ปฏิบัติบูชา สามารถดำรงพระศาสนาไว้ได้
 
pirmsombat
วันที่  19 พ.ย. 2550
หมายเลข  5594
อ่าน  1,297

  จริงอยู่ ชื่อว่าอามิสบูชานั้น ไม่สามารถจะดำรงพระศาสนา แม้ในวันหนึ่งบ้าง แม้ชั่วดื่ม

ข้าวยาคูครั้งหนึ่งบ้าง.   จริงอยู่ วิหารพันแห่งเช่นมหาวิหาร เจดีย์พันเจดีย์  เช่น  มหา-

เจดีย์ ก็ดำรงพระศาสนาไว้ไม่ได้.  บุญู  ผู้ใดทำไว้ก็เป็นของผู้นั้นผู้เดียว. ส่วนสัมมา-

ปฏิบัติ ชื่อว่าเป็นบูชาที่สมควรแก่ พระตถาคต เป็นความจริง  ปฏิบัติบูชานั้นชื่อว่าดำรง

อยู่แล้ว สามารถดำรงพระศาสนาไว้ได้ด้วย   เพราะฉะนั้น  พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะ

ทรงแสดงปฏิบัติบูชานั้น จึงตรัส ว่า โย โข อานนฺท เป็นต้น. .......................... พระผู้-

มีพระภาคเจ้าทรงสรรเสริญว่า "ปฏิบัติบูชา" ประเสริฐกว่า "อามิสบูชา"


Tag  ปฏิบัติบูชา สามารถดำรงพระศาสนาไว้ได้
  ความคิดเห็น 1  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 20 พ.ย. 2550

ขออนุโมทนา และเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

 
  ความคิดเห็น 2  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 20 พ.ย. 2550

พระพุทธเจ้าตรัสว่า  ผู้ใดเห็นธรรม  ผู้นั้นชื่อว่าเห็นเราตถาคต

 
  ความคิดเห็น 3  
 
pornthip.d
วันที่ 20 พ.ย. 2550

ผู้ใดที่มีความเข้าใจถูกความเห็นถูกต่อการปฏิบัติบูชา

ย่อมต้องมีความเข้าใจถูกความเห็นถูกต่อการปฏิบัติอามิสบูชามาแล้ว

ถึงจะกำลังตั้งใจในปฏิบัติบูชา

อามิสบูชาก็เป็นเครื่องหมายว่าปฏิบัติบูชาถูกต้องเพียงไร

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็น 4  
 
ฟังธรรมonline
วันที่ 20 พ.ย. 2550
 
  ความคิดเห็น 5  
 
ฟังธรรมonline
วันที่ 20 พ.ย. 2550
 
  ความคิดเห็น 6  
  ความคิดเห็น 7  
 
pirmsombat
วันที่ 21 พ.ย. 2550

ขออนุโมทนาครับผมสงสัยการบูชาพระธาตุ ว่าควรจะบูชายังไงครับ

 
  ความคิดเห็น 8  
 
study
วันที่ 21 พ.ย. 2550
การบูชาพระธาตุด้วยศรัทธามีหลายรูปแบบ เช่นบูชาด้วยสีสวยๆ มีดอกไม้หรือด้วยธงผ้าที่สวยงามก็ได้บูชาด้วยเสียง เป่าสังข์ ตีกลอง ขับร้อง บูชาด้วยกลิ่นหอม เครื่องหอมทั้งหลายบูชาด้วยการจุดประทีป ให้แสงสว่างบูชาด้วยการกราบไหว้ด้วยความนอบน้อม บูชาด้วยการดูแลความสะอาดพื้นที่ก็ได้ .... 
 
  ความคิดเห็น 9  
 
pirmsombat
วันที่ 21 พ.ย. 2550

ขออนุโมทนา และ ขอบคุณมากครับการบูชาพระธาตุที่ผมมีอยู่ที่บ้าน

ด้วยสัทธา ด้วยการกราบไหว้ด้วยดวามเคารพ นอบน้อมและหมั่นดูแลความสะอาด จะเป็นเหตุให้บังเกิดในสวรรค์ ไหมครับ

 
  ความคิดเห็น 10  
 
jurairat
วันที่ 23 พ.ย. 2550

 ขออนุโมทนาค่ะ เพราะจิตที่เป็นกุศลย่อมพาไปสู่สุคติ แต่นั่นไม่ใช่จุดมุ่งหมายสุดท้าย

ของชาวพุทธ เมื่อจิตเปี่ยมด้วยสัทธาอยู่แล้วและมีความนอบน้อมในพระรัตนตรัย  ควร

อย่าง ยิ่งที่จะฟังธรรมให้เข้าใจในธรรมเพื่อผลแห่งปัญญา สุดท้ายไม่ต้องเกิดอีก เพราะ

การ เกิดเป็นทุกข์แม้เกิดในสวรรค์ก็เป็นทุกข์  ที่สวรรค์ก็มีเห็นมีได้ยินมีได้กลิ่นมีลิ้มรส

และมีกระทบ สัมผัส เพราะเป็นกามภูมิเช่นเดียวกับมนุษยภูมิ มีกามคุณ  5   ปรากฎ คือ

รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัสทางกาย ถ้าเป็นผู้เจริญสติปัฏฐานเป็นปรกติ ย่อมเจริญปัญญา

ต่อยอดได้อีกเมื่ออยู่บน สวรรค์หรือที่โลกมนุษย์เมื่อได้ฟังพระธรรมอีก อยู่บนสวรรค์ผู้ที่

ยังมีกิเลสย่อมมีโลภะ โทสะ และโมหะซึ่งเป็นโทษเกิดอีกได้ และเมื่อจุติจิตเกิดบน

สวรรค์ (จิตดวงสุดท้ายทำกิจเคลื่อน) อาจไปปฏิสนธิในอบายภูมิเลยก็ย่อมได้   เพราะ

ทุกอย่างเป็นอนัตตา น่าเสี่ยงที่จะเกิดแล้วเกิด อีกหรือไม่   หากเป็นพระโสดาบันเมื่อใด

จะเกิดได้อีกไม่เกิน 7 ชาติและปิดประตู อบายภูมิสนิท  เมื่อทำบุญทำกุศลแล้วไม่ต้อง

หวังในผลแห่งบุญนั้น เพราะทำเหตุไว้ดีต้องได้รับผลดีแน่ นอน สาธุ..สาธุ..สาธุ

 
  ความคิดเห็น 11  
 
แช่มชื่น
วันที่ 23 พ.ย. 2550

ถ้าเหตุมีผลย่อมสมควรแก่เหตุครับ  ในแสนโกฏิกัปป์มาแล้ว แม้แต่พระโพธิสัตว์ก็ได้กำเนิดเป็นดิรัจฉานมาก่อน เราหนีกรรมไม่พ้นแน่นอน  ขึ้นอยู่กับว่ากรรมใดจะอุปถัมภ์ กรรมใดจะเบียดเบียน  หรือกรรมใดจะตัดรอน   เราไม่อาจจะรู้อนาคตล่วงหน้าได้เลย จึงควรเป็นผู้ไม่ประมาทครับขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็น 12  
 
อิสระ
อิสระ
วันที่ 26 พ.ย. 2550
ขออนุโมทนาครับ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ