รัตติสูตร ... วันเสาร์ที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๒
 
มศพ.
วันที่  24 มิ.ย. 2562
หมายเลข  30963
อ่าน  249

 

 

นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส

พุทฺธํ  สรณํ   คจฺฉามิ
ธมฺมํ  สรณํ   คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ    คจฺฉามิ

•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••
 

 ... สนทนาธรรมที่ ... 

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา  (มศพ.)

พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ 
วันเสาร์ที่  ๒๙  มิถุนายน  ๒๕๖๒

คือ 

รัตติสูตร  

...จาก...

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ ๘๑๐

-------------------------------------

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ ๘๑๐ 

๑๐. รัตติสูตร
(ว่าด้วยผู้หวังได้ความเสื่อมและผู้หวังได้ความเจริญ)

         [๓๕๕]  ดูกร ภิกษุทั้งหลาย   ภิกษุประกอบด้วยธรรม  ๖   ประการ  พึงหวังได้ความเสื่อมในกุศลธรรม อย่างเดียว  ไม่พึงหวังความเจริญเลย  ตลอดคืนหรือวันที่ผ่านมา    ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน    คือ    ภิกษุในธรรมวินัยนี้  เป็นผู้มีความปรารถนามาก  มีความคับแค้นใจ  ไม่สันโดษด้วยจีวร  บิณฑบาต เสนาสนะ  และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร   ตามมีตามได้  ๑        เป็นผู้ไม่มีศรัทธา   ๑  เป็นผู้ทุศีล   ๑   เป็นผู้เกียจคร้าน   ๑    เป็นผู้มีสติหลงลืม ๑    และเป็นผู้มีปัญญาทราม ๑  ดูกร ภิกษุทั้งหลาย  ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม  ๖  ประการนี้แลพึงหวังได้ความเสื่อมในกุศลธรรม  อย่างเดียว ไม่พึงหวังความเจริญเลย  ตลอดคืนหรือวันที่ผ่านมา

         ดูกร ภิกษุทั้งหลาย  ภิกษุประกอบด้วยธรรม  ๖ ประการ  พึงหวังได้ความเจริญในกุศลธรรมอย่างเดียว    ไม่พึงหวังได้ความเสื่อมเลย  ตลอดคืนหรือวันที่ผ่านมา  ธรรม ๖ ประการเป็นไฉน ?  คือ  ภิกษุในธรรมวินัยนี้  ย่อมเป็นผู้ไม่มีความปรารถนามาก    ไม่มีความคับแค้นใจ    สันโดษด้วยจีวร  บิณฑบาต  เสนาสนะ   และคิลานปัจจัยเภสัชบริขารตามมีตามได้  ๑  เป็นผู้มีศรัทธา ๑  เป็นผู้มีศีล ๑ เป็นผู้ปรารภความเพียร ๑  เป็นผู้มีสติ ๑  และเป็นผู้มีปัญญา ๑  ดูกร ภิกษุทั้งหลาย  ภิกษุผู้ประกอบด้วยธรรม ๖ ประการนี้แลพึงหวังได้ความเจริญ    ในกุศลธรรมอย่างเดียว    ไม่พึงหวังได้ความเสื่อมเลยตลอดคืนหรือวันที่ผ่านมา.

จบรัตติสูตรที่  ๑๐

จบอรหันตวรรคที่  ๓

อรรถกถารัตติสูตร

         พึงทราบวินิจฉัยในรัตติสูตรที่  ๑๐  ดังต่อไปนี้ :-

         บทว่า  วิฆาตวา   ความว่า  เป็นทุกข์   โดยทุกข์เพราะโลภะที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยความมักมาก.  คำที่เหลือในบททั้งปวง ปรากฏชัดแล้ว
ทั้งนั้น ฉะนี้แล.

จบอรรถกถารัตติสูตรที่  ๑๐



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 มิ.ย. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ข้อความโดยสรุป
รัตติสูตร
(ว่าด้วยผู้หวังได้ความเสื่อมและผู้หวังได้ความเจริญ)

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้ไม่เจริญในกุศลธรรม หวังได้แต่ความเสื่อม ตลอดคืนหรือวันที่ผ่านมา  คือ ปรารถนามากไม่สันโดษในปัจจัย ๔  ไม่มีศรัทธา ทุศีล เกียจคร้าน  หลงลืมสติ และมีปัญญาทราม

และทรงแสดงว่า ภิกษุประกอบด้วยธรรม ๖ ประการ เป็นผู้มีความเจริญในกุศลธรรม ไม่มีความเสื่อมเลย ตลอดคืนหรือวันที่ผ่านมา คือ ไม่ปรารถนามาก สันโดษในปัจจัย ๔  มีศรัทธา มีศีล  ปรารภความเพียร มีสติ และ มีปัญญา


ขอเชิญคลิกศึกษาเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ

พระภิกษุ ต้องงดงามตามพระธรรมวินัย
ความหมายของคำว่า บวช
หิริ และ โอตตัปปะ [ธรรมสังคณีปกรณ์]  

หิริโอตตัปปะ เป็นธรรมคุ้มครองโลก
ความเป็นบรรพชิต ถ้ารักษาไม่ดี มีแต่จะทำให้เกิดโทษ    
ภิกษุต้องอาบัติ ถ้าไม่ปลงต้องตกนรกหรือไม่
พระทำผิดวินัยสงฆ์รับโทษอย่างไร 
 สติ         

โมฆบุรุษในโลกนี้ทำให้พระสัทธรรมเลือนหาย            
ความหมายและเหตุให้เกิดมัตตัญญุตากับสันโดษ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
papon
papon
วันที่ 25 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ประสาน
วันที่ 27 มิ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ