ปหาตัพพธรรม
 
gboy
วันที่  21 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20207
อ่าน  2,561

เรียนถามอาจารย์ เกี่ยวกับ ทัสสนปหาตัพพะกับภาวนาปหาตัพพะ

ว่ามีข้อที่เหมือนกันไหมครับ ขอบคุณครับ


Tag  กิเลส ปหาตัพพธรรม ภาวนาตัพพธรรม อกุศล

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

         ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

                ก่อนอื่นก็ต้องเข้าใจคำว่า ปหาตัพพธรรมก่อนครับ ว่าคืออะไรปหาตัพพธรรม คือ สภาพธรรมที่ควรละ อะไรที่ควรละ คือ สภาพธรรมที่เป็นกิเลสประการต่าง ๆ มี โลภะ โทสะ โมหะ เป็นต้น ดังนั้น อกุศลธรรม ที่เป็นกิเลสทั้งหมด เป็นปหาตัพพธรรม คือ เป็นสภาพธรรมที่ควรละ ละด้วยปัญญาครับ

                ส่วนคำว่า ทัสสนปหาตัพพะ กับ ภาวนาปหาตัพพะ คืออะไร ทัสสนปหาตัพพะ หมายถึง สภาพธรรมทั้งหลาย คือ กิเลสบางประการที่ละได้ด้วยโสดาปัตติมรรค ชื่อว่า ทัสสนปหาตัพพะ  ซึ่งสภาพธรรมคือ กิเลส ที่ละได้ด้วย โสดาปัตติมรรค ที่เป็นทัสสนปหาตัพพะ อันเป็นการละกิเลส คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา  สีพัตตปรามาส อคติ 4 เป็นต้น ที่ โสดาปัตติมรรคละได้แล้ว เรียกว่า  ทัสสนปหาตัพพะ  คือ สภาพธรรมทั้งหลายมีกิเลสประการ ที่ละได้ด้วยโสดาปัตติมรรคครับ

     ภาวนาปหาตัพพะ หมายถึง สภาพธรรมทั้งหลายที่เป็นกิเลสประการต่างๆ ที่ละได้ด้วย มรรค เบื้องบน 3 ประการ คือ  สกทาคามีมรรค อนาคามิมรรค อรหัตมรรค  สภาวธรรม คือ กิเลสประการต่างๆที่ถูกละได้ด้วย มรรค 3 เบื้องบน เรียกว่า ภาวนาปหาตัพพะครับ เช่น โลภะ ความพอใจในรูป เสียง กลิ่น รส เป็นต้น ความโกรธ ความไม่รู้ ความฟุ้งซ่าน มานะ เป็นต้น กิเลสที่เหลือเหล่านี้ ที่ถูกละ ด้วย มรรค 3 เบื้องบน  ชื่อว่า ภาวนาปหาตัพพะ  

    ดังนั้น ทัสสนปหาตัพพะกับภาวนาปหาตัพพะ เหมือนกัน ตรงที่เป็นสภาพธรรมที่ควรละ เหมือนกัน เพราะเป็นกิเลส เป็นสภาพธรรมที่ไม่ดีเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ ชนิดของกิเลสที่ละ ไม่เหมือนกัน ต่างกัน ตรงที่ระดับปัญญาที่ละ เพราะ ทัสสนปหาตัพพะ คือ สภาพธรรมที่ควรละ ที่ละกิเลส ด้วย ปัญญาที่เป็นโสดาปัตติมรรค แต่ ภาวนาปหาตัพพะ เป็น ปัญญาที่ละกิเลสประการต่างๆ ด้วย มรรค 3 เบื้องบน   มี สกทาคามีมรรค อนาคามิมรรคและอรหัตมรรค ครับ ขออนุโมทนา

พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๑ - หน้าที่ 187
ทสฺสเนน ปาตพฺพา ธมฺมา              ธรรมอันโสดาปัตติมรรคประหาร
ภาวนาย ปหาตพฺพา ธมฺมา            ธรรมอันมรรคเบื้องสูง ๓ ประหาร

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
jaturong
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

        ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

          สิ่งที่มีจริงทุกอย่างทุกประการ เป็นธรรม  เป็นสิ่งที่มีจริงแต่ละอย่าง ๆ โดยไม่ปะปนกันซึ่งไม่พ้นไปจากนามธรรม และรูปธรรมเลย  และมีจริงในขณะนี้ด้วย เมื่อกล่าวถึงธรรมที่พึงละ แล้ว  ย่อมหมายถึงอกุศลธรรมทุกประเภท  อกุศลธรรมเป็นธรรมที่ไม่ดีไม่งาม ไม่นำมาซึ่งประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งให้ผลเป็นทุกข์ ได้แก่ อกุศลจิตและเจตสิกที่เกิดร่วมด้วย    ดังนั้น สภาพธรรมที่โสดาปัตติมรรค   พึงละ [ทัสสนปหาตัพพธรรม] จึงหมายถึงกิเลสที่จะพึงดับได้ด้วยโสดาปัตติมรรคคือ ความเห็นผิดทุกประเภท  ความตระหนี่ ความริษยา  ความลังเลสงสัยในสภาพธรรม   เมื่อดับกิเลสประเภทดังกล่าวนี้ได้  ก็หมายถึงว่า ดับอกุศลจิตที่กิเลสนั้น ๆ เกิดร่วมด้วยได้ด้วยรวมไปถึงกิเลสที่อยู่ในฐานะเดียวกันกับกิเลสประเภทนั้น ๆ  ก็ไม่เกิดอีกด้วย เช่น  โสตาปัตติมรรค ดับความเห็นผิดได้   โลภมูลจิตที่ประกอบด้วยความเห็นผิด  ก็เป็นอันดับได้ด้วย  เพราะความเห็นผิด จะต้องเกิดร่วมกับโลภมูลจิตเท่านั้น  ไม่เกิดร่วมกับจิตประเภทอื่น   เมื่อความเห็นผิดถูกดับ  โลภมูลจิตประเภทที่ประกอบด้วยความเห็นผิด นี้ จึงถูกดับไปด้วย  

            สภาพธรรมที่มรรคเบื้องบน ๓ คือ สกทาคามิมรรค  อนาคามิมรรค และอรหัตตมรรค พึงละ  [ภาวนาปหาตัพพธรรม]  ก็โดยนัยเดียวกัน กล่าวคือ สกทาคามิมรรค ไม่ได้ทำกิจดับกิเลสใด ๆ เพิ่มเติมต่อจากโสตาปัตติมรรค แต่ได้กระทำโลภะและโทสะให้เบาบางลง,  อนาคามิมรรคดับความติดข้องยินดีพอใจในกาม ดับความโกรธ ได้ สำหรับ อรหัตตมรรคนั้น ดับกิเลสทั้งหมดที่ยังดับไม่ได้ด้วยมรรคเบื้องต่ำ ๓ คือดับโลภะที่เป็นความติดข้องในภพ  ดับมานะ (ความสำคัญตน)  ดับอุทธัจจะ (ความฟุ้งซ่านแห่งจิต) ดับอวิชชา ได้อย่างหมดสิ้น  ซึ่งก็หมายรวมถึงดับอกุศลจิตที่กิเลสประเภทนั้น ๆ เกิดร่วมด้วยได้ด้วย รวมไปถึงกิเลสที่อยู่ในฐานะเดียวกันทั้งหมด  ก็ดับได้ด้วย กิเลสอกุศลที่มีมาก ที่สะสมมาอย่างยาวนานในสังสารวัฏฏ์ จะถูกดับได้เมื่อมรรคจิตเกิดขึ้นทำกิจประหารกิเลส   ซึ่งดับได้ตามลำดับขั้น  ตั้งแต่โสตาปัตติมรรคจิต จนถึง อรหัตตมรรคจิต กิเลสใด ๆ ที่ดับได้แล้วก็จะไม่เกิดอีกในสังสารวัฏฏ์ ครับ                          
     
            ...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
เซจาน้อย
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

   ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
intra
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

ขอบคุณ และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
gboy
วันที่ 21 ธ.ค. 2554

ขออนุโมทนาและขอบคุณครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
JANYAPINPARD
JANYAPINPARD
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

ขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
daris
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

ขอกราบขอบพระคุณและอนุโมทนาอาจารย์ผเดิม อาจารย์คำปั่น

ผู้ตั้งคำถาม และผู้สนทนาทุกท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
pat_jesty
วันที่ 23 ธ.ค. 2554

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 23 ธ.ค. 2554

กิเลสถึงจะมีมากมาย    สะสมมานับชาติไม่ได้     แต่ก็ไม่มีกำลังเท่ากับกำลังของฝ่าย

กุศล  คือปัญญา   และพระอริยบุคคลเท่านั้นที่จะดับกิเลสได้ตามลำดับของปัญญาค่ะ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ