ธนิยสูตร ... วันเสาร์ที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๕๖
 
มศพ.
วันที่  20 ม.ค. 2556
หมายเลข  22362
อ่าน  1,267

  

  

 

นโม  ตสฺส  ภควโต  อรหโต  สมฺมาสมฺพุทธสฺสพุทฺธํ  สรณํ   คจฺฉามิธมฺมํ   สรณํ   คจฺฉามิสงฺฆํ  สรณํ    คจฺฉามิ•••..... ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย .....•••
  ... สนทนาธรรมที่ ... 
   

 


        

   มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา  (มศพ.)

 

      พระสูตร ที่จะนำมาสนทนาที่มูลนิธิฯ 

 

             วันเสาร์ที่   ๒๖  มกราคม    ๒๕๕๖    เวลา ๐๙.๐๐ - ๑๒.๐๐ น.   คือ        

                                             

ธนิยสูตร

(ว่าด้วยคาถาโต้ตอบระหว่างนายธนิยะกับพระพุทธเจ้า)

จาก...

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๕- หน้าที่ ๕๓

 

       (ภาพแสดงบรรยากาศการสนทนาธรรมที่มูลนิธิฯ ในวันเสาร์ที่ ๒๖  พ.ค. ๒๕๕๕) 

                                                 

    ...นำสนทนาโดย...

    ท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ 

          และ  คณะวิทยากรมูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา 

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต เล่ม ๑ ภาค ๕- หน้าที่ ๕๒

                                                     ธนิยสูตร

(ว่าด้วยคาถาโต้ตอบระหว่างนายธนิยะกับพระพุทธเจ้า)

 

      นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า

                                [๒๙๕]  เรามีข้าวสำเร็จแล้ว  มีน้ำนม

               รีด   (จากแม่โค)     รองไว้แล้ว      มีการอยู่กับ

               ชนผู้เป็นบริวาร           ผู้มีความประพฤติอนุกูล

               เสมอกันที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี          เรามุงบังกระ-

               ท่อมแล้ว      ก่อไฟไว้แล้ว    แน่ะฝน     หากว่า

               ท่านย่อมปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด.

      พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระคาถาตอบว่า

                         เราเป็นผู้ไม่โกรธ        มีกิเลสดุจหลักตอ

               ปราศไปแล้ว           เรามีการอยู่สิ้นราตรีหนึ่งที่

               ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี         กระท่อมมีหลังคาอันเปิด

                แล้ว       ไฟดับแล้ว      แน่ะฝน     หากว่าท่าน

                ปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด.

      นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า

                           เหลือบและยุงย่อมไม่มี       โคทั้งหลาย

                ย่อมเที่ยวไปในประเทศใกล้แม่น้ำ      ซึ่งมีหญ้า

                งอกขึ้นแล้ว         พึงอดทนแม้ซึ่งฝนที่ตกลงมา

                ได้  แน่ะฝน  หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตก

                ลงมาเถิด.

           พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระคาถาตอบว่า                

                            ก็เราผูกแพไว้แล้ว     ตกแต่งดีแล้ว

                กำจัดโอฆะ  ข้ามถึงฝั่งแล้ว   ความต้องการ

                ด้วยแพย่อมไม่มี      แน่ะฝน     หากว่าท่าน

                ปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด. 

           นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า

                           ภริยาเชื่อฟังเรา     ไม่โลเล      เป็นที่

                พอใจ   อยู่ร่วมกันสิ้นกาลนาน    เราไม่ได้ยิน

                ความชั่วอะไร ๆ    ของภริยานั้น       แน่ะฝน

                หากท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด.

           พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระคาถาตอบว่า

                          จิตเชื่อฟังเรา     หลุดพ้นแล้ว      เรา

                อบรมแล้ว    ฝึกหัดดีแล้วสิ้นกาลนาน   และ

                ความชั่วของเราย่อมไม่มี   แน่ะฝน    หากว่า

                ท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด.

           นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า

                          เราเป็นผู้เลี้ยงตนด้วยอาหารและ

                เครื่องนุ่งห่มและบุตรทั้งหลายของเราดำรง

                อยู่ดี  ไม่มีโรค  เราไม่ได้ยินความชั่วอะไร ๆ

                ของบุตรเหล่านั้น    แน่ะฝน    หากว่าท่าน

                ปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด.

           พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระคาถาตอบว่า

                      เราไม่เป็นลูกจ้างของใคร ๆ   เราเที่ยว

              ไปด้วยความเป็นพระสัพพัญญู  ผู้ไม่มีความ

              ต้องการในโลกทั้งปวง เราไม่มีความต้องการ

              ค่าจ้าง  แน่ะฝน  หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญ

              ตกลงมาเถิด.

           นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า

                      โคแก่   ลูกโคอ่อนที่ยังไม่ได้ฝึก    แม่

           โคที่มีครรภ์     ลูกโคหนุ่ม   แม่โคตัวปรารถนา

             ประเวณีก็มีอยู่   อนึ่ง    แม้โคที่เป็นเจ้าฝูงแห่ง

             โคก็มีอยู่     แน่ะฝน     หากว่าท่านปรารถนาก็

             เชิญตกลงมาเถิด.

           พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระคาถาตอบว่า

                        โคแก่     ลูกโคอ่อนที่ยังไม่ได้ฝึก

               แม่โคที่มีครรภ์    ลูกโคหนุ่ม   แม่โคที่ปรารถนา

            ประเวณีก็ไม่มี     อนึ่ง    แม้โคที่เป็นเจ้าฝูงแห่ง

            โคก็ไม่มี       แน่ะฝน     หากว่าท่านปรารถนาก็

               เชิญตกลงมาเถิด.

           นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า

                           เสาเป็นที่ผูกโคเราฝังไว้แล้ว    ไม่

              หวั่นไหว      เชือกสำหรับผูกพิเศษประกอบ

              ด้วยปมและบ่วงเราทำไว้แล้ว       สำเร็จด้วย

              หญ้ามุงกระต่าย  เป็นของใหม่   มีสันฐานดี

              สำหรับผูกโคทั้งหลาย   แม้โคหนุ่ม  ๆ  ก็ไม่

              อาจจะให้ขาดได้เลย   แน่ะฝน   หากว่าท่าน

              ปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด.

           พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระคาถาตอบว่า

                       เราจักไม่เข้าถึงการนอนในครรภ์อีก

             เหมือนโคตัดเชือกสำหรับผูกขาดแล้ว

             เหมือนช้างทำลายเถากระพังโหมได้แล้ว

             ฉะนั้น  แน่ะฝน  หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญ

             ตกลงมาเถิด.

                                        -------------------------

                      ฝนได้ตกเต็มทั้งที่ลุ่ม    ทั้งที่ดอน    ใน

             ขณะนั้นเอง     นายธนิยะคนเลี้ยงโค    ได้ยิน

             เสียงฝนตกอยู่        ได้กราบทูลเนื้อความนี้ว่า

             เป็นลาภของข้าพระองค์ไม่น้อยหนอ       ที่ข้า

              พระองค์ได้เห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า      ข้าแต่

            พระองค์ผู้มีจักษุ   ข้าพระองค์ขอถึง  พระองค์

            ว่าเป็นสรณะ      ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมหามุนี

             ขอพระองค์ทรงเป็นพระศาสดาของข้าพระ-

            องค์     ทั้งภริยาทั้งข้าพระองค์เป็นผู้เชื่อฟัง

            ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสุคต          ข้า-

             พระองค์เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งชาติ      และมรณะ

            จะเป็นผู้กระทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์ได้.

 

           มารผู้มีบาปได้กล่าวคาถาว่า

                          คนย่อมเพลิดเพลินเพราะอุปธิทั้ง

           หลาย   เปรียบเหมือนบุคคลผู้มีบุตร   ย่อม

           เพลิดเพลินเพราะบุตร    บุคคลมีโค    ย่อม 

           เพลิดเพลินเพราะโค ฉะนั้น   คนผู้ไม่มีอุปธิ

           ย่อมไม่เพลิดเพลินเลย.

 

           พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสพระคาถาตอบว่า

                     คนย่อมเศร้าโศกเพราะอุปธิทั้งหลาย

           เปรียบเหมือนบุคคลผู้มีบุตร   ย่อมเศร้าโศก

          เพราะบุตร   บุคคลผู้มีโค       ย่อมเศร้าโศก

            เพราะโค   ฉะนั้น    คนผู้ไม่มีอุปธิ    ย่อมไม่

               เศร้าโศกเลย.

                                                จบธนิยสูตรที่  ๒ 

 

  

ขอเชิญคลิกอ่านข้อความอธิบายจากอรรถกถา ได้ที่หัวข้อนี้ 

อรรถกถาธนิยสูตร [สุตตนิบาต]

 

...ขอความเจริญมั่นคงในกุศลธรรมจงมีแด่ทุกท่าน...



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 20 ม.ค. 2556

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ข้อความโดยสรุป

ธนิยสูตร

(ว่าด้วยการกล่าวโต้ตอบระหว่างนายธนิยะกับพระพุทธเจ้า)

     นายธนิยะพาโคจำนวน ๓๐,๐๐๐ ตัวออกไปเลี้ยง ณ สถานที่อันเป็นที่สะดวกสบายสำหรับโคเหล่านั้น  ทั้งหญ้าและ้น้ำ  โดยได้อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำแห่งหนึ่ง  เมื่อตนเองได้ทำกระท่อมมุงหลังคาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  ช่วงนั้นก็เป็นฤดูฝนพอดี  นายธนิยะก็ได้กล่าวว่า  ถ้าฝนอยากจะตกก็ตกลงมาเถิด   อันแสดงถึงการเตรียมพร้อมของตนเอง  

     พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน   ได้สดับเสียงของนายธนิยะด้วยทิพพโสตธาตุเพื่อประโยชน์แก่การที่จะทำการอุปการะเกื้อกูลแก่นายธนิยะและภรรยา   พระองค์จึงได้ตรัสโต้ตอบด้วยพระคาถาว่า 

                             เราเป็นผู้ไม่โกรธ  มีกิเลสดุจหลักตอปราศไปแล้ว      

                             เรามีการอยู่สิ้นราตรีหนึ่งที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี      

                             กระท่อมมีหลังคาอันเปิดแล้ว    ไฟดับแล้ว     

                             แน่ะฝน  หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด

เป็นต้น  ดังที่ปรากฏในพระสูตรและข้อความที่อธิบายในแต่ละพระคาถาก็ปรากฏอยู่ในอรรถกถาข้างต้น   โดยที่พระดำรัสของพระองค์ทรงแสดงให้เข้าใจถึงความเป็นจริงของธรรมประการต่างๆอย่างแท้จริง  ในที่สุดแห่งพระธรรมเทศนา  ทั้งนายธนิยะและภรรยาได้ขอถึงพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง  และขอบวชในพระพุทธศาสนา  และ  ในที่สุด  ทั้งสองท่านก็ได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรมถึงความเป็นพระอรหันต์ ดับกิเลสทั้งปวงได้อย่างหมดสิ้น.

                        ขอเชิญคลิกอ่านข้อความเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจยิ่งขึ้นได้ที่นี่ครับ                                      ตะปูตรึงใจ           

                                                             ถามเรื่องกิเลส

                                       ภัยเวรที่แท้จริงคืออะไร [ภัยภายใน...ตอนที่ ๑]       

                                                           โลภะ โทสะ โมหะ  

                                                    ไฟเสมอด้วยราคะ ย่อมไม่มี

                                                           กิเลสหมายถึงอะไร

                                                  กิเลสทุกชนิดย่อมเสียดแทงจิต

                                                    วัดความโกรธ [อักโกสกสูตร]                                                                                                     พระอรหันต์ปรินิพพาน   ฯลฯ

                                      ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...    

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 20 ม.ค. 2556

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
chatchai.k
วันที่ 20 ม.ค. 2556

กราบอนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
nong
วันที่ 21 ม.ค. 2556

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
j.jim
j.jim
วันที่ 21 ม.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
tanakase
วันที่ 21 ม.ค. 2556

กราบอนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 21 ม.ค. 2556

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
Wisaka
Wisaka
วันที่ 21 ม.ค. 2556

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
เซจาน้อย
วันที่ 23 ม.ค. 2556

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 25 ม.ค. 2556

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
natural
วันที่ 25 ม.ค. 2556

ขอบพระคุณและอนุโมทนาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ