อานิสงส์ หรือ เหตุบังเอิญ
 
oom
oom
วันที่  27 พ.ย. 2550
หมายเลข  5679
อ่าน  1,397

        วันนี้ก็ไปใส่บาตรตอนเช้า ซึ่งเป็นกิจวัตรที่ปฏิบัติทุกวัน ยกเว้นวันหยุด ช่วงที่เดิน

กลับจากการ ซื้ออาหาร เพื่อเตรียมใส่บาตร ระหว่างทาง เจอน้องที่เคยนำผลไม้มาขาย

มีพวกกล้วย มะละกอ เคยซื้อมะละกอไป มีรสหวานดี อยากซื้ออีก ถามน้องว่าเอามาขาย

หรือเปล่า น้อง บอกเอาไปขายหมดแล้ว ก็เลยไม่ได้ มานั่งรอใส่บาตร  พบน้องที่เคยใส่

บาตรด้วยกันทุกวัน   ก็เอามะละกอมาให้ ดิฉันตอนแรกจะไม่รับ อยากให้น้องเอาไปทาน

เอง แต่น้องบอกว่าตั้งใจจะ ซื้อมาฝาก ก็เลยรับไว้และเป็นของเจ้าที่ดิฉันต้องการด้วย ก็

เลยบอกกับน้องว่า      พี่ก็ตั้งใจจะซื้ออยู่แต่ของหมด น้องจึงบอกว่าดิฉันมีบุญ อยากได้

อะไรก็ได้ตามที่คิด ทำให้ดิฉันกิเลสเกิด เป็นปลื้มไปกับคำพูดของน้องอีก ถามว่ากรณีนี้

เป็นเหตุบังเอิญหรือเป็นอานิสงส์ของการทำบุญ


Tag  บุญ อานิสงส์

  ความคิดเห็นที่ 1  
 
study
วันที่ 27 พ.ย. 2550

   ตามหลักสัจจธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง คือ ธรรมทั้งปวงมีเหตุเป็นแดน

เกิด จิต เจตสิก รูป เกิดเพราะมีเหตุและปัจจัย ดังนั้นคำว่า   เหตุบังเอิญ จึงไม่ถูกต้อง

คือไม่มี คำว่าเหตุบังเอิญแต่มีเหตุและปัจจัย  เพราะฉะนั้นในชีวิตประจำวันทุกขณะการ

เห็น การได้ยิน   การได้กลิ่น  การได้ลิ้มรส การถูกต้องกระทบสัมผัส ทั้งดี และไม่ดี ทั้ง

หมดเกิดเพราะมีเหตุ

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 27 พ.ย. 2550

  ธรรมะทุกอย่างมีเหตุมีปัจจัยจึงเกิด ทุกขณะที่เห็น ได้ยิน ได้กลิ่น ลิ้มรส กระทบสัมผัส

เป็นผลของกรรม  ถ้าเป็นผลของกุศลกรรมก็ทำให้ได้ลิ้มรสที่อร่อย ทุกคนปรารถนาที่จะ

ได้รับวิบากที่ดีๆ แต่วิบากเองให้ผลหมดแล้วก็หมดไป ไม่สามารถจะให้ผลอีกค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 27 พ.ย. 2550

               ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

บางครั้ง  เมื่อต้องการสิ่งใดก็ได้ทันที บางคนมาได้ตอนหลัง บางคนต้องการแต่ก็ไม่ได้

เพราะอะไร  คงไม่ใช่บังเอิญ   แต่ทำเหตุ ทุกอย่างต้องเกิดจากเหตุ   แต่ที่ผลต่างกันก็

เพราะเหตุต่างกัน  บางคนทำไมรวยตั้งแต่ยังหนุ่ม  ทำบางคนรวยเมื่อแก่ไม่ได้ใช้ทรัพย์

เท่าไหร่แล้ว  ก็ต้องทำเหตุมาต่างกัน การจะได้ช้าหรือเร็วทันทีนั้น บางนัยแสดงว่า เช่น

พบยาจกก็สละความตระหนี่ให้ทันทีหรือให้ในกาลเวลาที่เหมาะสม  กุศลวิบากที่ให้ผลก็ย่อมได้ทันที แต่บางคนให้ช้า เพราะถูกความตระหนี่ ครอบงำเมื่อกุศลนั้นให้ผลก็ไม่ได้ตามที่เวลาที่ต้องการ เป็นต้น ดังข้อความในพระไตรปิฎก

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 27 พ.ย. 2550

      การให้ทานตามกาลอันควร ผลย่อมได้ตามกาลอันควร ตามต้องการ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ 314
            
                      ข้อความบางตอนจาก สัปปุริสทานสูตร 
   
 ครั้นให้ทานโดยกาลอันควรแล้ว    ย่อมเป็นผู้มั่งคั่ง   มีทรัพย์มาก   มีโภคะมาก 

 และย่อมเป็นผู้มีความต้องการที่เกิดขึ้นตามกาลบริบูรณ์  ในที่ที่ทานนั้นเผล็ดผล   พระสุตตันตปิฎก อังคุตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต เล่ม ๓ - หน้าที่ 315

                      อรรถกถาสัปปุริสทานสูตร                 

         พึงทราบวินิจฉัยในสัปปุริสทานสูตรที่  ๘  ดังต่อไปนี้ :-

         บทว่า   สทฺธาย   ได้แก่   เชื่อทานและผลแห่งทาน.     บทว่า   กาเลน

ได้แก่  ตามกาลที่เหมาะที่ควร.  บทว่า อนุคฺคหจิตฺโต  ได้แก่  มีจิตไม่เสียดาย

คือ  สละขาดไปเลย.       บทว่า  อนุปหจฺจ  ได้แก่  ไม่กระทบ  คือ  ไม่ลบหลู่

คุณทั้งหลาย.          บทว่า  กาลาคตา  จสฺส  อตฺถา  ปริปูรา  โหนฺติ   ความว่าประโยชนทั้งหลายเมื่อจะมาถึง   มิได้มาเมื่อเจริญวัยแล้ว     ย่อมมาในเวลาที่เหมาะที่ควรในปฐมวัยนั่นเอง  ทั้งมากด้วย.
                 
                  ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
วันชัย๒๕๐๔
วันชัย๒๕๐๔
วันที่ 27 พ.ย. 2550

      ครับยิ่งได้ฟังและศึกษาธรรมะ ยิ่งเข้าใจขึ้น และมั่นคงขึ้นมาก จากเหตุที่ได้พบกับ

ตนเอง อัน เป็นข้อพิสูจน์คำพูดที่ว่า..พระธรรมที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้และทรงแสดง

นั้นสามารถพิสูจน์ได้ ในทุกๆ ขณะนี้เอง หาใช่ขณะอื่นไม่ คำกล่าวที่ว่าสัตว์โลกเป็นที่ดูผลของบุญและบาปนั้น มี ความหมายที่น่าสนใจมาก   ผมสังเกตุตนเองและสิ่งที่เกิด

แก่ตนในชีวิตที่ผ่านมา แน่นอนว่าย่อม ประสพกับทุกข์แลสุขเป็นอันมาก   เมื่อได้เทียบ

เคียงผลที่ได้รับ กับความคิดและการกระทำ ต่างๆ แล้ว ผมรับรู้ได้ว่าความสั่งสมสันดาน

ที่มีมาในจิตนั้นสำคัญเพียงใด ผมรับรู้ว่าเหตุใดผม     จึงมีบางอย่างที่คนหลายคนไม่มี

( แน่นอน...หลายอย่างที่คนอื่นมี..ผมไม่มี )    บางทีเราอาจ สงสัยว่าทำไมเราได้ในสิ่ง

ที่หลายคนอยากได้แล้วไม่ได้...แต่เชื่อเถอะครับ.......ไม่ว่าในชาตินี้เรา จะได้หรือไม่ได้

อะไร...ผมเห็นว่าทุกท่านที่นี่...ได้แล้วในสิ่งที่ประเสริฐที่สุดในชีวิตนี้......คือการ ได้ยิน

ได้ฟังและได้ศึกษาพระธรรมที่ถูกต้องเที่ยงตรงที่สุดตามที่พระพุทธองค์ทรงแสดงไว้...

นี่ คือ สิ่งที่ทุกคนจะรู้ได้ถึงผลที่ดีซึ่งได้เคยสะสมไว้ในอดีต.....และกำลังสะสมเพิ่มขึ้น

อีกต่อๆ ไป..... และแน่นอนว่าไม่มีเราที่ได้(หรือไม่ได้)......เป็นแต่สภาพธรรมเท่านั้นที่

เป็นเช่นนั้นเอง เนื่อง เพราะเหตุแลปัจจัยอันพระพุทธองค์ทรงแสดงไว้แล้ว ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
oom
oom
วันที่ 28 พ.ย. 2550

         ขอบพระคุณค่ะ ดิฉันจะปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตามคำสอนของพระพุทธเจ้าต่อไป

ตลอดชีวิตค่ะ แต่ก็ยังมีกิเลสอีกมากมายที่ยังเอาชนะไม่ได้ เช่น โลภะ ยังอยากได้ของ

สวยๆ งามๆ มีแล้วก็ อยากมีอีก ทั้งที่ไม่จำเป็นเลย

 
  ความคิดเห็นที่ 7  
 
แช่มชื่น
วันที่ 28 พ.ย. 2550

   ถ้าเขาไม่เกิดจิตคิดที่จะให้ทานแก่เรา ก็ไม่มีเหตุปัจจัยที่เราจะได้รับทานนั้นจากเขา

อีกนัยหนึ่ง         ถ้ากุศลกรรมของเราที่เคยกระทำไว้ในอดีตยังไม่ให้ผล กุศลวิบากก็ไม่

สามารถจะเกิด แล้ว อุปถัมภ์ให้เราได้รับผลของกุศลนั้นเช่นกันครับ ขออนุโมทนาครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 8  
 
yuphin
วันที่ 28 พ.ย. 2550

   เห็นข้อความนี้แล้วรู้สึกสะกิดใจนึกถึงอดีตเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ดิฉันฟังเปิดวิทยุพบรายการ

สนทนาธรรมโดยอาจารย์สุจินต์บรรยาย     ดิฉันฟังมานาน 4 ปีกว่า แต่เชื่อไหมดิฉันไม่

รู้เรื่องเลยรู้เพียง ท่าน บรรยายธรรมมีแตภาษาบาลี ไม่ทราบว่าเพราะอะไร ทำให้ฟังมา

ได้ตั้งนาน ทั้งช่วงเที่ยง และ 6 โมงเย็น ก่อนหน้าปีกว่านี้เอง ดิฉันเริ่มเข้าใจความหมาย

ในการบรรยายของท่านบ้าง       ทุกวันนี้ศรัทธาในความเป็นผู้ตรงต่อพระธรรมขอพระ-

พุทธองค์ ธรรมที่ท่านกล่าวหรือใช้ตอบ ปัญหาของคู่สนทนาช่างกินใจ ไม่ทราบว่านี้จะ

เป็นอานิสงส์หรือเหตุบังเอิญ

 
  ความคิดเห็นที่ 9  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 28 พ.ย. 2550

              ขอนอบน้อมแด่พระรัตนตรัย

      ธรรมทั้งหลายย่อมมีเหตุปัจจัยจึงเกิดขึ้น ไม่ใช่เหตุบังเอิญ แม้ศรัทธา

      และความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นก็เช่นกัน เกิดจากเหตุปัจจัย ไม่ใช่บังเอิญ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท เล่ม ๑ ภาค ๒ ตอน ๑-หน้าที่ 126

        เมื่อเขาเรียนอย่างนั้นแล้ว,      พระเถระจึงกล่าวคาถาว่า

               "ธรรมเหล่าใด   มีเหตุเป็นแดนเกิด  พระ-
 
       ตถาคตตรัสเหตุแห่งธรรมเหล่านั้น       และเหตุ
 
      แห่งความดับแห่งธรรมเหล่านั้น   พระมหาสมณะ

        มีปกติตรัสอย่างนี้."
  
                  ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 10  
 
oom
oom
วันที่ 29 พ.ย. 2550

แสดงว่ากุศลกรรม หรืออกุศลกรรมต่างๆ ที่เราประสบพบมีทั้งพอใจ และไม่พอใจ นั้นต้องมีเหตุปัจจัยมาทั้งหมด   เหมือนดิฉันที่สนใจและชอบศึกษาธรรมะ  มาตั้งแต่เด็กๆ  จนเพื่อนๆ รุ่นเดียวกัน  ตอนสมัย ม.ศ 4-5 เขาให้สมญานามว่าเป็นผู้ทรงศีล  จนถึงปัจ-จุบันการศึกษาธรรมะเป็นประโยชน์สำหรับการใช้ชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมาก  ทำให้เราสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างสบาย ไม่เดือดร้อน 

 
  ความคิดเห็นที่ 11  
 
olive
วันที่ 29 พ.ย. 2550
ขออนุโมทนาค่ะ
 
  ความคิดเห็นที่ 12  
 
jurairat
วันที่ 30 พ.ย. 2550
     อนุโมทนาค่ะ
 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ