แม้ปฏิสนธิด้วย ๓ เหตุ แต่ก็ต้องไปอบาย พอ.5245


    สุรีย์     พูดถึงเรื่อง “สว่างมา มืดไป” ถ้าบุคคลนั้น ปฏิสนธิจิตเป็นติเหตุกะแล้ว เขามีทางที่จะมืดไปหรือคะ

    สุ.     จะรู้ได้อย่างไรว่า ใครเป็นตุเหตุกะปฏิสนธิ

    สุรีย์     แต่ปุถุชนที่เขาเป็นกัลยาณปุถุชน เขาก็ต้องเป็นติเหตุกะด้วย

    สุ.     มิได้ค่ะ เป็นสุคติบุคคลที่ไม่ประกอบด้วยเหตุใดเลยก็ได้  แต่ถ้าเราได้ยินได้ฟังธรรม แล้วเราคิดให้ตรงเท่าที่เราสามารถจะเข้าใจได้ อันนั้นก็จะตัดปัญหาเรื่องอื่นอีกเยอะมาก เพราะว่าเรื่องที่จะคิดเองมีมากมาย

    อรรณพ     อย่างท่านพระเทวทัตท่านก็ปฏิสนธิด้วย ๓ เหตุ เป็นติเหตุกบุคคล ได้ฌานด้วย สามารถแสดงอิทธิปาฏิหาริย์ได้ แต่ตอนหลังก็เสื่อม และไปเกิดในอเวจีมหานรก

    สุรีย์     ที่อาจารย์อรรณพพูด ก็ต้องเป็นกรรมเก่าของเขา คือ ส่งผลให้เป็นอย่างนั้น

    อรรณพ     เพราะกิเลสจึงมีกรรม ส่งผลให้รับวิบาก แม้ปฏิสนธิด้วย ๓ เหตุ แต่ก็ต้องไปอบาย


    Tag  กิเลส กรรม วิบาก
    หมายเลข 11827
    29 ม.ค. 2563