐยิ่งกว่าอย่างอื่นที่ติดตามไป ก็คือ
ความเข้าใจถูกความเห็นถูก
(ที่มา : ปกิณณกธรรม ตอนที่
1043)
~ การได้ฟังพระธรรมหรือพิจารณาธรรมหรือสนทนาธรรม
เป็นเพียงโอกาสที่สั้นและเล็กน้อยมากที่ขณะนั้นอกุศลไม่มีกำลังพอที่จะให้ไม่ฟัง
แต่เวลาที่เกิดการไม่ฟังหรือเกิดการสนใจที่น้อยลง
จะเห็นได้ว่าขณะนั้นเป็นการเปิดช่องให้กิเลสที่มีอยู่แล้ว
ในชีวิตประจำวัน มีโอกาสที่จะมีกำลังเพิ่มขึ้นอีก จากการไม่ฟังธรรม
จากการไม่พิจารณาธรรม จากการไม่สนทนาธรรม
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1955)
*** ~ เสียงที่สำคัญที่สุดในสังสารวัฏฏ์ที่มีประโยชน์มาก คือ
เสียงที่ทำให้เข้าใจสภาพธรรมถูกต้องตามความเป็นจริง
ในภพหนึ่งชาติหนึ่ง ถ้ามีโอกาสได้ฟังเสียงซึ่งเป็นเรื่องของพระธรรม
จะทำให้ชาตินั้นมีโอกาสอบรมเจริญปัญญา
ทำให้กุศลทั้งหลายเจริญขึ้นจนกระทั่งในวันหนึ่งในชาติหนึ่งนั้นสามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมได้***
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1465)
~ ทุกคนมีโทษมาก มีข้อที่ควรตำหนิมาก แต่ผู้ที่จะตำหนิและชี้โทษ
ไม่มีใครที่สามารถจะทำได้มากเท่าพระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า
เพราะฉะนั้น เมื่อได้ฟังพระธรรมแล้วพิจารณา ก็ย่อมเห็นโทษของกิเลส
ซึ่งทุกคนยังมีอยู่มากทีเดียว
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 928)
*** ~
แน่ใจหรือยังว่าวิบากแต่ละขณะของแต่ละบุคคลเกิดเพราะกรรมของตนเอง
ไม่ใช่เพราะบุคคลอื่นกระทำให้ จริงไหม? ไม่โกรธคนอื่น ไม่โกรธแน่ๆ
หรือยังไม่ยอมที่จะหมดไป ยังคิดว่าเป็นคนอื่นอยู่นั่นเองที่ทำให้?
ถ้ารู้ว่าเป็นวิบากของตนเองจะไม่โกรธคนอื่นเลย ใช่ไหม
แม้แต่โจรที่มาเลื่อยขาแขน
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา ครั้งที่
1331)
~ เวลาที่อกุศลวิบากเกิด ไม่มีใครชอบเลย เพราะฉะนั้น
ควรที่จะได้รู้ตามความเป็นจริงว่าอกุศลวิบากทุกขณะที่เกิดเป็นผลของการกระทำของตนเอง
จิตใจก็จะผ่องใสเป็นกุศล เพราะถ้ายังมีอกุศลต่อไป
ใครเป็นผู้ที่จะได้รับอกุศลวิบากข้างหน้าต่อไป ก็ต้องตนเองอีก
ไม่พ้นจากอกุศลกรรมและอกุศลจิตที่สะสมไว้
เป็นปัจจัยให้เกิดอกุศลวิบาก เมื่อไม่ปรารถนาอกุศลวิบาก
ทางเดียวที่จะน้อยลง คือ ให้กุศลจิตเกิดมากๆ เท่านั้น
(ที่มา : แนวทางเจริญวิปัสสนา
ครั้งที่ 1331)
ขอเชิญคลิกอ่านย้อนหลังครั้งที่ผ่านมาได้ที่นี่ครับ
ปันธรรม - ปัญญ์ธรรม ... ครั้งที่
๗๗๕

...
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์
ที่เคารพยิ่ง
และยินดีในกุศลของทุกๆ ท่านครับ
...