ว่าด้วยภิกษุชาวเมืองปาเวยยะ 30 รูป ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร [ติงสมัตตาสูตร]
 
Khaeota
วันที่  22 พ.ค. 2553
หมายเลข  16284
อ่าน  758

          พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค เล่ม ๒ - หน้าที่ 526

                                          ๓ ติงสมัตตาสูตร

          ว่าด้วยภิกษุชาวเมืองปาเวยยะ 30 รูป ถือการอยู่ป่าเป็นวัตร
                                    
      
 
[๔๔๕]   พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเวฬุวัน กลันทกนิวาปสถาน   เขตพระนครราชคฤห์ ครั้งนั้นแล ภิกษุชาวเมืองปาวาประมาณ ๓๐ รูป   ทั้งหมดล้วนแต่เป็นผู้อยู่ป่าเป็นวัตร ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร  ถือทรงผ้าไตรจีวรเป็นวัตร แต่ทั้งหมดล้วนยังเป็นผู้มีสังโยชน์อยู่     เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ  ถวายบังคมแล้วนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ฯ [๔๔๖]     ครั้งนั้นแล พระผู้มีพระภาคได้ทรงพระดำริว่า   ภิกษุชาวเมืองปาวาประมาณ๓๐ รูปเหล่านี้แล  ทั้งหมดล้วนถือการอยู่ป่าเป็นวัตร ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร ถือทรงไตรจีวรเป็นวัตร ทั้งหมดล้วนยังมีสังโยชน์   ถ้ากระไรหนอ เราพึงแสดงธรรมโดยประการที่ภิกษุเหล่านี้ จะพึงมีจิตหลุดพ้นจากอาสวะ เพราะไม่ถือมั่นณ อาสนะนี้ทีเดียว ลำดับนั้นแล พระผู้มีพระภาคตรัสเรียกภิกษุทั้งหลายว่า   ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุเหล่านั้น ทูลรับพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ฯ [๔๔๗]     พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย สงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ เมื่อเหล่าสัตว์ผู้ยังมีอวิชชาเป็นที่กางกั้น  มีตัณหาเป็นเครื่องประกอบไว้ ท่องเที่ยวไปมาอยู่ ที่สุดเบื้องต้นย่อมไม่ปรากฏ   พวกเธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน โลหิตที่หลั่งไหลออกของพวกเธอผู้ท่องเที่ยวไปมา  ซึ่งถูกตัดศีรษะโดยกาลนานนี้กับน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ สิ่งไหนจะมากกว่ากัน       ภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ    ข้าพระองค์ทั้งหลายย่อมทราบธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคทรงแสดงแล้วว่าโลหิตที่หลั่งไหลออกของพวกข้าพระองค์ผู้ท่องเที่ยวไปมา ซึ่งถูกตัดศีรษะโดยกาลนานนี้แหละมากกว่า ส่วนน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย ดังนี้ฯ [๔๔๘]     พ. ดูกรภิกษุทั้งหลายถูกละ ๆ พวกเธอทราบธรรมที่เราแสดงแล้วอย่างนี้ ถูกแล้ว โลหิตที่หลั่งไหลออกของพวกเธอผู้ท่องเที่ยวไปมา ซึ่งถูกตัดศีรษะโดยกาลนานนี้นี้แหละมากกว่า ส่วนน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย เมื่อเธอทั้งหลายเกิดเป็นโคซึ่งถูกตัดศีรษะตลอดกาลนาน    โลหิตที่หลั่งไหลออกนั่นแหละมากกว่า      ส่วนน้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย เมื่อเธอทั้งหลายเกิดเป็นกระบือ  ซึ่งถูกตัดศีรษะตลอดกาลนาน โลหิตที่หลั่งไหลออกนั่นแหละมากกว่า ...    เมื่อเธอทั้งหลายเกิดเป็นแกะ ... เกิดเป็นแพะ  ...  เกิดเป็นเนื้อ ... เกิดเป็นสุกร ... เกิดเป็นไก่ ...  เมื่อพวกเธอถูกจับตัดศีรษะโดยข้อหาว่า  เป็นโจรฆ่าชาวบ้านตลอดกาลนาน         โลหิตที่หลั่งไหลออกนั่นแหละมากกว่า ... ถูกจับตัดศีรษะโดยข้อหาว่าเป็นโจรคิดปล้น ...   ถูกจับตัดศีรษะโดยข้อหาว่าเป็นโจรประพฤติผิดในภรรยาของผู้อื่น ตลอดกาลนาน  โลหิตที่หลั่งไหลออกนั่นแหละมากกว่า น้ำในมหาสมุทรทั้ง ๔ ไม่มากกว่าเลย   ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะว่าสงสารนี้กำหนดที่สุดเบื้องต้นเบื้องปลายไม่ได้ ... พอเพื่อจะหลุดพ้น ดังนี้ ฯ [๔๔๙]     พระผู้มีพระภาคได้ตรัสดังนี้แล้ว   ภิกษุเหล่านั้นต่างพอใจชื่นชมภาษิตของพระผู้มีพระภาค   เมื่อพระผู้มีพระภาคตรัสไวยากรณภาษิตนี้อยู่  จิตของภิกษุชาวเมืองปาวาประมาณ ๓๐ รูป พ้นจากอาสวะเพราะไม่ถือมั่น ฯ

                                                     จบสูตรที่ ๓



เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ