การอุทิศส่วนบุญ
 
บัณฑิตทึ่ม
วันที่  14 เม.ย. 2552
หมายเลข  11961
อ่าน  1,622

เรียนถามนะครับว่า การอุทิศส่วนบุญให้บุคคลที่ตายและไปเกิดเป็นเปรต ผู้ที่เราทำบุญด้วยจำเป็นไหมครับว่า ท่านจะต้องเป็นพระอริยสงฆ์ครับ หรือทำกับใครก็ได้ครับ แล้วอุทิศให้ และสมมติว่าเราเจริญกุศลบ่อยๆ แต่ไม่ได้ให้ทานและต้องการอุทิศส่วนบุญให้กับเปรตจะสำเร็จไหมครับ ขอบพระคุณครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
prachern.s
วันที่ 15 เม.ย. 2552
ขอเชิญคลิกอ่านที่ 

    การอุทิศบุญให้ผู้ตาย  

    การอุทิศส่วนกุศล 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 15 เม.ย. 2552

ทุกครั้งที่เราทำกุศลแล้วอุทิศส่วนกุศลไปให้ญาติที่ล่วงลับไปแล้ว เขาจะได้รับหรือไม่ ส่วนหนึ่งก็อยู่ที่ภพภูมิที่เขาเกิด อีกส่วนหนึ่งก็อยู่ที่การสะสมอุปนิสัยมาที่จะยินดีในกุศล ที่เขาอุทิศให้หรือไม่ เช่น บางคนเห็นคนอื่นทำกุศล จิตเขาไม่ยินดีในกุศลที่คนอื่นทำค่ะ

กุศลที่เป็นไปในทานการให้ มี ๓ อย่าง คือ บุญสำเร็จด้วยการให้ ๑ บุญสำเร็จด้วยการอุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่นอนุโมทนา ๑ บุญสำเร็จด้วยการอนุโมทนาในกุศลที่ผู้อื่นทำ ๑

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
ธนกฤต
วันที่ 15 ก.ย. 2552

เราควรเลือกให้ทานครับ ขอเทียบเคียงกับพระไตรปิฎกครับ

ทำบุญกับพระทุศีล....ไม่ได้บุญ     เล่ม  23   หน้า   409

ได้ยินว่า นายพรานนั้นเมื่อให้ทักขิณา (ของทำบุญ) อุทิศถึงผู้ตายได้ให้แก่ภิกษุผู้ทุศีล    (ละเมิดศีล) รูปหนึ่งนั้นแล   ถึง 3 ครั้ง   ในครั้งที่  3  อมนุษย์ (ผู้ตาย) ร้องขึ้นว่า   ผู้ทุศีลปล้นฉัน   ในเวลาที่พรานนั้นถวายแก่ภิกษุผู้มีศีลรูปหนึ่งที่มาถึง   ผลของทักขิณา (ของทำบุญ) ก็ถึงแก่เขา

ทำบุญกับนักบวชที่ไม่มีศีล...ไม่ได้บุญ      เล่ม   49     หน้า   223
....ธิดาของข้าพระองค์บ่นอยู่เนืองๆ ว่า   เราจักให้ทานอุทิศให้มารดา  บิดา  ลุง  ป้า  น้า  อา ปู่  ย่า  ตา  ยาย  พวกพราหมณ์กำลังบริโภคทาน   อันธิดาของข้าพระองค์ตกแต่งแล้ว    ข้าพระองค์จะไปยังเมืองอันธกาวินทนคร    เพื่อบริโภคอาหาร     
   พระราชาจึงตรัสสั่งเขาว่า   ถ้าท่านไปได้เสวยผลทานนั้น  พึงรีบกลับมาบอกเหตุที่มีจริง   แก่เรา    เราฟังคำอันมีเหตุผลควรเ่ชื่อถือได้แล้ว    จักทำการบูชาบ้าง   
    จูฬเศรษฐีเปรต    ทูลรับพระดำรัสแล้ว   ได้ไปยังอันธกาวินทนครนั้น 
แต่ไม่ได้รับผลแห่งทานนั้นเพราะพราหมณ์ทั้งหลายที่บริโภคภัต  เป็นผู้ไม่มีศีล  ไม่สมควรแก่ทักษิณา (ของทำบุญ)
      ภายหลังจูฬเศรษฐีเปรต   กลับมาสู่นครราชคฤห์อีก  ได้ไปแสดงกายให้ปรากฏ   เฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าอชาตศัตรูผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ชน    พระราชาทอดพระเนตรเห็นเปรตนั้นกลับมาอีก   จึงตรัสถามว่า  เราจะให้ทานอะไร  ถ้าเหตุที่จะให้ท่านอิ่มหนำตลอดกาลมีอยู่ไซร้    ขอท่านจงบอกเหตุนั้นแก่เรา……

การให้ทานของคนฉลาด     เล่ม   37    หน้า   488

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   สัปปุริสทาน (ทานของผู้ฉลาด)   8  ประการนี้  8  ประการเป็นไฉน  คือ
1.  ให้ของสะอาด     
2.  ให้ของประณีต   
3.   ให้ตามกาล   (คือ อาหารทั้งหลายที่จะถวายพระต้องก่อนเที่ยงตรงเท่านั้นและต้องไม่ดิบด้วย)
4.   ให้ของสมควร  ( เงิน – ทอง - ไก่ – หมา – แมว – วัว – ควาย –
เสื้อผ้า – ข้าวสาร   เป็นต้น   ห้ามถวายพระเด็ดขาด)

5.   เลือกให้  (คือต้องรู้จักพิจารณาดูพระที่เราให้ทานด้วยนั้น 
เป็นพระที่ปฏิบัติได้ถูกต้องตามธรรม – วินัย หรือเปล่า?)

6.   ให้เนืองนิตย์   
7.   เมื่อให้จิตผ่องใส 
8.   ให้แล้วดีใจ     ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย   สัปปุริสทาน  8 ประการนี้แล.
     
สัปบุรุษย่อมให้ทาน   คือ  ข้าวและน้ำที่    สะอาด  ประณีตตามกาล  สมควร  เนืองนิตย์  ในผู้ประพฤติพรหมจรรย์  ผู้เป็นเขต (บุญ) ดี   บริจาคของมากแล้วก็ไม่รู้สึกเสียดาย   ท่านผู้มีปัญญาเห็นแจ้ง   
ย่อมสรรเสริญทานที่สัปบุรุษให้แล้วอย่างนี้    บัณฑิตผู้มีศรัทธา    มีใจอันสละแล้ว   บริจาคทานอย่างนี้แล้ว    ย่อมเข้าถึงโลกอันไม่มีความเบียดเบียนเป็นสุข.

   เล่ม   49    หน้า   30บุคคลผู้ไม่ตระหนี่  ควรทำเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง   คือปรารภถึงบุรพเปตชน (นึกถึงบรรพบุรุษผุ้ตายไป)  หรือเทวดาผู้สิงอยู่ในเรือน    หรือท้าวมหาราชทั้ง  ๔  ผู้รักษาโลก   ผู้มียศ  คือ  ท้าวธตรฐ  ๑  ท้าววิรุฬหก  ๑ ท้าววิรูปักษ์  ๑ ท้าวกุเวร  ๑   ให้เป็นอารมณ์แล้วพึงให้ทาน   
 
ท่านเหล่านั้นเป็นอันบุคคลได้บูชาแล้ว   และทายก (ผู้ให้ทาน) ก็ไม่ไร้ผล   ความร้องไห้  ความเศร้าโศก  หรือความร่ำไห้อย่างอื่น  ไม่ควรทำเลยเพราะความร้องไห้เป็นต้นนั้น    ย่อมไม่เป็น ประโยชน์แก่ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว   ญาติทั้งหลาย (ที่ตายไป) คงตั้งอยู่ตามธรรมดาของตนๆ     อันทักษิณาทาน (สิ่งของทำบุญ) นี้ที่ท่านเข้าไปตั้งไว้ดีแล้วในสงฆ์    ให้แล้ว (อุทิศให้ญาติที่ตายไป)    ย่อมสำเร็จประโยชน์แก่บุรพเปตชนโดยทันที    สิ้นกาลนาน.

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ