008 สนทนาพิเศษ ประเด็นสามเณร


    สนทนาพิเศษ เรื่องสามเณร

    ที่ บ้านคุณจักรกฤษณ์ และคุณชฎาพร เจนเจษฎา

    วันเสาร์ที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐

    ตอนที่ ๘


    ท่านอาจารย์ การที่เขาไม่รู้ว่าเป็นโทษ แล้วพระธรรมวินัยแสดงโทษ จะฟังหรือไม่

    คุณรัก เราก็มีทางออกอีกหลายๆ ทาง ใช่หรือไม่ที่เราไม่จำเป็นต้องบวช คุณความดีไม่จำเป็นต้องบวชเสมอไปถ้าเกิดว่าเราไม่เข้าใจอย่างแท้จริง อย่างหลายโครงการแทนที่จะไปทำในวัดก็ทำนอกวัดได้ ก็ทำความดีได้ตั้งมากมาย

    ท่านอาจารย์ ไม่ต้องบวชเลย ไม่ต้องเสียเงินด้วย

    อ.อรรณพ ความจริงแต่ดั้งเดิมมาไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนหรือว่าสถาบันครอบครัวอะไรต่างๆ เขาก็มีกิจกรรมที่จะให้เด็กๆ ได้เสริมทักษะเขา หรือเสริมความรู้เขา หรือบำเพ็ญประโยชน์ในช่วงฤดูร้อนภาคฤดูร้อน แต่ก่อนมีเยอะ ผมก็ว่าเป็นประโยชน์ การไปบำเพ็ญเป็นประโยชน์ การทำอะไรๆ ทำความสะอาดสถานที่บ้าง อะไรอย่างนี้ก็มีอยู่ แต่ในระยะหลัง แนวโน้มความนิยมก็จะเป็นไปโดยการที่เอามาโยงกับศาสนา เพราะดูว่ามีผลกระทบในแง่ขององค์กรดีกว่า ใช่ไหม เพราะได้มีการทะนุบำรุงพระศาสนาด้วย มีกิจกรรมอื่นๆ ปนๆ กันมา ก็เป็นจุดที่ทำให้มีการบวชสามเณรภาคฤดูร้อน จะเป็นช่วงที่นักเรียนปิดเทอมกัน

    ฉะนั้นจริงๆ ก็อยากจะนำเสนอว่า แนวคิดซึ่งดั้งเดิมก็ทำกันอยู่ แต่ถ้าหากว่าเราจะมีกิจกรรม จะเป็นโครงการกิจกรรมหรือเป็นค่ายให้เยาวชนที่จะได้ความเข้าใจในธรรมที่ถูกต้องด้วย บวกเข้าไปอีกกับการบำเพ็ญประโยชน์หรือการที่จะเข้าไปเพิ่มทักษะความรู้ส่วนตัวเขา ก็จะมีประโยชน์โดยที่ไม่จำเป็นต้องให้เขาไปบวช ไม่อยากจะใช้คำภาษาสมัยนี้ว่าสุ่มเสี่ยง คือไม่ต้องสุ่มเสี่ยง ผิดอยู่แล้วใช่ไหม ไม่ใช่สุ่มสี่ยง ผิดอยู่แล้วถ้าไปบวชโดยที่ไม่เข้าใจเลย ก็เป็นความเสียหายหลายๆ อย่างที่อาจารย์จักรกฤษณ์ได้กล่าวแล้ว

    เพราะฉะนั้นแนวทางการแก้ปัญหา ส่วนสำคัญก็คือศึกษาพระธรรมวินัยให้เข้าใจ อันนี้แน่แน่นอน แต่ก็จะมีข้อติดค้างในใจสำหรับผู้ปกครองหรือเด็กนักเรียนแล้วตอนปิดเทอมจะมีกิจกรรมอะไรที่เป็นประโยชน์ แทนที่จะไปบวชภาคฤดูร้อน ซึ่งถ้าเราเข้าใจแล้วว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย แล้วก็ไม่ได้เกิดประโยชน์ แต่เกิดความเสียหายอะไร

    ผมก็จะลองเสนอแนวคิด อาจจะเป็นโครงการที่เราจะใช้ภาษาง่ายๆ ที่จะทำให้สังคมเข้าใจได้ง่ายๆ ก็เข้าใจง่ายๆ ไม่ต้องไปตั้งชื่ออะไรให้ยุ่งยาก อาจจะเป็นค่ายใจดีทำดี หมายความว่าเราจะให้เยาวชนได้มีพื้นฐานความเข้าใจในธรรมที่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยที่เป็นพื้นฐานเลยว่า สภาพที่แท้จริงของความดีคืออะไร สภาพที่แท้จริงของความชั่วคืออะไร มีคุณมีโทษอย่างไร จิตใจคืออย่างไรและจิตใจที่ดีอย่างไรดีและมีคุณอย่างไร จิตใจที่เป็นโทษคืออย่างไร มีลักษณะของความเป็นโทษมีอะไร เราปลูกฝังความมีเหตุมีผลตามพระธรรมคำสอน ซึ่งมีคุณค่าสูงที่สุดแล้ว ทุกคนก็กล่าวกันว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่มีเหตุมีผล เป็นศาสนาที่จะทำให้ผู้ศึกษาแล้วได้รับประโยชน์ เพราะฉะนั้นก็ปลูกฝังความมีเหตุมีผลตามพระธรรมคำสอนให้กับเยาวชน หรืออาจจะเป็นธรรมที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับเยาวชน และอยู่ในวัยที่เขาควรที่จะซึมซับหรือพอจะเข้าใจได้ ผมยกตัวอย่างเช่น มงคลสูตร ที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ อาจจะเป็นเรื่องความกตัญญูกตเวที แค่เข้าใจว่าเป็นความดีอย่างไร กตัญญูคืออะไร กตเวทีคืออย่างไร ความดีที่ทำจึงเป็นการตอบแทน เป็นการทดแทน เป็นความกตัญญูจริงๆ หรือว่าหน้าที่ของบุตรที่มีต่อมารดาบิดาก็แสดงไว้ในมงคล บุตรควรจะมีหน้าที่ต่อมารดาบิดาอย่างไร หรือความอ่อนน้อมถ่อมตน ซึ่งจะเป็นคุณธรรมที่เยาวชนสมัยนี้มีน้อย ที่เราจะสังเกต ใช่ไหม ตอนนี้จะมีน้อยลง หลักธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงอย่างในมงคลสูตรไพเราะ แล้วก็สามารถที่จะมาพูดเป็นภาษาไทยให้เขาพอเข้าใจได้ โดยที่เขามีพื้นฐานความเข้าใจเรื่องจิตที่ดี ไม่ดีอย่างไร ที่เป็นตัวธรรมสภาพธรรมแท้ๆ ให้เขามีพื้นฐานพอเข้าใจได้ด้วย

    การประพฤติประโยชน์ต่างๆ ที่เขาจะประพฤติประโยชน์เป็นไปกับในครอบครัวคุณพ่อคุณแม่ เพื่อนฝูงและสังคมทั่วไปขยายๆ ความดีออกไป ก็เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ แม้กระทั่งการปลูกฝังความเข้าใจในทางธรรมในเรื่องของการดำรงชีวิตอย่างพอเหมาะพอเพียง ซึ่งตรงกับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระเจ้าอยู่หัวร.๙ ไม่ใช่ว่าให้เด็กไปท่องจำ ไปสวดมนต์ ใช่ไหม แล้วไปนั่งหลับตา ซึ่งเขาไม่ได้เข้าใจอะไรเลย ก็จะมีผลอย่างที่อาจารย์จักรกฤษณ์กล่าว บางคนที่ไม่ชอบก็สะสมความไม่มีเหตุผลไป คนที่เขามีเหตุผลเขาก็ไม่ชอบเพราะเขาเบื่อ เขาก็มองว่าศาสนาเป็นอย่างนี้ใช่ไหม

    เพราะฉะนั้นถ้ามีการที่จะให้เขาได้เข้าใจธรรมที่แท้จริง ที่สมกับวัยของเขา เขาก็พอเข้าใจได้ ซึ่งก็ต้องทำในลักษณะที่เป็นลักษณะของกิจกรรม กิจกรรมที่จะให้เยาวชนเหล่านี้มาเรียนรู้ในหลักธรรมร่วมกัน เปิดโอกาสให้เขาได้แสดงความคิดเห็นบ้าง มีกิจกรรมกลุ่มให้เขาได้ดูว่า อย่างนี้อะไรดีไม่ดีอย่างไร แล้วก็มาพูดแลกเปลี่ยนกันไป นี้ก็เป็นในส่วนของหลักธรรม

    คุณรัก ที่อาจารย์อรรณพกล่าว เหมือนแนวทางหลักธรรม

    อ.อรรณพ แนวทางหลักธรรมที่เราค่อยๆ ถ่ายทอดเขาโดยไปกับกิจกรรมธรรมก็ส่วนหนึ่ง แล้วกิจกรรมที่เป็นการช่วยเหลือสังคม หรือว่าการบำเพ็ญประโยชน์ จะเรียกว่ากิจกรรมภาคสนามก็สมกับวัย แล้วเมื่อเขามีความเข้าใจแล้วว่า จิตใจคืออะไร จิตใจที่ดีคืออย่างไร เขาก็เข้าใจว่าเป็นธรรมที่ดีงามที่ค่อยๆ ปรุงแต่งขึ้น เมื่อเขามีใจดีก็ปรุงแต่งให้มีการกระทำดีใช่ไหม อาจจะให้เขาได้มีกิจกรรมเรียกว่า ภาคสนาม เช่น เรียนรู้วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงในชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนวิถีเกษตร ซึ่งเป็นหลัก เป็นอาชีพหลักของประเทศเรา ให้เด็กได้รับรู้ เด็กในบ้านในเมืองกรุงอาจจะไม่ค่อยรู้ ช่วยเหลือสังคมหรือว่าบำเพ็ญประโยชน์ อาจจะยกตัวอย่างที่เป็นแนว เช่น เกษตรกรช่วยอะไรเขาได้บ้าง ไม่ช่วยอะไรมาก อาจจะดำนาไม่เป็น ไม่ถึงขนาดนั้น แต่คนไหนทำได้ก็จะลองดู หรืออย่างน้อยๆ ก็คือช่วยเก็บพวกเศษวัสดุทางการเกษตรที่รกๆ ช่วยจัดพื้นที่ให้เรียบร้อย แล้วก็เอาวัสดุเหล่านี้ไปใช้บระโยชน์อะไรอย่างนี้ ช่วยเขาเก็บรวบรวมเศษวัสดุก็ยังได้ หรือช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิต ซึ่งในบางครั้งเราจะเห็นใช่ไหม แล้วเขาไม่ต้องไปบวชด้วย ไม่ต้องไปโยงกับพระศาสนา

    คุณรัก ชื่อใจดีทำดี เราอาจจะเคยได้ยินว่าคิดดีทำดี คิดดีทำดีเราได้ยินบ่อย แต่ใจ ดีทำดีกับคิดดีทำดี อยากให้ท่านอาจารย์ได้ขยายนิดหนึ่ง

    ท่านอาจารย์ จริงๆ แล้วก็เป็นคำที่เราใช้อยู่ ใครไม่มีใจบ้าง คือให้เขาคิด ต้องให้เขาคิด ให้เป็นปัญญาของเขาเองที่เขาจะต้องค่อยๆ ไตร่ตรอง ดิฉันมีหลานเล็ก แล้วบางครั้งก็สนทนาธรรมง่ายๆ เลย นี่จริงหรือเปล่า แข็งๆ จริงไหม ใช่ไหม ให้เขาคิดแล้วตอบ ยังไม่ต้องใช้คำอะไรเลย แค่ว่าจริง ให้เขาเริ่มรู้ว่าอะไรจริง แล้วก็ทุกอย่างที่มีจริงใครเปลี่ยนแปลงได้ไหม ไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ไหม คือค่อยๆ พูดให้เขาเข้าใจในความเป็นปกติของธรรม

    เพราะฉะนั้นไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ขอเพียงให้เข้าใจว่าธรรมคืออะไร และจะทำให้เขาเติบโตไปในการที่จะพิจารณาไตร่ตรองและรู้ขึ้น เพราะวันหลังต่อมาเมื่อเขาโตขึ้นนานพอสมควร คุณแม่เขาพูดอะไรก็ไม่รู้ แต่เขาบอกว่า คุณยายบอกว่าทุกสิ่งที่มีจริงเป็นธรรม หมายความว่าธรรมไม่ใช่ไปเรื่องโน้นเรื่องนี้ แต่สิ่งที่มีจริงทุกอย่างเป็นธรรม คือให้เขาเข้าใจคำที่ทุกคนปฏิเสธไม่ได้ แล้วก็เริ่มเข้าใจว่าเป็นคำธรรมดาๆ เป็นสิ่งธรรมดา แต่ไม่รู้ จนกว่าจะได้ฟังมากกว่านี้อีกว่า บังคับได้ไหม แล้วเราก็ค่อยๆ พูดถึงใจเป็นอย่างไร คนโน้นมีใจคนนี้มีใจ ใจสองใจต่างกันไหม ใจของคนเป็นอย่างไร ดีหรือไม่ดี เพราะคิดใช่ไหม ค่อยๆ นำไปโดยที่ไม่ต้องใช้คำธรรมสูงๆ แต่พื้นฐานคือชาวพุทธทุกคนควรรู้จักธรรม เพราะมีคำว่า พระรัตนตรัย พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ เหมือนรู้จักแม้แต่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ถ้าไม่ได้ฟังคำของพระองค์ เพียงแค่กราบไหว้แล้วบอกว่าทรงตรัสรู้ ตรัสรู้อะไรก็ไม่สามารถจะรู้ได้ แต่ถ้าเราให้พื้นฐานความเข้าใจไม่ว่าเด็กและผู้ใหญ่ ให้เขามีความเข้าใจที่ตรงกันเบื้องแรกว่า ธรรมคือสิ่งที่มีจริงทุกขณะในชีวิต เป็นสิ่งที่มีจริง อีกภาษาหนึ่งก็ใช้คำว่าธรรม

    อีกอย่างหนึ่ง เราพูดกันเรื่องเด็ก ลืมผู้ใหญ่ใช่ไหม ผู้ใหญ่ก็หวังอยู่นั่นแหละจะให้ลูกหลานเข้าใจธรรม ถ้าตัวเองมีความสนใจ มีความใส่ใจ เห็นคุณของพระธรรม เริ่มทำทุกอย่าง เริ่มศึกษา เด็กที่ผู้ใหญ่ฟังธรรม บ้านนั้นเด็กจะฟังด้วยทุกคนเลย ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ก็มีเด็กๆ ซึ่งผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ฟังธรรม แล้วพ่อแม่ก็ไม่รู้ว่าเด็กฟัง จนกระทั่งโตขึ้นมาจึงรู้ว่าเด็กคนนี้เข้าใจธรรมเพราะเขาฟังด้วย ไม่ต้องมีการบอกกล่าวอะไร ไม่มีการบังคับ ไม่มีการทำอะไร แต่ให้ชินหู ค่อยๆ ชิน ค่อยๆ ฟัง คำไหนที่เป็นคำที่ไม่ใช่ภาษาไทย เด็กบางคนนั่งรถไปกับพ่อแม่ แทนที่จะเปิดเพลงก็เปิดธรรมเข้าหูเลย โผฏฐัพพะคืออะไร ได้ยินแต่ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจใช่ไหม สิ่งที่ปรากฏทางตากำลังปรากฏ เสียงก็มี กลิ่นก็มี รสก็มี เย็น ร้อน อ่อน แข็ง เขาไม่รู้ใช่ไหม แต่ได้ยินคำว่าโผฏฐัพพะ อย่างน้อยที่สุดในชีวิตของเขาได้สะสมสิ่งซึ่งเราจะไม่รู้เลยว่า แม้เพียงน้อยนิดก็ยังดีกว่าไม่มีเลย แล้วถ้าผู้ใหญ่หวังดีต่อลูกจริงๆ ผู้ใหญ่เป็นผู้นำ เพราะว่าเด็กทุกคนตามพ่อแม่ พ่อแม่ไปวัดจะเห็นได้ว่ามีเด็กไปด้วย ตั้งแต่เล็กแล้วโตขึ้นเขาจะเป็นอย่างไร อย่างน้อยก็เหมือนคนที่เราพูดคุยด้วยในรายการธรรมสัมภาษณ์เด็กตัวเล็กๆ อย่างนี้ก็มี เขาก็เข้าใจได้ ไม่ใช่สิ่งที่เกินวิสัยเพราะอะไร มีจริงๆ มีจริงๆ ให้คิดได้ ให้เข้าใจได้ ใช่ไหม ค่อยๆ ให้เขาแต่ต้องไม่ลืมว่าผู้ใหญ่ด้วย ผู้ใหญ่ที่หวังที่จะให้เด็กเป็นคนดีไม่มีทางสำเร็จ ถ้าผู้ใหญ่ไม่ดี แต่ถ้าผู้ใหญ่ดีแน่นอน เด็กก็ตามรอยผู้ใหญ่ เพราะเขายังเล็กผู้ใหญ่จะทำอะไรเขาก็ทำด้วย

    คุณรัก ต้องถามคุณจักรกฤษณ์ว่า ที่ฟังมาทั้งอาจารย์อรรณพและอาจารย์สุจินต์แล้ว เห็นโครงการไหนบ้างไหมในปัจจุบันที่มีแนวทางคล้ายกันแบบนี้

    อ.จักรกฤษณ์ จริงๆ มีโครงการเยอะของเอกชนที่เขาจัดสำหรับเยาวชน ในทำนองที่อาจารย์อรรณพได้กล่าว

    อ.อรรณพ เขาจัดกันเยอะ แต่ก่อนเขาก็ไม่ได้มาโยงกับการบวช แต่ช่วงหลังมักจะมาโยงกับการบวช เพราะดูเหมือนว่าช่วยศาสนา

    ท่านอาจารย์ แต่ทั้งหมดผิดพระธรรมวินัย

    อ.อรรณพ เรื่องสำคัญที่สุด ที่นำเสนอก็คือในเรื่องของพื้นฐานความเข้าใจพระธรรมที่ท่านอาจารย์แสดง ที่คุณรักถามเมื่อสักครู่ เด็กเข้าใจธรรมได้ถ้ามีการปลูกฝังที่ถูกต้องโดยผ่านจากผู้ใหญ่ไป เขาก็ซึมซับไปที่เราเห็นความเข้าใจของเด็กในหลายๆ คนที่เราได้เคยเห็นกันมา

    ท่านอาจารย์ เพราะฉะนั้นเป็นไปได้แน่ๆ ถ้าผู้ใหญ่ทุกคนเริ่มฟังธรรมเสียตั้งแต่วันนี้ เด็กก็ได้ฟังด้วย

    อ.อรรณพ แนวทางการแก้ไขตรงนี้ก็เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งก็คือผู้ใหญ่ และเด็กไม่ใช่มุ่งเฉพาะแค่ตอนฤดูร้อน และควรที่จะเห็นประโยชน์ของการศึกษาพระธรรมคำสอน แล้วปลูกฝังให้เยาวชนต่อเนื่องๆ ถ้าในช่วงของฤดูร้อนก็มีค่ายใจดีทำดี ก็เป็นการที่เด็กๆ เขาจะได้มาเข้ากิจกรรมต่อเนื่องสามวันห้าวันอะไรก็แล้วแต่ นอกจากเรื่องของธรรมที่เราให้ปูพื้นฐานให้เขาไป แล้วก็ในเรื่องของกิจกรรมที่บำเพ็ญประโยชน์อะไรต่างๆ ที่พูดกัน นอกเหนือจากการที่ยกตัวอย่างไปแล้วอาจจะเป็นการจัดกิจกรรมให้ผู้สูงอายุบ้างก็ได้ตามบ้านบางแค ซึ่งเขาจะได้เห็นชีวิตของผู้สูงอายุ เพราะวันหนึ่งเขาก็ต้องสูงอายุเช่นนั้น เขาควรจะให้มีจิตที่เมตตากรุณาผู้ใหญ่ ช่วยอะไรได้บ้าง ทำอะไรได้บ้างหรือพัฒนาสิ่งแวดล้อมต่างๆ

    ท่านอาจารย์ เข้าใจว่าเรื่องที่จะทำประโยชน์มีมาก แล้วก็เป็นโอกาสดีด้วย และจำนวนของเด็กก็มีมากตามวัย ว่าเขาสามารถที่จะช่วยทางด้านไหน

    คุณรัก แล้วไม่ต้องกลัวเรื่องผิดศีลด้วย

    อ.อรรณพ ลองคิดว่าเราเอาเด็กไปบวชเณร ขณะที่ขยะตามชายหาดเต็มไปหมด แต่ให้เด็กที่บวชเณรไปเดินบิณฑบาตตามชายหาด หรืออะไรอย่างนี้ แทนที่ให้เด็กทำสาธารณประโยชน์ เศษพลาสติกติดตามพวกไม้ชายเลน ถ้าเราไปทำความสะอาดให้ดี เป็นแหล่งท่องเที่ยว ก็ทำให้คนเข้ามาเจริญหูเจริญตาอย่างนี้เด็กช่วยได้ แล้วก็อาจจะเสริมเป็นกิจกรรมเสริมทักษะหรือกิจกรรมนันทนาการก็ได้ จากการที่เขาได้มาเข้าเหมือนกับค่ายธรรม เขาจะแสดงออกมาตามศิลปะที่เขาสะสมมา ใช่ไหม บางคนก็ถนัดวาดรูป บางคนอาจจะถนัดร้องเพลง บางคนอาจจะถนัดทำคำขวัญจากธรรมที่เขาได้ยินได้ฟังในการเข้าค่ายมาสามวันเจ็ดวัน เขาวาดการ์ตูนธรรมออกมาได้หรือไม่ ให้เขาสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นศีลธรรมจริยธรรมบนพื้นฐานการเข้าใจที่ถูกต้องจากธรรมคืออะไร เพลงธรรม

    ท่านอาจารย์ หรือว่าถ้าเด็กมีปัญหา ใช่ไหม ช่วยได้โดยการที่ใกล้ชิดเขา และก็มีการที่จะตอบชี้แจงให้เขาเข้าใจ แก้ปัญหาของเด็ก ซึ่งเด็กมีปัญหา แต่เราไม่รู้ปัญหาของเด็กจนกว่าจะอยู่ใกล้ชิดถึงจะรู้

    อ.อรรณพ หรือเป็นคลินิกจะช่วยแนะนำอะไรเขา คลินิกธรรมแนะนำเขา เขาจะเล่าให้เราฟัง จิตวิทยาอะไรก็ไม่อาจจะเทียบได้เลยกับพระธรรมคำสอน ยิ่งกว่าวิชาศาสตร์จิตวิทยาใดๆ ที่จะช่วยให้เขาเข้าใจแล้วก็แก้ปัญหา

    ท่านอาจารย์ ภาคฤดูร้อนก็จะเป็นประโยชน์หลายประการ ทั้งกับสาธารณะ เก็บผักตบชวา หรือจะไปช่วยชาวนาปลูกข้าว

    อ.อรรณพ ช่วยเก็บเศษวัสดุ

    ท่านอาจารย์ ทุกอย่างที่จะทำได้ แล้วก็ไม่ผิดธรรมวินัยด้วย ตรงกันข้ามแทนที่จะได้เป็นประโยชน์ทั้งทางโลกที่จะทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ก็ยังเป็นโทษทางพระธรรมวินัย ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยจากการที่ให้เด็กไปบวชเป็นเณรภาคฤดูร้อน

    อ.อรรณพ แต่ถ้ามีความเข้าใจพระธรรม เราปลูกฝังเด็ก หนึ่งอย่างต่อเนื่อง สองช่วงไหนเขาว่างก็มีกิจกรรมภาคฤดูร้อนที่ให้ธรรมที่ถูกต้องเขา แล้วก็มีกิจกรรมที่เขาก็สนุกสมตามวัยด้วย แล้วก็ได้ไปช่วย เขาจะเห็นชีวิตของเกษตรกรบ้าง หรือว่ามีจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม ทำความสะอาดอะไรต่ออะไรมีเยอะ

    ท่านอาจารย์ แม้แต่ชื่อ ใจดีทำดี ได้ยินทุกวันก็ค่อยๆ ดีทุกวัน

    อ.อรรณพ เพราะฉะนั้นโครงการเหล่านี้ก็อาจจะได้รับการสนับสนุนจาก หน่วยงานของภาครัฐและเอกชน หรือคนที่เห็นประโยชน์ที่คิดว่าจะร่วมกันสร้างสรรค์เยาวชนที่มีสเปคหรือคุณลักษณะก็คือเป็นคนใจดีและทำดี สังคมเราถ้ามีเยาวชนอย่างนี้ เมื่อเขาโตไปในอนาคตก็ต้องเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ โดยมีความเข้าใจพระธรรมเป็นเครื่องนำทาง

    ท่านอาจารย์ แล้วก็ไม่ไปทำลายพระธรรมวินัยด้วย เพราะเหตุว่าการจัดให้มีการบวชภาคฤดูร้อน ใครจัด จัดที่ไหน อยู่ที่ไหน ทำอะไร วัดไม่ใช่ที่สงบ ไม่ใช่เป็นที่ศึกษาพระธรรม ไม่ใช่เป็นที่ที่ปฏิบัติตามพระธรรมวินัยเมื่อมีการบวชภาคฤดูร้อนสามเณร หรือการบวชของใครก็ได้ที่ไม่ได้เข้าใจพระธรรม

    อ.อรรณพ เพราะฉะนั้นตรงข้าม ถ้าไปบวช ก็จำกัดที่จะไปทำอะไรๆ ไม่ได้ ถ้าไปทำก็ผิดพระวินัย เป็นการทำลายพระศาสนาใช่ไหม แต่ถ้าเข้าใจถูก ให้เขาทำกิจกรรมตามวัยเขา เขาได้มีการเข้าใจธรรมที่ถูกต้องด้วย ไม่ไปผิดพระธรรมวินัย แล้วสร้างสรรค์ประโยชน์ แล้วให้เขาค่อยๆ มีจิตที่ดีงาม เราก็ปลูกฝังกันอย่างนี้เรื่อยๆ มีวิธีมีทางออก แต่เราไม่สนใจ เราก็คิดว่าบวชแล้วจบสบายดี

    ท่านอาจารย์ อย่าทำลายพระพุทธศาสนาด้วยการบวชเพราะไม่รู้

    อ.จักรกฤษณ์ ยังชอบคำที่ท่านอาจารย์กล่าวเมื่อข้างต้นว่า จะบวชหรือจะบาป ตรงนี้เป็นคำที่อธิบายได้ชัดเจน แล้วเรื่องธรรมไม่ใช่ธรรมภาคฤดูร้อน ธรรมต้องทุกๆ

    อ.อรรณพ บ่อยๆ เนืองๆ

    อ.จักรกฤษณ์ บ่อยๆ เนืองๆ จนถึงทุกขณะ ให้เข้าใจถึงระดับนั้น มีความละเอียดมากในนั้น ไม่มีการเป็นช่วงๆ ภาคฤดูร้อนช่วงนั้นช่วงนี้ พระธรรมปลูกฝังไปต่อเนืองเรื่อยๆ ค่อยๆ ซึมซับอย่างที่ท่านอาจารย์สุจินต์ได้ยกตัวอย่างเด็กที่เขาฟังธรรม ต้องค่อยๆ ซึมซับไปเรื่อยๆ

    อ.อรรณพ เด็กที่เขามีช่วงเวลาหยุดภาคฤดูร้อน เขามาเข้ากิจกรรม ก็เป็นกิจกรรมให้เขาได้สนุกสนานด้วย แล้วก็เป็นไปในทางธรรม กิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมเรียนธรรมบ้าง กิจกรรมการวาดภาพหรืออาจจะเป็นการคิดคำขวัญในทางธรรม เด็กเขาคิดได้ เด็กเขาคิดอะไรที่บางทีเราคิดไม่ได้ ถ้าเขาได้รับการปลูกฝังที่ดี เราก็จะมียุวพุทธที่แท้จริง ถ้าเขาโตไป เขาก็จะเป็นชาวพุทธที่เป็นพุทธแท้

    อ.จักรกฤษณ์ เข้าใจถูกต้อง

    อ.อรรณพ ที่เราสนทนากันมาทั้งหมดเป็นประโยชน์ที่สูงค่าอย่างยิ่ง ประเด็นแรกที่สำคัญมากคือ สามเณรคือใคร เป็นบรรพชิต เป็นผู้ที่มีความเข้าใจธรรมและมีคุณธรรมที่สมกับที่จะไปบวชเป็นบรรพชิตจริงๆ เพราะฉะนั้นเพศบรรพชิตแม้สามเณรก็ไม่ใช่เป็นเรื่องเล่นๆ เป็นเรื่องที่เป็นความสมบูรณ์ของการสะสมของปัญญาของบุคคลนั้นมา แล้วเราก็ได้ทราบกันว่าปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรในเรื่องของความคิดของคนยุคนี้ก็จะคิดไปนอกกรอบของพระธรรมวินัย และเป็นรูปแบบอะไร แต่เมื่อได้อาศัยพระธรรมวินัยที่ยังมีอยู่ ก็จะเป็นเครื่องส่อง เครื่องชี้ เครื่องจำแนกแยกแยะว่าอะไรเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แล้วเยาวชนทั้งหลายอยู่ในวัยที่เหมาะสมอย่างนี้ ควรจะมีกิจกรรมอะไรที่เหมาะควรกับเขา เพราะพระพุทธศาสนาที่เราว่าดีกัน จะดีได้ก็เมื่อมีการศึกษา ถ้าร้อยคนบอกดี แสนคนบอกดี แต่ไม่มีใครศึกษาเข้าใจ จะดีได้อย่างไร แต่เมื่อดีแล้วก็ปรุงแต่งให้จิตใจเขาดี และเยาวชนถ้าเขาได้ปลูกฝังแต่เล็กๆ เขาก็จะมีจิตใจที่ดีงามด้วยความเข้าใจพระธรรม แล้วก็มีการประพฤติเป็นไปที่เรียกว่าทำดี เป็นไปอัตโนมัติเลย คือเป็นไปเอง

    ซึ่งการสนทนาในวันนี้เราก็ได้เห็นความสูงค่าของสามเณร และให้เห็นถึงความไม่มีประโยชน์จากความเป็นโทษของการบวชหรือเอาเด็กมาบวชสามเณร ซึ่งไม่ได้ให้เกิดความเข้าใจอะไร การที่จะให้เด็กค่อยๆ เข้าใจธรรม ซึมซับไปทุกวันๆ ด้วยความเข้าใจ ความเห็นประโยชน์ของผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง รวมทั้งถ้ามีโอกาส มีเวลา มีกิจกรรมที่สร้างสรรค์ให้เขาเป็นชาวพุทธแท้ ก็ทำคุณประโยชน์อะไรต่างๆ เป็นประโยชน์มากๆ

    คุณรัก วันนี้ได้ประโยชน์มากจริงๆ กับรายการบ้านธัมมะ กับการสนทนาพิเศษในเรื่องของสามเณร ได้พูดคุยกันไปแล้ว จะเห็นว่าประโยชน์ที่สำคัญที่สุดที่ท่านอาจารย์ได้สรุปชัดเจนเลย จะบวชหรือจะบาป การเริ่มต้นไม่ใช่จากเด็กด้วย ต้องเริ่มต้นจากผู้ใหญ่ แล้วเริ่มวันนี้เลยถ้าเป็นไปได้ ถ้าให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง

    ต้องขอบคุณทั้งสามท่านเป็นอย่างสูงที่มาร่วมพูดคุยกัน เป็นประโยชน์จริงๆ กับความเข้าใจที่ถูกต้อง เชื่อว่าท่านผู้ชมจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อยเกี่ยวกับเรื่องของสามเณรในวันนี้ที่เราได้สนทนากัน และติดตามกันต่อกับสนทนาพิเศษในตอนต่อๆ ไป


    หมายเลข 10852
    26 มี.ค. 2569