กว่าจะรู้จักพระพุทธเจ้า ... สนทนาธรรมที่บ้านซอยพัฒนเวศม์ เช้า9/3/69

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
มั่นคงไม่ว่าอวิชชาไม่สามารถจะรู้ความจริงได้ เพราะฉะนั้นทุกวันที่สภาพธรรมะไม่ได้ปรากฏอย่างที่เข้าใจอยู่ในความมืด ความมากมายของอวิชชาแค่ไหน? เริ่มเห็นความห่างไกลที่จะไปพยายามรู้ ไปพยายามทำ ... ยิ่งเพิ่มความไม่รู้ เพราะฉะนั้นจะไม่มีหนทางผิด ปัญญาไม่เป็นไปในทางผิด แต่ถ้าไม่ใช่ปัญญา ... ไปแล้ว
ฟังแล้ว อะไรแล้วแต่ยังอยู่ในความสว่างจนได้ เพราะปัญญาไม่ถึงระดับที่จะตรงทีละหนึ่ง ไม่ตรงตามความเป็นจริง สัจจะบารมีมั่นคงจนว่าอยู่ในความมืดแต่ปรากฏเป็นอยู่ในความสว่างเพราะไม่รู้ความจริงทีละหนึ่ง
จำทุกขณะ จำผิดจำถูกแล้วแต่ ถ้าจำถูกมั่นคงขึ้นทีละน้อยอยู่ในความมืดมันไม่มีเราจึงจะอยู่ในความมืดได้
ความคุ้นชินกับความไม่รู้ กว่าจะออกไปได้จากความไม่รู้ตามลำดับขั้น ถ้าฟังไม่ดีไม่เชื่อหรอกว่าขณะนี้อยู่ในความมืด จะอยู่ได้อย่างไรสว่างทั้งวันตอนไหนล่ะมืด ... ตอนที่สติระลึกรู้ด้วยความเข้าใจสิ่งที่มีถูกต้องทีละหนึ่ง ไม่อย่างนั้นก็รวมกันเป็นสว่าง
กว่าจะรู้จักพระพุทธเจ้า ทุกคำเป็นสิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้เพราะทรงตรัสรู้ความจริงอริยสัจจธรรม ฟังแล้วเหลือเชื่อแต่พิจารณาไตร่ตรองสิว่ามันจริงอย่างนั้นแต่ไม่ปรากฏจึงยังไม่เชื่อว่ามันจะเป็นไปได้ แต่ความจริงต้องเป็นอย่างที่เป็น ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ... ความเห็นถูกมั่นคงขึ้นจนสามารถรู้หนึ่งในความมืด ... หนึ่งเดียวที่กระทบตาจะเป็นคนอย่างนี้ได้อย่างไร? จะเป็นห้องทั้งห้องได้อย่างไร? จะเป็นอัตตาได้อย่างไร? ถึงจะค่อยๆ ละความยึดมั่นในความเป็นเราและความเป็นสิ่งหนึ่งสิ่งใดได้ ไม่มีอะไรนอกจากเกิดแล้วดับแต่ละหนึ่ง
เพราะฉะนั้นสัจจะตรงต่อความเป็นจริงตั้งแต่ต้นเป็นบารมี ค่อยๆ มั่นคงจนกระทั่งสามารถรู้ขั้นต่างๆ นี่ขั้นฟังมั่นคงแล้ว รู้แน่ว่าอยู่ในโลกของความไม่รู้มานานเท่าไหร่เพราะปัญญาไม่ประจักษ์แจ้งก็ปรากฏไม่ได้ ก็ยังรวมกัน และหนทางละความเป็นตัวตนจะมีหนทางอื่นไหม? จะไปทำอะไรให้เป็นอย่างนั้นได้ไหม? หนทางผิดมีหนทางถูกมี อะไรถูกอะไรผิดปัญญารู้
ฟังไว้ท่ามกลางกระแสของความไม่รู้ที่ไหลอยู่ตลอด มีกุศลเกิดขึ้นนิดนึงความเข้าใจเกิดขึ้นนิดนึง จนกว่าจะมีกำลังพาไปถึงฝั่ง ทวนกระแสที่เดิมเคยเป็นอัตตาจะไม่เหลือเลย
ความไม่รู้มหาศาล อดทนไหมเมื่อความจริงเป็นอย่างนี้แต่รู้ได้อีกแสนไกล คนที่รู้ความจริงไม่เดือดร้อน ... ไม่ใช่จะรีบร้อนไปรู้ไปทำอะไรแต่รู้ว่าอีกนานเท่าไหร่ก็แล้วแต่กำลังของความเข้าใจจะเพิ่มขึ้นมากน้อยแค่ไหน
กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์ด้วยความเคารพยิ่ง
ยินดีในความดีของทุกท่านค่ะ

