เรื่องวิญญาณของแฟนที่เสียชีวิต
 
Coolsp25
วันที่  14 ม.ค. 2563
หมายเลข  31452
อ่าน  261

20 ธันวาคม 2562 เเฟนผมเพิ่งเสีย ด้วยโรคความดันโลหิตสูง เส้นเลือดสมองแตกที่ก้านสมอง และในขณะจากไปโดยที่ผมอยู่ด้วย ก่อนที่จะหมดสติไม่รุ้ตัว แฟนผมพยายามจะพูดแต่พูดไม่ได้  การจากไปอย่างกระทันหันไม่ทันตั้งตัวแบบนี้ ทำให้ผมทุกข์ใจมาก ผมจึงอยากทราบว่า จะเปนไปได้มั้ยที่จิตของแฟนผมยังอยู่ แต่ผมไม่สามารถรับรุ้ได้ หรือว่าเค้าจะไปเกิดแล้ว เพราะตั้งแต่เค้าเสียไป ผ่านมายังไม่ถึงเดือน ทำให้ผมเริ่มศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับขีวิตหลังความตาย ผมเปนห่วงว่าเค้ายังมีห่วงอยู่เพราะจากไปอย่างกระทันหัน ผมก็เช่นกัน เเฟนผมเปนคนชอบทำบุญ ไหว้พระผมกับแฟนอยู่ด้วยกันตลอดเวลา5ปี ตอนนี้ผมได้แต่ให้เวลาเยียวยา เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นมันยากจะรับไหวจริงๆคับ 

และทุกๆคืนที่ผ่าน ผมรอให้เค้ามาหาผม และได้สั่งเสียกล่าวลาครั้งสุดท้าย..

 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 14 ม.ค. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

       

การมีโอกาสได้ฟัง  ได้ศึกษาพระธรรม  อบรมเจริญปัญญาในชีวิตประจำวัน ย่อมเป็นช่วงเวลาที่ประเสริฐของชีวิต   เพราะเหตุว่านำมาซึ่งความเข้าใจถูก   เห็นถูก  ตามความเป็นจริง  เมื่อมีความเข้าใจที่ถูกต้อง  มั่นคง ในเหตุในผล ย่อมจะไม่เอนเอียงในคำพูด ที่ไม่ถูกต้องหรือไม่เข้าใจ แบบผิด ๆ ตาม ๆ กันมา     วิญญาณ  เป็นสภาพธรรมที่มีจริง  เป็นจิต  เป็นสภาพธรรมที่เป็นใหญ่  เป็นประธานในการรู้แจ้งอารมณ์    วิญญาณ หรือ จิต   เป็นนามธรรม  ไม่มีรูปร่าง  ไม่มีการล่องลอยแต่เป็นสภาพธรรมที่มีจริง   เกิดดับสืบต่อกันในชีวิตประจำวัน     ทุกขณะของชีวิต  มีจิตเกิดดับสืบต่อกันอยู่ตลอดเวลา   ไม่เคยปราศจากจิตเลยแม้แต่ขณะเดียว   ไม่ว่าจะเห็น ได้ยิน   ได้ยิน   ได้กลิ่น   ลิ้มรส    รู้สิ่งที่กระทบสัมผัส  คิดนึก  ขณะที่จิตเป็นกุศล  หรือ เป็นอกุศล   หรือแม้กระทั่งขณะแรกของชีวิต ก็เป็นจิต      ผู้ที่ไม่ได้บรรลุถึงความเป็นพระอรหันต์ดับกิเลสได้ทั้งหมด  เมื่อตายไป   (จิตขณะสุดท้ายของชีวิตในชาตินี้    เกิดขึ้นทำกิจเคลื่อนจากความเป็นบุคคลนี้)       ย่อมเกิดทันที(ปฏิสนธิจิต) แต่จะไปเกิดเป็นอะไร  ที่ไหนนั้น ย่อมขึ้นอยู่กับกรรมที่กระทำแล้ว   แต่เกิดแน่นอน สังสารวัฏฏ์ก็ยังดำเนินต่อไป (มีจิต  เจตสิก รูป  เกิดขึ้นเป็นไป    อย่างไม่ขาดสาย) ถ้าเป็นผลของกุศลกรรม ก็ทำให้เกิดในสุคติภูมิ เกิดเป็นมนุษย์หรือเป็นเทวดา  ถ้าเป็นผลของอกุศลกรรม  ก็ทำให้เกิดในอบายภูมิ  ส่วนผู้ที่บรรลุเป็นพระอรหันต์ เมื่อดับขันธปรินิพพานแล้ว (ตาย)  ย่อมไม่มีการเกิดอีกในสังสารวัฏฏ์  

    หากจะเศร้าโศกถึงผู้ที่จากไป ก็ควรคิดถึงตนเองที่จะต้องจากไป  ดังเช่นผู้นั้น ควรที่จะไม่ประมาทในชีวิต ที่จะศึกษาธรรม อบรมปัญญา ในช่วงเวลาที่มีชีวิตที่เหลือน้อย ความตายก็ใกล้มาทุกขณะ ความตายของผู้อื่น ย่อมเป็นเครื่องเตือนให้น้อมเข้ามาในตนว่า ควรใช้ชีวิตที่ไม่ประมาท สิ่งที่ติดตัวไปได้ คือ ความดี และความไม่ดี แต่สิ่งที่เป็นที่พึ่ง คือ กุศล บุญที่กระทำ และสัตว์ หรือ ญาติที่เสียชีวิตไป    สิ่งที่เป็นประโยชน์กับเขา คือ ไม่ใช่ความเศร้าโศกของเรา แต่ คือ การทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับผู้รับ คือ ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว ครับ  ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
Coolsp25
วันที่ 14 ม.ค. 2563

ขอบคุณมากครับ ผมจะนำไปปฎิบัติและศึกษาธรรมะมากขึ้น สำหรับการดำเนินชีวิตครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 15 ม.ค. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เป็นธรรมดาของผู้ที่ยังมีโลภะอยู่  ซึ่งเป็นธรรมดาจริง ๆ  เป็นธรรมที่เกิดขึ้นเป็นไปเพราะเหตุปัจจัย  ตามที่ได้สะสมมา  ที่จะติดข้องในสิ่งหนึ่งสิ่งใด  เมื่อติดข้องแล้ว พลัดพรากจากสิ่งนั้นไป  สิ่งที่ตามมา ก็คือ  ความโศกเศร้าเสียใจ  คร่ำครวญถึงสิ่งนั้น ด้วยจิตที่เป็นอกุศล  เพราะตามความเป็นจริงแล้ว  ผลของความติดข้อง     คือนำมาซึ่งทุกข์เมื่อพลัดพรากสิ่งนั้นไป

แต่ละคนเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน  ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นพ่อแม่ ลูก พี่น้อง สามีภรรยากัน  หาได้ยาก เพราะสังสารวัฏฏ์ยาวนาน  เมื่อชาตินี้ได้เกิดมา เป็นคู่ชีวิตกัน  เมื่อผู้หนึ่งละจากโลกนี้ไปแล้ว  ก็น่าพิจารณาว่า  จะเศร้าโศกถึงคู่ชีวิต คนไหน?     ในที่สุดก็ต้องละจากโลกนี้ไปด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าเขาหรือเรา เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่จะเป็นประโยชน์จริง ๆ  ก็คือ  ความเข้าใจพระธรรม  เมื่อมีความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ  เข้าใจความเป็นจริงมากขึ้น ความเศร้าโศกเสียใจ ก็จะค่อย ๆ เบาบางลง   ก็ขอให้ได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก และไม่ประมาทในการเจริญกุศลต่อไป ขณะที่กุศลธรรมเกิดขึ้นเป็นไป ขณะนั้นไม่เศร้าโศกเสียใจ     คุณความดีและความเข้าใจพระธรรมเท่านั้น ที่จะเป็นที่พึ่งที่แท้จริง  ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
yogototo
วันที่ 16 ม.ค. 2563

การทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ คืออะไรหรอครับ แล้วสามารถทำให้กับผู้ที่ล่วงลับได้ด้วยหรอครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 16 ม.ค. 2563
อ้างอิงจาก ความคิดเห็นที่ 4 โดย yogototo

การทำบุญ อุทิศส่วนกุศลไปให้ คืออะไรหรอครับ แล้วสามารถทำให้กับผู้ที่ล่วงลับได้ด้วยหรอครับ

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ หน้าที่ ๔๒๙

"เมื่อบุคคลให้ทาน   กระทำการบูชาด้วยของหอมเป็นต้น  แล้วให้ส่วนบุญว่า ขอส่วนบุญ  จงมีแก่บุคคลชื่อโน้น หรือว่า   ขอส่วนบุญจงมีแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ดังนี้ พึงทราบว่า   เป็นบุญกิริยาวัตถุอันเกิดแต่การให้ส่วนบุญ"

---------------------------------

การอุทิศส่วนกุศลให้ใคร  จุดประสงค์ก็เพื่อให้ผู้นั้นได้รู้  เพื่อผู้นั้นจะได้เกิดกุศลจิตอนุโมทนา      กุศลจิตที่อนุโมทนาย่อมเป็นกุศลของผู้อนุโมทนาเอง  ซึ่งกุศลที่เกิดขึ้นด้วยการอนุโมทนานี้จะเป็นเหตุให้ได้รับผลที่ดี คือ กุศลวิบากจิตเกิดขึ้น   ไม่ใช่เราหยิบยื่นกุศลของเราให้คนอื่น    แต่การที่เราทำกุศล แล้วเป็นเหตุให้คนอื่นที่รู้อนุโมทนายินดีด้วย     ขณะใดที่เขาอนุโมทนายินดีด้วย   ขณะนั้นก็เป็นกุศลของเขา  ซึ่งจะต้องเป็นกุศลจิตของผู้ที่อนุโมทนาเท่านั้นจริง ๆ  ครับ        
             
...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Coolsp25
วันที่ 18 ม.ค. 2563
อ้างอิงจาก ความคิดเห็นที่ 3 โดย khampan.a

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เป็นธรรมดาของผู้ที่ยังมีโลภะอยู่  ซึ่งเป็นธรรมดาจริง ๆ  เป็นธรรมที่เกิดขึ้นเป็นไปเพราะเหตุปัจจัย  ตามที่ได้สะสมมา  ที่จะติดข้องในสิ่งหนึ่งสิ่งใด  เมื่อติดข้องแล้ว พลัดพรากจากสิ่งนั้นไป  สิ่งที่ตามมา ก็คือ  ความโศกเศร้าเสียใจ  คร่ำครวญถึงสิ่งนั้น ด้วยจิตที่เป็นอกุศล  เพราะตามความเป็นจริงแล้ว  ผลของความติดข้อง     คือนำมาซึ่งทุกข์เมื่อพลัดพรากสิ่งนั้นไป

แต่ละคนเกิดมาแล้วนับชาติไม่ถ้วน  ผู้ที่ไม่เคยเกิดเป็นพ่อแม่ ลูก พี่น้อง สามีภรรยากัน  หาได้ยาก เพราะสังสารวัฏฏ์ยาวนาน  เมื่อชาตินี้ได้เกิดมา เป็นคู่ชีวิตกัน  เมื่อผู้หนึ่งละจากโลกนี้ไปแล้ว  ก็น่าพิจารณาว่า  จะเศร้าโศกถึงคู่ชีวิต คนไหน?     ในที่สุดก็ต้องละจากโลกนี้ไปด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าเขาหรือเรา เพราะฉะนั้นแล้ว สิ่งที่จะเป็นประโยชน์จริง ๆ  ก็คือ  ความเข้าใจพระธรรม  เมื่อมีความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ  เข้าใจความเป็นจริงมากขึ้น ความเศร้าโศกเสียใจ ก็จะค่อย ๆ เบาบางลง   ก็ขอให้ได้ฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก และไม่ประมาทในการเจริญกุศลต่อไป ขณะที่กุศลธรรมเกิดขึ้นเป็นไป ขณะนั้นไม่เศร้าโศกเสียใจ     คุณความดีและความเข้าใจพระธรรมเท่านั้น ที่จะเป็นที่พึ่งที่แท้จริง  ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

ขอบพระคุณมากครับ ที่ช่วยให้ผมเจริญปัญญา ได้รับรุ้ถึงธรรมะ ขออนุโมทนา ครับ..

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ