006 การบวชตามพระธรรมวินัย


    อ.อรรณนพ อีกประการหนึ่งจากข้อความในพระไตรปิฎก ก็แสดงว่าในยุคนี้ ซึ่งเป็นพันปีที่สามของพระศาสนาแล้ว คุณธรรมสูงสุดของพุทธบริษัทก็คือความเป็นพระอนาคามีบุคคล

    กราบเรียนท่านอาจารย์ว่า ความเป็นพระอนาคามีบุคคล ไม่จำเป็นต้องอยู่ในเพศบรรพชิต แล้วพระอนาคามีบุคคลคืออย่างไร แล้วคฤหัสถ์ถ้าอบรมเจริญปัญญาสูงสุด ก็ไม่เกินความเป็นพระอนาคามี ก็ไม่จำเป็นต้องไปบวชก็ได้

    ท่านอาจารย์ เพราะฉะนั้นการรู้แจ้งอริยสัจธรรม รู้ได้ทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ และก็ผู้ที่มีศรัทธาสะสมมาแล้วที่จะบรรลุถึงการเป็นพระอรหันต์ในครั้งพุทธกาลมีมาก เป็นสมัยที่รุ่งเรือง กาลสมบัติ ที่มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพุทธบริษัททั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ที่เป็นผู้ที่เปรื่องปราชญ์ก็ได้ รอบรู้ก็ได้ในพระธรรมคำสอนที่พระองค์ได้ตรัสไว้ดีแล้ว พรั่งพร้อมด้วยพระธรรมวินัย แต่เมื่อกาลสมัยล่วงมา เราคงไม่ย้อนไปถึงสมัยพันปีแรก เราจะอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ อยู่ตรงนั้นเป็นส่วนหนึ่งหรือว่าจะอยู่ตรงไหนก็แล้วแต่ แต่กาลเวลาผ่านไปจนถึงบัดนี้ ก็แสดงว่าความห่างไกลของสมัยพุทธกาลจนกระทั่งถึงสมัยนี้ นานพอที่จะเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่ ที่พระพุทธศาสนาไม่ได้ดำรงอยู่ตามที่ควรจะรุ่งเรืองเหมือนสมัยก่อน เพราะเหตุว่าขาดการเข้าใจธรรม แม้แต่การบวชก็บวชอย่างผิดๆ คือบวชเพื่ออย่างนั้น บวชเพื่ออย่างนี้ แต่ไม่ใช่บวชเพื่อที่จะศึกษาธรรม เพื่อขัดเกลากิเลส

    เพราะฉะนั้นบวชอื่นทั้งหมด ที่ไม่ใช่ด้วยความเคารพในพระศาสดาที่จะศึกษาพระธรรม ขัดเกลากิเลสยิ่งขึ้น และประพฤติปฏิบัติตามธรรมวินัย การบวชอื่นๆ ทั้งหมด เป็นการทำลายพระศาสนา และอีกไม่นานถ้ามีอย่างนี้ทั้งเมืองทั้งโลก พระศาสนาจะอยู่ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นพระศาสนาไม่ใช่ไปอยู่ที่พุทธบริษัทหนึ่งพุทธบริษัทใด แม้ไม่มีภิกษุ คฤหัสถ์ที่ไม่ได้ทำลายพระศาสนา ไม่ได้ไปตั้งสำนักปฏิบัติที่จะทำลายคำสอนก็ยังมี และอีกนัยหนึ่งพันปีที่หนึ่ง เป็นพันปีของพระอรหันต์ ซึ่งประกอบด้วยคุณวิเศษ ปฏิสัมภิทา อภิญญาต่างๆ แสดงให้เห็นหนึ่งพันปี พระธรรมวินัยยังมั่นคงอยู่ได้ โดยพุทธบริษัทที่ถึงความเป็นพระอรหันต์ที่ทรงคุณพิเศษ แต่ว่าพอถึงพันปีที่สองก็ยังสามารถเป็นพันปีของพระอรหันต์ แต่ความที่สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมด้วยกิเลสต่างๆ เพิ่มขึ้น ก็ทำให้ไม่มีพระอรหันต์ที่ทรงคุณวิเศษเช่นในพันปีแรก พันปีที่สามคือยุคนี้ เป็นนัยหรือเปล่าว่าไม่มีพระอรหันต์

    เพราะฉะนั้นพระอรหันต์ คือเพศของพระภิกษุ เพราะไม่ถึงความเป็นพระอรหันต์ก็รู้แจ้งอริยสัจธรรมได้ แต่ว่าเมื่อรู้แจ้งอริยสัจธรรม ถึงความเป็นพระอนาคามี ไม่ถึงความเป็นพระอรหันต์ ก็ทั้งคฤหัสถ์และบรรพชิตสามารถที่จะดำรงความเป็นพระอนาคามี แต่ต้องเข้าใจพระธรรม แต่ถ้าไม่มีพระธรรมวินัยเลย พระองค์ก็แสดงพระธรรมไว้ด้วยว่า ต่อเมื่อมีผู้ที่ได้ศึกษาและเข้าใจพระธรรม ไม่ใช่ทรงแสดงว่าพระพุทธศาสนาจะดำรงอยู่ห้าพันปี ไม่ต้องเรียนกันก็ได้ ไม่ต้องทำอะไรก็ได้

    อ.อรรณพ แล้วจะอยู่เองอัตโนมัติ

    ท่านอาจารย์ แล้วก็อยู่ไปเองห้าพันปี ไม่ใช่อย่างนั้นเลย เพราะเหตุว่าพระองค์ตรัสไว้ว่า ต่อเมื่อมีผู้ที่ได้เข้าใจพระธรรม ศึกษาพระธรรม ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมวินัย ศาสนาก็จะดำรงอยู่ได้

    อ.อรรณพ ผมเริ่มเข้าใจว่า การที่พระศาสนาจะดำรงต่อไปอีก คือไม่ได้คิดว่าจะถึงห้าพันปีไหม จะต่อไปอีกห้าร้อยปีพันปีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ต้องเป็นเรื่องที่พุทธบริษัท ก็คือคฤหัสถ์นี่แหล่ะ จะต้องเป็นผู้ที่ศึกษาพระธรรมวินัยอย่างละเอียดและโดยความเคารพ เพราะว่าสติปัญญาของบุคคลสมัยนี้ ก็ไม่ถึงขั้นที่จะเป็นพระอรหันต์แล้ว เพราะฉะนั้นก็คือศึกษาพระธรรมวินัยอย่างละเอียด ก็อบรมเจริญปัญญาไม่เกินความเป็นพระอนาคามีบุคคล แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องถึง ก็เป็นสิ่งซึ่งละเอียดมาก

    เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ว่า ถ้าเข้าใจแล้วไม่บวช เป็นคฤหัสถ์ก็สามารถอบรมเจริญปัญญาได้ สูงสุดเป็นได้ถึงพระอนาคามี ไม่ต้องบวชเป็นเพศบรรพชิตก็ได้ เพราะเพศบรรพชิตจะรองรับความเป็นพระอรหันต์ไว้

    ท่านอาจารย์ ก่อนอื่นยังไม่ต้องบวช เป็นคนดีได้ไหม ทั้งประเทศไม่ต้องบวช แต่ทั้งประเทศมีคนดีได้ไหม การบวชยาก ไม่ใช่ง่ายเลย อย่างที่ได้กล่าวแล้วในพระธรรมวินัย เพราะฉะนั้นการที่เป็นคนดีต้องมาจากการเข้าใจธรรม แต่ถ้าขาดการเข้าใจธรรมก็ยังเป็นคนดีได้ แต่ไม่มากพอ ไม่ถึงที่สุดที่จะดับกิเลสได้ เพียงแต่ว่าเป็นคนดีตามที่ได้สะสมมา

    เพราะฉะนั้นเราจะต้องการประเทศที่มีประชาชนเป็นคนดี ไม่มีการโกง คอรัปชั่นหรืออะไรต่างๆ ทุจริตต่างๆ ทุกแวดวง กับการที่มีพระภิกษุ ถ้าใช้คำว่าจอมปลอมได้ เพราะเหตุว่าลักขโมยเพศของบรรพชิต ของพระภิกษุมาเป็นอยู่อย่างคฤหัสถ์ที่มีความประพฤติเลวทราม มีการทุจริตต่างๆ มีการเสพยาเสพติด มีอะไรต่างๆ ต้องเป็นผู้ที่ตรง แล้วการบวชโดยไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าเป็นการสละ ก็ทำให้เกิดประเพณีที่เสียเงินหมดเลยทุกประเพณี ไม่ว่าจะเป็นประเพณีอะไร บวชทีหนึ่งก็มีการเลี้ยงโต๊ะจีน มีอะไรต่างๆ มหรสพต่างๆ มีทำไม ได้ประโยชน์อะไร ข้อสำคัญที่สุดคือประโยชน์อยู่ที่ไหน ในการที่ทำพิธีจอมปลอม หรือว่าไม่จริงใจ ไม่เข้าใจธรรม แล้วก็บวชกัน แล้วก็ไม่รักษาพระธรรมวินัย แล้วระหว่างนั้นก็ยังทำลายคำสอนและประพฤติผิดตามพระธรรมวินัย ไม่เป็นพลเมืองดีด้วย จะเอาอย่างไร หมายความว่าต้องเป็นผู้ที่ตรง ไม่ใช่ว่าจะรักษาพระศาสนา รักพระศาสนาเหลือเกิน แต่ไม่เข้าใจพระศาสนาเลย พระศาสนานั้นเป็นเรื่องขัดเกลากิเลส ทุกคนมีกิเลสมาก แค่เป็นคฤหัสถ์ที่ดีก่อน ดีขึ้นๆ ๆ ด้วยการศึกษาธรรม ขัดเกลากิเลส แล้วก็ไม่ทำลายพระศาสนา พระศาสนาก็จะดำรงอยู่ต่อไป แต่ถ้าในสถานการณ์อย่างนี้ ที่ไม่มีการศึกษาธรรม ไม่เข้าใจธรรม บวชโดยไม่รู้ว่าบวชทำไม จะบวชแบบนั้นบ้าง จะบวชแบบนี้บ้าง แล้วบวชทำไม ไม่ว่าจะแบบไหน บวชทำไม ใช่ไหม ไม่ใช่บวชเพื่อที่จะศึกษาธรรมเลย เพราะไม่รู้ธรรม ถ้าถามว่าบวชทำไม จะตอบได้ไหมว่าเพื่อศึกษาธรรม รู้ไหมว่าธรรมคืออะไร เมื่อไม่รู้ก็จะศึกษาอะไร เต็มไปด้วยความไม่รู้ทั้งหมด อยากจะให้ประเทศไทยเป็นอย่างนี้ไหม ก็ต้องเป็นเรื่องที่น่าคิด มีคนดีโดยไม่จำเป็นต้องมีพระภิกษุที่เลว ไม่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรม แล้วยังทำลายพระศาสนา โดยไม่ศึกษาพระธรรมและไม่รักษาพระวินัยด้วย

    อ.อรรณพ ต้องเป็นเรื่องจริง เรื่องตรง

    ท่านอาจารย์ ต้องตรง

    อ.อรรณพ จึงจะแก้

    ท่านอาจารย์ ไม่ใช่หลอก ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระพุทธศาสนารุ่งเรืองกว่าประเทศอื่น ตรงไหนหล่ะที่รุ่งเรือง พิธีกรรมต่างๆ ทำลายพระศาสนาทั้งนั้น เพราะอะไรนำมาซึ่งความติดข้องจึงทำใช่ไหม การบวช แล้วก็มีมหรสพ มีอะไรต่างๆ นำกิเลสมาใช่ไหม นำมาให้ใคร นำให้ผู้ที่จัดให้มีการบวช และเพื่อคนบวชด้วย เขาต้องการห่างไกลก็เอาไปเสียใกล้เลย

    อ.อรรณพ นั่นคือความไม่เข้าใจพระธรรมวินัยทั้งสิ้น ถ้าพูดถึงเยาวชนซึ่งดังที่เราได้สนทนากันไปก่อนหน้านี้ว่า ไม่ว่าจะเป็นองค์กร หน่วยงานหรือกลุ่มบุคคลต่างๆ เขาก็ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังเยาวชนในเรื่องของธรรม ซึ่งเราได้สนทนาแล้ว เขาก็จะสนับสนุนให้เป็นการไปบวชกัน แต่ก็ไม่เป็นการบวชที่เป็นไปตามพระธรรมวินัยทั้งเยาวชนชาย เยาวชนหญิง ทีนี้ถ้ามีความเข้าใจแล้ว ไม่ได้คิดจะสนับสนุนให้เยาวชนเหล่านี้ไปบวชเป็นสามเณร ไปบวชชีพราหมณ์เนกขัมมะ บวชอะไรทั้งหลาย สิ่งที่ถูกต้องในการที่จะปลูกฝังความเข้าใจธรรมหรือใช้คำว่าจริยธรรมก็ตามแก่เยาวชน ควรจะออกมาในกิจกรรมหรือในรูปแบบใดที่จะเป็นประโยชน์ได้บ้าง

    ท่านอาจารย์ อ้างว่าคิดถึงเด็ก พระนครสาวัตถีมีเด็กไหม

    อ.อรรณพ มี

    ท่านอาจารย์ ไปบวชกันหรือเปล่า

    อ.อรรณพ ก็ไม่ได้ถูกเกณฑ์ไปบวช

    ท่านอาจารย์ ทั้งๆ ที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้ายังมีพระชนม์อยู่ ก็ไม่มีใครเกณฑ์ลูกเกณฑ์หลานไปฝึกฝน ไปอบรมขัดเกลากิเลสโดยการบวช ฝึกฝนอบรมได้โดยไม่ต้องบวช ทำไมจะต้องไปบวช ไปบวชทำไม ไม่เห็นค่าของการที่ขัดเกลากิเลสคืออย่างไร ต้องด้วยความเข้าใจธรรมเท่านั้น ถ้าไม่เข้าใจธรรม จะไปขัดเกลากิเลสได้อย่างไร ในเมื่อการบวชเพื่อขัดเกลากิเลสทั้งหมดเลย จึงได้บวช

    ด้วยเหตุนี้ ถ้าใครคิดถึงเยาวชน พวกผู้ใหญ่เราก็คิดถึงลูกหลานใช่ไหม ลูกหลานควรจะมีสิ่งที่ดี มีความเห็นที่ถูกต้อง ไม่ใช่เอาสิ่งที่ผิดๆ ไปให้ลูกหลาน เพราะฉะนั้นการที่เรามีโรงเรียนสอนหลักสูตรวิชาการต่างๆ พอโรงเรียนปิด และลูกหลานจะทำอะไร พ่อแม่ส่วนใหญ่ก็แล้วแต่ เขาอาจจะพอใจตามแบบของเขา ไปเล่นดนตรี ไปว่ายน้ำ ไปอะไรก็แล้วแต่ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าห่วงถึงความเป็นคนดีข้างหน้าของเยาวชน แทนที่จะไปบวช ทำสิ่งที่ดีได้ไหมแทน

    ในสมัยก่อนเรามีลูกเสือ มียุวนารี ในสมัยโน้นจะทำอะไรกันบ้าง แต่ว่ายุคสมัยก็เปลี่ยนไป กาลสมัย สิ่งแวดล้อมก็เปลี่ยนไป ด้วยเหตุนี้ มีค่ายใจดีทำดีได้ไหม เพราะว่าชัดเจน ถ้าเราบอกว่าค่ายคุณธรรมก็ต้องมานั่งแปลกันอีก ธรรมคืออะไร คุณธรรมคืออะไร ก็กลายเป็นเรื่องน่าเบื่อใช่ไหม เพราะเหตุว่าภาษาไทยชัดเจนกว่า และเป็นภาษาที่เราใช้ตรงด้วย

    เพราะฉะนั้นถ้ามีค่ายใจดีทำดี เด็กจะได้รู้ว่าใจดีเป็นอย่างไร ใช่ไหม มีความเข้าใจถูกต้องว่า ใจที่ไม่ดี ดูผู้ใหญ่ที่ไม่ดีสิ นั่นแหละใจไม่ดีทั้งนั้น ใช่ไหม ก็ได้ สอนให้เขาได้เข้าใจที่ถูกต้อง และทำดีทุกอย่างจะช่วยกันทำอะไรก็ได้ ช่วยชาวนาปลูกข้าว ช่วยขุดบ่อ ช่วยทำอะไร ช่วยถมถนน เป็นการได้แรงงานที่ดี และเป็นการฝึกหัดที่ดีด้วย ทั้งความอดทน ทั้งความเสียสละ ทั้งการที่จะใช้ชีวิตให้เป็นประโยชน์เพื่อผู้อื่น ก็ค่อยๆ สอนให้เขาเป็นคนดี โดยที่ไม่ต้องไปบวช ไปบวชแล้วทำอะไร เราดูสามเณรที่บวชภาคฤดูร้อนทำอะไรกันบ้าง บุกป่าฝ่าดงทำอะไร ไปหัดทุกข์ยากหรือ ทุกข์ยากจริงๆ ไม่ต้องอยู่ในป่าฝ่าดง ชีวิตจริงๆ นี่แหละทุกข์ยาก แต่ว่าสามารถที่จะเป็นคนดี ฟันฝ่าความทุกข์ยากด้วยความประพฤติความเข้าใจที่ถูกต้อง มั่นคงในคุณความดี ดีไหม คือสอนให้เขาเข้าใจว่า ใจเดี๋ยวนี้มีไหม ดีหรือไม่ดีชั่วอย่างไร ก็คือเท่ากับทางอ้อมของการที่จะให้เขาได้เรียนรู้พระธรรม โดยที่เราไม่จำเป็นที่จะต้องใช้หลักสูตรยากๆ เอาเขาไปสวดมนต์ ซึ่งสวดมนต์ได้อะไร พูดคำที่ไม่รู้จัก ไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก ถามสิว่าสวดมนต์คืออะไร รู้จักไหม บางคนก็เอาคำบาลีมาหลอกให้สวดด้วยซ้ำไป ซึ่งคนสวดก็ไม่รู้ ก็หลงสวดตาม มีใช่ไหมคุณคำปั่น

    อ.คำปั่น มี

    ท่านอาจารย์ และนั่นหรือประโยชน์ การพูดคำที่ไม่รู้จักไม่ใช่ประโยชน์ ให้เขาสวดเสียเวลาครึ่งวัน หรือหนึ่งชั่วโมง หรือเท่าไหร่ก็ได้ ไม่ได้เข้าใจเลย แต่ให้เขาเข้าใจถูกแต่ละคำที่เป็นความดี ที่เป็นจิตใจที่ดี แล้วก็ทำดีด้วย

    อ.อรรณพ เพราะฉะนั้นก็จะมีกิจกรรมที่เป็นประโยชน์กับเยาวชนที่จะทำให้เขาเข้าใจความจริง เข้าใจธรรม เข้าใจว่าอะไรดี อะไรไม่ดี ก็จะเป็นเหตุปัจจัยเขามีการสะสมปรุงแต่งความที่จะเป็นผู้มีใจดี แล้วก็มีการปรุงแต่งที่จะทำในสิ่งที่คุณกุศล คุณความดีต่างๆ ได้ ที่เป็นสิ่งที่ตรงและเป็นประโยชน์ที่สุด

    ท่านอาจารย์ แล้วก็รู้จักพอเพียงใช่ไหม ก็ช่วยประเทศชาติได้ทุกทาง และช่วยเด็กที่จะเป็นคนดีต่อไปด้วย

    อ.อรรณพ เพราะว่าในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็สอดคล้องกับพระธรรมในเรื่องของความสันโดษ และการที่กุศลธรรมต่างๆ ค่อยๆ เจริญขึ้นขัดเกลา ก็เป็นประโยชน์มากเลย

    ท่านอาจารย์ เพราะทุกอย่างที่เป็นคุณความดีเป็นมงคล เพราะฉะนั้นมงคลทั้งหมดเราก็นำมา ค่อยๆ ให้เขาได้เข้าใจถูกต้อง และประพฤติตามด้วย ไม่ใช่ว่าบอกไปแล้วไม่ได้ประพฤติตามเลย ท่องได้แต่ก็ไม่ประพฤติตาม อย่างนั้นก็ไม่มีประโยชน์ เพราะว่าจริงๆ ต้องมาจากใจที่ดีก่อน ในบรรดาจิตใจทั้งหลายซึ่งสะสมกันมา ใจไหนดีประเภทไหน เมื่อพูดถึงใจก็แสดงความจริงของธรรมได้ ใช่ไหม ไม่ได้กล่าวถึงบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้เขาคิดเอง ให้เขาเปรียบเทียบเอง ว่าจิตใจอย่างไหนดี และสามารถที่จะอบรมให้เป็นอย่างนั้นได้ไหม จากชีวิตประจำวันที่อยู่รวมกันในเรื่องของทาน ในเรื่องของศีล ในเรื่องของการให้ ในเรื่องของการช่วยเหลือคนอื่น สละความสุขของตัวเอง

    อ.อรรณพ คือสรุปว่าถ้าจะปลูกฝังเยาวชน ก็ต้องปลูกฝังในสิ่งที่เป็นเหตุเป็นผล

    ท่านอาจารย์ ที่เป็นคุณความดี

    อ.อรรณพ ไม่ใช่ไปทำอะไรก็ไม่รู้ ที่ผู้ใหญ่อยากให้ทำ

    ท่านอาจารย์ เสร็จแล้วออกมาก็ไม่รู้อยู่ดี ใช่ไหม ถามสิว่าสวดมนต์ได้อะไร สวดเป็น บางคนภูมิใจมาก สวดเป็น แต่ไม่เข้าใจ เพราะฉะนั้นพูดคำที่ไม่รู้จักเพิ่มขึ้นอีก จากคำที่ใช้อยู่ซึ่งไม่รู้จัก ถ้าไม่ได้ฟังพระธรรม ขอโทษนิด ลองดูว่าถามเด็กสิว่าจะไปค่ายใจดีกับทำดีไหม ถ้าเด็กไม่ไป แค่นี้ยังไม่ไป แล้วจะบวชได้อย่างไร

    อ.อรรณพ เพราะแค่เห็นประโยชน์ของคุณความดียังไม่มี จะไปถึงการบวชที่ละทั่วเว้นทั่วก็เป็นสิ่งที่ไม่ใช่วิสัย ก็จะสะกิดใจตรงนี้

    ท่านอาจารย์ และชาวพุทธต้องเป็นผู้ตรง ถึงจะได้สาระจากพระธรรม

    อ.อรรณพ ที่เราสนทนากันมาก็มีประโยชน์มากๆ ที่จะเป็นการที่ทำให้เกิดความเข้าใจพระธรรมวินัยที่ถูกต้อง ในช่วงท้ายนี้ไม่ทราบท่านวิทยากรมีอะไรจะเพิ่มเติมในเรื่องที่เราสนทนา ในหัวข้อ การบวชตามพระธรรมวินัย

    อ.วิชัย เพราะว่าแม้สามเณรเองก็ต้องมีสิกขาบทด้วย ก็คือมีศีลของสามเณรด้วย ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงแค่นุ่งห่มผ้ากาสาวะแล้ว จะถึงความเป็นสาม เณรได้ ก็ต้องมีสิกขาบท ก็คือมีสิบประการด้วยกัน คือหาข้อที่เป็นหลัก คือไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ แล้วก็ไม่ประพฤติสิ่งที่ไม่ใช่พรหมจรรย์ แล้วก็ไม่พูดเท็จ แล้วก็ไม่ดื่มสุราเมรัย เป็นที่ตั้งแห่งความประมาท อันนี้คือ ๕ ข้อหลักๆ แล้วก็อีก ๕ ข้อด้วย คือการไม่บริโภคอาหารในยามวิกาล การไม่ฟ้อนรำประโคมดนตรี ดูการเล่นมหรสพที่เป็นข้าศึกต่อกุศล การไม่ทัดทรงประดับระเบียบดอกไม้ของหอม ไม่นั่งที่นั่งที่นอนอันสูงใหญ่ ประการสุดท้ายก็คือไม่รับเงินและทอง

    ท่านอาจารย์ ยากกว่าการที่เพียงแต่จะใจดีและทำดี ใช่ไหม นี่แค่สามเณร

    อ.อรรณพ แค่กิจกรรมอย่างนี้ยังไม่คิดที่จะร่วม

    ท่านอาจารย์ แล้วก็สามเณรไม่ใช่เพียงเท่านี้ ใช่ไหม ยังต้องตามพระภิกษุทุกอย่าง ถ้าดูจะไม่รู้เลยว่าใครเป็นภิกษุหรือสามเณร นอกจากบุคคลนั้นเองรู้ เพราะการอุปสมบทว่าอุปสมบทเป็นภิกษุ หรือว่าบรรพชาเป็นสามเณร เพราะฉะนั้นไม่ใช่ว่าสามเณรน้อยๆ จะกระโดดโลดเต้น ภิกษุไม่กระโดดโลดเต้น แล้วสามเณรจะมากระโดดโลดเต้นได้อย่างไร สามเณรต้องทำตามภิกษุ กิริยามารยาททั้งหมด

    อ.อรรณพ เพราะฉะนั้นก็คือสามารถที่จะให้ความเข้าใจที่ถูกต้องกับเยาวชนได้ตามวัยของเขา

    ท่านอาจารย์ ตามอัธยาศัย ตามสิ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ว่าเหมือนกับจะทำได้แต่ความจริงไม่ได้อะไรเลย อย่างไปบวชได้ไม่เห็นลำบาก ไปนั่งๆ สวดสักครู่หนึ่งตอบรับอะไรตามพิธีแล้วก็จบ อย่างนั้นหรือ

    อ.อรรณพ ก็ตื่นเต้นว่าจะมีให้รางวัล รางวัลว่าสวดมนต์เก่ง

    ท่านอาจารย์ ไม่ใช่เรื่องละ

    อ.อรรณพ แล้วก็ไม่ใช่เรื่องเข้าใจด้วย ที่จะเข้าใจความจริง เหตุผลอะไรทั้งสิ้น ช่วงท้ายอาจารย์คำปั่นมีอะไรเพิ่มเติมก็ในความละเอียด

    อ.คำปั่น ในความละเอียดจริงๆ ท่านอาจารย์ก็ได้กล่าวมาทั้งหมดแล้ว สำหรับผู้ที่ศึกษาพระธรรมก็ต้องไม่ลืมว่า กำลังศึกษาในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งแต่ละคำก็เป็นไปเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องโดยตลอด เพราะฉะนั้นเมื่อมีความเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น ผู้ใหญ่ก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่ดีไม่ปลูกฝังในสิ่งที่ผิดให้แก่เด็ก แต่ว่าจะพร่ำสอนในสิ่งที่ถูกต้องคล้อยตามพระธรรมวินัยทั้งหมด ปัญหาต่างๆ ก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะว่าความเข้าใจธรรมไม่ได้จำกัดเฉพาะเพศหนึ่งเพศใด แม้เป็นคฤหัสถ์ที่ดีก็กล่าวว่ายาก เป็นคฤหัสถ์ที่ดียังยาก แล้วเป็นถึงความเป็นบรรพชิตจะยากสักแค่ไหน เพราะฉะนั้นแม้ไม่มีอัธยาศัยที่จะขัดเกลากิเลสในเพศที่สูงยิ่ง การเป็นคฤหัสถ์ที่ดีที่ศึกษาพระธรรม น้อมประพฤติตามพระธรรมวินัยก็เป็นสิ่งที่มีค่าในภพชาตินั้น ที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา ที่ได้สะสมความเข้าใจธรรม แล้วก็ได้น้อมประพฤติในสิ่งที่ดีงาม เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและแก่ผู้อื่น ทั้งหมดก็มาจากการได้ศึกษาพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

    อ.อรรณพ อาจารย์วิชัย

    อ.วิชัย ทั้งหมดเป็นการกล่าวตามธรรมวินัยจริงๆ เพื่อดำรงรักษาไว้ซึ่งพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ดังนั้นแต่ละบุคคลที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องเป็นผู้ที่ศึกษาให้เกิดความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง เมื่อมีความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแล้ว ความประพฤติเป็นไปก็จะไม่มีเหตุการณ์ต่างๆ หรือว่าการบวชโดยที่ไม่ใช่จุดประสงค์จริงๆ ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพราะเหตุว่าทั้งหมดนี้ต้องเริ่มต้นด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องก่อน

    อ.อรรณพ ท่านอาจารย์มีความรู้สึกอย่างไรบ้าง กับการที่กำลังจะแก้ปัญหาที่ยากที่สุด ก็คือการให้ความรู้ความเข้าใจที่จะทำให้สังคมชาวพุทธเราเข้าใจสิ่งที่ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ซึ่งท่านอาจารย์ก็ได้มุ่งมั่นกระทำประโยชน์นี้มากว่าหกสิบปีแล้ว ท่านอาจารย์มีความรู้สึกอย่างไรบ้างกับการแก้ปัญหาที่ยากยิ่ง ก็คือการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องกับสังคมชาวพุทธ

    ท่านอาจารย์ จะแก้ปัญหาไม่ได้เลย ถ้าไม่จริงใจและไม่ตรง เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่คิดจะแก้สิ่งที่ผิด ก็ต้องเป็นผู้ที่ตรงและจริงใจด้วย ไม่ใช่คิดว่าแก้แต่ไม่มีความเข้าใจ แล้วจะแก้ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นจะแก้ความไม่รู้ และพฤติกรรมทั้งหลายแหล่ ซึ่งเกิดจากความไม่รู้ ก็ต้องมาจากการรู้จริงๆ ว่าพระธรรมคืออะไร พระวินัยคืออะไร ภิกษุคืออะไร สามเณรคือใคร คฤหัสถ์เป็นใคร พุทธบริษัทเป็นใคร ต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้อง มิฉะนั้นก็จะคิดว่าตัวเองได้บำรุงพระศาสนา ช่วยกันบำรุงพระศาสนา แต่เมื่อเป็นไปด้วยความไม่รู้และไม่ตรงตามพระธรรมวินัย ก็คือช่วยกันทำลายพระศาสนา เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่ง พุทธบริษัทที่เป็นผู้ที่มีความเคารพในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระอริยสงฆ์ ซึ่งเป็นผู้ที่หายากมาก เพราะเหตุว่าไม่ใช่จะขัดเกลากิเลสได้ง่ายๆ เลย กิเลสจะพาไปสู่กิเลส แต่ปัญญาจะพาออกจากกิเลส เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีปัญญาแล้ว อะไรๆ ก็ไม่สามารถที่จะนำออกจากกิเลสได้

    ด้วยเหตุนี้กิเลสจะแก้กิเลสเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่ต้องเป็นธรรมฝ่ายดี โดยเฉพาะคือความเข้าใจที่ถูกต้อง จะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างถูกต้องขึ้น เพราะฉะนั้นแก้ไขต้องด้วยปัญญา ความเห็นความเข้าใจที่ถูกต้อง ไม่ใช่แก้ด้วยวิธีอื่นๆ พยายามไปเถอะ มากมายสักเท่าไหร่ก็แก้ไม่ได้

    อ.อรรณพ การสนทนาพิเศษในหัวข้อ การบวชตามพระธรรมวินัย ก็เป็นสาระประโยชน์อย่างยิ่งกับสังคมชาวพุทธเรา ที่จะได้มีความรู้ความเข้าใจ และร่วมกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้ ด้วยความเห็นประโยชน์จริงๆ และเป็นไปเพื่อรักษาพระธรรมวินัย ซึ่งเป็นสิ่งสูงสุดของพุทธบริษัท

    ในวันนี้ก็ขอกราบเท้าขอบพระคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ อาจารย์วิชัย เฟื่องฟูนวกิจ อาจารย์คำปั่น อักษรวิลัย แล้วก็อาจจะได้มีโอกาสมาสนทนากันในรายการพิเศษอย่างนี้อีก ขอกราบสวัสดีท่านผู้ชม ท่านผู้ฟังทุกท่านครับ


    หมายเลข 10841
    29 พ.ค. 2569