ความบริสุทธิ์แต่ละประเภท - วิสุทธิที่ 5-2 ตอนที่ 6-8 [สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ]
 
wittawat
วันที่  10 ก.ค. 2562
หมายเลข  31023
อ่าน  77

     อุปกิเลสที่ 1 เกิดขึ้นเนื่องจากแสงสว่าง สามารถที่จะเกิดขึ้นเมื่อวิปัสสนาญาณที่ 4 (ความรู้ชัดที่รู้การเกิดดับของนามและรูป) ได้ดับไป จิตอาจจะถึงระดับความสงบที่ปรุงแต่งให้แสงสว่างนั้นเกิดขึ้น เมื่อความติดข้องในแสงนั้น นั่นก็คือวิปัสนูกิเลส วิปัสนูกิเลสนี้จะทำให้การอบรมเจริญวิปัสสนาหยุดลง ผู้นั้นจะไม่ได้พิจารณาการเกิดขึ้นและดับไปของสิ่งที่มีอยู่จริงอีกต่อไป และไม่สนใจในลักษณะของความไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และอนัตตา

     อุปกิเลสที่ 2 เป็นความติดข้องในปัญญาที่รู้ชัดลักษณะของนามและรูป ที่เกิดขึ้นและดับไปอย่างรวดเร็ว ผู้นั้นติดข้องกับความรู้ชัดที่คมกล้าและเกิดขึ้นในตัวเขาประดุจดั่งสายฟ้าฟาด เนื่องด้วยอุปกิเลสนี้ ผู้นั้นจะไม่พิจารณาต่อไปในการเกิดขึ้นและดับไปของสภาพธรรมและอบรมเจริญความเข้าใจในสามัญลักษณะทั้ง 3

     อุปกิเลสที่ 3 เป็นความติดข้องในปีติ คือความอิ่มใจพอใจ ในความเข้าใจถูกที่เกิดขึ้นและดับไปของธรรม

     อุปกิเลสที่ 4 เป็นความติดข้องในความสงบ ที่เป็นอิสระจากความกระวนกระวายแห่งกาย(หมายถึง เจตสิก)และจิต ความหนักกายและจิต ความกระด้าง ความไม่ควรแก่การ ความไข้ ความคดของกายและจิต

     อุปกิเลสที่ 5 เป็นความติดข้องในความรู้สึกสุขซึ่งปราณีตอย่างยิ่งซ่านไปทั่วร่าง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยวิปัสสนาญาณ

     อุปกิเลสที่ 6 เป็นความติดข้องในศรัทธา ความมั่งคง และเลื่อมใสเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นด้วยวิปัสสนาญาณ

     อุปกิเลสที่ 7 เป็นความติดข้องในวิริยะที่ประคองไว้อย่างดี ไม่หย่อนไม่ตึง ซึ่งเกิดขึ้นด้วยวิปัสสนาญาณ

     อุปกิเลสที่ 8 เป็นความติดข้องในสติที่มั่นคง ไม่หวั่นไหวที่เกิดขึ้นพร้อมกับวิปัสสนาญาณ

     อุปกิเลสที่ 9 เป็นความติดข้องในอุเบกขา (ความเป็นกลาง การไม่ลำเอียง หวั่นไหว) ในสังขารธรรมทั้งปวง ซึ่งเกิดขึ้นเนื่องด้วยวิปัสสนาญาณ ผู้นั้นอาจจะติดข้องเมื่อปัญญาคมกล้าและเร็วดุจดั่งสายฟ้าฟาดเมื่อปัญญานั้นรู้ชัดการเกิดขึ้นและดับไปของอารมณ์ที่ปรากฏ

     อุปกิเลสที่ 10 เกิดขึ้นเมื่อผู้นั้นพอใจในวิปัสสนาญาณที่รู้ชัดเจนตามความเป็นจริงในลักษณะของ นามและรูป [1]

    เมื่อปัญญาคมกล้ายิ่งขึ้น จะรู้ชัดความซับซ้อนและความละเอียดของวิปัสนูกิเลส และปัญญาจะรู้ว่าวิปัสนูกิเลสเหล่านี้ต้องถูกละคลายไป ปัญญาพิจารณาว่าตราบเท่าที่อุปกิเลสยั้งเกิด หนทางที่ถูกต้องก็จะไม่ได้เจริญขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การละคลายแม้ความติดข้องที่ละเอียดยิ่งขึ้นในสิ่งที่มีจริงนั่นคือ ความบริสุทธิ์โดยความรู้ชัดเห็นชัดว่าสิ่งใดเป็นทางหรือไม่ใช่ทาง (มัคคามัคคญาณทัสสนวิสุทธิ) ต่อจากนั้นสามารถที่จะมีวิปัสสนาญาณที่ 4 ความรู้ชัดในนามและรูปที่เกิดดับ ขณะที่ผู้นั้นอบรมเจริญวิปัสสนาญาณซึ่งปราศจากวิปัสสนูกิเลส

ข้อความนี้แปลจาก...Different Kinds of Purity - 5th Purity - 2

อ่านตอนอื่นๆ...กดลิ้งค์

     1. วิสุทธิที่ 1.....กดลิ้งค์
     2. วิสุทธิที่ 2.....กดลิ้งค์
     3. วิสุทธิที่ 3.....กดลิ้งค์
     4. วิสุทธิที่ 4.....กดลิ้งค์
     5. วิสุทธิที่ 5-1.....กดลิ้งค์
     6. วิสุทธิที่ 5-2.....กดลิ้งค์
     7. วิสุทธิที่ 6.....กดลิ้งค์
     8. วิสุทธิที่ 7.....กดลิ้งค์

-----------------------------------------------------------

[1] วิสุทธิมรรคแปล ภาค ๓ ตอน ๒ (ตอนจบ) - หน้าที่ 120 แสดงว่า วิปัสนูปกิเลส 10 นี้ วิปัสนูปกิเลส (9) มิโอภาสเป็นต้น ท่านเรียกว่าอุปกิเลส เพราะเป็นวัตถุ (คือเป็นที่ตั้งที่เกิด) เพราะไม่ใช่อกุศล ส่วนนิกันติ หรือความพอใจในวิปัสสนานี้เป็น (ตัว) อุปกิเลสด้วย เป็นวัตถุแห่งอุปกิเลสด้วย ด้วยสามารถแห่งคาหะ หรือการถือ (ความยึดถือโดยตัณหา มานะ ทิฏฐิ ในวิปัสนูกิเลสทั้ง 10)

 


Tag  ความบริสุทธิ์แต่ละประเภท วิสุทธิ วิปัสนูกิเลส

เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ

หัวข้อแนะนำ