ณ กาลครั้งหนึ่ง พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖

 
วันชัย๒๕๐๔
วันที่  30 พ.ย. 2566
หมายเลข  47029
อ่าน  2,907

ประมวลภาพในงานฌาปนกิจ พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร กรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๖ ณ ฌาปนสถานกองทัพอากาศบางเขน หลักสี่ กรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา ๑๓.๐๐ น. ของวันจันทร์ที่ ๒๗ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖

พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ได้เริ่มสนใจและศึกษาพระพุทธศาสนาตามหลักพระธรรมอย่างถูกต้อง ตั้งแต่เมื่อครั้งดำรงยศร้อยโท ความที่ท่านเป็นบุคคลที่กอปรไปด้วยความรัก ความเมตตา ปรารถนาดี มีน้ำใจ มีความหวังดี พร้อมที่จะช่วยเหลือทุกคนด้วยจริงใจ และแน่นอนว่า ท่านได้มอบสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับการได้เกิดมาในชาตินี้แก่ทุกๆ ท่าน ที่ท่านรักและปรารถนาดี คือ การแนะนำให้คนที่ท่านรู้จักได้ศึกษาและเข้าใจพระธรรมในหนทางที่ถูกต้อง

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ท่านพลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ได้ร่วมสนับสนุน ส่งเสริม การเผยแพร่พระธรรม กับมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา อย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้ มิใช่เพราะเหตุที่ท่านดำรงตำแหน่งกรรมการของมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา แต่ด้วยท่านเป็นผู้เคยได้สะสมบุญไว้แต่ปางก่อน เมื่อมีความเข้าใจพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ จึงกระทำการตอบแทนคุณพระพุทธองค์อย่างสุดกำลังตลอดมา

ด้วยความเข้าใจธรรมที่ถูกต้อง ท่านพลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ได้ดำรงตนเป็น อุบาสก อย่างแท้จริง ที่ไม่เพียงเป็นผู้ที่นั่งใกล้พระรัตนตรัย แต่ด้วยปัญญาความเข้าใจถูก ความเห็นถูกในพระธรรมที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ เป็นเหตุให้ท่านมีกุศลเจตนาและปณิธานอันแน่วแน่ ที่จะเป็นผู้กระทำการทุกอย่างและทุกๆ ทาง เท่าที่ท่านจะสามารถกระทำได้ เพื่อสนับสนุน ค้ำจุน ส่งเสริม พระพุทธศาสนา คือ คำสอนที่ถูกต้องของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้มีความเจริญรุ่งเรือง มั่นคงสืบไป เพื่อประโยชน์แก่บุคคลที่ได้สะสมมาในอดีตอนันตชาติได้พบและมีโอกาสสะสมความเข้าใจต่อๆ ไป

ในวาระสุดท้ายของชีวิต ท่าน พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ยังใช้ร่างกายและสถานภาพความเป็นบุคคลของท่าน ผู้มีนามว่า พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ในชาตินี้ แสดงให้ทุกคนเห็นถึงความเรียบง่าย ในการจัดการศพ ด้วยความรวดเร็ว เรียบร้อย ด้วยความประหยัด และไม่เป็นการรบกวน จำเพาะเจาะจงเชิญแขกเหรื่อให้มาร่วมงาน ซึ่งท่านได้แสดงเจตนารมณ์อันแน่วแน่นี้ไว้ต่อครอบครัวของท่าน ก่อนที่ท่านจะจากไป

ทุกท่านที่มาร่วมงานจำนวนมาก ที่คุณวิภาดา กัลยาณมิตร กล่าวว่า ไม่คิดว่าจะมีท่านที่เคารพนับถือสละเวลามาร่วมไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้ายต่อท่านพลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร มากมาย เต็มศาลาที่มีขนาดใหญ่มาก ทุกท่านให้เกียรติและมาด้วยใจ ด้วยความรักใคร่ นับถือ สนิทเสน่หา ผู้วายชนม์ ด้วยใจจริง เฉพาะอย่างยิ่ง คุณวิภาดา กัลยาณมิตร กล่าวด้วยความปีติอย่างยิ่งว่า ท่านคิดไม่ถึงเลยว่าเพื่อนๆ สหายธรรมชาวชมรมบ้านธัมมะ มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา จะให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้กันเป็นจำนวนมากจริงๆ พร้อมทั้งได้ฝากกราบขอบพระคุณทุกๆ ท่าน มา ณ ที่นี้ อีกครั้งหนึ่ง

อีกทั้ง การไม่จัดพิธีการใดๆ ที่ทำให้ภิกษุท่านต้องอาบัติ เช่น การถวายเงินแก่ภิกษุ ที่นอกจากจะทำให้ท่านต้องอาบัติแล้ว ยังเป็นการกระทำที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ทั้งไม่เป็นการเคารพต่อพระพุทธองค์ ซึ่งได้ทรงบัญญัติพระวินัยที่ลึกซึ้งข้อนี้ไว้ด้วยพระองค์เอง การถวายเงินและทองแก่ภิกษุนี้เองที่เป็นต้นตอใหญ่ของปัญหาในพระพุทธศาสนา เป็นต้นเหตุหนึ่งที่สำคัญของความเสื่อมของพระพุทธศาสนาทั่วโลก หาใช่สมัยแห่งความรุ่งเรืองของพระศาสนาอย่างที่ใครๆ กล่าวไม่ ชาวพุทธที่แท้จริง จึงไม่เป็นผู้ที่ทำบาป ด้วยการถวายเงินแก่ภิกษุ ด้วยประการทั้งปวง

เวลากับชีวิต โดย อ.กฤตบุญ (ปิยะ) รณรื่น สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๒๓๓๓

อย่าลืมตัว มัวเมา ในชีวี ชีวิตนี้ หมุนเวียน เปลี่ยนแปรผัน เปรียบทิวา ราตรี กับชีวัน ทุกสิ่งผัน แปรไป ไม่จีรัง

ยามมั่งมี ลาภยศ สุขสรรเสริญ อย่าไปหลง เพลิดเพลิน ยึดมั่นจริงจัง ชีวิตคน ปรวนแปร ไม่จีรัง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

วันเวลา หมุนไป ไม่เคยย้อนเยือน หมั่นเตือนตน เตือนใจ ตลอดเวลา เร่งเพิ่มพูน คุณความดี ให้ชีวา ใช้เวลา ให้มีค่า ประโยชน์ล้ำอนันต์

หยุดลืมตัว มัวเมา ในวาสนา ทุกเวลา นาที มีแต่สุขสันต์ ชีวิตคน สั้นลงไป ทุกคืนวัน เร่งสร้างสรรค์ คุณความดี ทวีร่มเย็น

"เพราะไม่รู้" ประพันธ์โดย : ผศ. อรรณพ หอมจันทร์ กรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๑๑

เพราะไม่รู้ จึงอยู่มา ในหล้าโลก เพราะไม่รู้ จึงเศร้าโศก ในสงสาร เพราะไม่รู้ จึงเป็นเรา เขลามานาน เพราะไม่รู้ จึงคบพาล เผาผลาญตน

เพราะรู้คุณ ของพระธรรม จึงร่ำเรียน เพราะรู้ธรรม จึงพร่ำเพียร เพิ่มกุศล เพราะรู้ชัด จึงไม่ใช่ สัตว์บุคคล เพราะรู้ละ ตัวตน จึงพ้นภัย

" ... แสงสูรย์สาดแจ่มจ้า เพียงวัน ยามค่ำคืนแสงจันทร์ ส่องฟ้า สูรย์จันทร์เปลี่ยนเวียนผัน ทุกเมื่อ แต่สพรั่งสิเจิดจ้า สว่างทั้ง วันคืน

นามสพรั่งคือพรั่งพร้อม นัปปการ ชายชาตินักรบชาญ แกร่งกล้า ซื่อสัตย์หาใดปาน เปรียบได้ รักชาติชนถ้วนหน้า เปี่ยมด้วย อุดมการณ์

คือกัลยาณมิตรแท้ อารี กับทุกผู้ผูกไมตรี เลิศล้ำ เสียสละชีพพลี เพื่อราช ศาสน์นอ ถวิลถึงจึ่งอยากย้ำ ยิ่งด้วย คุณธรรม

สูรย์จันทร์ดับลับแล้ว ลาไกล อุระร้าวรานไฉน อ่อนล้า เทียนธูปจุ่งลอยไป นำพ่อ สู่สุคติแดนฟ้า ภพพื้น ภูมิสวรรค์ ... "

อุษาวดี ศรีสุชาติ : ประพันธ์และอ่าน

บทกลอนระลึกถึง พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร

โดย : ร้อยโท เอกวริษฐ์ กัลยาณมิตร

พ่อสถิต แห่งหนไหน ยังรำลึก คะนึงนึก ทุกคำ ที่พร่ำสอน ขอถ่ายทอด ความรู้สึก ผ่านบทกลอน แม้อาวรณ์ กายดับ ลาลับไป

วีรบุรุษ ลือเลื่อง เรื่องธรรมะ ทุกขณะ มุ่งมั่น แพร่คำสอน ก่อนท่านสิ้น ได้ให้ธรรม ละนิวรณ์ เป็นดั่งพร คุ้มครอง เราทุกคน

ยามพ่อรบ ก็รบ สุดชีวิต มุ่งอุทิศ สละตน น่าสรรเสริญ อีกซื่อสัตย์ สุจริต คิดเจริญ ทุกก้าวเดิน ทำเพื่อชาติ และบ้านเมือง

แม้นวันนี้ พ่อจากไป ไม่มีกลับ คือการดับ ธรรมดา ของสังขาร ลูกเชื่อว่า พ่อกลับไป สู่วิมาน ถึงผ่านกาล กุศลก้อง ถ้วนทั่วไกล

พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร แม้นดวงจิต ดับไป ไร้สังขาร แต่นามนี้ จะยังคง เป็นตำนาน ตลอดกาล ในใจลูก นิจนิรันดร์

คำกล่าวไว้อาลัย

โดย พันตรี เอกวีร์ กัลยาณมิตร

เรียน พลเอก มงคล อัมพรพิศิฏฐ์ ประธานพิธี และ ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพทุกท่าน

ก่อนที่จะประกอบพิธีฌาปนกิจ พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ในวันนี้ เพื่อเป็นการประกาศเกียรติคุณและรำลึกถึง เป็นวาระสุดท้าย กระผม พันตรี เอกวีร์ กัลยาณมิตร บุตรชาย ขอนำประวัติและคำไว้อาลัยของผู้วายชนม์ มาเรียนให้ทุกท่านทราบโดยสังเขป ดังนี้

พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นบุตรของ พันโท ศรี และ นางเพ็ญแก้ว กัลยาณมิตร เกิดเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๔๙๑ ที่ อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง มีพี่น้องร่วมบิดามารดา รวม ๘ คน สมรสกับ นางวิภาดา กัลยาณมิตร มีบุตรด้วยกัน ๓ คน คือ พันตรี เอกวีร์ กัลยาณมิตร นาวาอากาศโท อัครวัต กัลยาณมิตร และ เรืออากาศโท เอกวริษฐ์ กัลยาณมิตร

ประวัติการทำงาน

พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นนักเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ ๗, นักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ ๑๘, ปริญญาโท จากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ และเข้าศึกษาหลักสูตร วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ ๔๓๑๓

ในชีวิตรับราชการของคุณพ่อนั้น ถือได้ว่าท่านเป็นทหารอาชีพและเป็นสุภาพบุรุษนักรบที่แท้จริง ยากจะหาผู้ใดเสมอเหมือน ท่านได้เข้ารบในสมรภูมิปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ในพื้นที่ อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ตั้งแต่จบการศึกษาจากโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จนถึงยศพันตรี เป็นกำลังหลักในภารกิจสำคัญนับครั้งไม่ถ้วน มีความชำนาญทั้งงานบู๊และงานบุ๋น ทำให้ได้รับการขนานนามว่า จ้าวป่า และ เสธหล่มสัก

คุณพ่อเคยได้รับการพิจารณาเสนอชื่อเพื่อขอพระราชทานเหรียญรามาธิบดี ถึง ๒ ครั้ง แต่คุณพ่อก็ได้ปฏิเสธไปทั้งสองครั้ง โดยให้เหตุผลว่า ผมไม่ได้มารบเพื่อเหรียญรามาฯ

นอกจากสมรภูมิเขาค้อแล้ว คุณพ่อยังได้ไปปฏิบัติภารกิจรักษาสันติภาพในนามขององค์การสหประชาชาติ ที่ สาธารณรัฐเกาหลี ในผลัดที่ ๒๓

หลังจบภารกิจปราบปรามผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ และภารกิจรักษาสันติภาพ ณ สาธารณรัฐเกาหลี จากผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ในทั้งสองสมรภูมิ คุณพ่อก็ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ดังนี้

- ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๔

- ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ ๑ กรมทหารราบที่ ๑๙

- ผู้บังคับการกรมนักเรียน โรงเรียนเตรียมทหาร

- ผู้บังคับการกรมนักเรียนนายร้อย รักษาพระองค์

- ผู้บังคับการกองพลทหารราบที่ ๑๕

- แม่ทัพน้อยที่ ๓

- แม่ทัพภาคที่ ๓

- ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก

- และตำแหน่งสุดท้ายในชีวิตรับราชการของคุณพ่อ คือ รองปลัดกระทรวงกลาโหม

ตลอดชีวิตการรับราชการที่กล่าวมา พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และสติปัญญา ทำงานเพื่อสร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยมิได้คำนึงถึงประโยชน์ส่วนตัวแม้แต่น้อย

พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร เป็นคนรักครอบครัว รักเพื่อน รักพี่ รักน้อง รักผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างจริงใจ เป็นผู้ที่หวังดีและพร้อมช่วยเหลือทุกคนตลอดเวลา

คุณพ่อ สนใจและศึกษาพระพุทธศาสนาตามหลักพระธรรมอย่างถูกต้องตั้งแต่ท่านรับราชการทหารยศร้อยโท และสนใจอย่างมั่นคงตลอดมาจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต

ท่านเป็นกรรมการมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนามาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งมูลนิธิฯ คุณพ่อได้ทำประโยชน์อย่างยิ่งต่อมูลนิธิฯ โดยเผยแพร่พระธรรมทุกช่องทางที่ท่านสามารถทำได้ เช่น ทางสื่อวิทยุ โทรทัศน์ และการจัดสนทนาธรรมในที่ต่างๆ เพื่อให้ผู้ฟังเข้าใจพระธรรม ซึ่งเป็นการดำรงพระศาสนาให้มั่นคงยั่งยืนตลอดไป

ทุกท่านที่เคยรู้จักคุณพ่อจะคุ้นเคยกับการได้รับหนังสือธรรมะจากท่าน ซึ่งเป็น ธรรมทานที่เป็นเลิศกว่าบรรดาทานทุกชนิด รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง ความยินดีในธรรม ย่อมชนะความยินดีทั้งปวง ความสิ้นไปแห่งตัณหา ย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง

คุณพ่อล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งปอด และจากพวกเราไปด้วยอาการอันสงบ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๐ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๖ เวลา ๒๑.๐๒ น. รวมสิริอายุ ๗๕ ปี

ท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ ครับ ขณะที่คุณพ่อยังมีสติและสามารถสื่อสารได้ ท่านได้ฝากธรรมะเพื่อให้กล่าวในงานของท่าน ดังนี้ ครับ

คุณพ่อขอให้ทุกท่านอดทน ในการฟังพระธรรม เพราะพระธรรมเป็นศาสดาแทนพระองค์ ผู้ที่ได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ด้วยความตั้งใจ ก็ย่อมจะได้รับประโยชน์จากพระธรรมที่พระองค์ทรงแสดง ตามกำลังปัญญาของตนเอง ชาติที่ได้เกิดมาแล้วมีโอกาสได้ฟังพระธรรมถือว่าเป็นชาติที่ประเสริฐที่สุดในสังสารวัฏ

และสุดท้ายคุณพ่อก็ขออัญเชิญพระปัจฉิมวาจาขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเพื่อเป็นการเตือนสติแก่ทุกท่าน ดังนี้ครับ

พระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย มหาวรรค เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 322

พระปัจฉิมวาจา

[๑๔๓] ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งกะภิกษุทั้งหลายว่า

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนพวกเธอว่า สังขารทั้งหลายมีความเสื่อม

ไปเป็นธรรมดา พวกเธอจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด. นี้เป็นพระปัจฉิมวาจาของพระตถาคต.

ท่านผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ผมในนามของครอบครัว พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ขอกราบขอบพระคุณท่านผู้มีเกียรติทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ทุกท่านสละเวลามาร่วมงานในวันนี้ ครับ

กรรมอันใดที่คุณพ่อได้เคยกระทำล่วงเกิน ทั้งทางกาย ทางวาจา และทางใจ ขอให้ทุกท่าน ได้อโหสิกรรมแด่คุณพ่อด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ

ด้วยรักและอาลัยยิ่ง

แม่แอ้น ลูกอ้น ลูกอ้วน ลูกอ๋อง

ข้อความจากการสนทนาธรรมกับทหารพราน ณ กรมทหารพรานที่ ๓๓ จังหวัดลำปาง

" ... ในฐานะที่ทุกคน มีโอกาส ได้ยิน ได้ฟัง คำว่า พระรัตนตรัย ซึ่งหมายความถึง พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระธรรม และ พระอริยสงฆ์ ก็เป็นคำที่ แม้บุคคลในครั้งโน้น ๒๕๐๐ กว่าปี ก็รู้สึกว่าเป็นคำที่ยากยิ่ง ที่จะได้ฟัง เพราะว่า ไม่ใช่ผู้เผิน ที่เพียงแต่ได้ยินได้ฟัง แล้วก็เก็บแต่เพียงคำว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยยังไม่เห็นพระคุณที่แท้จริง ที่จะได้พระนามว่า พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งทรงแสดงความจริงกับทุกคน ไม่ว่าทหาร ประชาชน หรือใครที่มีอาชีพใดๆ ก็ตาม ที่เกิดมาในโลกนี้ แล้วก็จะพ้นความทุกข์กาย และ ทุกข์ใจได้ ไม่ใช่ด้วยความคิดของตัวเอง แต่เป็นผู้ที่กล่าวว่า มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง

เพราะฉะนั้น ก็ต้องเป็นผู้ที่ตรง ต่อคำกล่าวด้วย และ พระรัตนตรัยที่จะเป็นที่พึ่งได้ ไม่ใช่พึ่งให้เรารอดชีวิต หรือว่า รอดจากกรรมชั่ว ที่ได้ทำแล้ว แต่เป็นผู้ที่มีความเข้าใจถูก เข้าใจในการที่เกิดมา จากไม่เคยเป็นคนนี้มาก่อน แล้วก็เกิดมาเป็นคนนี้ แต่ละหนึ่ง แล้วก็อีกไม่นาน ทุกคน ก็จะหายไปจากโลกนี้ ใครจะไปก่อน ใครจะไปทีหลัง ช้าหรือเร็วนั้น อีกเรื่องหนึ่ง แต่ที่น่าคิด ก็คือว่า จากไม่เคยเป็นคนนี้ แล้วก็มาเป็นคนนี้ แล้วก็จะหมดสิ้นการเป็นบุคคลนี้ ทุกคนเหมือนกันหมด แต่ระหว่างที่ยังเป็นบุคคลนี้อยู่ ยังไม่ได้หายไปจากโลกนี้ ทำอะไร?

สุจินต์ บริหารวนเขตต์

กรมทหารพรานที่ ๓๓ จังหวัดลำปาง

๒๐ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕


ขอเชิญคลิกอ่านกระทู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง :

- ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ร่วมในการสนทนาธรรม รำลึกถึง พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ๒๖ ม.ค. ๒๕๖๗

- ผู้เพิ่งจากไป พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร สมาชิกชมรมบ้านธัมมะ มศพ. ลำดับที่ ๖

- ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ เป็นประธานในการรดน้ำศพ พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ กองทัพภาคที่ ๓ พิษณุโลก ๑๑ มกราคม ๒๕๕๔

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โครงการหลวงอินทนนท์ ๑๑-๑๓ ม.ค. ๒๕๕๕ ตอนที่ ๑

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โครงการหลวงอินทนนท์ ๑๑-๑๓ ม.ค. ๒๕๕๕ ตอนที่ ๒

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โครงการหลวงอินทนนท์ ๑๑-๑๓ ม.ค. ๒๕๕๕ ตอนที่ ๓ [จบ]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บ้านคุณวิภาดา กัลยาณมิตร ๓๐ ม.ค. - ๒ ก.พ. ๒๕๕๕ ตอนที่ ๑

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ บ้านคุณวิภาดา กัลยาณมิตร ๓๐ ม.ค. - ๒ ก.พ. ๒๕๕๕ ตอนจบ

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ท่านอาจารย์สุจินต์ฯ ... ทหาร

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ ท่าอากาศยานจังหวัดเชียงใหม่ ๒๐ มีนาคม ๒๕๕๕

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ กรมแผนที่ทหาร ๒๐ พ.ย. ๒๕๕๕

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ แม่สอด ๒๕ - ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๗

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร [วิกฤตพระพุทธศาสนากับประเทศชาติ] ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๑

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงแรม ดิอิมเพรส น่าน อ.เมือง จ.น่าน [วิกฤตพระพุทธศาสนากับประเทศชาติ] ๑๘ มิถุนายน ๒๕๖๑

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงเรียนส่งกำลังบำรุงทหารบก ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๑

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ โรงละครวังหน้า ๒ สิงหาคม ๒๕๖๑ [วิกฤตพระพุทธศาสนากับประเทศชาติ]

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ กองอนุศาสนาจารย์ กรมยุทธศึกษาทหารบก ถนนเทอดดำริ กรุงเทพมหานคร ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒

- ณ กาลครั้งหนึ่ง ที่ วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ถนนวิภาวดีรังสิต กรุงเทพมหานคร ๔ มิถุนายน ๒๕๖๒


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
Selaruck
วันที่ 30 พ.ย. 2566

กราบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์บริหารวนเขตต์ที่เคารพยิ่ง

กราบขอบคุณและอนุโมทนาในกุศลจิตทุกประการของคุณวันชัยที่ได้ประมวลภาพพร้อมเรื่องราวของท่านพลเอกสะพรั่ง กัลยาณมิตร มาให้เราได้ร่วมอนุโมทนาในกุศลของท่านที่ได้กระทำไว้ทั้งต่อประเทศชาติ ศาสน์ กษัตริย์

คุณความดีของท่านอยู่ในสัญญานี้แล้ว

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Kalaya
วันที่ 30 พ.ย. 2566

กราบพระธรรม ที่พุทธองค์ตรัสรู้ในทุกกาล แม้นกาลผ่านไปแต่ความจริงทุกขณะสูงสุดมีค่าในภพนี้ที่มีโอกาสฟังพระธรรม กราบอนุโมทนาทุกๆ ท่านที่ได้เผยแพร่พุทธศาสนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
namarupa
วันที่ 30 พ.ย. 2566

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตทุกประการของ พลเอก สพรั่ง กัลยาณมิตร ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
swanjariya
วันที่ 30 พ.ย. 2566

กราบเท้าท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบในความดีทั้งปวงของท่านสพรั่ง

กราบยินดีในความมั่นคงในการตั้งใจรักษาพระธรรมวินัยตามปณิธานที่ท่านสพรั่งตั้งใจไว้ของคุณแอ้นและลูกๆ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
chatchai.k
วันที่ 30 พ.ย. 2566

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตทุกประการของพลเอกสะพรั่ง กัลยาณมิตร ครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ