การทำที่เหลือวิสัย [การันทิยชาดก]
 
เมตตา
เมตตา
วันที่  23 พ.ค. 2553
หมายเลข  16294
อ่าน  643

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๓ ภาค ๔ - หน้าที่ 750 - 751
           
                                     ๖. การันทิยชาดก

                                 ว่าด้วยการทำที่เหลือวิสัย
   
        [๗๒๗]      ท่านผู้เดียวรีบร้อน    ยกเอาก้อนหินใหญ่กลิ้งลงไปในซอกเขาในป่า ดูก่อนการันทิยะจะเป็นประโยชน์อะไรแก่ท่าน   ด้วยการทิ้งก้อนหินลงในซอกเขานี้เล่า

หนอ.

        [๗๒๘]     ข้าพเจ้าเกลี่ยหินก้อนเล็กก้อนใหญ่ลง  จักกระทำแผ่นดินใหญ่นี้ซึ่งมี

มหาสมุทรสี่เป็นขอบเขต ให้ราบเรียบเพียงดังฝ่ามือ เพราะฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงได้ทิ้งหิน

ลงในซอกเขา.

       [๗๒๙]      ดูก่อนการันทิยะ เราสำคัญว่า     มนุษย์คนเดียวย่อมไม่สามารถจะทำแผ่นดินให้ราบเรียบดังฝ่ามือได้ ท่านพยายามจะทำซอกเขานี้ให้เต็มขึ้น   ท่านก็จักละ

ชีวโลกนี้ไปเสียเปล่าเป็นแน่.

       [๗๓๐]     ข้าแต่ท่านพราหมณ์    หากว่ามนุษย์คนเดียวไม่สามารถจะทำแผ่นดินใหญ่นี้ให้ราบเรียบได้ฉันใด ท่านก็จักนำมนุษย์เหล่านี้ผู้มีทิฐิต่าง ๆ กันมาไม่ได้ ฉันนั้น

เหมือนกัน.

        [๗๓๑]     ดูก่อนการันทิยะ.  ท่านได้บอกความจริงโดยย่อแก่เรา ข้อนี้เป็นอย่างนั้น แผ่นคนนี้มนุษย์ไม่สามารถจะทำให้ราบเรียบได้ฉันใด  เราก็ไม่อาจจะทำให้มนุษย์

ทั้งหลายมาอยู่ในอำนาจของเราได้ ฉันนั้น.

                                               จบ การันทิยชาดกที่ ๖


Tag  การันทิยชาดก

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
aurasa
aurasa
วันที่ 24 ก.พ. 2555

ขอบคุณ และ อนุโมทนาในกุศลจิตค่ะ

      ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

  เมื่่อสมัยที่พระพุทธเจ้า จะปรินิพพาน พระองค์ทรงแสดงะรรม ในเรื่องการเรียกชื่อกัน

ของภิกษุที่อ่อนพรรษากว่า เรียก ภิกษุที่มีพรรษามากกว่า และ ภิกษุที่มีพรรษามากกว่า

เรียกภิกษุที่มีพรรษาอ่อนกว่า โดยพระองค์แสดงธรรมในเรื่องนี้ ดังนี้ ครับ

ทรงตรัสให้ภิกษุเรียกกันโดยคารวะโวหาร( การพูดกันโดยเคารพ) 2 อย่าง คือ

1) ผู้มีพรรษามากกว่าเรียกผู้มีพรรษาน้อยกว่า  ใช้คำว่า อาวุโส หรือ ออกชื่อ โคตร ก็ได้

2) ผู้มีพรรษาน้อยกว่า เรียกผู้ผู้มีพรรษามากกว่า ใช้คำว่า ภันเต หรือ อายสมา ก็ได้

   จะเห็นนะครับว่า พระพุทธองค์ ไม่ได้ เรียก พระภิกษุด้วยกัน ว่า หลวงพ่อ หลวงพี่

หลวงตาแต่ให้เรียกกัน โดยออกชื่อ หรือ ใช้คำว่า ภันเต อายสมา

 เพราะฉะนั้น แม้พระภิกษุด้วยกันที่ ไม่ใช่ พระพุทธเจ้า ที่ถูกต้อง ก็ไม่เรียกว่า หลวงพ่อ

เลย จะกล่าวไปใยถึง การเรียกพระพุทธเจ้า ที่ไม่ควร ใช้คำว่า หลวงพ่อ นำหน้า เหตุผล

เพราะว่า พระพุทธเจ้า ทรงได้ ชื่อ เพราะ ไม่ใช่คนอื่นตั้งให้ แต่ชื่อของพระองค์ที่มีหลาย

ชื่อได้ เพราะ คุณธรรมของพระองค์เอง ที่ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ครับ

 ดังนั้นแม้พระพุทธรูป ที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า  ที่ควรก็ไม่ควรใช้คำว่า หลวงพ่อ

นำหน้า   เพราะ เป็นการตั้งชื่อ  ใส่ชื่อให้ โดยปุถุชน     แต่ไม่ใช่ ชื่อ โดย คุณธรรมของ

พระองค์เองที่มีอยู่ แล้ว ดังนั้น พระพุทธรูป ที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า ก็ควรเรียก

ตาม นาม หรือ ชื่อที่ได้จาก คุณธรรมของพระองค์เอง โดยไม่ควร ตั้งชื่อโดยปุถุชน มี

หลวงพ่อนำหน้า ครับ ซึ่ง ชื่อ ของพระพุทธเจ้า มีหลากหลายชื่อ ตามคุณธรรมของ

พระองค์เองดังนี้ ครับ

   พระพุทธเจ้า  ธรรมกาย  พรหมกาย  ธรรมภูต  พรหมภูต  ธรรมราชา  พระโลกนาถ 

พระผู้มีพระภาคเจ้า  ภควา พระมเหสีเจ้า พระสัพพัญญู พระสุคต พระอังคีรส

   ชื่อที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ ล้วนเป็นชื่อของพระพุทธเจ้า ที่แสดง คุณธรรมประการต่างๆ

เช่น พระโลกนาถ คือ ผู้ที่เป็นที่พึ่งของโลก พระมเหสีเจ้า คือ ผู้ที่แสวงหาคุณใหญ่ คือ

คุณคือศีล สมาธิ ปัญญา เป็นต้น ดังนั้น ชื่อเหล่านี้ ไม่มีใครตั้งให้พระองค์ แต่พระองค์

ได้ชื่อเหล่านี้ เพราะ คุณธรรมของพระองค์เอง ครับ

   ดังนั้น หากจะตั้งชื่อ พระพุทธรูป หรือ จะเรียกพระพุทธรูป ก็ควรเรียก โดยนาม ชื่อที่

เป็นคุณธรรมของพระองค์ตามที่ได้กล่าวมา อันแสดงถึงความเคารพ สูงสุด ตาม

คุณธรรมของพะรองค์ทีได้ โดยไม่ใช้ชื่อ หลวงพ่อนำหน้าเลย ครับ เพราะว่า ไม่ว่า

พระพุทธรูปองค์ใด ที่สร้างขึ้ จุดประสงค์ คือ เพื่อให้สัตว์โลก น้อมระลึกถึงพระคุณ

ตามความเป็นจริง แม้การได้ยินชื่อของพระพุทธรูป ก็สามารถน้อมระลึกถึงพระคุณ

ตามความเป็นจริงได้

    แต่ไม่ใช่เรียกชื่อ ว่า หลวงพ่อ เพื่อเป็นการรู้ว่า พระพุทธรูปหลวงพ่อนี้ศักดิ์สิทธิ์ขอ

อะไรก้ก็ได้ นั่นก็เท่ากับว่า ไม่ตรงตามจุดประสงค์ เพราะเป็นไปเพื่อได้ ไม่ใช่เพื่อสละ

และไม่ทำให้เกิดกุศล คือ เกิดศรัทธาและกุศลธรรม เมื่อได้เห้นพระพุทธรูป และได้ฟัง

ชื่อของพะรพุทธรูป ที่เป็นชื่อตามพระคุณของพระพุทธเจ้า ครับ

  อีกประการหนึ่ง พระพุทธองค์ได้ตรัสกับ พระปัญจวัคคีย์ไว้ครับว่า เธออย่าได้เรียก

เราโดยออกชื่อ และ โคตร เพราะ ไม่เป็นการเคารพ ดังนั้น การเรียกพระพุทธรูป ก็

ไม่ควร ครับ ในการออกชื่อ หรือ ใช้คำว่าหลวงพ่อนำหน้า แต่ควรใช้ พระคุณนาม ที่

แสดงถึงคุณธรรมของพระพุทธเจ้า ตามที่ได้กล่าวมาจึงจะสมควร ครับ ดังข้อความ

ในพระไตรปิฎกที่ว่า

                         พระวินัยปิฎก มหาวรรค เล่ม ๔ ภาค ๑ - หน้าที่ 41                                            เรื่องพระปัญจวัคคีย์

   ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธออย่าเรียกตถาคตโดยระบุชื่อ และอย่าใช้คำว่า อาวุโส

                  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ตถาคตเป็นอรหันต์ ตรัสรู้เองโดยชอบ

---------------------------------------------------------------

   ที่สำคัญที่สุด การใช้ หลวงพ่อ นำหน้า เรียกพระพุทธรูป ก็เท่ากับว่า ทำให้ผู้อื่น

เข้าใจผิด ได้ เพราะ สำคัญว่า เป็นพระภิกษุที่มักใช้เรียกกัน ลืมไปว่า เป็นตัวแทนของ

พระพุทธเจ้า   และ  ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อน ในความเข้าใจพระธรรม เพราะ เมื่อ

กล่าวถึง พระพุทธรูปที่เป็นหลวงพ่อ ก็ย่อมนึกถึง ความศักดิ์สิทธิ์ ในด้านที่จะให้ความ

สุข เกิดสิ่งที่ดีๆ กับผู้ที่จะไปกราบไหว้ แต่พระพุทธรูป สร้างขึ้น เพื่อให้ ระลึกถึงพระคุณ

และสละกิเลส และเกิดกุศล เมื่อได้เห็น ครับ อันเป็นเครื่องเตือนให้ทำความดี และสละ

ขัดเกลากิเลส เป็นสำคัญ เพราะฉะนั้น ชื่อก็เป้นสิ่งสำคัญ เพราะ หากชื่อผิดไป ก็ทำให้

ความเข้าใจผิดของพุทธศาสนานิกชนผิดไปได้ด้วย ครับ ขออนุโมทนาที่ร่วมสนทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ