ธรรมานุปัสสนา
 
gboy
วันที่  22 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20215
อ่าน  3,625

ขอเรียนถามอาจารย์เรื่องธรรมานุปัสสนา หมวดอริยสัจ 4 ว่าพิจารณาอย่างไร เช่นพิจารณาตามไตรลักษณ์เหมือนหมวดขันธ์ 5  หรือพิจารณาตามอาการ 12 จึงจะถูกต้องครับ
ขอบคุณครับ


Tag  ธัมมานุปัสสนา สติปัฏฐาน

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

         การเจริญสติปัฏฐาน เป็นสิ่งที่ละเอียด ลึกซึ้ง ซึ่งจะต้องเริ่มจากความเข้าใจถูกเบื้องต้น ถึงความเป็นอนัตตาของสภาพธรรมก่อนครับ ก่อนอื่น สภาพธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ สติและปัญญาที่เป็นสติปัฏฐานก็เป็นธรรม จึงเป็นอนัตตาด้วย คือ ไม่สามารถบังคับให้สติและปัญญาเกิดได้ตามใจชอบและไม่สามารถบังคับให้สติและปัญญา ที่เป็นสติปัฏฐานเกิดโดยเลือกสภาพธรรม ว่าจะให้เกิด เลือกสภาพธรรมนี้ หมวดนี้ได้เลยครับ เป็นอนัตตาทั้งสิ้น ที่สำคัญที่สุดการเจริญสติปัฏฐานไม่ใช่เรื่องการพิจารณาด้วยการคิดนึก เช่น พิจารณาขันธ์ 5 โดยอาการต่างๆ โดยการคิดนึก เพราะขณะที่คิดพิจารณาเป็นเรื่องราว ว่า ขันธ์ 5 ขันธ์ แต่ละอย่าง ไม่ใช่เราแต่ขณะนั้น ก็ไม่ได้รู้ลักษณะของขันธ์ ของสภาพธรรม ที่มีลักษณะที่กำลังปรากฎในขณะนั้นว่าไม่ใช่เราครับ ดังนั้น สติปัฏฐาน จึงเป็นปัญญาระดับสูง ที่จะต้องรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฎในขณะนี้ โดยไม่ใช่ขณะที่คิดนึก พิจารณาเรื่องราวครับ

     เมื่อเราเข้าใจเบื้องต้นว่า สติปัฏฐาน ไม่ใช่การคิดนึกพิจารณาเป็นเรื่องราวและสติปัฏฐานก็เป็นอนัตตา บังคับให้เกิด หรือ เลือกหมวดก็ไม่ได้ แล้วแต่สติ ที่เป็นอนัตตาก็จะเข้าใจการเจริญสติปัฏฐาน แม้ในหมวดต่าง ๆ  ที่พระพุทธองค์แสดงไว้ เป็น 4หมวดว่า สติและปัญญาก็ต้องรู้ลักษณะของสภาพธรรม ไม่พ้นไปจาก 4 หมวดนี้เลยเพียงแต่ว่า แล้วแต่สติว่าจะระลึกลักษณะของสภาพธรรมอะไร หมวดใดก็ได้ครับ ซึ่งขณะที่สติเกิดระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรม  ที่เป็นอริยสัจจะ เช่น สติและปัญญาเกิดรู้ความจริงของสภาพธรรมที่เป็นทุกขอริยสัจจะ  คือ สภาพธรรมที่มีจริง ก็คือขันธ์ 5 นั่นเอง ยกเว้นโลภะ ที่เป็นทุกขสมุทัย  ซึ่งขณะที่สติเกิดระลึกลักษณะของสภาพธรรมที่มีจริง ไม่ว่าสภาพธรรมใด สภาพธรรมหนึ่งที่มีลักษณะ และรู้ลักษณะและปัญญาก็รู้ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา  ขณะนั้น ก็เป็นการรู้ ทุกขอริยสัจจะในขณะนั้นแล้ว และขณะนั้นก็ไม่ต้องเรียกชื่อว่าเป็นหมวดอะไร  บรรพไหน แต่สติและปัญญาก็เกิดรู้ความจริงในขณะนั้นครับ และตามที่กล่าวแล้ว การเจริญสติปัฏฐานไม่ว่าหมวดใดแต่หมวด ธัมมานุปสัสสนา ที่เป็น อริยสัจจะ ก็ไม่ใช่การให้คิดพิจาณาอย่างไร  เพราะไม่ใช่การคิดนึก แต่ต้องเป็นการระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่มีจริงว่าเป็นธรรมไม่ใชเรา ขณะนั้น จึงชื่อว่า รู้ทุกขอริยสัจจะครับ ในขณะที่สติระลึกรู้ลักษณะของโลภะก็เป็นการรู้ ทุกขสมุทัยสัจจะ เป็นต้นครับ

     การเจริญสติปัฏฐาน จึงจะต้องเริ่มจากความเข้าใจถูกเบื้องต้น เริ่มจากคำว่าธรรมคืออะไร และเข้าใจความเป็นอนัตตา เมื่อเข้าใจถูก จึงไม่มีตัวตนที่จะไปพิจารณาไปพยายามระลึก ที่จะทำสติปัฏฐาน แต่อาศัยการฟัง ศึกษาในเรื่องสภาพธรรม ก็จะถึงการรู้ความจริงที่ปรากฎในขณะนี้ ว่าเป็นธรรมไม่ใช่เรา โดยรู้ตรงลักษณะ    ไม่ใช่การคิดพิจารณาครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 22 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น         

     ธรรมที่พระพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง เป็นสิ่งที่มีจริง เป็นปรมัตถธรรมเมื่อเป็นสิ่งที่มีจริง มีลักษณะให้รู้ได้นั้น ก็เป็นที่ตั้งให้สติปัฏฐานเกิดขึ้นระลึกรู้ตามความเป็นจริงได้  สำคัญที่ความเข้าใจถูกเห็นถูกว่ามีเพียงพอที่จะให้สติปัฏฐานเกิดหรือไม่ไม่ใช่เรื่องบังคับบัญชา  เพราะบังคับบัญชาไม่ได้ ธรรมเป็นอนัตตาไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น  ทั้งสติ ทั้งปัญญา  ก็เป็นเช่นนี้ เกิดขึ้นเป็นไปตามเหตุตามปัจจัย การเจริญสติปัฏฐาน ไม่ใช่เรื่องไปเจาะจงอารมณ์ เพราะเหตุว่าสภาพธรรมใดปรากฏ ก็ระลึกรู้สภาพธรรมนั้น ในขณะที่ระลึกรู้นั้นก็ระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมนั้น ๆ ซึ่งไม่พ้นไปจากกาย เวทนา จิต และธรรม ซึ่งเป็นปรมัตถธรรมทั้งสิ้น 

     สภาพธรรมใด ๆ ก็ตามที่ปรากฏ อันนอกเหนือไปจากกาย เวทนา จิตแล้ว นอกนั้นเป็นธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน ทั้งหมด เช่น สี ลักษณะที่ปรากฏทางตา สี เสียงลักษณะที่ปรากฏทางหู กลิ่นลักษณะ ที่ปรากฏทางจมูก รส ลักษณะที่ปรากฏทางลิ้น เป็นต้น [ซึ่งเป็นทุกขสัจจ์] เป็นสภาพธรรมที่กำลังปรากฏ ถ้าสติปัฏฐานเกิดระลึกรู้สภาพธรรมเหล่านี้ ก็เป็นธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน โดยที่ไม่ใช่เรื่องคิดเลยว่าจะพิจารณาอย่างไร แต่สติเกิดขึ้นระลึกรู้ตรงลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง ทั้งหมดนั้น เป็นเรื่องของความเข้าใจถูกเห็นถูกตั้งแต่ต้น ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม    ไม่ได้สะสมความเข้าใจถูกเห็นถูกในเรื่องของสภาพธรรมให้เข้าใจจริง ๆ แล้ว ย่อมไม่มีเหตุที่สติปัฏฐานจะเกิดได้เลย ที่สำคัญที่สุด จะขาดการฟังพระธรรมไม่ได้เลยทีเดียว  ครับ.
ขอเชิญคลิกฟังคำบรรยายของท่านอาจารย์สุจินต์  บริหารวนเขตต์ ได้ที่นีครับ 
พิจารณาธัมมานุปัสสนาทำอย่างไร
 
...ขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
เซจาน้อย
วันที่ 23 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
gboy
วันที่ 23 ธ.ค. 2554

ขอบคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 23 ธ.ค. 2554

ถ้าเข้าใจกายานุปัสสนา ก็นัยเดียวกันกับธรรมานุปัสสนา เช่น ขณะที่สติปัฏฐานเกิดก็แล้วแต่สติเกิดระลึกที่นามใดนามหนึ่ง หรือ รูปใดรูปหนึ่ง ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน ทั้งหมดนี้ไม่พ้นไปจากสติปัฏฐานทั้ง 4 ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 3 มี.ค. 2556

ขอบพระคุณ และกราบอนุโมทนาในพระธรรมครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ