นิพพานอยู่ที่ไหน จะไปทางไหน
 
dets25226
วันที่  24 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20224
อ่าน  4,757

กิเลเส มาเรนโต คัจฉะติ เอเตนาติ มัคโค ฯ

กิเลเส - กิเลส ๑๐ ประการ ซึ่งแยกออกเป็น ๑,๕๐๐  อย่างนั้น มาเรนโต - กำจัดตัดฆ่าให้ขาดสะบั้นลงไป คัจฉะติ -  ดำเนินไปอยู่ เอเตนาติ - เพราะเหตุที่กำจัดตัดฆ่ากิเลสให้ขาดสะบั้นลงไปแล้ว  ดำเนินไปอยู่อย่างนั้น มัคโค - จึงได้ชื่อว่า มรรค  คือการกำจัดมวลกิเลสแล้วดำเนินไปสู่พระนิพพาน เรียกว่า มรรค ดังนั้น การดำเนินไปสู่พระนิพพานก็ต้องดำเนินไป ตามมรรค ๔ ประการ (โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค) นั่นเอง เพราะมรรคก็คือทางสายเอกสู่นิพพาน นิพพานอยู่ที่ไหน นิพพานอยู่ที่
๑. กิเลสดับสงบเย็นเรียกว่า "กิเลสนิโรธหรือสอุปาทิเสสนิพพาน"
๒. ขันธ์ที่เป็นของเทวดามนุษย์และพรหมดับสงบเย็น เรียกว่า "ขันธนิโรธหรืออนุปาทิ-เสสนิพพาน"
ธรรมสากัจฉาครับ
ด้วยความเคารพอย่างสูง


Tag  นิพพาน

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เรียนสนทนาธรรมด้วยครับ
     สำหรับนิพพาน เป็นสภาพธรรมที่มีจริง เป็นสภาพธรรมที่ไม่เกิดขึ้นและดับไป ไม่มีปัจจัยปรุงแต่ง คำถามที่ถาม คือ นิพพาน อยู่ที่ไหน นิพพาน ไม่มีที่อยู่ ไม่สถานที่ที่เป็นพระนิพพานแต่พระนิพพานก็มีอยู่ ผู้ที่จะประจักษ์พระนิพพาน คือ ขณะที่ มรรคจิตเกิดขึ้น โสดาปัตติมรรค สกทาคามิมรรค อนาคามิมรรค อรหัตตมรรค ขณะนั้น ประจักษ์พระนิพพานประจักษ์ตัวสภาพธรรมที่เป็นพระนิพพาน หรือ ขณะที่เข้าผลสมาบัติ มีพระนิพพานเป็นอารมณ์ โดยนัยนี้ที่กล่าวมา กล่าวถึง การถึงหรือมี ตัวพระนิพพานจริงๆ เป็นอารมณ์

     ส่วนสอุปาทิเสสนิพพาน หมายถึง ผู้ที่ดับกิเลสหมดสิ้นแล้วแต่ยังมีขันธ์ 5 อยู่ คือ ยังไม่สิ้นชีวิต เช่น พระพุทธเจ้าตรัสรู้ที่ต้นพระศรีมหาโพธิ์ในวันนั้น พระองค์ดับกิเลสหมดแต่พระองค์ยังมีพระชนม์อยู่ เรียกว่า สอุปาทิเสสนิพพาน การดับกิเลสหมดสิ้น ดังนั้นคำว่า นิพพานในที่นี้ เป็นการแสดงความหมายของคำว่า นิพพานที่หมายถึง ดับ เย็นสนิท ดังนั้นจึงมุ่หมายถึง การดับสนิทของกิเลสนั่นเองครับ แต่ขณะที่ประจักษ์ตัวพระนิพพาน ต้องเป็นขณะตามที่ผมกล่าวมาข้างต้นครับ จึงเป็นการสื่อความหมายถึง คำว่า พระนิพพาน ซึ่งขณะที่ดับกิเลสหมดสิ้นนั้น ก็เป็นอรหัตมรรคจิต ก็ประจักษ์พระนิพพาน ในขณะนั้น ที่เป็นตัวพระนิพพานจริง ๆ ครับ

     ส่วน อนุปาทิเสสนิพพาน คือ การดับสนิทของสภาพธรรมทั้งหมด ทั้ง ขันธ์ 5 คือทั้งรูปและนามหมดสิ้น เช่น ในวันที่พระพุทธเจ้าปรินิพพานที่กุสินารา คือ ไม่มีการเกิดขึ้นของสภาพธรรมอะไรอีกเลย ใช้คำว่า นิพพานด้วย คือ อนุปาทาทิเสสนิพพาน แต่ไม่ได้หมายความว่า ต้องไปอยู่หรือไปนิพพานนะครับ แต่เป็นการแสดงความหมายของคำว่า นิพพาน ที่ดับสนิท อีกเช่นกัน นั่นคือ ดับสนิทจริงๆ คือ ไม่มีการเกิดขึ้นของสภาพธรรมอะไรอีก จึงใช้ชื่อเรียก โดยใช้คำว่า นิพพานด้วยครับ เป็นประเภท อนุปาทาทิเสสนิพพาน แต่ขณะที่ประจักษ์ตัวพระนิพพานจริงๆ ก็เป็นตามที่กล่าวข้างต้น คือ มรรคจิตผลจิต ขณะเข้าผลสมาบัติ ครับ ขออนุโมทนา

เชิญคลิกอ่านที่นี่.........
สอุปาทิเสสนิพพานธาตุ  
อนุปาทิเสสนิพพานธาตุ  

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น   

กิเลส เป็นสภาพธรรมที่มีจริง  เป็นเครื่องเศร้าหมองของจิต  เป็นอกุศลธรรมที่ใครก็ตามที่ยังไม่ได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอรหันต์ ก็ย่อมมีด้วยกันทั้งนั้น เพราะพระอรหันต์เท่านั้นที่เป็นผู้หมดจดจากกิเลสโดยประการทั้งปวง ไม่มีกิเลสใด ๆ เกิดขึ้น พระอริยบุคคลขั้นต่าง ๆ ดับกิเลสได้ตามลำดับขั้น พระโสดาบัน ดับกิเลสได้ในระดับหนึ่ง กล่าวคือ ดับความเห็นผิดทุกชนิด ดับความลังเลสงสัยในสภาพธรรม ดับความตระหนี่ ดับความริษยา ได้ พระสกทาคามี ไม่ได้ดับกิเลสเพิ่มเติมต่อจากความเป็นพระโสดาบันแต่ได้กระทำโลภะ โทสะให้เบาบาง พระอนาคามีดับความติดข้องยินดีพอใจในรูป เสียง  กลิ่น รส  โผฏฐัพพะ  และ ดับความโกรธ ได้ ส่วนกิเลสที่เหลือนั้น เมื่อถึงความเป็นพระอรหันต์ ก็ดับได้อย่างหมดสิ้น  มีความติดข้องในภพ  และอวิชชา  เป็นต้น จะเห็นได้ว่า กิเลสที่มีมาก สะสมมาอย่างยาวนานในสังสารวัฏฏ์นั้น  ก็สามารถดับได้เมื่อมีการอบรมเจริญปัญญา  ดำเนินตามทางที่จะเป็นไปเพื่อเพื่อการดับกิเลส  คือ อริยมรรคมีองค์ ๘ มี ความเข้าใจถูกเห็นถูก (สัมมาทิฏฐิ) เป็นต้น  อันเป็นหนทางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้และทรงแสดง       เมื่อปัญญาเจริญมากขึ้นคมกล้าขึ้น ก็สามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรม ประจักษ์แจ้งพระนิพพาน ดับกิเลสได้ตามลำดับ  เมื่อมรรคจิต เกิดขึ้น พระอริยบุคคลทุกระดับขั้นเป็นผู้ได้ประจักษ์แจ้งพระนิพพาน (เป็นสภาพธรรมที่ไม่เกิดไม่ดับ เป็นธรรมที่ดับทุกข์ดับกิเลส  ตรงกันข้ามกับสภาพธรรมที่เกิดดับอย่างสิ้นเชิง  พระนิพพาน ไม่ใช่สถานที่ ไม่ใช่ที่อยู่) และเมื่อมรรคจิตเกิดขึ้นแล้วดับก็เป็นปัจจัยให้ผลจิตเกิดสืบต่อทันที ทำให้ผู้ที่ได้บรรลุนั้น เป็นพระอริยบุคคลตามลำดับขั้น  กิเลสที่ดับได้แล้วจะไม่เกิดอีกในสังสารวัฏฏ์  พระอรหันต์  ดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น ดับกิเลสได้โดยรอบโดยประการทั้งปวง ไม่มีเหลือ(กิเลสปรินิิพพาน) แต่ชีวิตของพระอรหันต์ หลังจากที่ได้บรรลุแล้ว ก็จะต้องดำเนินต่อไป  เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย มีจิต เจตสิก  และรูป เกิดขึ้นเป็นไป กล่าวคือ มีขันธ์ เกิดขึ้นเป็นไป  แต่ไม่เป็นไปกับด้วยกิเลสใด ๆ ทั้งสิ้น จนกว่าจะถึงเวลาดับขันธปรินิพพาน(ดับโดยรอบซึ่งขันธ์) เมื่อดับขันธปรินิพพานแล้ว ไม่มีการเกิดอีกในสังสารวัฏฏ์  ไม่มีจิต เจตสิก และรูป เกิดขึ้นอีกเลย เพราะดับเหตุที่จะทำให้มีการเกิด คือ กิเลสได้อย่างหมดสิ้นแล้ว ครับ
ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่นี่ครับ 
นิพพานบุรี                                
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
dets25226
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ขออนุโมทนาอาจารย์ที่ได้กรุณาอธิบายขยายความครับ สาธุๆ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
intra
วันที่ 25 ธ.ค. 2554

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
เซจาน้อย
วันที่ 25 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 25 ธ.ค. 2554

นิพพานไม่มีที่อยู่ นิพพานไม่ใช่เมืองแก้ว การจะดับกิเลสก่อนอื่นจะต้องมีที่พึ่งคือพึ่งพระรัตนตรัย พระพุทธ พระธรรม และ พระสงฆ์ เพราะถ้ามีศรัทธาเชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็จะไม่ขาดการศึกษาพระธรรม เพราะปัญญาเท่านั้นที่ จะดับกิเลสได้ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
นันทภพ
วันที่ 9 ม.ค. 2555
อ้างอิงจาก : หัวข้อ 20224 ความคิดเห็นที่ 6 โดย wannee.s

นิพพานไม่มีที่อยู่  นิพพานไม่ใช่เมืองแก้ว การจะดับกิเลสก่อนอื่นจะต้องมีที่พึ่งคือพึ่งพระรัตนตรัย พระพุทธ  พระธรรม  และ  พระสงฆ์ เพราะถ้ามีศรัทธาเชื่อมั่นในคำสอนของพระพุทธเจ้า ก็จะไม่ขาดการศึกษาพระธรรม  เพราะปัญญาเท่านั้นที่จะดับกิเลสได้ค่ะผมเห็นด้วยครับ และ ขอแสดงความคิดเห็นว่า ดับกิเลสได้หมดสิ้น ใน อริยมรรค มีองค์ ๘(ศีลสมาธิปัญญา) ครับ, จิตหลุดพ้น ก็ เพราะ ปัญญาครับ. ขอให้ท่านผู้ได้อ่าน เจริญยิ่ง ๆ ขึ้น เทอญ, สวัสดี ครับ.

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ