กรรม
 
gboy
วันที่  24 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20225
อ่าน  1,670

 กัมมปัจจัย
- กุศลกรรม และอกุศลกรรม เป็นปัจจัยแก่วิบาก และกฏัตตารูปด้วยกัมมปัจจัย
- เจตนาและธรรมที่สัมปยุตกับเจตนา เป็นปัจจัยแก่รูปที่มีเจตนาและธรรมด้วยกัมมปัจจัย
ขอเรียนถามว่าทำไมเจตนาและธรรมที่สัมปยุตกับเจตนาข้างต้น จึงไม่เรียกว่ากรรม  ทั้งที่เป็นกัมมปัจจัย หรือธรรมใดที่เรียกว่ากรรม   ขอบคุณครับ


Tag  กัมมปัจจัย

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     เมื่อพูดถึง กรรม กรรม ก็คือ เจตนาเจตสิก ดังนั้น ขณะที่เป็นกุศลกรรมและอกุศลกรรม มีเจตนาเจตสิกเกิดร่วมด้วย พร้อมๆ กับ เจตสิกอื่นมี ผัสสะ เป็นต้น เจตนาเจตสิกที่เป็นไปในกุศลกรรม หรืออกุศลกรรม เป็นกัมมปัจจัยครับ ไม่ใช่ไม่เป็นครับ เพราะให้ผล คือ วิบากจิตและเจตสิก รวมทั้งให้ผล คือ รูปทีเกิดจากกรรม (กฏัตตารูป) ด้วย ให้ผลต่างขณะ เรียกว่า นานักขณิกกัมมปัจจัย ส่วนเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย กับเจตนาเจตสิกในขณะที่ทำกุศลกรรม หรืออกุศลกรรม เช่น ผัสสะ เวทนา สัญญา มนสิการ เป็นต้น ไม่เป็นกัมมปัจจัย เพราะ กัมมปัจจัย หมายถึง เจตสิกประเภทเดียว คือ เจตนาเจตสิกเท่านั้นครับ

     ส่วน เจตนาที่สัมปยุตตกับสหชาตธรรมหรือ เจตนาที่เกิดพร้อมกับ สภาพธรรมที่เกิดพร้อมกัน เป็นปัจจัยช่วยอุปการะแก่นามคือ จิต เจตสิก และแก่รูปที่เกิดพร้อมกับเจตนานั้น ชื่อว่า สหชาตกัมมปัจจัย ครับ ส่วน เจตสิกที่เกิดร่วมด้วยกับเจตนา เช่น ผัสสะเวทนา สัญญา รวมทั้งจิตและรูปที่เกิดพร้อมกับเจตนา (เช่น ขณะปฏิสนธิ) จิต เจตสิกอื่นที่ไม่ใช่เจตนาและรูป ไม่เป็นกัมมปัจจัย คือ ไม่เป็นสหชาตกัมมปัจจัยครับ แต่เจตนาที่เกิดพร้อมกับสภาพธรรมอื่นๆ เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ดังนั้น ตัวกรรม คือ เจตนา เป็นกัมมปัจจัย แต่จะเป็นกัมมปัจจัยประเภทอะไร ก็ขึ้นอยู่กับการเกิดของเจตนานั้นว่าเกิดกับจิตประเภทอะไรครับ 

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน เล่ม ๗ ภาค ๑ - หน้าที่ 80
วรรณนานิทเทสแห่งกัมมปัจจัย
พึงทราบวินิจฉัยใน กัมมปัจจัยนิทเทส ต่อไป. บทว่า กมฺม ได้แก่ เจตนา ธรรม.
เชิญคลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่ครับ
กัมมปัจจัย  

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น       

     กรรม เป็นสภาพธรรมที่มีจริง ว่าโดยปรมัตถธรรมแล้ว ได้แก่ เจตนาเจตสิก ซึ่งเป็นสภาพธรรมที่ขวนขวายจงใจที่กระทำกิจ เจตนาเจตสิก เป็นสภาพธรรมที่เกิดร่วมกับจิตทุกประเภท เกิดร่วมกับจิตได้ทุกชาติ ไม่มีเว้น ทุกขณะที่จิตเกิดขึ้นย่อมมีเจตนาเจตสิกเกิดร่วมด้วยเสมอ จากข้อความที่ว่า กุศลกรรมและอกุศลกรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากและกฏัตตารูปด้วยกัมมปัจจัย หมายถึง กุศลเจตนา หรือ อกุศลเจตนา ที่สำเร็จไปแล้ว เมื่อถึงคราวให้ผล ผลก็ย่อมเกิดขึ้น คือ ทำให้วิบากจิต (และเจตสิก ที่เกิดร่วมด้วย) เกิดขึ้น และกรรมที่ได้กระทำแล้ว สำเร็จไปแล้ว ยังเป็นปัจจัยให้รูปที่เกิดจากกรรม (กัมมชรูปหรือกฏัตตารูป) เกิดขึ้นได้ด้วย ด้วยอำนาจของกัมมปัจจัย คือ นานักขณิกกัมมปัจจัย ซึ่งเป็นกรรมที่ให้ผลต่างขณะ ไม่ใช่ในขณะที่กระทำกรรมนั้น ๆ
     
     จากข้อความที่ว่า เจตนาและธรรมที่สัมปยุตกับเจตนา เป็นปัจจัยแก่รูปที่มีเจตนาและธรรม... ด้วยกัมมปัจจัย เข้าใจได้ว่า ตามความเป็นจริงแล้ว สภาพธรรมที่เป็นกรรม ได้แก่ เจตนาเจตสิก  ในประโยคที่สองนี้ มุ่งหมายถึงสหชาตกัมมปัจจัย เมื่อกล่าวถึงปัจจัย คือ กัมมปัจจัยแล้วก็ต้องกล่าวถึงผลของปัจจัย คือ ปัจจยุบบัน ด้วย  เจตนาที่เกิดร่วมกับจิต และเจตสิกอื่น ๆ ที่เกิดร่วมด้วยในขณะนั้น (ตัวเจตนา)เป็นสหชาตกัมมปัจจัย  เป็นปัจจัยให้จิตและเจตสิกอื่น ๆ ที่เกิดร่วมกับตน เกิดขึ้น ดังนั้น ผลของเจตนาที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย คือ จิตและเจตสิกอื่น ๆ ที่เกิดร่วมกับเจตนา และนอกจากนั้น เจตนาที่เกิดร่วมกับจิต และ เจตสิกอื่น ๆ ที่เกิดร่วมด้วยในขณะนั้น ยังเป็นปัจจัยให้เกิดรูปด้วย เช่น จิตตชรูป ซึ่งเป็นรูปที่เกิดจากจิต (ในขณะที่เจตนานั้น เกิดร่วมกับจิตและเจตสิกอื่น ๆ อันเป็นปัจจัยให้เกิดจิตตชรูป จิตตชรูปในขณะนั้นต้องเกิดเพราะเจตนาเจตสิกเป็นปัจจัยด้วย) ดังนั้น  ผลของเจตนาที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ในขณะนั้น คือ จิตตชรูป

     ไม่ว่าจะกล่าวถึงกรรมคือ เจตนาที่เกิดร่วมกับจิตประเภทใด เป็นปัจจัยให้เกิดสภาพธรรมใด ก็ตาม ก็คือ กัมมปัจจัย นั่นเอง สภาพธรรม เป็นจริงอย่างไร ก็เป็นจริงอย่างนั้น ครับ                     

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความทบทวนเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ                              
เจตนาเจตสิก -- สัพพจิตตสาธารณเจตสิก                               
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
เซจาน้อย
วันที่ 25 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
นันทภพ
วันที่ 25 ธ.ค. 2554
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 20225 โดย gboy

กัมมปัจจัย
-กุศลกรรมและอกุศลกรรม เป็นปัจจัยแก่วิบากและกฏัตตารูปด้วยกัมมปัจจัย
-เจตนาและธรรมที่สัมปยุตกับเจตนา เป็นปัจจัยแก่รูปที่มีเจตนาและธรรม... ด้วยกัมมปัจจัย
ขอเรียนถามว่าทำไมเจตนาและธรรมที่สัมปยุตกับเจตนาข้างต้น จึงไม่เรียกว่ากรรม ทั้งที่ เป็นกัมมปัจจัย หรือธรรมใดที่เรียกว่ากรรม
ขอบคุณครับ

ขอ อนุโมทนา ครับ, ผมยังอ่าน ความคิดเห็น ที่๑ และ ที่๒ ยังไม่สมบูรณ์ เพราะ ติดภารกิจ, แต่ ขอ แสดง ว่า เพียงคิด ก็ เป็นมโนกรรม แล้ว ครับ, มโนกรรม นี้ แหละ ครับ นำ ผม(รูปนาม, กายใจ)มาเกิด ใน ชาตินี้อีก, ทำ อย่างไร ชาติหน้า จึงไม่เกิด ครับ, คำตอบ คือ ตัดวัฏฏะ(ความวน) ตัด วัฏฏะ ๓ คือ กิเลสกรรมวิบาก ให้ขาด โดย สติปัญญา ชาติหน้า ก็ ไม่เกิด ครับ, ฟังธรรม แสดง โดย ท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ บ่อยๆเนืองๆ ก็ จะเข้าใจ แต่ อย่าลืม พระพุทธวจนะ หลัก กาลมสูตร นะ ครับ, ฟัง ด้วย สติปัญญา.

สวัสดี ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 25 ธ.ค. 2554

ในสังสารวัฏฏที่ยาวไกล เราทำทั้งกุศลกรรมและอกุศลกรรม อย่างชาตินี้ก็เป็นที่ดูผลของกรรม เช่น ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ก็เป็นผลของมหากุศล มีรูปงาม  ผมงาม ผิวงาม  เกิดในตระกูลสูง  มีบริวารมากมาย  ทั้งหมดที่กล่าวมาก็ไม่พ้นจากกัมมปัจจัยที่เป็นเหตุให้เกิดผลดังกล่าวค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
gboy
วันที่ 25 ธ.ค. 2554

ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ