ปุริสสูตร ... พระสูตรวันเสาร์ที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๑
 
มศพ.
วันที่  18 ธ.ค. 2561
หมายเลข  30320
อ่าน  300

 

 

นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส

นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส

นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺส

•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••



  ... สนทนาธรรมที่ ... 

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา  (มศพ.)
พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ 

วันเสาร์ที่   ๒๒   ธันวาคม   ๒๕๖๑    
เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.   คือ         


ปุริสสูตร 
จาก
พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑ หน้าที่ ๔๒๐


พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เล่ม ๑ ภาค ๑  หน้าที่ ๔๒๐

๒. ปุริสสูตร

[๓๒๘]   ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วอย่างนี้ :-

สมัยหนึ่ง  พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่  ณ พระวิหารเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี  กรุงสาวัตถี.

ครั้งนั้น   พระเจ้าปเสนทิโกศล  เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ   ครั้นแล้วจึงทรงถวายบังคมพระผู้มีพระภาคเจ้า   แล้วประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง.

พระเจ้าปเสนทิโกศลประทับนั่ง  ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่งแล้วแล ได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า    ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ    ธรรมกี่อย่าง  เมื่อบังเกิดขึ้นในภายในของบุรุษ  ย่อมบังเกิดขึ้นเพื่อความไม่เป็นประโยชน์    เพื่อความทุกข์  เพื่อความอยู่ไม่สบาย.

[๓๒๙]   พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า  ดูกร มหาบพิตร  ธรรม ๓  อย่าง  เมื่อบังเกิดขึ้นในภายในของบุรุษ      ย่อมบังเกิดขึ้นเพื่อความไม่เป็นประโยชน์  เพื่อความทุกข์    เพื่อความอยู่ไม่สบาย    ธรรม ๓ อย่างเป็นไฉน? ธรรม ๓ อย่าง คือ

          โลภะ

          โทสะ  

          โมหะ

ดูกร มหาบพิตร   ธรรม ๓  อย่างนี้แล      เมื่อบังเกิดขึ้นในภายในของบุรุษ   ย่อมบังเกิดขึ้น เพื่อความไม่เป็นประโยชน์  เพื่อความทุกข์  เพื่อความอยู่ไม่สบาย.                                                                       

[๓๓๐]   พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้พระสุคตศาสดา   ครั้นตรัสไวยากรณ์(คำร้อยแก้ว) นี้จบลงแล้ว   จึงได้ตรัสคาถา ต่อไปอีกว่า

โลภะ  โทสะ  และโมหะ  ที่เกิดขึ้น
ในตน   ย่อมฆ่าบุคคลผู้ใจบาป  
เหมือนขุยไผ่ 
ย่อมฆ่าต้นไผ่  ฉะนั้น.

จบปุริสสูตรที่ ๒



อรรถกถาปุริสสูตร

พึงทราบวินิจฉัยในปุริสสูตรที่ ๒  ต่อไป :-

บทว่า  อภิวาเทตฺวา  ความว่า  พระเจ้าปเสนทิโกศล ทรงอภิวาทในสูตรนี้  ก็เพราะทรงถึงสรณะแล้วในสูตรก่อน.    บทว่า  อชฺฌตฺตํ ได้แก่   ภายในตัวเอง อธิบายว่า   เกิดขึ้นในสันดานของตน.    บรรดาอกุศลมูล ๓ มีโลภะเป็นต้น   โลภะมีลักษณะละโมบ  โทสะมีลักษณะขัดเคือง  โมหะมีลักษณะลุ่มหลง.   บทว่า หึสนฺติ  ได้แก่ เบียดเบียน  ทำให้เสียหาย   ทำให้พินาศ.   บทว่า  อตฺตสมฺภูตา แปลว่า  เกิดแล้วในตน. บทว่า  ตจสารํ ว  สมฺผลํความว่า   ผลของตัวเอง  ย่อมเบียดเบียน   คือ   ทำต้นไม้ที่มีเปลือกเป็นแก่น  ไม่ว่าจะเป็นต้นไผ่หรือต้นอ้อให้พินาศ    ฉันใด     อกุศลมูลทั้งหลาย    ก็เบียดเบียน     คือทำให้พินาศฉันนั้น.

จบอรรถกถาปริสสูตรที่  ๒


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 18 ธ.ค. 2561 23:10 น.

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ข้อความโดยสรุป
ปุริสสูตร

เมื่อครั้งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน  พระเจ้าปเสน
ทิโกศล
เข้าไปเฝ้าพระองค์แล้วกราบทูลถามว่า  ธรรมอะไรบ้าง ที่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ไม่เป็นไปเพื่อประโยชน์  แต่เป็นไปเพื่อทุกข์  เพื่อความอยู่ไม่สบาย

พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสตอบว่า  ได้แก่ ธรรมเหล่านี้ คือ  โลภะ โทสะ โมหะ.

ขอเชิญศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ครับ

โลภะ โทสะ โมหะ 

มลสูตร .. มลทินภายใน ๓ ประการ

โลภะ ไม่รู้จักพอ [ขุททกนิกาย กามชาดก]

โลภะ ไม่เป็นประโยชน์ [ติกนิบาต เกสปุตตสูตร]

โลภะเป็นทั้งครูและศิษย์
มีหนทางอื่นไหมที่จะดับความโกรธได้
ทำไมถึงอภัยไม่ได้
โทษของความไม่รู้

 ...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
papon
papon
วันที่ 21 ธ.ค. 2561 11:04 น.

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ