ควรเริ่มต้นอย่างไรก่อนดี ในการปฎิบัติธรรม
 
adminsoft
วันที่  22 ก.พ. 2550
หมายเลข  2888
อ่าน  1,264

1  ธรรมะของพระพุทธองค์มีหลายหมวด หลายข้อธรรม มากเหลือเกิน ผมควรเริ่มอย่างไรก่อนดี

2  การภาวนา  ผมได้อ่านมา  มี 2 อย่างใช่หรือไม่   สมถะภาวนา และวิปัสสนาภาวนา เราควรทำอย่างไหนก่อนดีครับ

3  หากรักษาศีล ถ้ารักษาไม่ได้ครบหรือขาดตก บกพร่องด่างพร้อย จะทำให้เราภาวนาเท่าใดก็ไม่ก้าวหน้าใช่หรือไม่ เพราะฐานไม่แน่น  ย่อมสร้างบ้านไม่ได้  ประมาณนี้หรือเปล่า

4  การจะบรรลุธรรมขั้นสูง   มีเพียงการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน  อย่างเดียวใช่หรือไม่  

ไม่มีทางใดอีกแล้วใช่ไหม  ถ้าเป็นเช่นนั้น   ศาสดาของแต่ละศาสนา  ท่านจะหลุดพ้นหรือไม่  ขอรบกวนถามเพียงเท่านี้ก่อนครับ ขอบพระคุณครับ


Tag  บรรลุธรรม ภาวนา รักษาศีล วิปัสสนากรรมฐาน สมถะภาวนา หลุดพ้น
  ความคิดเห็นที่ 1  
 
study
วันที่ 22 ก.พ. 2550

๑. ควรเริ่มด้วยการศึกษาพระธรรมให้เข้าใจก่อน หมวดไหนก็ได้๒. การเจริญภาวนาควรเจริญทั้ง

๒ คือ ทั้งสมถะและวิปัสสนา แต่ก่อนอื่นต้องศึกษาให้เข้าใจก่อนเมื่อเริ่มเข้าใจสติสัมปชัญญะ ย่อมกระทำกิจ ไม่ใช่ตัวเราไปทำด้วยความต้องการ

๓. ผู้ที่เป็นปุถุชนย่อมมีศีลไม่สมบูรณ์เหมือนพระอริยะ แต่การเจริญภาวนาย่อมเจริญได้ถ้ามีความเข้าใจพระธรรมอย่างถูกต้อง ส่วนผู้ที่ไม่มีความเข้าใจ แม้มีศีลแต่ภาวนาก็เจริญไม่ได้ แต่บางนัยที่ท่านกล่าวถึง ศีลเป็นเบื้องต้นเป็นพื้นฐานของพรหมจรรย์ พรหมจรรย์ หมายถึง ศีลของผู้มีความเข้าใจถูกต้อง และสำหรับบางท่านโดยเฉพาะพระภิกษุ

๔. การจะบรรลุธรรมเป็นพระอริยบุคคล ต้องบรรลุได้ด้วยวิปัสสนา (อริยมรรค) ทางอื่นไม่สามารถทำให้บรรลุเป็นพระอริยบุคคลได้ และพระอริยบุคคลไม่มีในภายนอกศาสนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
study
วันที่ 22 ก.พ. 2550

เชิญคลิกอ่านได้ที่...

ทรงแสดงธรรมแก่สุภัททะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
TSP
วันที่ 22 ก.พ. 2550

1. ควรเริ่มจาก การฟัง พระธรรม ที่ผู้แสดง แสดงตรงกับพระธรรมของพระศาสดา หัวข้อไหนก็ได้ แต่ให้เข้าใจ สะสมความเข้าใจ ทีละเล็กทีละน้อย จนกว่าจะมีความรู้ ความเข้าใจเพิ่มขึ้น สนใจที่จะฟัง ศึกษาพระธรรม บ่อยๆ เนืองๆ เพราะว่าปัญญาไม่ได้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วแน่   ต้องอาศัยความอดทนจริงๆ ในการฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรม ด้วยความละเอียด รอบคอบ แยบคายด้วยความไม่ประมาทเพื่อที่จะได้ไม่เกิดความเห็นผิด

2. การเจริญภาวนา มีทั้งการเจริญสมถะ และวิปัสสนา ควรฟังพระธรรมให้เข้าใจเสียก่อน ที่จะไปเป็นปัจจัยในการศึกษาเรื่อง ของการเจริญสมถะและวิปัสสนา ไม่มีการทำอย่างไหนก่อน อย่างไหนหลัง

3. ผู้ที่จะมีศีลบริบรูณ์ ต้องเป็นพระอริยบุคคล ขั้นต่างๆ แต่ศีลก็ควรรักษา ตามกำลังและการสะสมและศีลก็ยังไม่มั่นคง จนกว่าจะเป็นพระอริยะบุคคลขั้นต่างๆการเจริญภาวนา เป็นเรื่องของความรู้ความเข้าใจ เป็นเรื่องของปัญญา

4. การรู้แจ้งอริยสัจธรรม มีเพียงทางเดียว คือ การเจริญวิปัสสนา เป็นหนทางเดียวศาสนาอื่นไม่ได้แสดงอริยมรรค มีองค์ 8

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
devout
วันที่ 22 ก.พ. 2550

ขออนุโมทนาในตอบของทุกท่านค่ะ

ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมนะคะ...

๑. การศึกษาธรรม ควรทำความเข้าใจในเบื้องต้นก่อนว่า ธรรมคืออะไร พระพุทธเจ้าตรัสรู้อะไร เพื่ออะไร และตัวเราเองจะศึกษาธรรมเพื่ออะไร

๒. การเจริญภาวนาทั้งสมถและวิปัสสนา จะต้องประกอบด้วยปัญญา ถ้าไม่มีปัญญาก็อบรมเจริญไม่ได้ค่ะ การจะทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ต้องมีความเข้าใจในสิ่งนั้นใช่มั้ยค่ะ

๓. องค์ประกอบที่สำคัญในการเจริญภาวนา คือ ปัญญา ไม่ใช่ศีล เพราะศีลเป็นเพียงข้อประพฤติทางกาย วาจาเท่านั้น แต่ทางใจต้องขัดเกลาด้วยปัญญาค่ะ

๔. การเจริญวิปัสสนา คือ การอบรมเจริญมรรคมีองค์ ๘  โดยการเจริญสติปัฏฐานเป็นเบื้องต้น เป็นหนทางเดียวที่ตรงที่สุด ไม่มีทางอื่น ถ้ามีทางอื่นหรือทางลัดที่สะดวกรวดเร็วกว่านี้ พระผู้มีพระภาค ต้องได้ทรงแสดงไว้แล้วด้วยพระมหากรุณาคุณค่ะ ศาสนาพุทธจึงเป็นศาสนาเดียวในโลกที่สอนให้หลุดพ้นจากวัฏฏะ คือ การเกิด แก่ เจ็บ ตาย

ยินดีด้วยนะคะที่ท่านสนใจที่จะศึกษาธรรม เป็นสิ่งที่มีค่าและประเสริฐสุดในชีวิตนี้ที่เกิดเป็นมนุษย์ ขอให้เริ่มศึกษาในส่วนที่พอจะเข้าใจก่อน แล้วปัญญาจะค่อยๆ พัฒนาขึ้นเองตามลำดับ ไม่จำเป็นต้องรู้มากๆ รู้เยอะๆ แต่ให้รู้จริงในสิ่งที่คิดว่ารู้ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 22 ก.พ. 2550

1. สมัยพุทธกาลผู้ที่จะบรรลุเป็นพระอริยบุคคล ก็เริ่มมาจากการได้ฟังธรรมของพระ-พุทธเจ้า สาวก แปลว่า ผู้ฟังค่ะ ถ้าจะเน้นเรื่องของปัญญาก็ศึกษาพระอภิธรรมก่อน หรือจะอ่านพระไตรปิฎก ก็อ่านชาดกก่อน เพราะเป็นอดีตชาติของพระโพธิสัตว์ ขณะที่อ่านแล้วซาบซึ้งเป็นมหากุศลจิต

2. ถ้าเจริญสมถะภาวนาและวิปัสสนาภาวนาทั้งสองอย่างยุคนี้ยาก ควรเจริญสติปัฎ-ฐานก่อน  เพราะเป็นหนทางเดียวที่จะดับกิเลส

3. ปุถุชนศีลไม่สมบูรณ์ บางครั้งศีลเศร้าหมองหรือล่วงได้บ้าง ถ้าเหตุปัจจัยพร้อม แต่เจริญสติปัฏฐานได้ เช่น พระเจ้าสรกานิ ท่านดื่มสุรา ภายหลังก็ได้บรรลุเป็นพระอริยบุคคล 

4. ผู้ที่จะบรรลุ มรรค ผล นิพพาน มีหนทางเดียวคือการเจริญวิปัสสนาเท่านั้น

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
รัตนาพร
วันที่ 23 ก.พ. 2550

ทำอย่างไรถึงจะไม่กลัวตาย

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
study
วันที่ 23 ก.พ. 2550

อบรมเจริญปัญญา ละความกลัว (กิเลส) ได้ย่อมไม่กลัวตาย (พระอรหันต์)

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
webdh
วันที่ 24 ก.พ. 2550

ควรเริ่มต้นด้วยการอบรมเจริญปัญญาจะดีกว่า เริ่มต้นจากการฟังพระธรรมให้เข้าใจก่อน เรื่องเจริญสติปัฏฐาน ๔ เนืองๆ เห็นรูปนามขันธ์ ๕ หรือ การปล่อยวางรูปนาม ขันธ์ ๕ ยังเป็นเรื่องห่างไกล ขณะนี้ควรจะรู้ก่อนว่าอะไรบ้างเป็นธรรมะ ถ้าศึกษาเรื่องราวของธรรม ก็จะไม่เจอธรรมะเลย

ธรรมทัศนะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
webdh
วันที่ 24 ก.พ. 2550

ทำอย่างไรถึงจะไม่กลัวตาย

เชิญคลิกอ่านได้ที่...

ว่าด้วยบุคคลที่กลัวและไม่กลัวตาย ๔ จำพวก [อภยสูตร]

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
pornchai.s
pornchai.s
วันที่ 24 ก.พ. 2550
 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
webdh
วันที่ 25 ก.พ. 2550

ท่านพาหิยะฟังธรรมเพียงสั้นๆ แต่ทำไมจึงบรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ได้อย่างรวดเร็ว  ทำไมจึงเป็นเช่นนี้เพียงฟังก็บรรลุทันที ไม่ต้องนำไปประพฤติปฏิบัติ ดังข้อความจากพระสูตรนี้ จิตของพาหิยทารุจีริยกุลบุตรหลุดพ้นแล้วจากอาสวะทั้งหลาย  เพราะไม่ถือมั่นในขณะนั้นเอง พระธรรมเทศนาโดยย่อนี้ของพระผู้มีพระภาคเจ้า

เชิญคลิกอ่านได้ที่...

การตรัสถึงที่สุดแห่งทุกข์ [พาหิยสูตร]

โดย : B.subtilis  

 

เพราะท่านได้สะสมปัญญาบารมีมาพร้อมแล้วจึงบรรลุเร็ว

 
  ความคิดเห็นที่ 15  
 
webdh
วันที่ 25 ก.พ. 2550

ธรรมะปฏิบัติหน้าที่ของธรรมะอยู่แล้ว

ธรรมะปฏิบัติหน้าที่ของธรรมะอยู่แล้ว แต่เพราะความไม่เข้าใจ จึงมีความเห็นว่า มีเราที่ควรปฏิบัติ เวลาอกุศลจิตเกิดขึ้น มีใครปฏิบัติไหม ชีวิตประจำวันมีทั้งโลภะ โทสะ อกุศลอื่นๆ อีกมากมาย ความริษยา ความตระหนี่ รู้ว่าเป็นสิ่งไม่ดี ไม่อยากให้เกิด แต่เป็นอนัตตา ธรรมะปฏิบัติหน้าที่ของธรรมะ โดยที่ไม่มีใครสามารถบังคับบัญชาได้เลย การศึกษาธรรมะเพื่อเข้าใจสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ศึกษาอีกเข้าใจอีก เข้าใจขี้นทีละเล็กทีละน้อยความข้าใจนี้เองจะเป็นสังขารปรุงแต่ง ไม่มีตัวเราไปจัดการ ค่อยๆ ฟังอย่าเพิ่งใจร้อนค่ะ 

คำสอนของพระพุทธเจ้า เป็นคำสอนของผู้มีปัญญามาก ผู้ที่สามารถดับกิเลสได้  ส่วนเราปุถุชน แปลว่า ผู้หนาไปด้วยกิเลส มีกิเลสเกิดขี้นมากมายในชีวิตประจำวันยังไม่รู้จักมันเลย จะจับโจรยังไม่รู้จักโจรว่าอยู่ที่ไหน ถ้าไม่ศึกษาไม่เรียนรู้ก่อนแล้วจะทำอย่างไร

 

ธรรมทัศนะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 16  
 
pamali
วันที่ 21 มิ.ย. 2553

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาด้วยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 17  
 
chatchai.k
chatchai.k
วันที่ 19 ก.ค. 2563

ขออนุโมทนาครับ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ