สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ 7

 
kanchana.c
วันที่  20 ธ.ค. 2553
หมายเลข  17641
อ่าน  3,950

ตอนแรกไม่กล้าลงข้อความยาวๆ แต่อ่านเรื่องของคุณวันชัยแล้วยาวเหมือนกัน ก็ไม่มีปัญหา เลยขอลงอีกตอนหนึ่งให้จบเลยจะดีกว่า ข้อความบางข้อความแปลแล้วอ่านเองยังไม่เข้าใจ เลยไม่แปลค่ะ ทราบว่า มูลนิธิฯ มีนักแปลมืออาชีพหลายคน เช่น คุณธีรพล วงษ์พุฒ เป็นต้น ท่านจะช่วยแปลให้ค่ะ ขออนุโมทนาและขอบคุณแทนผู้อ่านด้วยค่ะ สำหรับภาษาบาลีที่เขียนด้วยภาษาอังกฤษนั้น ถ้าใช้ font p charter แล้วจะต้องตรงตามที่เป็นค่ะ

We are cut up with sammuti sacca when there is no awareness of thinking.

เราพ่ายแพ้ต่อสมมติสัจจะ เมื่อไม่มีสติขณะคิดนึก

There are different conditions for different nåma and rúpa. With more understanding of different conditions you will see there is no self.

เหตุปัจจัยต่างกันทำให้เกิดนามรูปที่ต่างกัน เมื่อมีความเข้าใจเรื่องเหตุปัจจัยที่ต่างๆ กันมากขึ้น ก็จะเห็นความไม่ใช่ตัวตน

It needs right understanding to know whether this moment is kusala or akusala.

ต้องอาศัยความเข้าใจถูก จึงจะรู้ว่า ขณะนี้เป็นกุศลหรืออกุศล

In a day we can see that there are more moments of akusala than kusala.

ในวันหนึ่งๆ เราสามารถเห็นได้ว่า ขณะที่เป็นอกุศล มากกว่า ขณะที่เป็นกุศล

It is not in the texts, but it is now at the moment of right understanding.

(ธรรม) ไม่ได้อยู่ในตำรา แต่เป็นเดี๋ยวนี้ ขณะที่เข้าใจถูก

When one thinks “I am aware”, it is not right awareness.

เมื่อคิดว่า “ฉันมีสติ“ นั่นไม่ใช่สัมมาสติ

When it is not right awareness, it cannot be accompanied by right understanding.

เมื่อไม่ใช่สัมมาสติ ก็ไม่สามารถเกิดร่วมกับความเข้าใจถูกได้

Whenever right awareness arises, it is aware before there is time to think “I am aware.”

เมื่อใดที่สัมมาสติเกิด จะระลึกก่อนเวลาที่จะคิดว่า “ฉันมีสติ”

When one says it is hearing, does one know anything about hearing? It is a reality sometimes very hard to be experienced.

เมื่อพูดว่า กำลังได้ยิน มีใครรู้ลักษณะของการได้ยินหรือไม่? บางครั้งสภาพธรรม ก็ยากมาก ที่จะรู้ได้

When there is no awareness, right understanding cannot grow.

เมื่อไม่มีสติ ความเข้าใจถูกก็ไม่สามารถเกิดได้เลย

When there is no awareness, no understanding, no learning, there is no developing or seeing realities as they are.

เมื่อไม่มีการระลึกรู้ ไม่มีความเข้าใจ ไม่มีการศึกษา ไม่มีการอบรมเจริญหรือ ไม่เห็นสภาพธรรมตามความเป็นจริง

It is very confusing if there is no understanding of the development of vipassanå.

เมื่อไม่เข้าใจเรื่องการอบรมเจริญวิปัสสนา จะสับสนมาก

It is very natural in daily life, the teachings of the Buddha.

พระธรรม คำสอนของพระผู้มีพระภาคนั้น เป็นธรรมชาติมากในชีวิตประจำวัน

One cannot get away from thinking of people, so in many suttas the Buddha taught people to develop the four Brahma vihåras.

ไม่มีใครหนีพ้นการคิดนึกถึงสัตว์บุคคลได้ ดังนั้นในหลายสูตร พระผู้มีพระภาคทรงสอนให้เจริญพรหมวิหาร

At the moment of considering someone’s death, there can be the conditioned for calmness instead of trying to force calmness by thinking of different objects.

ขณะที่พิจารณาถึงความตายของคนอื่น เป็นปัจจัยให้ความสงบเกิดขึ้นได้ แทนที่จะ พยายามบังคับให้สงบโดยนึกถึงอารมณ์อื่น

Does visual object appear as just visual object now? It cannot appear as visual object to moha.

สิ่งที่ปรากฏทางตาเป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏทางตาในขณะนี้หรือไม่ สิ่งที่ปรากฏทางตา ไม่สามารถปรากฏว่า เป็นสิ่งที่ปรากฏทางตากับโมหะ

By developing vipassanå one can see different levels of thinking, because there can be thinking before thinking in words or concepts.

โดยการอบรมเจริญวิปัสสนา จะเห็นความคิดนึกต่างๆ ระดับ เพราะสามารถคิดนึก ก่อนที่จะคิดเป็นคำหรือเป็นบัญญัติ

Now if one is asked ‘what are you thinking’, can you tell? At that moment it can be moha - múla – citta which thinks.

ขณะนี้ถ้าถามว่า “กำลังคิดอะไร” จะตอบได้ไหม? ขณะนั้นอาจจะเป็นโมหมูลจิตที่คิดก็ได้

An arahat also thinks about concepts after seeing, but mahå – kiriya citta thinks about concept without akusala.

พระอรหันต์คิดถึงบัญญัติหลังเห็นแล้วเช่นเดียวกัน แต่คิดด้วยมหากิริยาจิต ไม่ใช่อกุศลจิต

If there is thinking of ‘sammå Buddho’ who can know whether it is lobha - múla – citta which thinks?

ถ้าคิดคำว่า “สัมมาพุทโธ” ใครจะสามารถรู้ว่า ขณะนั้นคิดว่าโลภมูลจิตหรือไม่?

One begins to see the difference between calmness at the moment of kusala and no calmness at the moment of akusala.

เริ่มต้นด้วยการเห็นความแตกต่างระหว่างความสงบในขณะที่เป็นกุศล และไม่สงบในขณะที่เป็นอกุศล

When right understanding grows, awareness also grows.

เมื่อความเข้าใจถูกเจริญขึ้น สติก็ต้องเจริญขึ้นด้วย

Right understanding is not in the text, it is at the moment of understanding what seeing is.

ความเข้าใจถูกไม่ได้อยู่ในตำรา อยู่ในขณะที่เข้าใจว่า เห็นเป็นอะไร

Whatever arises must be some type or reality, kusala or akusala. Nibbåna does not arise.

สภาพธรรมใดที่เกิดขึ้นต้องเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด คือ เป็นกุศล หรืออกุศล นิพพานไม่เกิด

Citta goes all the time from moment to moment. It comes and goes all the time in the way of kusala or akusala. Nibbåna does not come and go.

จิตไปตลอดเวลา จากขณะหนึ่งไปสู่อีกขณะหนึ่ง จิตมาแล้วก็ไปตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นกุศลหรืออกุศล นิพพานไม่มาและไป

The growth of vipassanå must begin with detachment and go the way of detachment, because attachment is very subtle and always wins when there is no understanding.

การเจริญวิปัสสนา ต้องเริ่มต้นด้วยการละคลาย และเดินทางในทางละคลาย เพราะว่าการติดข้อง เป็นสิ่งที่ละเอียดมาก และชนะเสมอ เมื่อไม่มีความเข้าใจ

If there is respect at this moment it is kusala.

ถ้ามีความเคารพนับถือในขณะนี้ เป็นกุศล

One knows oneself while the others cannot know.

เรารู้ตัวเองขณะที่คนอื่นไม่สามารถรู้ได้

The purpose of the Satipaììhåna Sutta is to show that any object which is real can be the object of awareness. Otherwise this moment which is real cannot be known.

จุดประสงค์ของมหาสติปัฏฐานสูตร คือ แสดงว่า อารมณ์ใดๆ ก็ตามที่มีจริง สามารถเป็นอารมณ์ของสติได้ มิฉะนั้นแล้วแล้ว ไม่สามารถจะรู้ขณะนี้ ซึ่งเป็นจริงได้

Learn to see dhamma as dhamma.

ศึกษาเพื่อจะเห็นธรรมว่าเป็นธรรม

Almost every object is an object of attachment when there is no development of understanding.

อารมณ์เกือบทุกอย่าง เป็นอารมณ์ของการติดข้อง เมื่อไม่มีการอบรมเจริญความเข้าใจ

The Buddha’s teachings is an object of attachment when there is no development of understanding.

พระธรรม คำสอนของพระผู้มีพระภาคก็เป็นอารมณ์ของการติดข้อง เมื่อไม่มีการอบรมเจริญความเข้าใจ

Right understanding knows everything correctly.

ความเข้าใจถูก รู้ทุกสิ่งถูกต้อง

Right understanding gradually eliminates attachment and ignorance and wrong view of self.

ความเข้าใจถูก ค่อยๆ ขัดเกลาความติดต้องและความไม่รู้ และความเห็นผิดว่าเป็นตัวตน

At this moment of understanding reality, it is not self that understands.

ขณะนี้ที่เข้าใจสภาพธรรมตามความเป็นจริง ไม่ใช่ตัวตนที่เข้าใจ

Never enough understanding, because each moment is conditioned.

ความเข้าใจไม่เคยพอเลย เพราะแต่ละขณะเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

One has to understand what is the right object of awareness first.

ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่า อะไรเป็นอารมณ์ที่ถูกต้องของสติ

When there is the idea of self with wrong view, it conditions other akusala. One is attached to oneself so much that one does not realize that whatever one is attached to, one is attached to self. One thinks one is so attached to a person, but really one is attached to one’s feeling, so one clings to one’s defilements.

เมื่อมีความคิดว่าเป็นตัวตนด้วยความเห็นผิด จะเป็นปัจจัยให้เกิดอกุศล เราติดข้องกับตัวตนมากจนไม่ประจักษ์ว่า สิ่งที่เราติดข้องนั้น คือติดข้องในตัวตน เราคิดว่าเราติดในบุคคล แต่จริงๆ แล้ว เราติดในความรู้สึก ดังนั้น เราจึงติดข้องกับกิเลสของเรา

No matter how much one thinks, one cannot eradicate the idea of self.

ไม่ว่าจะคิดนึกมากสักเท่าไรก็ตาม ก็ไม่สามารถขจัดความคิดว่าเป็นตัวตนได้

Thinking of seeing as impermanent is not the moment of seeing the experience of seeing as nonself.

การคิดนึกว่าการเห็นไม่เที่ยง ไม่ใช่ขณะที่เห็นว่า สิ่งที่ปรากฏทางตาไม่ใช่ตัวตน

Hearing this moment is not the hearing a moment ago.

การได้ยินในขณะนี้ ไม่ใช่การได้ยินในขณะก่อนที่ผ่านไปแล้ว

3 kinds of death:

1) Conventional death

2) Momentary death

3) Final death for an arahat.

ความตาย ๓ ประเภท

๑) สมมติมรณะ การตายโดยสมมติ

๒) ขณิกมรณะ การตายทีละขณะ คือ การดับของสภาพธรรมแต่ละขณะ

๓) สมุจเฉทมรณะ การตายเป็นครั้งสุดท้ายของพระอรหันต์

without the precise understanding of paramattha and sammuti sacca there cannot be the eradication of self.

ถ้าไม่เข้าใจปรมัตถสัจจะและสมมติสัจจะตรงลักษณะแล้ว ไม่สามารถจะขัดเกลาความเป็นตัวตนได้

Daily life is paramattha.

ชีวิตประจำวันเป็นปรมัตถ์

By developing understanding of realities in one’s life as they are, one sees one still has lot of akusala.

โดยการอบรมเจริญความเข้าใจสภาพธรรมในชีวิตของแต่ละคนตามความเป็นจริง จะเห็นว่ามีอกุศลมากมาย

Only right understanding can eliminate wrong understanding, gradually, at the moment right understanding arises.

ความเข้าใจถูกเท่านั้น ที่สามารถค่อยๆ ขัดเกลาความเข้าใจผิด ในขณะที่ความเข้าใจถูกเกิดขึ้น

Intellectual understanding covers up the truth because there is no awareness at that moment of a characteristic as it appears.

ความเข้าใจขั้นปริยัติปกปิดความจริง เพราะไม่ได้ระลึกในขณะที่ลักษณะของสภาพธรรมปรากฏ

Intellectual understanding should be the foundation, but if one thinks that it is enough, there is no development and it hinders the development of higher understanding because one does not understand there are more level of higher understanding.

ความเข้าใจขั้นปริยัติควรเป็นพื้นฐาน แต่ไม่ควรคิดว่าพอแล้ว ไม่มีการอบรมเจริญ ซึ่งขัดขวางการเกิดความเข้าใจขั้นที่สูงกว่า เพราะไม่เข้าใจว่า มีความเข้าใจขั้นสูงกว่านี้อีกมาก

It’s possible to have all the intellectual understanding but no understanding of the practice, like a blind man carrying a torch.

เป็นไปได้ที่จะมีความเข้าใจขั้นปริยัติ แต่ไม่เข้าใจขั้นปฏิบัติ เหมือนคนตาบอดถือโคมไฟ

One does not see the value of the eradication of self because one clings to oneself all the time. When there is less the idea of self, one develops more pure kusala.

เมื่อไม่เห็นประโยชน์ของการขัดเกลาความเป็นตัวตน เพราะติดข้องในความเป็นตัวตน ตลอดเวลา เมื่อมีความคิดว่าเป็นตัวตนน้อยลง ก็จะสามารถเจริญกุศลที่บริสุทธิ์ขึ้นได้

When there is less clinging to self, the weak points are detected.

เมื่อมีความติดข้องในตัวตนน้อยลง ก็ค้นหาความจริงของความบกพร่องได้

* * Craftiness lures to different objects … When the monk abandon home life, there are more conditions for being virtuous at the degree of being able to leave home.

เมื่อภิกษุสละชีวิตการครองเรือน เพราะมีปัจจัยให้ทำกุศลในระดับที่ สามารถ ละอาคารบ้านเรือนได้

Dukkha in the absolute sense is the arising and falling away of each moment because it cannot stay.

ทุกข์ในความหมายของปรมัตถ์ คือการเกิดขึ้นและดับของแต่ละขณะ เพราะไม่คงทน

Whatever is real can be proved.

อะไรก็ตามที่จริง สามารถพิสูจน์ได้

In the beginning sati is slow and awkward.

ในตอนเริ่มต้น สติช้าและงุ่มง่าม

Seeing the lack of any alternative is a way of seeing the value of kusala.

การเห็นว่า ไม่มีทางเลือกอื่น เป็นวิธีที่เห็นประโยชน์ของกุศล

If the blind man thinks he can see, he’s really in trouble.

ถ้าคนตาบอดสามารถเห็นได้ เขามีปัญหาจริงๆ

Any intellectual understanding cannot be clear.

ความเข้าใจขั้นปริยัติ ไม่สามารถกระจ่างแจ้งได้

Do we hope for result for me?

เราหวังผลสำหรับตนเองหรือเปล่า

One begins with detachment from the very beginning.

เริ่มต้นด้วยการละตั้งแต่เริ่มแรกทีเดียว

Better to be a nobody than a somebody.

เป็นคนธรรมดาๆ ดีกว่าเป็นคนสำคัญ

Better to be a good friend rather than a teacher.

เป็นกัลยาณมิตร ดีกว่าเป็นครู

One is attached to oneself, to one’s feeling when one cares what the other thinks.

เราติดข้องในตัวตน ติดข้องในความรู้สึกเมื่อเราสนใจว่าคนอื่นจะคิดอย่างไร

What is right is right.

สิ่งที่ถูก คือ ถูก

Akusala is so ugly.

อกุศลน่าเกลียด

We all want to be the object of attachment. We think of self and the world collapses with the idea of being a nobody. There is no seeing the value of no attachment, the real freedom when thereis no enslavement.

เราทั้งหมดต้องการเป็นอารมณ์ของความติดข้อง เราคิดถึงตัวเองและโลกจะ ถล่มทลายถ้าคิดว่าตัวเองไม่สำคัญ เพราะไม่เห็นประโยชน์ของการไม่ติดข้อง อิสรภาพที่แท้จริงเมื่อไม่ตกเป็นทาส

Lack of confidence in what sati can and cannot do is not helpful.

เมื่อขาดศรัทธาในสิ่งที่สติสามารถและไม่สามารถทำได้ ก็ไม่เป็นประโยชน์

Wrong view guides one’s taùhå – taùhå for one’s wrong ideas.

ความเห็นผิดทำให้เกิดตัณหา ตัณหาสำหรับความคิดผิด

Getting to know oneself better is the only way to really help others. If one develops more mettå, karunå, more understanding and a more sincere inclination to other people, one will see that what has been most helpful to oneself will be what is most helpful to others also. One understandsoneself better.

รู้จักตัวเองดีกว่า เป็นวิธีเดียวที่จะช่วยคนอื่นได้จริงๆ ถ้ามีเมตตา กรุณา ความเข้าใจ และความจริงใจมากขึ้น จะเห็นว่ามีประโยชน์ที่สุดสำหรับตัวเอง และเป็นประโยชน์ กับคนอื่นด้วย ควรเข้าใจตนเองดีกว่า

Sound is obviously what it is whenone’s understanding grows. One does not have to call it byany name.

เสียงเป็นสิ่งที่เห็นชัดว่าเป็นอะไร เมื่อความเข้าใจเจริญขึ้น เราไม่ต้องเรียกชื่อเลย

It is because sound appears that we can think about it in different ways.

เพราะเสียงปรากฏ ทำให้เราสามารถคิดถึงเสียงในทางต่างๆ กัน

Cannot whatever happens in daily life be a subject for teaching dhamma?

สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่สามารถเป็นอารมณ์ของการสอนธรรมหรือ?

Whatever we receive in this life has its cause in some good deed in this life or in a previous life.

สิ่งดีๆ ที่เราได้รับในชาตินี้ เป็นผลจากความดีในชาตินี้หรือในชาติก่อน

Giving is the cause that you receive.

การให้เป็นผลที่จะได้รับ

Finally it comes down to a cause here which is what makes it possible to understand life and do something about it.

ในที่สุดก็มาถึงเหตุซึ่งทำให้เป็นไปได้ที่จะเข้าใจชีวิตและทำบางอย่างเกี่ยวกับชีวิตนี้

If mettå is strong enough one will be concerned to help.

ถ้าเมตตาเจริญพอ ก็จะเข้าไปช่วยเหลือ

If sati does not arise understanding cannot know which are the moments of sati and which are the moments without sati.

ถ้าสติไม่เกิด ความเข้าใจไม่สามารถรู้ว่าขณะไหนมีสติ และขณะไหนหลงลืมสติ

The purpose should be right understanding.

จุดประสงค์ควรเป็นความเข้าใจถูก

Be an island… depend on oneself, one’s own understanding which can eradicate one’s defilements.

เป็นเกาะ ขึ้นอยู่กับตนเอง ความเข้าใจของตนเองที่สามารถขัดเกลากิเลสของตนเอง

Attached to rubbish…

ติดข้องกับสิ่งไร้สาระ

Want to have conditions for the arising of satipaììåna, waiting for the arising of satipaììåna – this is not the understanding of the development of sati. It is a matter of doing something again, thinking and hoping that sati will arise… at the moment of thinking it is not the moment of direct awareness.

ต้องการเหตุปัจจัยให้สติปัฏฐานเกิด รอคอยการเกิดขึ้นของสติปัฏฐาน ไม่ใช่ความเข้าใจเรื่องการเจริญสติปัฏฐาน ไม่ว่าจะทำอะไร คิดและหวังว่าสติจะเกิด ในขณะที่คิด ไม่ใช่ขณะที่สติระลึกโดยตรง

Intellectual understanding is useful, but don’t think that one has to think and think and think so that satipaììåna will arise.

ความเข้าใจขั้นปริยัติมีประโยชน์ แต่อย่าคิดว่า ต้องคิดนึก คิด และคิด เพื่อสติปัฏฐานจะเกิด

To know the difference between thinking and sati, there has to be sati.

รู้ความต่างกันระหว่างคิดนึกและสติ ต้องเป็นสติ

Påññå which performs the function of detachment is the highest meaning of upekkha.

ปัญญาซึ่งทำหน้าที่ละคลาย เป็นอุเบกขาขั้นสูงสุด

Sati is not forgetful to be kusala, not forgetful to think about the object in the right way. If you forget, can there be studying?

สติคือไม่ลืมที่จะเป็นกุศล ไม่ลืมที่จะคิดถึงอารมณ์ที่ปรากฏในทางที่ถูก ถ้าลืมสามารถจะศึกษาได้หรือไม่?

Mettå is seeing the loveableness of all beings.

เมตตาคือเห็นความน่ารักของสัตว์บุคคลทั้งหลาย

The intention to do harm brings harm to the place where harm originated.

เจตนาที่จะทำอันตราย นำอันตรายมาสู่ที่กำเนิดของอันตรายนั้น

Whenever there are results, we know that those resulted in their cause.

เมื่อใดที่มีผล เรารู้ว่าผลนั้นต้องมาจากเหตุ

We have the idea that we can run away from vipakka.

เรามีความคิดว่า เราสามารถหนีผลของกรรมได้

We never know when vipakka will come.

เราไม่เคยรู้ว่าเมื่อไรผลของกรรมจะมาถึง

We have an idea of cause and result but it’s wrong.

เรามีความคิดเรื่องเหตุและผล แต่ความคิดนั้นผิด

There must be right understanding, precisely, of this moment.

ต้องมีความเข้าใจถูก ตรงลักษณะ ในขณะนี้

One can think of one’s kusala with lobha.

เราสามารถคิดถึงกุศลของเราด้วยโลภะ

When there are conditions for sati, sati will arise.

เมื่อมีปัจจัยสำหรับสติ สติก็เกิดได้

Attachment likes calmness so much that is clings immediately.

ความติดข้องเหมือนความสงบมากทำให้ติดทันที

If one is not courageous enough, one clings to calmness for sure.

ถ้าไม่กล้าหาญพอ จะติดในความสงบแน่นอน

At this moment of thinking one begins to see whether one thinks with kusala or akusala.

ในขณะที่คิดนึก เราเริ่มเห็นว่า คิดด้วยกุศลหรืออกุศล

Always clinging to kusala, clinging to self and upset about akusala.

เราติดในกุศลเสมอ ติดในตัวตน และไม่ชอบอกุศล

Life is a dream. When one knows the citta that dreams one is awake. One wakes up forone short moment of sati and then the dream takes over.

ชีวิตคือความฝัน เมื่อเรารู้ว่าเป็นจิตที่ฝัน เราตื่น ตื่นขึ้นชั่วขณะสั้นๆ ที่สติเกิด แล้วก็ฝันอีก

The sound that is heard now does not hear anything.

เสียงที่ได้ยินเดี๋ยวนี้ไม่สามารถได้ยินอะไรได้เลย

* * One cannot afford to be disinterested in reality.

At the moment of seeing visible object as visible object, there is no attractiveness in visible object.

ขณะที่เห็นสิ่งที่ปรากฏทางตาว่าเป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏทางตา จะไม่มีการชื่นชมติดข้อง ในสิ่งที่ปรากฏนั้น

The way to know the present moment is to begin to know this moment now.

หนทางที่จะรู้ขณะปัจจุบัน คือ เริ่มรู้ขณะนี้ เดี๋ยวนี้

Learn to give without strings attached.

เรียนรู้ที่จะให้ โดยไม่ติดข้องด้วยความตระหนี่

We have bad opinions of others, but do we like others to have bad opinions of us?

เรามองคนอื่นในแง่ร้าย แต่เราชอบให้คนอื่นมองเราในแง่ร้ายหรือไม่?

With developed right understanding, one knows everything one know before, but one knows something one didn’t know before.

ในการอบรมเจริญความเข้าใจถูก เรารู้ทุกอย่างที่เคยรู้มาก่อน และรู้บางอย่าง ที่ไม่เคยรู้มาก่อน

One will understand more about hearing and thinking in addition to hearing and thinking.

เราจะเข้าใจมากขึ้นเกี่ยวกับการได้ยินและการคิดนึกเพิ่มจากการได้ยินและการคิดนึก

It’s very easy to have misunderstanding aboutwhat one thinks to be oneself. When one gossips, one doesn’t think about the other or the person one is gossiping to. Would one like to think he is gossiping about us?

เป็นการง่ายมากที่จะเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิ่งที่เราคิดว่าตัวเองเป็นอย่างไร เมื่อเรานินทา เราไม่คิดถึงคนที่ถูกนินทนา เราควรจะคิดว่าเขากำลังนินทาเราหรือไม่?

The words may be all right, but still there is no right understanding.

คำพูดอาจจะถูกต้อง แต่ยังคงไม่มีความเข้าใจถูก

The citta whichsolves the problem arises and falls away. The solution to life is not to be born.

จิตซึ่งแก้ปัญหาเกิดขึ้นและดับไป คำตอบของชีวิตยังไม่เกิดขึ้น

We cannot develop påññå if we don’t see the value of dåna and síla.

เราไม่สามารถอบรมเจริญปัญญา ถ้าไม่เห็นประโยชน์ของทานและศีล

If one treats all as though they are one’s child with mettå, this way one cannot have any attachment.

ถ้าทำกับทุกคนเหมือนกับเป็นลูกของเราด้วยเมตตา วิธีนี้ทำให้ไม่มีความติดข้อง

Even though lay people lead busy lives, they can get to know their busy lives better.

ถึงแม้ว่าสาวกจะมีชีวิตที่วุ่นวาย แต่ก็สามารถรู้ชีวิตที่วุ่นวายนั้นดียิ่งขึ้น

The taking away of anything form someone is not wholesome.

การเอาบางอย่างจากบางคนไม่ใช่กุศล

Even if you look through a microscope you still only see visible object.

ถ้าเรามองผ่านกล้องจุลทรรศน์ เราก็ยังคงเห็นเพียงสิ่งที่ปรากฏทางตาเท่านั้น

If one always wants to be right, how will one deal with situations where one is wrong.

ถ้ายังต้องการถูกอยู่เรื่อยๆ เมื่อเราผิดเราจะทำอย่างไรในสถานการณ์อย่างนั้น

* One’s understanding has to learn to know the obvious, not to overlook what is staring one in the face

* We overlook the obvious all the time, especially nåma, the experience which makes it possible to experience color right now.

Color arises but doesn’t appear if there is no seeing.

สีเกิดขึ้น แต่ไม่ปรากฏถ้าไม่มีการเห็น

Does one have any understanding of the present reality? If so there must be awareness.

มีความเข้าใจสภาพธรรมที่กำลังปรากฏในขณะนี้หรือไม่ ถ้ามี ต้องเป็นสติ

Lobha creeps in all in the time.

โลภะคืบคลานเข้ามาตลอดเวลา

It’s always good to teach people to understand what bring happiness.

เป็นการดีที่จะสอนให้เข้าใจว่าอะไรนำความสุขมาให้

Dosa can’t help.

โทสะไม่สามารถช่วยอะไรได้

People are never impressed when the right thing is said in the wrong way.

ผู้คนไม่เคยประทับใจ เมื่อพูดสิ่งที่ถูกในทางที่ผิด

What about a campaign all your life to help others whenever you can.

อุทิศชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้อื่น เมื่อสามารถทำได้

Waiting doesn’t bring kusala of any kind.

การรอคอย ไม่ทำให้เกิดกุศลชนิดไหนทั้งสิ้น

On and on and on we have this idea of self and we don’t know it.

เรามีความคิดถึงตัวตนและไม่รู้ไปเรื่อยๆ

The more one studies satipaììåna,the more honest one becomes. When sati is developed one becomes more resigned to the truth.

เมื่อศึกษาสติปัฏฐานมากขึ้น จะมีความตรงมากขึ้น เมื่อสติเจริญขึ้น จะเป็นผู้มีสัจจะมากขึ้น

Know oneself first and one will know the other man better.

รู้จักตัวเองก่อน และจะรู้จักคนอื่นดีขึ้น

Satipaììåna is indispensable.

สติปัฏฐานเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้

When one studies more, one sees one’s abysmal ignorance.

เมื่อศึกษามากขึ้น ก็จะรู้ว่า ความไม่รู้นั้นมีมากมายมหาศาล

It takes time and patience to develop sati.

ต้องใช้เวลาและความอดทนในการเจริญสติ

We have to know what is not known to know what ignorance is.

เราต้องรู้ว่าไม่รู้อะไร และรู้ว่าความไม่รู้คืออะไร

One can’t help the other to understandwithout words, but the words are not the understanding. The realities ofour life are not words.

เราไม่สามารถช่วยคนอื่นให้เข้าใจได้ ถ้าไม่พูด แต่คำพูดไม่ใช่ความเข้าใจ สภาพธรรมในชีวิตไม่ใช่คำพูด

Begin again to know this moment which has not been known yet.

เริ่มต้นอีกครั้งที่จะรู้ขณะนี้ซึ่งยังไม่รู้

The arahat has given upthe struggle by understanding realities.

พระอรหันต์เลิกต่อสู้กับความเข้าใจสภาพธรรมแล้ว

We always take refuge in that which is not safe or secure. The ultimate refuge is nibbåna.

เรามักถึงสิ่งที่ไม่มั่นคงปลอดภัยเป็นที่พึ่ง แต่ที่พึ่งที่ประเสริฐสุดคือ นิพพาน

Having forgotten, he remembers, he begins again.

ลืม แล้วก็นึกได้ แล้วก็เริ่มต้นอีก

We continue to be beginners that having forgotten, we will remember. เราเป็นผู้เริ่มต้นใหม่เสมอเมื่อลืม แล้วจำได้

ขอเชิญคลิกอ่านตอนอื่นๆ ได้ที่นี่...

- สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ 1

- สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ 2

- สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ 3

- สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ 4

- สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ 5

- สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ 6

- สนทนาธรรมกับชาวต่างชาติ 8 (จบ)

: ท่านสามารถคลิกชมและฟังคลิปธัมมะ ทางช่องยูทูปของคุณ อลัน เวลเลอร์ ได้ (คลิก) ที่นี่ :
Alan Weller


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
ups
วันที่ 22 ธ.ค. 2553

" (ธรรม) ไม่ได้อยู่ในตำรา แต่เป็นเดี๋ยวนี้ ขณะที่เข้าใจถูก" "เรียนรู้ที่จะให้ โดยไม่ติดข้องด้วยความตระหนี่" กระทู้นี้ อ่านแล้วตรงมากเลยครับ

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 22 ธ.ค. 2553

กราบอนุโมทนาในกุศลศรัทธาและกุศลวิริยะของพี่แดงด้วยครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
จักรกฤษณ์
วันที่ 27 ธ.ค. 2553

ขอบพระคุณและขออนุโมทนาในกุศลจิตของพี่แดงเป็นอย่างมากครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
jipoam
วันที่ 19 ม.ค. 2554

แจ่มแจ้งกระจ่างยิ่ง!!..ขออนุโมทนาด้วยครับ สาธุ สาธุ กระทู้ดีจริงๆ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
อดามัส
วันที่ 2 มี.ค. 2554
เราเป็นผู้เริ่มต้นใหม่เสมอเมื่อลืม แล้วจำได้ กราบอนุโมทนา
 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
chatchai.k
วันที่ 16 เม.ย. 2563

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ