ว่าด้วยกัณฐกวิมาน [กัณฐกวิมาน]
 
Khaeota
วันที่  23 พ.ค. 2553
หมายเลข  16290
อ่าน  962


     พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย วิมานวัตถุ เล่ม ๒ ภาค ๑ - หน้าที่ 607

                                     ๗.  กัณฐกวิมาน                                               ว่าด้วยกัณฐกวิมาน

                 พระมหาโมคคัลลานเถระถามเทพบุตรองค์หนึ่งว่า                          [๘๑]   พระจันทร์มีรอยรูปกระต่ายในเดือนเพ็ญ                  อันหมู่ดาวแวดล้อม        เป็นอธิบดีของดาวทั้งหลาย                  ย่อมโคจรไปโดยรอบ   ฉันใด      ทิพยวิมานนี้ก็อุปมา                  ฉันนั้น  ย่อมรุ่งโรจน์ด้วยรัศมีในเทพบุรี    เหมือนดวง                  อาทิตย์กำลังอุทัยฉะนั้น พื้นวิมานน่ารื่นรมย์ใจ  วิจิตร                  ไปด้วยแก้วไพฑูรย์     ทอง   แก้วผลึก    เงิน   เพชร-                  ตาแมว   แก้วมุกดา   และแก้วทับทิม  ปูลาดด้วยแก้ว                  ไพฑูรย์    ห้องรโหฐานงาม    น่ารื่นรมย์ปราสาทของ                  ท่านอันบุญกรรมสร้างไว้อย่างดี  .....................

                เทพบุตรนั้นดีใจ  ถูกพระโมคคัลลานะถามแล้ว        ครั้นแล้วก็พยากรณ์ปัญหาของกรรมที่มีผลอย่างนี้ว่า                ข้าพเจ้าคือกัณฐกอัศวราช     สหชาตของพระ-        โอรสของพระเจ้าสุทโธทนะในกรุงกบิลพัสดุ์ราชธานี        ของกษัตริย์แคว้นศากยะ   ครั้งใดพระราชโอรสเสด็จ        ออกมหาภิเนษกรมณ์      เพื่อโพธิญาณตอนเที่ยงคืน        พระองค์ใช้ฝ่าพระหัตถ์อันนุ่ม และพระนขาที่แดงปลั่ง        ค่อยๆ ตบขาข้าพเจ้า   และตรัสว่า พาไปสิสหาย เรา          บรรลุพระสัมโพธิญาณอันอุดมแล้ว  จักยังโลกให้ข้าม        โอฆสงสาร   เมื่อข้าพเจ้าฟังพระดำรัสนั้น  ได้มีความ        ร่าเริงเป็นอันมาก  ข้าพเจ้ามีใจเบิกบานยินดีได้รับคำ        ในครั้งนั้น            ครั้นรู้ว่า  พระศากโยรสผู้มียศใหญ่        ประทับนั่งเหนือหลังข้าพเจ้าแล้ว     ข้าพเจ้ามีใจเบิก         บานบันเทิง      นำพระมหาบุรุษไปถึงแว่นแคว้นของ                กษัตริย์เหล่าอื่น     เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น   พระมหาบุรุษ          นั้นมิได้ทรงอาลัย  ละทิ้งข้าพเจ้าและฉันนอำมาตย์ไว้        เสด็จหลีกไป    ข้าพเจ้าได้เลียพระบาททั้งสอง  ซึ่งมี        พระนขาแดงของพระองค์       ร้องไห้แลดูพระมหาวีระ        ผู้กำลังเสด็จไป   เพราะไม่ได้เห็นพระศากโยรสผู้ทรง        สิรินั้น    ข้าพเจ้าป่วยหนักก็ตายอย่างฉับพลัน     ด้วย        อานุภาพแห่งบุญนั้นแหละ       ข้าพเจ้าจึงมาอยู่วิมาน        ทิพย์นี้     ซึ่งประกอบด้วยกามคุณทุกอย่างในเทวนคร        อีกอย่างหนึ่ง       ข้าพเจ้าได้มีความร่าเริงเพราะได้ฟัง        เสียงเพื่อพระโพธิญาณว่า เราจักบรรลุความสิ้นอาสวะ        ด้วยกุศลมูลนั่นเอง   ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ถ้าพระคุณเจ้า        จะพึงไปในสำนักของพระพุทธเจ้าผู้ศาสดาไซร้    ขอ        พระคุณเจ้า   จงกราบทูล ถึงการถวายบังคมด้วยเศียร        เกล้ากะพระองค์ตามคำของข้าพเจ้า  แม้ข้าพเจ้าก็จัก        ไปเฝ้าพระชินเจ้าผู้หาบุคคลอื่นเปรียบมิได้     การได้         เห็นพระโลกนาถผู้คงที่หาได้ยาก...........


Tag  ทิพยวิมาน พระสูตร ม้ากัณฐก เทพบุตร

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
เข้าใจ
เข้าใจ
วันที่ 25 มิ.ย. 2555

ขออนุโมทนา สาธุ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ