ความเข้าใจพระธรรมเป็นสาระสำคัญที่สุดในชีวิต
 
บ้านธัมมะ
วันที่  8 มี.ค. 2550
หมายเลข  3007
อ่าน  4,043

     คำกล่าวของท่านอาจารย์ สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ในโอกาสเข้ารับรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนา ท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติที่เคารพ

    ดิฉันขอขอบคุณคณะกรรมการที่ได้มอบรางวัลสตรีดีเด่นในพระพุทธศาสนาแก่ดิฉัน เนื่องในวันสตรีสากลขององค์การสหประชาชาติ ดิฉันขอถือโอกาสนี้กล่าวถึงสตรีและพระพุทธศาสนา

     คนส่วนมากเมื่อคิดถึงพระพุทธศาสนาก็มักจะคิดถึงพระภิกษุ แต่พระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงนั้น  ผู้ที่ศึกษาและประพฤติปฏิบัติตามย่อมรู้แจ้งความจริงได้, ฉะนั้น พุทธบริษัทจึงมี ๔ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา  ในสมัยที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้ายังทรงดำรงพระชนม์  มีภิกษุณีจำนวนมาก  และมีอุบาสิกาที่เป็นเลิศในทางต่างๆ กันหลายท่าน ดิฉันขอยกตัวอย่าง ชีวิตของท่านอุบาสิกาวิสาขาและท่านอุบาสิกาขุชชุตตรา

     ท่านวิสาขาเป็นธิดาของเศรษฐีผู้หนึ่ง เมื่อท่านมีอายุ ๗ ขวบ ท่านได้ฟังพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วได้บรรลุเป็นพระโสดาบัน ท่านได้แต่งงานและมีบุตรหลานเป็นจำนวนมาก และดำรงอยู่ในเพศฆราวาสตลอดชีวิต

     ท่านอุบาสิกาวิสาขา ได้ไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค  ฟังพระธรรม  และมีศรัทธาดูแลบำรุงพระภิกษุสงฆ์อยู่เป็นนิจ  พระผู้มีพระภาคทรงยกย่องท่านว่า  เป็นอุบาสิกาผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลายผู้ยินดียิ่งในการถวายทาน

     ท่านอุบาสิกาขุชชุตตรา ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ของอุบาสิกา  ผู้เป็นเลิศในพระพุทธศาสนา ท่านเป็นทาสีของพระนางสามาวดี วันหนึ่งท่านได้ฟังพระผู้มีพระภาคทรงแสดงธรรมและได้บรรลุเป็นพระโสดาบันบุคคล  ท่านได้แสดงธรรมตามที่ได้ฟังจากพระผู้มีพระภาคแก่พระนางสามาวดีและหญิงบริวาร ๕๐๐ ท่านขุชชุตตราได้ดำเนินชีวิตในเพศฆราวาสตลอดชีวิต   พระผู้มีพระภาคทรงยกย่องท่านอุบาสิกาขุชชุตตรา เป็นผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลาย ผู้เป็นพหุสูต

     ชีวิตของท่านอุบาสิกาวิสาขาและท่านอุบาสิกาขุชชุตตรา เป็นตัวอย่างของสตรีผู้เลิศในพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง  เพราะฉะนั้น ไม่ว่าหญิงหรือชายก็สามารถศึกษาและประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมได้

     พระนาม “อรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า”  มาจากคำที่มีความหมายว่า  “ผู้ทรงตรัสรู้(รู้แจ้งอริยสัจจธรรม)”  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประจักษ์ความจริงของสภาพธรรม, ความจริงของสภาพธรรมนั้นเป็นอริยสัจจธรรม เมื่อทรงตรัสรู้แล้วก็ได้ทรงแสดงธรรมแก่สัตว์โลกทั้งหลายตลอดพระชนม์ชีพเป็นเวลา ๔๕ ปี

     ผู้ที่ไม่ได้ฟังพระธรรมก็ย่อมไม่เข้าใจความจริงของสภาพธรรม ที่ปรากฏในชีวิตประจำวัน  จึงยึดถือทุกสิ่งทุกอย่างว่าเป็นตัวตน เป็นสัตว์ บุคคล

      พระผู้มีพระภาคทรงแสดงหนทางอบรมเจริญปัญญาอย่างละเอียด  ทรงแสดงเหตุและปัจจัยที่ทำให้การอบรมปัญญาเจริญขึ้น ซึ่งโดยย่อ ก็คือ การฟังธรรมและเห็นประโยชน์ของการศึกษาธรรม เมื่อปัจจัยทั้งสองนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ เนืองๆ ปัญญาก็ย่อมอบรมเจริญขึ้นได้

     การอบรมเจริญปัญญานั้นไม่จำกัดวัย การศึกษา อาชีพ ความเป็นอยู่ ความสามารถทางโลก สถานภาพ สุขภาพ บุคลิกภาพ หรือเพศแต่อย่างใด

    ข้อความในสังยุตตนิกาย มหาวารวรรค  นิพเพธิกปัญญาสูตร พระผู้มีพระภาคตรัสว่า  ดูกรภิกษุทั้งหลาย  ธรรม ๔ ประการนี้  อันบุคคลเจริญแล้ว  กระทำให้มากแล้วย่อมเป็นไปเพื่อความเป็นผู้มีปัญญาเป็นเครื่องชำแรกกิเลส   ธรรม ๔ ประการ  เป็นไฉนคือ การคบสัตบุรุษ ๑  การฟังสัทธรรม ๑   การกระทำไว้ในใจโดยแยบคาย ๑   การปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ๑

    เราควรจะรู้จุดประสงค์ของการฟังธรรมว่า  มิใช่เพื่อตนเอง มิใช่เพื่อลาภ สักการะชื่อเสียง  มิใช่เพื่อการยกย่องว่าเป็นคนฉลาดมีปัญญา  จุดประสงค์ที่แท้จริงนั้นเพื่อรู้จักตนเอง รู้ความจริงว่ายังไม่เข้าใจธรรมตามความเป็นจริง เช่น  ไม่รู้ความจริงว่า สิ่งที่ปรากฏทางตาเป็นธรรมอย่างหนึ่ง และเสียงที่ปรากฏทางหูก็เป็นธรรมอีกอย่างหนึ่ง เป็นต้น

    ความเข้าใจพระธรรม  การอนุเคราะห์ผู้อื่นให้เข้าใจ และเห็นประโยชน์ของพระธรรมนั้นเป็นสาระสำคัญที่สุดในชีวิต การสงเคราะห์ช่วยเหลือสังคมนั้นไม่มีวันจบสิ้นและไม่สามารถให้เกิดความสงบสุขได้  เมื่อไม่เข้าใจพระธรรม ความทุกข์ก็จะบรรเทาและหมดสิ้นไปไม่ได้  เพราะไม่รู้เหตุที่แท้จริงของปัญหาต่างๆ เหตุที่แท้จริงของปัญหาและความทุกข์ทั้งหลายนั้นก็ คือ โลภะ โทสะ โมหะ

    พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้และทรงแสดงทุกขอริยสัจจะ ทุกขอริยสัจจะนั้นเป็นทุกข์ของสัตว์โลกทั้งปวง ไม่ใช่ว่าทุกข์ของชายก็อย่างหนึ่ง และทุกข์ของหญิงก็อีกอย่างหนึ่ง เหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ของสัตว์โลกนั้นคือ โลภะความอยาก ความติดข้องต้องการโลกที่ปรากฏทางตา ทางหู  ทางจมูก  ทางลิ้น  ทางกาย  และทางใจ พระผู้มีพระภาคทรงตรัสรู้  และทรงแสดงว่า ตัณหาคือโลภะ ความติดข้องนั้น เป็นเหตุของทุกข์

     พระองค์ทรงตรัสรู้เหตุของปัญหาทั้งหลายในโลก จึงทรงแสดง  หนทางที่จะพ้นจากปัญหาทั้งปวงได้ คือ  ปัญญา ความเข้าใจความจริงของโลก ซึ่งจะทำให้โลกที่เราอาศัยอยู่นี้เป็นโลกที่สงบยิ่งขึ้น

     ขอให้ทุกท่านสนใจศึกษาพระธรรมโดยละเอียดและถูกต้องยิ่งขึ้น เพื่อโลกจะได้สงบสุขด้วยการประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมที่พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดงไว้แล้ว.


Tag  ความเข้าใจพระธรรม สาระสำคัญที่สุดในชีวิต อาจารย์ สุจินต์

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
devout
วันที่ 8 มี.ค. 2550

รู้สึกปลื้มปิติยินดีเป็นอย่างยิ่ง  ขอขอบคุณบ้านธัมมะ และขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ค่ะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
หมาย
วันที่ 8 มี.ค. 2550

ขออนุโมทนากับท่านอาจารย์ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 8 มี.ค. 2550
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
กุมารน้อย
วันที่ 9 มี.ค. 2550

ขออนุโมทนากับท่านอาจารย์ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
sue
วันที่ 10 มี.ค. 2550

วันเสาร์ที่ ๑๐ มีนาคม ๒๕๕๐  เวลาประมาณ๑๔.๑๓ น.

     เรียนกราบเท้ามุทิตาด้วย  อนุโมทนาท่านอาจารย์  ด้วยความลึกซึ้งในพระธรรมที่ท่านอาจารย์ได้เมตตากรุณาอบรมสั่งสอนดิฉันและเพื่อนเพื่อนสหายธรรมทุกทุกท่านมา ในตลอด ๒๓ ปี ที่ดิฉันอยู่กับท่านอาจารย์มา และยินดี และอนุโมทนา กับทุกทุกท่านจริงจริง  ที่ได้มีโอกาสมาศึกษาธรรม และอยู่กับท่านอาจารย์

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
TSP
วันที่ 10 มี.ค. 2550

ขอกราบอนุโมทนาเป็นอย่างสูงยิ่ง

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
medulla
วันที่ 10 มี.ค. 2550
กราบขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Komsan
วันที่ 12 มี.ค. 2550

ขอกราบอนุโมทนา ท่านอาจารย์ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
natnicha
วันที่ 13 มี.ค. 2550

ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์ที่เคารพค่ะ  เป็นคำกล่าวที่ซาบซึ้งมากๆ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
aurasa
aurasa
วันที่ 23 มี.ค. 2550
ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์อย่างสุดซึ้งค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
oom
oom
วันที่ 24 เม.ย. 2550

ขอกราบอนุโมทนาแสดงความยินดีกับท่านอาจารย์ด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
Anutta
วันที่ 26 เม.ย. 2550

ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง ชาตินี้ดิฉันไม่หวังสิ่งใดแล้ว แค่ได้พบได้ฟังคำอธิบายจากพระไตรปิฎกของท่านอาจารย์  ก็รู้สึกว่าคุ้มค่าที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ในชาตินี้แล้ว

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
unknown
วันที่ 28 เม.ย. 2550
กล่าวได้ถูกต้องแล้วครับ ขออนุโมทนา
 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
pornchai.s
pornchai.s
วันที่ 30 เม.ย. 2550

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 1 พ.ค. 2550

ขออนุโมทนา และขอเชิญชวนผู้สนใจอ่านและแสดงความคิดเห็นเรื่อง การบรรจุให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติของประเทศไทย ไว้ในรัฐธรรมนูญ  อ่านและศึกษากระทู้นี้อย่างใส่ใจ  แล้วใคร่ครวญไตร่ตรอง พิจารณาด้วยเหตุผลน่าจะได้คำตอบ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
pirmsombat
วันที่ 1 พ.ค. 2550

ขอกราบอนุโมทนา กราบแสดงความมุฑิตา และ กราบขอบพระคุณท่านอาจารย์ ที่กรุณาสอนให้ผมเข้าใจธรรมได้บ้างพอสมควร  ตามกำลังป้ญญาของผม

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
suntarara
วันที่ 12 พ.ค. 2550
ขอกราบอนุโมทนากับท่านอาจารย์สุจินต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ 
 
  ความคิดเห็นที่ 18  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 2 ก.ย. 2550

นี่แหละสาระ

 
  ความคิดเห็นที่ 19  
 
พุทธรักษา
วันที่ 4 ก.ย. 2550

นี่แหละ ผู้มีปัญญา กัลยาณมิตรที่แท้จริง.

 
  ความคิดเห็นที่ 20  
 
SIRICHAI
วันที่ 3 ต.ค. 2551

เป็นลาภอันประเสริฐโดยแท้ที่พวกเราลูกศิษย์  ได้พบท่านอาจารย์สุจินต์และได้ฟังธรรม ผมต้องใช้เวลาเป็น 10 ปี กว่าจะรู้จักสติปัฏฐาน แต่ก็ยังโชคดีที่รู้จักสติ...... สหายธรรมอีกหลายคนยังไม่รู้จักสติ....และคงจะตามผมไปในไม่ช้า.....ขอเรียนท่านอาจารย์สุจินต์และท่านวิทยากรทั้งหลายว่า   ความวิริยะและเมตตาของท่านทั้งหลายไม่ไร้ผล......บุญกุศลอันใดที่กระทำเพื่อพวกเราด้วยสัจจะนี้ ขอคำว่ายากในการบรรลุธรรมในอนาคตจงอย่าได้มีในท่านอาจารย์และวิทยากรทั้งหลาย

 
  ความคิดเห็นที่ 21  
 
pornpaon
วันที่ 26 ต.ค. 2551

กราบขอบพระคุณ

กราบอนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์

ด้วยความเคารพอย่างสูงค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 22  
 
สุภาพร
วันที่ 27 ต.ค. 2551
ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 23  
 
เซจาน้อย
วันที่ 27 ต.ค. 2551
    ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ด้วยครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 24  
 
suwit02
วันที่ 15 พ.ย. 2551

สาธุ

 
  ความคิดเห็นที่ 25  
 
เมตตา
เมตตา
วันที่ 15 พ.ย. 2551

ความเข้าใจพระธรรมเป็นสาระสำคัญที่สุดในชีวิต

     ความเข้าใจพระธรรม  การอนุเคราะห์ผู้อื่นให้เข้าใจ และเห็นประโยชน์ของพระธรรมนั้นเป็นสาระสำคัญที่สุดในชีวิต    

กราบขออนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์   บริหารวนเขตต์ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 26  
 
captpok
วันที่ 6 ม.ค. 2552

ถ้าไม่พบอาจารย์สุจินต์ ผมคงไปนั่งสมาธิอยู่ที่ใหนสักแห่งโดยคิดว่าเป็นทางที่สามารถบรรลุธรรมได้โดยที่ไม่มีความรู้เลย กราบฃออนุโมธนาท่านอาจารย์สุจินต์ ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 27  
 
คุณ
วันที่ 19 ม.ค. 2552
ขอกราบอนุโมทนาในกุศลจิตของท่านอาจารย์ค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 28  
 
ศิณอนงค์
วันที่ 20 ม.ค. 2552
กราบอนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 29  
 
opanayigo
วันที่ 8 มิ.ย. 2552

อนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 30  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 11 มิ.ย. 2552

ขอกราบอนุโมทนาท่านอาจารย์ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 31  
 
kinder
วันที่ 19 ก.ค. 2553

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 32  
 
pamali
วันที่ 10 ม.ค. 2556
กราบอนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 33  
 
jaturong
วันที่ 17 พ.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 34  
 
ใหญ่ราชบุรี
ใหญ่ราชบุรี
วันที่ 23 ม.ค. 2557

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ

ขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 35  
 
cloudy
วันที่ 16 ธ.ค. 2557

กราบขอบพระคุณ ท่านอาจารย์ครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 36  
 
Nitchare
วันที่ 16 ก.ค. 2559

ขอกราบอนุโมทนา สาธุค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 37  
 
swanjariya
วันที่ 18 เม.ย. 2560

กราบเท้าท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง

กราบอนุโมทนาขอบพระคุณในความตั้งใจและความมุ่งมั่นของท่านอาจารย์ในการรักษาพระศาสนามาตลอดระยะเวลายาวนาน

กราบเท้าอนุโมทนาในความเมตตาของท่านอาจารย์ที่มีต่อทุกคน

 
  ความคิดเห็นที่ 38  
 
สิริพรรณ
วันที่ 29 ส.ค. 2560

แม้จะรู้ไม่ได้ว่า ชาติก่อนเคยได้ฟังพระธรรมหรือไม่ 
เคยได้เฝ้า ได้พบ ผู้รู้พระธรรม เข้าใจธรรม หรือไม่
แต่ชาตินี้ ได้พบ ได้ฟัง ได้สะสมความเข้าใจจากการฟังพระธรรม
ที่ถ่ายทอดจากผู้มีปัญญา ประกอบด้วยความมั่นคงในพระธรรม
มีความเกื้อกูล กรุณา อดทน เพื่อให้ผู้อื่นได้มีโอกาสได้ฟังความจริง
ไม่ย่อท้อในทุกสถานการณ์ ทั้งสถานที่ และเวลา 
ตลอดระยะเวลาที่ยาวนาน
ที่ท่านอาจารย์ได้เสียสละทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อรักษาพระศาสนา
และเพื่อให้ผู้อื่นได้เข้าใจพระธรรม
เป็นเหตุแล้วที่ผู้ฟังมากมายได้รับผล
คือความเข้าใจความจริงที่มีคุณค่าที่สุดในชีวิต
สำหรับความรู้สึกของข้าพเจ้าแล้ว
สิ่งใดที่แสวงหา ได้มา ตลอดชีวิต ไม่มีค่าเลย
เมื่อเทียบกับความเข้าใจพระธรรม
ที่ได้รับการถ่ายทอดจากท่านอาจารย์ค่ะ
กราบแทบเท้าบูชาพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่ง

 

 
  ความคิดเห็นที่ 39  
 
ประสาน
วันที่ 5 ธ.ค. 2561

สาธุ สาธุ สาธุ อนุโมทามิ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ