Print 
การปฏิบัติเป็นปรกติ กับ การปฏิบัติที่ผิดปรกติ
 
บ้านธัมมะ
วันที่  23 เม.ย. 2552
หมายเลข  12034
อ่าน  1,988

 

ผู้ถาม :  การปฏิบัติเป็นปรกติ กับ การปฏิบัติที่ผิดปรกติ ต่างกันอย่างไร

สุ   :  ขณะนี้กำลังนั่งตามปรกติ  ระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง เช่น สภาพธรรมที่อ่อนแข็งซึ่งปรากฏที่กาย  หรือสภาพธรรมที่ปรากฏทางตา.......นั่นเป็นปรกติ

      แต่ถ้าเข้าใจว่าเมื่อเจริญสติปัฏฐาน จะต้องนั่งขัดสมาธิ จดจ้องตรงนั้นตรงนี้.....นั่นไม่เป็นปรกติ  เพราะเป็นความต้องการที่จะเลือกรู้สภาพธรรมที่ยังไม่เกิดขึ้น ข้ามการระลึกรู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏ เช่น สภาพธรรมที่กำลังเห็น สภาพธรรมที่กำลังได้ยิน  สภาพธรรมที่กำลังปรากฏทางตา เสียงกลิ่น รส เย็น ร้อน อ่อน แข็ง ฯลฯ ที่กำลังปรากฏ  แม้ความเข้าใจผิดเพียงนิดเดียว  กิเลส ตัณหา ก็ปิดบังไม่ให้ปัญญาเกิดขึ้นรู้สภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามปรกติ ตามความเป็นจริงในขณะนั้น

      ผู้ที่จะอบรมเจริญสติปัฏฐานได้นั้น จะต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า ขณะที่หลงลืมสติ กับ ขณะที่มีสติ นั้นต่างกันอย่างไร   ถ้าไม่รู้ก็เจริญสติปัฏฐานไม่ได้ เคยหลงลืมสติอย่างไร ก็ยังหลงลืมสติต่อไปอย่างนั้น หรือมิฉะนั้นก็ต้องการเลือกจดจ้องอารมณ์ที่จะให้สมาธิเกิดขึ้น ซึ่งก็ไม่ใช่การเจริญสติปัฏฐานอยู่นั่นเอง          

       ฉะนั้น จึงต้องเข้าใจให้ถูกต้องว่า  ขณะที่หลงลืมสติ คือขณะที่ไม่รู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามปรกติในชีวิตประจำวันนั่นเอง ไม่ระลึกรู้สภาพที่เห็น สภาพได้ยิน เป็นต้น

       ส่วน ขณะที่มีสติ นั้นเป็นขณะที่ระลึกได้ จึงพิจารณาศึกษารู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามปรกติทางหนึ่งทางใด คือ ทางตา หรือทางหู หรือทางจมูก หรือทางลิ้น หรือทางกาย หรือทางใจ โดยไม่บังคับ เจาะจง อย่าเลือกจดจ้อง หรือต้องการอารมณ์นั้นอารมณ์นี้ เพราะถ้าเป็นโดยลักษณะนี้แล้วก็จะไม่ประจักษ์ว่าสติเป็นอนัตตา              
      ฉะนั้น ขณะที่มีสติ ก็คือ ขณะที่ระลึกรู้ลักษณะของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริงของสภาพธรรมนั้น ๆ เช่น ขณะที่กลิ่นปรากฏ ก็ระลึกรู้สภาพของกลิ่นที่ปรากฏทางจมูก พิจารณารู้ว่ากลิ่นเป็นเพียงสภาพธรรมชนิดหนึ่ง ที่เกิดขึ้นปรากฏแล้วก็หมดไป  หรือระลึกรู้สภาพที่กำลังรู้กลิ่นขณะนั้นว่าเป็นเพียงสภาพรู้ชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้น รู้กลิ่นแล้วก็หมดไปไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตนเป็นต้น 

ดาวน์โหลดหนังสือ   -->  ปรมัตถธรรมสังเขป


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
pamali
วันที่ 16 พ.ย. 2553 15:43 น.

กราบท่านอจ.และขออนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
thilda
thilda
วันที่ 16 ส.ค. 2556 16:35 น.

ขอบคุณ และขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
peem
วันที่ 12 ธ.ค. 2558 16:18 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
วิริยะ
วันที่ 20 เม.ย. 2561 11:54 น.

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าสู่ระบบ