บุคคลคนเดียวที่เกิดขึ้นแล้วยังความพินาศแก่โลกเป็นต้น
 
pirmsombat
วันที่  24 ธ.ค. 2554
หมายเลข  20219
อ่าน  1,622

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
เชิญคลิกอ่านที่นี่  วรรคที่ ๓.. บุคคลคนเดียวที่เกิดขึ้นแล้วยังความพินาศแก่โลกเป็นต้น



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

    ในความเป็นจริง มีแต่สภาพธรรม ไม่มีสัตว์ บุคคล ไม่มีตัวตน ดังนั้น บุคคลที่ทำให้โลกพินาศ ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลกับสัตว์ทั้งหลาย ก็เพราะมีสภาพธรรมที่ไม่ดีเกิดขึ้นนั่นก็คือ ความเห็นผิด

     ความเห็นผิด เมื่อเกิดขึ้น ย่อมไม่เป็นประโยชน์กับจิตนั้นและไม่เป็นประโยชน์กับผู้ที่เกิดความเห็นผิด นำมาซึ่งความพินาศกับตนเองก่อน เพราะเมื่ิอมีความเห็นผิด ก็มีการกระทำทางกาย วาจาที่ผิดและคิดนึกก็ผิด ปฏิบัติผิดด้วย เมื่อทำอกุศลกรรมประการต่างๆก็ย่อมไม่พ้นจากอบาย ได้เลยและก็ไม่มีทางที่จะพ้นจากสังสารวัฏฏ์ การเวียนว่ายตายเกิดได้ครับ

       แต่เมื่อความเห็นผิดมีกำลังมาก ไม่ใช่เพียงมีความเห็นผิดด้วยตนเองเท่านั้น ยังชักชวน แนะนำผู้อื่นในทางที่ผิด ด้วยความเห็นผิดนั้น ผู้ที่ปฏิบัติตามและเชื่อในคำนั้น ก็ย่อมเห็นผิดตามไปด้วย  จึงทำให้สัตว์โลกมากมาย ที่มากไปด้วยกิเลสอยู่แล้วและจิตใจก็ย่อมไหลไปในทางอกุศลได้ง่ายเป็นปกติอยู่แล้ว ก็ไหลไปกับความเห็นผิดหลงยึดถือในสิ่งที่ผิดว่าถูก และก็มีการแนะนำเผยแพร่ในสิ่งที่ผิดมากมาย ทำให้สัตว์โลก ผู้ที่มืดบอดอยู่แล้ว ก็มืดบอดซ้ำ จมลงไปในความเห็นผิด มีจำนวนมากมายครับ 

ดังนั้น บุคคลคนเดียวที่มีความเห็นผิด ก็ย่อมทำให้โลกพินาศ ไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลกับสัตว์โลกอันมากด้วยประการฉะนี้ครับ ผู้ที่ชักชวนในหนทางที่ผิด และผู้ที่ปฏิบัติตาม จึงบาปมากครับ 

       ส่วนบุคคลคนเดียวที่เกิดมาในโลกแล้ว ย่อมเป็นประโยชน์เกื้อกุลแก่สัตว์โลกมากมาย คือ พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะพระองค์แสดงความจริง ให้สัตว์โลกเกิดความเห็นถูกและสามารถละกิเลส พ้นจากกองทุกข์ได้ครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
pamali
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น...... กราบเท้าท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ผู้ซึ่งยังให้บุคคลจำนวนมากมาย..... ได้รับฟังพระธรรมคำสั่งสอนที่ถูกต้อง ตรง และชัดแจ้งเป็นจริง เพื่อละความยึดถือตัวตน ..ละอกุศล เห็นโทษของอกุศล และเห็นประโยชน์ของกุศลกรรม  ขอกราบเท้าอนุโมทนาในกุศลจิตของท่านอาจารย์ฯ และทุกๆท่านค่ะ....สาธุ..

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น     
เพราะมีความเห็นผิดเกิดขึ้นเป็นไป จึงเรียกบุคคลนั้นว่า เป็นบุคคลผู้มีความเห็นผิดเป็นผู้ที่มีความเห็นที่ไม่ตรง คลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงของสภาพธรรม เมื่อเห็นผิดแล้ว ทุกอย่างก็ผิดไปหมด ความประพฤติเป็นไปทางกาย ทางวาจา และทางใจก็ย่อมผิดไปด้วย คล้อยตามความเห็นที่ผิด คนที่มีความเห็นผิด ก็จะแนะนำผู้อื่นไปในทางที่ผิดไปด้วย  เพราะคำสอนของบุคคลประเภทนี้  มีเพียงความเห็นผิดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น  ทำให้ผู้อื่นมีความเห็นผิดตามไปด้วย  เพิ่มพูนกิเลสอกุศลให้มีมากขึ้น ทำให้ยากที่จะพ้นไปจากสังสารวัฏฏ์ไปได้ ขณะที่เผยแพร่ความเห็นผิดนั้นเปรียบเหมือนกับการหว่านหนาม และ การกระจายยาพิษ ซึ่งมีแต่จะทำให้เกิดทุกข์โทษภัยมากมายในวงกว้างเท่านั้น ซึ่งแตกต่างไปจากบุคคลผู้ที่มีปัญญาอย่างสิ้นเชิงบุคคลผู้มีปัญญา มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอริยสงฆ์สาวก เป็นต้น ย่อมเกิดขึ้นมาในโลกเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่ผู้อื่น อย่างแท้จริง แนะนำแต่สิ่งที่ดีงาม ให้ตั้งอยู่ในธรรมอันงาม  แสดงสิ่งที่มีจริงให้ผู้อื่นได้เข้าใจ ตามความเป็นจริง ไม่เคยนำความทุกข์ความเดือดร้อนมาให้แก่ผู้อื่นเลยแม้แต่น้อย ครับ 
...ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณหมอและทุก ๆ ท่านด้วยครับ... 

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
pirmsombat
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

.ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของคุณคำปั่นและทุก ๆ ท่านด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

[๒๐๓] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนคูถแม้เพียงเล็กน้อยก็มีกลิ่นเหม็น ฉันใด ภพแม้เพียงเล็กน้อยก็ฉันนั้นเหมือนกัน เราไม่สรรเสริญ โดยที่สุดแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือเดียวเลย.

[๒๐๔] ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เปรียบเหมือนมูตร... น้ำลาย...หนอง... เลือดแม้เพียงเล็กน้อย ก็มีกลิ่นเหม็น แม้ฉันใด ภพแม้เพียงเล็กน้อยก็ฉันนั้นเหมือนกัน เราไม่สรรเสริญ โดยที่สุดแม้ชั่วกาลเพียงลัดนิ้วมือเดียวเลย.

คำว่า "ภพแม้เพียงเล็กน้อย" ท่านหมายเอาถึงสิ่งใดครับ
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาคุณหมอและทุกๆ ท่านครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
paderm
paderm
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 5 ครับ

     พระพุทธเจ้าทรงแสดงในเรื่อง ภพแม้เพียงเล็กน้อย คือ พระองค์ไม่สรรเสริญ ภพแม้เพียงเล็กน้อย ในที่นี้หมายถึง การถือปฏิสนธิ เกิดขึ้นในภพภูมิใด ภพภูมิหนึ่ง แม้จะเป็นสุทธาวาสภูมิของพระอนาคามี พระอรหันต์ หรือไม่ว่าจะในภพภูมิใด เพียงการเกิดขึ้นเท่านั้น แม้เเพียงจะมีอายุสั้นๆ เล็กน้อย เพียงระยะเวลาเล็กน้อย เพียงลัดนิ้วมือเดียว พระพุทธเจ้า ก็ไม่ทรงสรรเสริญครับ  เพราะยังเป็นไปกับการเกิด การเวียนว่ายตายเกิดนั่นเอง ยังเป็นทุกข์อยู่ ไม่ใช่ ความสุขที่แท้จริงคือ การไม่เกิดอีกของสภาพธรรมที่เป็นพระนิพพานครับ ดังอรรถกถา อธิบายไว้ครับ

     บทว่า อปฺปมตฺตกํปิ ภวํ น วณฺเณมิ ความว่า เราไม่สรรเสริญการถือปฏิสนธิในภพชั่วกาลเวลาเล็กน้อย. บัดนี้ เมื่อจะทรงแสดงการเปรียบเทียบกาลเวลานั้น จึงตรัสว่า โดยชั้นที่สุดแม้ชั่วกาลเวลาลัดนิ้วมือ ดังนี้. ในคำนี้ท่านอธิบายว่า ชั่วกาลเวลาแม้สักว่าเอานิ้ว ๒ นิ้ว มารวมกันแล้วก็ดีดแยกออกเป็นกำหนดอย่างต่ำที่สุด. คำที่เหลือในที่ทุกแห่งมีความง่ายทั้งนั้นแล.
---------------------------------------------------------------------------------
     ซึ่งในคาถาธรรมบท มีเรื่องที่พระภิกษุผู้เป็นพระอนาคามี ยินดีเพียงคุณธรรมนั้น เพราะสำคัญว่าจะเกิดอีกไม่นาน คือจะเกิดในภพภูมิข้างหน้า และไม่นานก็ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์ พระพุทธเจ้า ทรงติเตียนถึง เรื่องที่ หากมีการเกิด ถือ ปฏิสนธิ แม้เพียง กาลเวลาเล็กน้อย(ภพแม้เพียงเล็กน้อย) พระองค์ก็กล่าวว่าไม่ดี ไม่สรรเสริญ เปรียบเหมือนอุจจาระ แม้เพียงเล้กน้อย ก็เหม็น ฉันใด ภพแม้เพียงเล็กน้อย คือ หากมีการเกิดขึ้นของสภาพธรรม ไม่ว่าภพภูมิใด แม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่ดี เพราะยังเป็นไปกับการเกิด ไม่ใช่ความสุข คือ ความไม่เกิดครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
ผู้ร่วมเดินทาง
ผู้ร่วมเดินทาง
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ช่างต่างกับเราปุถุชนที่ยังยินดีในภพที่ดีที่สูงขึ้นเป็นอย่างมากเลยนะครับ
ขอบพระคุณและขออนุโมทนาอาจารย์ผเดิมมากครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
เซจาน้อย
วันที่ 24 ธ.ค. 2554

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
kinder
วันที่ 25 ธ.ค. 2554
ขออนุโมทนาครับ
 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
intra
วันที่ 25 ธ.ค. 2554

การตั้งความหวังในภพภูมิที่ดีก็ยังเป็นการไม่ถูกใช่หรือเปล่าค่ะ
ขอบคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
paderm
paderm
วันที่ 25 ธ.ค. 2554

เรียนความเห็นที่ 10 ครับ

การตั้งความหวังในภพภูมิที่ดีก็ยังเป็นการไม่ถูกใช่หรือเปล่าค่ะ
     ขณะที่ตั้งความหวัง เป็นอกุศลธรรม คือ โลภะ ซึ่งมีเหตุปัจจัยก็เกิดขึ้นเป็นธรรมดาเพราะสัตว์ทั้งหลาย รักสุข เกลียดทุกข์ โลภะ คือ ความหวังในการเกิดในภพภูมิที่ดีก็เป็นโลภะ ที่เกิดขึ้นเป็นธรรมดา ดังนั้น โลภะ จะกล่าวว่าดีไม่ได้  เพราะเป็นอกุศลธรรมครับ ซึ่ง ในพระไตรปิฎกแสดงว่า ผู้ที่ทำบุญ ปรารถนาวัฏฏะ คือ ปรารถนาเกิดในภพภูมิที่ดี เป็น มิจฉาปฏิปทา คือ เป็นหนทางที่ผิด เพราะบุญนี้ไม่สามารถทำให้ดับกิเลสได้ครับ  ส่วนบุญใด น้อมไปเพื่อการดับกิเลส ไม่เกิดอีก น้อมไปในนิพพาน  บุญ หรือ การกระทำนั้น เป็นสัมมาปฏิปทา  เป็นหนทางที่ถูก ที่ชอบครับ

ขออนุโมทนา

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ อรรถกถาปฏิปทาสูตรที่  ๓ - หน้าที่ 36 

     สิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งบุคคลปรารถนาวัฏฏะกล่าวคือภพ ๓ ปฏิบัติ โดยที่สุดอภิญญา ๕หรือสมาบัติ ๘ สิ่งทั้งหมดเป็นไปในฝ่ายวัฏฏะ. จัดเป็นมิจฉาปฏิปทาเพราะถือวัฏฏะเป็นสำคัญ. สิ่งใดสิ่งหนึ่งอันบุคคลปรารถนาวิวัฏฏะ คือ พระนิพพาน ปฏิบัติ โดยที่สุดถวายทานเพียงข้าวยาคูกระบวยหนึ่งก็ดี เพียงถวายใบไม้กำมือหนึ่งก็ดี สิ่งทั้งหมดนั้นจัดเป็น สัมมาปฏิปทาโดยแท้เพราะเป็นฝ่ายวิวัฏฏะ 

 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
สมศรี
วันที่ 25 ธ.ค. 2554

การได้สมาคมกับกัลยาณมิตร จึงเป็นมงคลยิ่งที่จะได้รับคำแนะนำประโยชน์สูงสุดมา สู่ชีวิตที่เป็นสัมมาทิฏฐิ และตั้งอยู่ในพระสัทธรรมอย่างมั่นคง กราบขอบพระคุณและ  อนุโมทนาท่านอาจารย์สุจินต์ คณะวิทยากร และท่านผู้มีกุศลจิตทุกท่าน

 
  ความคิดเห็นที่ 13  
 
captpok
วันที่ 1 ม.ค. 2555

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ