ธรรมที่ควรยิ่งแก่การเริ่มเจริญปัญญา
 
dets25226
วันที่  21 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20206
อ่าน  1,184

สวัสดีครับ วันนี้ผมมีกุศลจิตที่ดีมาก มีสติมีปัญญาขั้นพิจารณานามรูป ซึ่งเป็นปัญญาขั้นแรก จึงเห็นว่ามีประโยชน์ ถ้าเราจะมาศึกษาเพื่อเจริญปัญญากันตั้งแต่ขั้นแรกๆ ก็จะดีไม่น้อยนะครับ สำหรับธรรมที่ช่วยให้เกิดปัญญา หรือเจริญปัญญา ก็คือ //nkgen.com/35.htm เมื่อเจริญแล้วก็ศึกษาทำความเข้าใจถึง... //nkgen.com/715.htm อ่าน เข้าใจ พิจารณา เจริญบ่อยๆ ครับ สาธุๆ

ธรรมไม่ใช่ข้อง่าย อย่าประมาทธรรมของพระพุทธเจ้านะครับ ให้ทุกวันทั้งชีวิต ทุกลมหายใจเติมเต็มด้วยสัมโพชฌงค์และปัญญาที่องค์บรมโลกนาถทรงสั่งสอนไว้ดีแล้วนะครับ ผมเพิ่งมีความคิดเห็นว่า ธรรมเป็นเรื่องของการละ คลาย ความยึดมั่น ถือผิด จริง ๆ ก็วันนี้ ที่ได้เจริญปัญญาขั้นแรกครับ อิอิ ฯ

ผู้ที่ได้ปัญญาแล้ว จะไม่มีความสงสัยใดเหลืออยู่เลย ผมเข้าใจอย่างนั้นครับ  


Tag  ตรัสรู้ ธรรมวิจยะ องค์ธรรม โพชฌงค์ โยนิโสมนสิการ

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

            ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

เรียนสนทนาด้วยครับ จากที่ลิ้งค์ที่ให้มานั้น แสดงถึงเรื่อง โพชฌงค์ 7 และ วิปัสสนาญาณ 16 ขั้น ธรรมเป็นเรื่องละเอียดลึกซึ้งครับ สำหรับ โพชฌงค์ คือ องค์แห่งการตรสรู้นั้น เป็นเรื่องของปัญญาระดับสูงมาก ไม่ใช่ปัญญาเบื้องต้น ที่จะทำให้ถึง โพชฌงค์ได้ครับ ต้องเป็นปัญญาที่มีกำลังมากแล้ว ถึงจะเป็นโพชฌงค์

    ซึ่งกระผมจะขอยกข้อความในแต่ละเรื่องและอธิบายให้เข้าใจว่าถูกต้องตรงตามพระธรรมวินัยที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงหรือไม่ครับ เพราะหากเข้าใจผิด อ่านในสิ่งที่แสดงผิดโดยไม่รู้ตัว ก็จะเข้าใจผิดและทำให้เข้าใจว่า ปัญญาเกิดแล้ว ลองค่อยๆอ่านพิจารณาเหตุผลนะครับ

     โพชฌงค์ คือ องค์แห่งการตรัสรู้นั้น เป็นเรื่องของปัญญาระดับสูงมาก  ดังนั้นองค์แต่ละองค์ในโพชฌงค์ 7 ก็ต้องมีความลึกซึ้งอย่างยิ่ง ประการแรก สติสัมโพชฌงค์ ก็ต้องเป็นสติปัฏฐานที่เกิดบ่อยจนมีกำลังแล้ว ทั่วทุกทวาร ทั้งทาง ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ จนชำนาญแล้ว จนสตินั้นมีกำลัง เป็นสติสัมโพชฌงค์ จึงเป็นเรื่องที่ไกล และยากมากครับ ซึ่งจากข้อความในลิ้งค์เรื่อง สติสัมโพชฌงค์ ที่กล่าวว่า ความระลึกได้ ความระลึกได้บ่อย ๆ ในกิจ (สิ่งที่ควร) ที่ทำมาไว้แล้ว ความไม่เผลอเรอ ความมีสติกํากับอยู่ในกิจ หรืองาน หรือธรรมที่ปฏิบัติ ....

       จากข้อความนี้ แสดงให้เห็นว่า สติสัมโพชฌงค์ เป็นเพียง สติขั้นคิดพิจารณาเท่านั้น ว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่  เป็นความไม่เผลอเรอ ซึ่งในความเป็นจริง สติสัมโพชฌงค์ไม่ใช่เป็นอย่างนั้นครับ เพราะสติสัมโพชฌงค์ จะต้องเป็นสติที่ระลึกถึงสภาพธรรม ที่มีกำลัง  ที่ระลึกมาบ่อยแล้ว โดยไม่ใช่การระลึกด้วย การคิด ไม่เผลอเรอ หรือ การรู้ว่ากำลังทำอะไร ก็ไม่ใช่ความหมายของสติเลยครับ ซึ่งต้องมีตัวธรรมให้สติระลึก ขณะนี้เอง โดยไม่ใช่การคิดนึกครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

  ธัมมวิจยะสัมโพชฌงค์  ที่ถูกต้อง ต้องเป็นปัญญา คือ ปัญญาระดับสูงมากที่รู้ความจริงของสภาพธรรมที่มีในขณะนี้ โดยไม่ใช่การคิดนึกครับ ซึ่งจากข้อความในลิ้ง แสดงเรื่องนี้ว่า...ธรรมวิจัย   ความสอดส่อง สืบค้นธรรม, การวิจัยหรือค้นคว้าธรรม การพิจารณาในธรรม อันครอบคลุมถึงการเลือกเฟ้นธรรมที่ถูกต้อง ดีงาม ถูกจริต และการค้นคว้า การพิจารณา การไตร่ตรองด้วยปัญญา หรือ การ  โยนิโสมนสิการ  ให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้อง อย่างแท้จริง ...

     เมื่ออ่านโดยพิจารณาละเอียด จะเห็นความจริงว่า ธัมมวิจยะ ในข้อความนี้    เป็นเพียงปัญญาที่ขั้นพิจารณาธรรมเท่านั้นครับ เป็นเพียงการคิดนึก และจากข้อความแสดงถึงเรื่อง ปัญญา กับ โยนิโสมนสิการว่า คือ สภาพธรรมเดียวกัน  ซึ่งไม่ตรงตามพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง ว่าในความเป็นจริง โยนิโสมนสิการ  และ ปัญญาเป็นสภาพธรรมคนละอย่างกันครับ

เชิญคลิกอ่านที่นี่ครับ...ขอเรียนถามเรื่องการทำโยนิโสมนสิการ                     โยนิโสมนสิการ 

   และจากที่ได้อ่าน องค์ของการตรัสรู้ในลิ้งในข้อต่าง ๆ ก็ยังเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่ถูกต้องไม่ว่า วิริยะ ก็จะต้องมีความเพียรที่จะต้องทำ มีตัวตนที่จะพยายาม ซึ่ง ขอให้เราเข้าใจพื้นฐานครับว่า ไม่ใช่ว่า การจะอบรมปัญญา ต้องค่อยๆ อบรมทีละโพชฌงค์แต่ละข้อ แต่เมื่อปัญญาเกิดรู้ความจริงที่มีกำลัง ก็มี สติ ด้วย มีปัญญา (ธัมมวิจยะ) วิริยะก็มีในขณะนั้น ไม่ต้องมาทำความเพียร มีปิติ มีอุเบกขา เป็นต้นในขณะนั้นครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
paderm
paderm
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

 ดังนั้นที่กล่าวมา โพชฌงค์เป็นเรื่องละเอียดและยากมาก เป็นปัญญาระดับสูง และการอ่าน ก็ต้องพิจารณาว่า สิ่งที่ได้อ่านถูกต้องหรือไม่ จึงต้องเริ่มจากการศึกษาพระธรรมเบื้องต้น แม้แต่คำว่า ธรรม คือ อะไร ไม่ต้องไปไกล เพราะอาจทำให้เข้าใจธรรมผิด อย่างเช่นในกรณีนี้ได้ รวมทั้ง วิปัสสนาญาณ ก็เป็นเรื่องของปัญญาระดับสูงมาก แม้แต่สติปัฏฐานก็ยาก และแม้แต่ความเข้าใจขั้นการฟัง ที่จะเข้าใจในเรื่องธรรม จึงไม่ต้องไปไกล เริ่มในหนทางที่ถูก ช้า ๆ ดีกว่าเข้าใจผิด คิดว่า เข้าใจแล้ว สติและปัญญาเกิดแล้ว สติและปัญญาเกิดได้อย่างไร หากความเข้าใจขั้นการฟังยังไม่ถูกต้องครับ ดังนั้น ขอให้กลับไปเริ่มที่ความเข้าใจเบื้องต้น แม้แต่คำว่าธรรมคืออะไร ไม่ต้องไปไกล แต่เริ่มให้ถูกครับ จะเป็นประโยชน์และไม่ทำให้เดินในหนทางที่ผิดครับ

 ที่สำคัญที่สุด คือ การเสพคุ้น ฟัง หรือ ศึกษา ในสิ่งที่แสดงผิด ย่อมทำให้ความเข้าใจ

คลาดเคลื่อนไป ควรพิจาณาด้วยปัญญาและงดเว้นจากศึกษา   ในหนทางที่ผิด   และ

กลับมาศึกษาเบื้องต้นในหนทางที่ถูกครับ  ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
dets25226
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

"รู้ธรรม ไม่ใช่การคิดนึกเอาเอง"

ผมเข้าใจถูกหรือไม่ครับ ธรรมที่ได้ยกขึ้นมาอธิบายนั้น เป็นของหลวงพ่อท่านหนึ่งได้อธิบายไว้ทั้ง ๒ เรื่องครับ ผมก็ไม่อาจเข้าใจเนื้อหาได้โดยละเอียด ดังที่ท่านอาจารย์ได้กรุณาอธิบายให้ได้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น 

จากข้อความข้างต้นที่ผมได้กล่าว และได้ฟังท่านอาจารย์อธิบาย ผมมีความเห็นว่า ผมมีความเข้าใจถึงสภาพธรรมผิดไปจริงๆ ไม่เข้าใจถึงสติ ไม่เข้าใจถึงปัญญาอย่างแท้จริง ทั้งไม่อาจมีสติและปัญญาจริงๆ ได้เลย จึงทำให้ผมเข้าใจได้ถึงสภาพธรรมที่กล่าวไว้นั้นว่า เป็นเพียงสัญญา หรือไม่ก็สังขารเท่านั้น

ผมอนุโมทนาข้อความของท่านอาจารย์ยิ่งครับ

จริงอยู่ ความเข้าใจถูกนั้น ต้องผิดก่อนเสมอ สาธุๆ 

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
paderm
paderm
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 4 ครับ

    ขออนุโมทนาด้วยครับ ขอให้เริ่มจากความเข้าใจถูกเบื้องต้นก่อน ผู้ที่มีความเห็นถูกย่อมรู้ว่าความเข้าใจผิดคืออย่างไร และเคยเข้าใจผิดอย่างไร  ซึ่งอาศัยการฟังพระธรรมที่ถูกต้อง ย่อมทำให้กลับมาสู่ความเห็นถูก และหลีกเลี่ยง ไม่เสพคุ้นกับธรรมที่ผิดครับ ธรรมจึงไม่ใช่เรื่องคิดเอง แต่อาศัยการฟังพระธรรมที่ถูกต้อง ย่อมน้อมไปสู่ความเห็นถูกครับ

ขออนุโมทนาในความเห็นถูกของ คุณ dets25226  ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น  ก่อนอื่นยังไม่ต้องไปถึงโพชฌงค์(องค์ธรรมที่ทำให้ถึงความตรัสรู้) ก็ได้ เพราะยังไม่ถึง   เป็นเรื่องที่ไกลมาก  ต้องเริ่มสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกตั้งแต่ต้น  เนื่องจากว่าปัญญาขั้นสูง ๆ    เป็นวิปัสสนาญาณขั้นต่าง ๆ จนสามารถรู้แจ้งอริยสัจจธรรมเป็นพระอริยบุคคลขั้นต่าง ๆ อันเป็นความสมบูรณ์พร้อมของปัญญาได้นั้น  ต้องเริ่มสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูก   เพิ่มพูนความมั่นคงในความเป็นจริงของสภาพธรรมตั้งแต่ในขณะนี้  เมื่ออบรมเจริญเหตุอย่างถูกต้อง คือการอบรมเจริญปัญญาสะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกไปตามลำดับ    ในที่สุดแล้ว ก็ย่อมจะมีโอกาสถึงขณะที่ปัญญาถึงความเจริญสมบูรณ์พร้อมได้  ที่สำคัญ คือ ธรรมเป็นอนัตตา   ไม่ใช่ไปทำอะไรด้วยความเป็นตัวตน หรือ ด้วยความเข้าใจผิด คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงของสภาพธรรม  ถ้าไปบังคับหรือ

ไปทำอะไรด้วยความเป็นตัวตน ด้วยความเห็นผิดเข้าใจผิดนั้น ไม่ใช่หนทางแล้ว  ย่อม

จะห่างไกลจากการรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง ออกไปทุกที ๆ ครับ                        ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
K
K
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

            การศึกษาสิ่งที่แสดงไว้ผิด และเผยแพร่คำสอนผิดๆนั้น มีโทษมาก เพราะจะทำให้มีความเห็นผิดที่มีกำลังมาก แม้คนส่วนมากมักชอบคำสอนที่ฟังง่าย แต่ความเรียบง่ายนั้นจะต้องถูกต้องด้วย ไม่ใช่ฟังง่ายแต่เป็นคำสอนที่ผิด อันเกิดจากความเข้าใจผิด หรือด้วยความเกียจคร้านที่จะศึกษาโดยละเอียด

            ผู้ที่สามารถถ่ายทอดความรู้ที่ละเอียดเป็นคำสอนที่ฟังง่ายๆได้นั้น จะต้องเป็นผู้มีปัญญา และศึกษาในศาสตร์นั้นอย่างแตกฉานแล้ว รวมทั้งมีทักษะในการใช้ภาษาและน้ำเสียงด้วย ซึ่งหาได้ยากในทุกยุคสมัย

            นับเป็นบุญที่เราได้สะสมไว้แล้ว จึงมีโอกาสได้เกิดมาพบกับการบรรยายธรรมของท่านอาจารย์สุจินต์ ซึ่งสามารถอธิบายพระธรรมที่แสนละเอียดได้ด้วยภาษาที่เรียบง่าย ไพเราะ และถูกต้อง  จึงไม่ควรประมาทในการศึกษาพระธรรมครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
pat_jesty
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

ขออนุโมทนาที่เป็นผู้ตรง ที่รู้ตัวว่าเข้าใจสภาพธรรมผิด จะได้แก้ไขได้ ด้วยการอบรม ด้วยการฟังธรรมะ เพราะความเข้าใจจะค่อย ๆ ละคลายความเห็นผิดค่ะ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
jaturong
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
เซจาน้อย
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
intra
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

ขอบคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ เมื่อได้มาฟังธรรมะท่านอาจารย์ สุจินต์ บรรยาย แม้จะสติไม่เกิดระลึกรู้สภาพธรรมแต่ก็รู้ได้ถึงความเข้าใจและยังไม่เคยคิดที่จะไปฟังที่ไหนอีกเลยค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 14  
 
surat
วันที่ 23 ธ.ค. 2554

ขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ