สิ่งที่มีจริงดับแล้วแต่ความจำว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้หมดไป พอ.6342


    วิจิตร สิ่งที่ปรากฏทางตาเป็นสัตว์ บุคคล ตัวตน อันนี้เราจะวินิจฉัยอย่างไรว่า ตัวเราไม่มี

    สุ. สภาพจำ มีไหมคะ ขณะนี้สิ่งที่ปรากฏทางตามีไหมคะ

    วิจิตร มีครับ

    สุ. แล้วจำอะไร

    วิจิตร ก็จำสิ่งที่ปรากฏทางตา

    สุ. เมื่อกี้นี้เป็นคนนี่คะ ที่จะสงสัยว่ามีคนไหม ในเมื่อเห็นก็เป็นคน แล้วจะกล่าวว่าไม่มีคนได้อย่างไร ใช่ไหมคะ

    วิจิตร ครับ

    สุ. เพราะฉะนั้นก็ต้องพิจารณาความจริงว่า ที่เคยจำว่าเป็นคน มี หลังจากที่เห็น แล้วตอนที่เห็นกำลังปรากฏ จำหรือเปล่าว่า เป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏทางตา ไม่มีเลย

    วิจิตร โดยธรรมชาติมันต้องจำได้ ใช่ไหมครับ

    สุ. แต่ไม่ประกอบด้วยความเข้าใจถูก ความเห็นถูกว่า เป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏ ถ้าเป็นความเข้าใจถูกว่า เป็นเพียงสิ่งที่ปรากฏ แม้การจำว่าเป็นสัตว์ เป็นบุคคล เป็นเรื่องราวต่างๆ ก็จะรู้ว่า ขณะนั้นเป็นการจำสิ่งที่ปรากฏ โดยที่ความจริงสิ่งนั้นไม่มี ไม่ใช่สิ่งที่มีจริงๆ แต่เนื่องมาจากการเห็นแล้วจึงจำว่า เป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใด เพราะฉะนั้นเรื่องราวทั้งวันก็มาจากการจำสิ่งที่ปรากฏทางตา เป็นสุข เป็นทุกข์ไป เป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นอะไรก็แล้วแต่ทั้งหมด เพราะว่าไม่ได้รู้ความจริงว่า แท้ที่จริงแล้ว สิ่งที่มีจริงเป็นเพียงสภาพธรรมจริงๆ ที่ปรากฏแล้วหมดไป

    เพราะฉะนั้นระหว่างการจำเรื่องราวต่างๆ ด้วยความไม่รู้ กับการจำแม้ขณะที่กำลังเห็นเป็นคน ก็เป็นธรรม ไม่ใช่สภาพเห็น แต่เป็นสภาพคิด

    เพราะฉะนั้นจะรู้ได้ไหม ระหว่างความต่างของการคิดกับขณะที่เห็น เวลาอ่านหนังสือเล่มหนึ่ง เรื่องเยอะไหมคะ ตัว ก. ข. สีดำ สีขาวทั้งนั้นเลย แต่ว่าเรื่องเยอะมาก เพราะฉะนั้นขณะนี้มีสิ่งที่ปรากฏทางตา รูปร่างสัณฐานต่างๆ ก็ไปจำเป็นเรื่องราวต่างๆ และอะไรจริงในขณะที่กำลังอ่านเรื่องในหนังสือ เห็นจริง คิดนึกจริง แล้วเรื่องนั้นอยู่ที่ไหน ถ้าจิตไม่คิดก็ไม่มี

    เพราะฉะนั้นในขณะนี้ที่เคยจำมาในแสนโกฏิกัปว่า มีสัตว์ บุคคลจริงๆ ปัญญาก็จะต้องรู้ว่า การจำมีจริง ความคิดมีจริง มาจากการเห็น ถ้าไม่มีการเห็น ลองไปนึกซิคะ จะไปนึกให้เป็นอะไรขึ้นมาได้ ถ้าไม่มีสิ่งนั้นเกิดให้เห็นก่อน แต่พอเห็นแล้วเริ่มจำแล้ว เป็นภูเขา เป็นประเทศนั้น เป็นคนนี้ เป็นเรื่องราวอย่างนั้นอย่างนี้จากสิ่งที่เพียงปรากฏ และความจริงสิ่งนั้นหมดแล้ว ดับแล้ว แต่ความจำว่าเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่ได้หมดไปเลย แม้ในฝัน ไม่มีสิ่งนั้นปรากฏ ก็ยังจำเป็นเรื่องต่างๆ ได้ และเรื่องในฝันมีจริงไหม ถ้าเรื่องในฝันไม่มีจริง ขณะนี้เรื่องที่กำลังคิด จริงหรือเปล่า จริงเมื่อคิด เหมือนกับขณะที่ฝัน เหมือนเห็น

    เพราะฉะนั้นกว่าจะเข้าใจจริงๆ ว่า แท้ที่จริงแล้วสภาพธรรมจริงๆ ที่มีจริงๆ ที่เป็นปรมัตถธรรม คือ จิต เจตสิก รูป จิตคิดมีจริง แต่เรื่องที่คิดมาจากเห็นบ้าง ได้ยินบ้าง

    วิจิตร รื่องที่คิดก็ไม่จริง

    สุ. ยอมที่จะพรากจากความเห็นที่ยึดถือในสิ่งที่ปรากฏว่า เป็นสัตว์ เป็นบุคคล สิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือเปล่า หรือว่ายังจะต้องจำไว้ต่อไปอีกกี่ภพกี่ชาติ ก็ยังเข้าใจว่า สิ่งที่ไม่มีนั่นแหละ มีจริงๆ


    หมายเลข 12448
    9 เม.ย. 2565