จิตพระโพธิสัตว์คือจิตเช่นใด มีคุณสมบัติอย่างไร
 
homenumber5
วันที่  22 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20211
อ่าน  15,154

เรียน ท่านวิทยากร
ฟังมาว่า พระมหาโพธิสัตว์สิทธัตถะนั้นจุติจากเทพบนชั้นดุสิตด้วยการรับเชิญ จากเทพพรหมเทวา และทรงปฏิสนธิด้วยจิตพระโพธิสัตว์ จึงใคร่ขอทราบรายละเอียดว่า
1. ที่ทราบมานี้ถูกผิดอย่างไรและ
2. จิตพระโพธิสัตว์เป็นจิตประเภทใด มีคุณสมบัติอย่างไร ต้องบำเพ็ญเพียรมาอย่างไร
3. พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องปฏิสนธิด้วยจิตพระโพธิสัตว์หรือไม่อย่างไร
ขออนุโมทนาค่ะ


Tag  ผู้ข้อง พระโพธิสตว์

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

     ทุกชีวิตก็คือ จิต เจตสิกและรูปที่เกิดขึ้นและดับไป ไม่พ้นไปจากสภาพธรรม แม้พระโพธิสัตว์ ก็คือ การเกิดขึ้น ประชุมรวมกันของสภาพธรรมที่เป็น จิต เจตสกิและรูป เช่นกันซึ่ง คำว่า พระโพธิสัตว์ หมายถึง สัตว์ แปลว่า ผู้ข้อง โพธิ คือ การตรัสรู้ พระโพธิสัตว์ ความหมาย คือ ผู้ที่ข้องอยู่ เพื่อการตรัสรู้ หรือ พูดง่ายๆ คือ ผู้ที่จะตรัสรู้ใน  อนาคตครับ ซึ่งการจะตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า  ก็ต้องบำเพ็ญบารมีคือ กุศลธรรมประการ ต่างๆ และปัญญาด้วย ดังนั้น ในแต่ละชาติที่เป็นพระโพธิสัตว์ ก็ต้องมีการกระทำกุศล มากมาย ที่ประกอบด้วยปัญญา ซึ่งคำว่า กุศล ก็ไม่พ้นจากสภาพธรรมที่เป็น จิตและ เจตสิกที่เกิดขึ้นและดับไป ซึ่ง สภาพธรรมที่เป็นจิต พระพุทธองค์แสดงครับว่า เป็น สภาพธรรมที่สะสม คือ สะสมทั้งกุศลธรรมและอกุศลธรรม ดังนั้น เมื่อพระโพธิสัตว์ บำเพ็ญบารมี คือกุศลธรรมประการต่างๆ จิตของพระโพธิสัตว์ จึงสะสมสิ่งที่ดี ที่เป็น กุศลธรรมมากมายเพื่อเป็นไปในการตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าครับ  ที่กล่าวมาเพื่อจะ  ตอบคำถามที่ว่า  จิตพระโพธิสัตว์เป็นจิตประเภทใด มีคุณสมบัติอย่างไร ต้องบำเพ็ญ เพียรมาอย่างไร  พระพุทธเจ้าทุกพระองค์ต้องปฏิสนธิด้วยจิตพระโพธิสัตว์หรือไม่ อย่างไรขอ  อนุโมทนาค่ะ         -------------------------------------------------------------------------------------

     จิตของพระโพธิสัตว์ ก็ต้องเป็นจิตที่ประกอบหรือสะสมคุณความดีไว้แล้วมากมาย จะกล่าวว่าเป็นจิตพิเศษก็ได้ โดยนัย สะสมบารมีมาเต็ม คุณความดีมาพร้อมที่จะตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า แต่เมื่อกล่าว โดยความเป็นสภาพธรรมที่เป็นจิตแล้วไม่ต่างกัน คือ เป็น สภาพรู้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นจิตประเภทไหน และของใครครับ และ ปฏิสนธิจิตของ พระโพธิสัตว์เมื่อเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ ก็ต้องเป็นจิตที่ปฏิสนธิด้วย มหากุศลวิบาก ญาณสัมปยุตต์ (ประกอบด้วยปัญญา) เป็นโสมนัสเวทนาและเป็นอสังขาริก คือ มีกำลัง นั่นเองครับ ดังนั้น พระโพธิสัตว์ ท่านก็ต้องบำเพ็ญบารมี 30 ทัศ คือ บารมี 10 มี บารมี อุปบารมี และปรมัตถบารมี รวมเป็น 30 ประการ ทุกๆพระองค์ แต่เราจะต้องเข้าใจว่า ไม่มีจิต พระโพธิสัตว์โดยเฉพาะต่างหาก แต่ก็เป็นจิตที่ประกอบด้วยปัญญา และสะสมคุณ ความดีมามากกว่าผู้อื่นนั่นเอง ในขณะที่ปฏิสนธิครับ ก็ต้องเป็นจิตที่ ปฏิสนธิ ด้วย 3 เหตุ คือ  อโลภะ อโทสะและอโมหะ ประกอบด้วยปัญญา เป็นมหากุศลญาณสัมปยุตต์ เป็นโสมนัสเวทนา และมีกำลังครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
paderm
paderm
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

พระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ในชาติสุดท้ายที่จะเป็นพระพุทธเจ้า จะต้องปฏิสนธิ ด้วย ติเหตุ และ เป็นมหาวิบากญาณสัมปยุตต์ เป็นโสมนัสเวทนา และมีกำลังครับ ทุกพระองค์ ครับ  และเมื่อปฏิสนธิจิตของพระโพธิสัตว์ดับไปในชาติสุดท้าย ก็มีจิตอื่น ที่สะสม คุณความดีไว้ ทีเป็นบารมีมาแล้ว จนบริบูรณ์ครับ ทุก ๆ พระองค์เป็นอย่างนี้ครับ และจากคำถามที่ว่า พระมหาโพธิสัตว์สิทธัตถะนั้นจุติจากเทพบนชั้นดุสิตด้วยการรับเชิญจากเทพพรหมเทวา และฟังมาว่าทรงปฏิสนธิด้วยจิตพระโพธิสัตว์ จึงใคร่ขอทราบรายละเอียดว่า ที่ทราบมานี้ถูกผิดอย่างไร ถูกต้องในบางส่วนครับ คือ เทวดาและพรหมทั้งหลาย อาราธนา พระโพธิสัตว์ ที่เป็น เทพบุตรบนสวรรค์ชั้นดุสิต ว่าเป็นเวลาที่สมควรแล้วที่จะบังเกิดบนโลกเพื่อตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้า แต่ ไม่ได้หมายความว่า มีจิต จำเพาะพิเศษที่เป็น จิตพระโพธิสัตว์ครับ  แต่ตามที่กล่าวแล้ว เป็นจิตที่ปฏิสนธิด้วย 3 เหตุ ประกอบด้วยปัญญา และ มหากุศลวิบากที่ ประกอบด้วยปัญญา โสมนัส และมีกำลัง เป็นเช่นนี้ทุกๆพระองค์ และเป็นจิตที่สะสมคุณ ความดีมามากแล้ว พร้อมที่จะตรัสรู้ครับ แต่ไม่มีจิตพิเศษที่เรียกว่า จิตพระโพธิสัตว์ครับ

ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น     
พระโพธิสัตว์  มี ๓ ประเภท คือ 
     สัพพัญญูโพธิสัตว์ หรือ สัมมาสัมพุทธโพธิสัตว์ คือ ผู้ที่บำเพ็ญพระบารมีมาเพื่อตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง แล้วสอนให้ผู้อื่นได้รู้ตาม 

     ปัจเจกโพธิสัตว์ คือ ผู้ที่บำเพ็ญพระบารมีเพื่อตรัสรู้เป็นพระปัจเจกพุทธเจ้า ตรัสรู้สภาพธรรมได้ด้วยตนเอง สาวกโพธิสัตว์ หรือ อนุพุทธโพธิสัตว์ คือ ผู้บำเพ็ญบารมี เพื่อตรัสรู้ธรรม เป็นสาวกของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สำหรับประเด็นคำถามที่ท่านผู้ถามได้ยกมานั้น มุ่งถึงสัพพัญญูโพธิสัตว์หรือสัมมาสัมพุทธโพธิสัตว์ ซึ่งเป็นผู้ที่ข้องอยู่ในการที่จะตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง (ความหมายของโพธิสัตว์) ไม่ได้ข้องอยู่ในรูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ  ลาภ ยศสรรเสริญ เป็นต้น แต่ข้องอยู่ในการที่จะได้ตรัสรู้สภาพธรรมที่มีจริง ตามความเป็นจริง พระองค์ต้องบำเพ็ญพระบารมีมาตลอดระยะเวลานานถึงสี่อสงไขยแสนกัปป์ ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนานมาก ซึ่งแต่ละขณะชีวิตของพระองค์ที่ดำเนินไปนั้น ก็เป็นจิตแต่ละขณะ ๆ เกิดดับสืบต่อกันอย่างไม่ขาดสาย แต่เป็นไปกับด้วยการสะสมบารมีประการต่าง ๆ จนกว่าจะถึงความบริบูรณ์สมบูรณ์พร้อมในที่สุด ในพระชาติที่เป็นเสตเกตุเทพบุตรในสวรรค์ชั้นดุสิตนั้น สืบต่อจากพระชาติที่เป็นพระเวสสันดร เมื่อถึงเวลาอันสมควรที่จะจุติเคลื่อนจากความเป็นเสตเกตุเทพบุตร เพื่อเกิดในโลกมนุษย์และจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต่อไป เทวดาและพรหมทั้งหลายก็กราบทูลอาราธนาให้ทรงทราบ เมื่อพระองค์เคลื่อนจากความเป็นเทพบุตร จุติจิตเกิดแล้วดับไป  

เป็นปัจจัยให้ปฏิสนธิจิต เกิดสืบต่อทันที เป็นวิบากจิต อันเป็นผลของมหากุศล ที่ประกอบด้วยเหตุทั้ง ๓ คือ อโลภเหตุ อโทสเหตุ และ อโมหเหตุ คือ ปัญญา ซึ่งจะทำให้พระองค์ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในอนาคต  เพราะผู้ที่ตรัสรู้สภาพธรรมตามความเป็นจริงได้นั้น  ต้องปฏิสนธิ ด้วยเหตุ ๓ เท่านั้น  ซึ่งก็เป็นธรรมที่มีจริง ไม่มีสัตว์ ไม่มีบุคคล ไม่มีตัวตน เนื่องจากเป็นจิตของบุคคลที่มีการสะสมบารมีมาเพื่อที่จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงมีการกล่าวเรียกด้วยโวหารเพื่อให้เข้าใจกันว่าหมายถึงจิตของพระโพธิสัตว์ ไม่ใช่จิตของผู้อื่น เพราะแต่ละคนก็เป็นแต่ละหนึ่ง ไม่ปะปนกัน  สำคัญอยู่ที่ความเข้าใจที่ถูกต้อง ว่า  มีแต่ธรรม เท่านั้นที่เกิดขึ้นเป็นไป คน สัตว์  บุคคล ตัวตน ไม่มี ครับ.                              
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
เซจาน้อย
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
orawan.c
orawan.c
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
pat_jesty
วันที่ 23 ธ.ค. 2554

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 23 ธ.ค. 2554

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
วิริยะ
วันที่ 26 ธ.ค. 2554

ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
jaturong
วันที่ 9 ก.พ. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ