อาปายิกสูตร ... พระสูตร วันเสาร์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓
 
มศพ.
วันที่  10 ก.พ. 2563
หมายเลข  31539
อ่าน  373

นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทธสฺส

พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ
ธมฺมํ สรณํ คจฺฉามิ
สงฺฆํ สรณํ คจฺฉามิ

•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••

 ... สนทนาธรรมที่ ... 

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา (มศพ.)
พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ 
วันเสาร์ที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓

อาปายิกสูตร

...จาก...

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ หน้าที่ ๕๒๗

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ติกนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๓ หน้าที่ ๕๒๗

อาปายิกสูตร 
(ว่าด้วยบุคคล  ๓  จำพวก ที่ต้องไปอบายภูมิ)

[๕๕๓]  ดูกร ภิกษุทั้งหลาย บุคคล ๓ นี้ ไม่ละโทษนี้ เป็นคนอบาย เป็นคนนรก บุคคล ๓ คือใคร คือ บุคคลไม่เป็นพรหมจารี แต่ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารี ๑  บุคคลกำจัดท่านผู้เป็นพรหมจารี ผู้บริสุทธิ์ ประพฤติพรหมจรรย์หมดจดอยู่ ด้วยอพรหมจรรย์ อันไม่มีมูล ๑  บุคคลผู้พูดอย่างนี้โดยปกติ เห็นอย่างนี้โดยปกติ ว่า โทษในกามทั้งหลาย ไม่มี จมอยู่ในกามทั้งหลาย ๑  นี้แล บุคคล ๓  ไม่ละโทษนี้ เป็นคนอบาย เป็นคนนรก.

จบอาปายิกสูตรที่ ๑



อรรถกถาอาปายิกสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในอาปายิกสูตรที่ ๑  แห่งวรรคที่  ๒  ดังต่อไปนี้ :-

สัตว์ทั้งหลาย ชื่อว่า อาปายิกา เพราะจะไปสู่อบาย. สัตว์ทั้งหลายชื่อว่า  เนรยิกา เพราะจะไปสู่นรก. 

บทว่า อิทมปฺปหาย นี้ ความว่าไม่ละกรรมชั่วทั้ง ๓  มีการปฏิญาณตนว่า  เป็นพรหมจารี เป็นต้นนี้. 

บทว่า พฺรหฺมจารีปฏิญฺโญ ได้แก่ ผู้ประพฤติพรหมจรรย์เทียม. อีกอย่างหนึ่ง ได้แก่ ผู้มีปฏิญาณอย่างนี้ว่า แม้เราก็เป็นพรหมจารี โดยไม่ละอากัปกิริยาของพวกเขา. 

บทว่า อนุทฺธํเสติ ความว่า ด่า คือ บริภาษ ได้แก่ ติเตียน.

บทว่า นตฺถิ กาเมสุ โทโส ความว่า ผู้ซ่องเสพกิเลสกามและวัตถุกาม ไม่มีโทษ. 

บทว่า ปาตพฺยตํ ความว่า ความเป็นผู้จะต้องดื่ม คือ ความเป็นผู้จะต้องบริโภค ได้แก่ ความเป็นผู้จะต้องดื่มกิน เหมือนการดื่มน้ำของผู้กระหายน้ำ ด้วยจิตปราศจากความรังเกียจ. ในพระสูตรนี้ ตรัสวัฏฏะไว้อย่างเดียว.

จบอรรถกถาอาปายิกสูตรที่ ๑


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 10 ก.พ. 2563

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ข้อความโดยสรุป       
อาปายิกสูตร
(ว่าด้วยบุคคล  ๓  จำพวก ที่ต้องไปอบายภูมิ)

พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงว่า บุคคล ๓ จำพวก เป็นผู้ไปสู่อบาย  เป็นสัตว์นรก คือ

๑. ผู้ที่ไม่ใช่พรหมจารี แต่ปฏิญาณตนว่าเป็นพรหมจารี (ไม่ใช่ผู้ประพฤติประเสริฐ แต่บอกว่าตนเองประพฤติประเสริฐ)

๒. ผู้ที่ใส่ร้ายพรหมจารีบุคคลด้วยความประพฤติที่ไม่ประเสริฐ อันไม่มีมูล

๓. ผู้เห็นว่า โทษของกาม ไม่มี

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมได้ที่ห้วข้อด้านล่างนี้ครับ

พระภิกษุ ต้องงดงามตามพระธรรมวินัย

ภิกษุคือใคร

ชาวบ้านไม่รู้จักพระ พระก็ไม่รู้จักพระ ถ้าไม่ได้ศึกษาพระธรรมให้เข้าใจ

ภิกษุต้องอาบัติ ถ้าไม่ปลงต้องตกนรกหรือไม่

อกุศลกรรมและอกุศลวิบาก

ความเป็นบรรพชิต ถ้ารักษาไม่ดี มีแต่จะทำให้เกิดโทษ

พระทำผิดวินัยสงฆ์รับโทษอย่างไร

การนินทา การใส่ร้าย การว่าร้าย

กิเลสกาม - วัตถุกาม

จะลดความติดข้องในกามลง ต้องเห็นโทษของกาม

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 31 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ