สติสัมปชัญญะคือสติเจตสิกใช่ไหมครับ
 
neatbeh
วันที่  19 เม.ย. 2550
หมายเลข  3496
อ่าน  2,163

รบกวนด้วยครับ

1. สติสัมปชัญญะคือสติเจตสิกใช่ไหมครับ หรือแยกเป็นสติเจตสิกกับ........................

2. การยึดมั่นว่ากรรมเป็นของใครของมัน  คือ  เราทำอะไรไว้เราย่อมได้รับวิบากนั้นเป็นหนทางหนึ่งที่จะช่วยเจริญสัทธาเจตสิกหรือไม่, การเพียรฟังธรรมส่งเสริมสัทธาเจตสิกหรือไม่, หนทางอื่น ๆ อีกที่จะเจริญสัทธาเจตสิกมีอะไรอีกบ้างครับ


Tag  สัมปชัญญะ

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
study
วันที่ 20 เม.ย. 2550

๑. คำว่า  สติและสัมปชัญญะ ถ้ากล่าวโดยละเอียด เป็นปรมัตถธรรมประเภทเจตสิก คือไม่ใช่จิต ไม่ใช่รูป   สติเป็นสติเจตสิก  สัมปชัญญะเป็นปัญญาเจตสิก   และมีเจตสิกอีกหลายประเภทที่เกิดร่วมกัน เช่นผัสสะ  เวทนา  เจตนา  มนสิการ  วิริยะ ศรัทธา เป็นต้นและเจตสิกเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีจิต     ฉะนั้น ในขณะนั้นมีจิตและเจตสิกหลายประเภท๒. ในอรรถกถาแสดงว่า    ศรัทธาเจตสิกมีโสตาปัตติยังคะ ๔    เป็นเหตุใกล้ให้เกิด คือการคบสัตบุรุษ ๑    การฟังธรรมของสัตบุรุษ ๑    มีโยนิโสมนสิการ ๑   การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑  

    ขอเชิญคลิกอ่านเพิ่มได้ที่... 

  ศรัทธามีการเชื่อมั่นเป็นลักษณะ​ [ธรรมสังคณี]​

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 20 เม.ย. 2550

สัมปชัญญะ คือ  ปัญญาเจตสิก  ศรัทธา คือ  ความเชื่อในพระพุทธ  พระธรรม  และพระสงฆ์

ถ้าเราเชื่อเรื่องกรรมและผลของกรรม  เราก็จะมีศรัทธาทำความดี  ให้ทาน รักษาศีล ฟังธรรม

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
neatbeh
วันที่ 20 เม.ย. 2550

ขอบคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 20 เม.ย. 2550

         ข้อ 1  สติ  เป็นเจตสิกประเภทหนึ่ง  เกิดกับจิตที่ดีงาม  สัมปชัญญะ  เป็นอโมหะเจตสิกหรือปัญญา  สติสัมปชัญญะ มักเป็นคำที่ใช้คู่กัน โดยจะใช้ในเรื่องของการอบรมภาวนา ขั้นสมถภาวนา  และวิปัสสนาภาวนา(สติปัฏฐาน) สติเกิด โดยไม่มี สัมปชัญญะ(ปัญญา)ได้      แต่เมื่อสัมปชัญญะ(ปัญญา)เกิดจะต้องมีสติ  เกิดด้วยเสมอ   เพราะสติ

เป็นสภาพธัมมะที่เกิดกับจิตที่เป็นกุศลเสมอ     แต่ปัญญา ไม่เสมอไปครับ       เมื่อเรา

พิจารณาคำนี้      จะทำให้เข้าใจเรื่องการอบรมวิปัสสนา(สติปัฏฐาน)   ว่าเป็นเรื่องของ

ปัญญาจริงๆ(มีสัมปชัญญะ) และต้องรู้ว่า สติระลึกอะไร  สัมปชัญญะ(ปัญญา)รู้อะไร   ก็

รู้สภาพธัมมะที่มีในขณะนี้เองครับ ว่าเป็นธัมมะ ไม่ใช่เรา  เพราะฉะนั้น พระพุทธศาสนา จึงเป็นเรื่องของปัญญา มิใช่ขั้นทาน และศีลเท่านั้น       ข้อ 2  เหตุให้เกิดศรัทธาย่อมมี คือการฟังธรรม  แต่ต้องละเอียดที่ว่า ฟังธรรมอะไรคือฟังในสิ่งที่ถูก ในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า     และเป็นเหตุให้เข้าใจหนทางในการปฏิบัติที่ถูกด้วยศรัทธา     มิได้หมายเพียงความเชื่อแล้วจะเป็นศรัทธา   ถ้าเชื่อผิด    ก็ไม่ใช่ศรัทธา         ศรัทธาเป็นธรรมที่เป็นฝ่ายดี    ดังนั้น ถ้าเราเข้าใจหนทางผิด อันเนื่องมาจากฟังธรรมที่ผิด      แล้วเราก็กล่าวว่า มีศรัทธามาก      แต่จริงๆ แล้ว มิใช่ศรัทธาเลย  เพราะศรัทธาย่อมเกิดจากการฟังธรรมที่ถูกต้อง    ที่สำคัญศรัทธา  จะไม่เป็นไปในทางอกุศลเลยครับ            เชิญคลิกอ่านที่นี่...เหตุให้เกิดศรัทธา [ตัณหาสูตร]                               

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
neatbeh
วันที่ 21 เม.ย. 2550

ขอบคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
suwit02
วันที่ 21 เม.ย. 2552

สาธุ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ