ความประพฤติปฏิบัติด้วยความเห็นผิด

 
เมตตา
วันที่  12 มี.ค. 2569
หมายเลข  52116
อ่าน  18

[เล่มที่ 76] พระอภิธรรมปิฎก ธรรมสังคณี เล่ม ๑ ภาค ๒ - หน้า 341

[๖๗๓] สีลัพพตปรามาส เป็นไฉน

ความเห็นว่า ความบริสุทธิ์ย่อมมีได้ด้วยศีล ด้วยพรต ด้วยศีลพรตของสมณพราหมณ์ในภายในแต่ศาสนานี้ ดังนี้ ทิฏฐิ ความเห็นไปข้างทิฏฐิ ป่าชัฏคือทิฏฐิ กันดารคือทิฏฐิ ความเห็นเป็นข้าศึกต่อสัมมาทิฏฐิ ความผันแปรแห่งทิฏฐิ สัญโญชน์คือทิฏฐิ ความยึดถือ ความยึดมั่น ความตั้งมั่น ความถือผิด ทางชั่ว ทางผิด ภาวะที่ผิด ลัทธิเป็นบ่อเกิดแห่งความพินาศ การถือโดยวิปลาส อันมีลักษณะเช่นว่านี้ อันใด นี้เรียกว่า สีลัพพตปรามาส.


อ.อรรณพ: เป็นความจริงที่สุดเช่นนั้น ต้องละเอียดจริงๆ แล้วก็ข้ามไม่ได้ 

บางท่านก็ปรารถว่าท่านอาจารย์ก็ดีมากไปเกื้อกูลในที่ต่างๆ แต่ว่าท่านอาจารย์ก็เกื้อกูลคนใหม่ ส่วนเขาเป็นผู้ฟังมาแล้วเป็นคนเก่าแล้ว เขาก็เหมือนก็รู้แล้ว ถ้าท่านอาจารย์แสดงเรื่องอะไรก็รู้แล้วๆ แสดงเรื่องสีลัพพตปรามาสะ เขาก็รู้แล้วอยู่ในคัมภีร์ไหนตรงนั้นครับ ก็เลยเผินข้ามความละเอียดลึกซึ้งไปแม้ในเรื่องสีลัพพตปรามาสะนี่ ท่านอาจารย์ก็ได้แสดงไว้อย่างละเอียด และเป็นประโยชน์ว่า เป็นความเห็นผิดในข้อปฏิบัติที่มีตั้งแต่ระดับแตะๆ ลูบคลำ แตะๆ อยู่นี่ แล้วส่วนที่จะมากกว่านั้น เป็นอุปทานก็ยึดจับแน่น

เพราะฉะนั้น ประโยชน์ทั้งคนเก่า และคนใหม่ก็เป็นสิ่งที่ควรที่จะใคร่ครวญ เราควรที่จะเห็นในความลึกซึ้ง มิเช่นนั้น เราคิดว่า อันนี้เราก็รู้แล้ว ท่านอาจารย์จะสงเคราะห์คนใหม่เราก็ยินดีด้วย แต่ว่าเราก็รู้แล้ว ก็ผ่านไปครับ คือยากที่จะให้ใส่ใจในความลึกความละเอียด ดูเหมือนจะเล็กน้อยนะครับ เพราะคนที่ศึกษาพระอภิธรรมได้ยินคำว่า สีลัพพตปรามาสะ ก็เหมือนรู้แล้วอะไรแล้วครับว่า อยู่ในคัมภีร์ไหนตรงไหนครับ

ท่านอาจารย์: รู้แล้ว แต่เวลากำลังปรากฏ กำลังเกิดขึ้นมี รู้หรือเปล่า? แล้วไปรู้แล้วตอนไหน!!

อ.อรรณพ: รู้แล้ว ก็คือรู้เรื่องจำเรื่องเอาไว้ว่า อยู่ตรงไหนๆ และตรงนั้นแสดงว่าอะไรครับ

ท่านอาจารย์: แต่ฟังธรรมะไม่ใช่รู้เรื่อง แต่รู้สิ่งที่มีจริงที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ความจริงของสิ่งที่กำลังมีขณะนั้นทุกประการทุกอย่างโดยประการทั้งปวง

อ.อรรณพ: อย่างเช่น สีลัพพตปรามาสะนี่ ลักษณะของความเป็นสีลัพพตปรามาสะนี่ต้องปรากฏกับสติได้แน่นอน จึงจะละสิ่งเหล่านี้ได้ใช่ไหมครับ

ท่านอาจารย์: ทุกอย่างค่ะ ถ้าไม่มีความเข้าใจตั้งแต่เบื้องต้น ไม่สามารถจะเข้าใจอะไรได้เลยทั้งสิ้น ได้แต่ชื่อได้แต่เรื่อง

อ.อรรณพ: สีลัพพตปรามาสะของผู้ที่มีศรัทธาศึกษาพระธรรมแล้วนี่ครับ แต่ยังไม่ได้รู้แจ้งอริยสัจจธรรม แม้เป็นผู้อบรมเจริญสติบ้างแล้วคืออย่างไรครับ

ท่านอาจารย์: ต้องรู้ความจริงของคำว่า ศีล ต้องเป็นสภาพรู้ที่เกิดขึ้นประพฤติเป็นไป 

ความประพฤติเป็นไปของธาตุรู้ คือศีล ประพฤติจนกระทั่งเป็นกิจวัตรบ่อยๆ แต่ว่าผิด สีลัพพตปรามาสะ ถ้าจะแปลตรงตัวนี้ ก็ยากที่จะตามไป แต่ว่าลูบคลำ ลูบคลำว่าแม้แต่เพียงเล็กน้อยทุกวันนี้มีไหม?! 

เพราะว่า ชีวิตจริงๆ เป็นธรรมะทั้งหมด

เพราะฉะนั้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงความจริงของธรรมะ แม้แต่ว่า วันนี้ได้แตะได้ลูบคลำความเห็นผิดบ้างหรือเปล่า? และอะไรเป็นสิ่งที่มีที่แตะต้องลูบคลำด้วยความเข้าใจผิดในสิ่งนั้น

ต้องมีสิ่งที่มีจริงๆ เห็นกำลังมีจริงๆ แล้วก็ไม่เคยรู้เลยว่า เห็นเป็นขณะหนึ่งซึ่งธาตุรู้เกิดขึ้น และเกิดขึ้นเพื่อเห็นเท่านั้นทำกิจเห็นเท่านั้น แต่เป็นเราแค่ไหน!! ยังไม่ทันประพฤติอะไรที่มากมายก่ายกอง แค่นั้นก็เป็นความเห็นผิด เมื่อมีความเห็นผิดอย่างนั้น วันหนึ่งต่อจากนั้นเป็นอย่างไร

ถ้ามีความเห็นผิดในการเป็นไปที่จะต้องประพฤติอย่างนั้น แต่ไม่ใช่ความเข้าใจอะไรเลยทั้งสิ้น ปรากฏว่าเห็นผิดจริงๆ กราบไหว้บูชาไฟบ้าง ไหว้ต้นไม้บ้าง อะไรๆ บ้าง รูปต่างๆ เครื่องขลังต่างๆ ขณะนั้นไม่ได้มีความเข้าใจที่ถูกต้อง คิดว่าสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง เห็นผิดไหม? เมื่อเห็นว่า สิ่งอื่นเป็นที่พึ่งก็ประพฤติตามความเห็นผิดซึ่งเข้าใจว่าเป็นที่พึ่ง ขณะนั้นประพฤติเป็นไปเป็นสีลัพพตปรามาสะ ถ้าไม่มีความเห็นผิดเลย สีลัพพตปรามาสะก็มีไม่ได้

แต่เมื่อมีความเห็นผิดจะมากจะน้อยอย่างไร ความประพฤติเป็นไปในขณะนั้น ซึ่งเป็นธาตุรู้ผิด ออกจากความเห็นผิดไม่ได้ เพราะยังผิด

เพราะฉะนั้น ก็เป็นเรื่องของความเห็นผิดทั้งหมด แต่ว่าจะเห็นระดับไหน และประพฤติเป็นไปด้วยนะ ไม่ใช่เพียงแต่เห็นอย่างเดียว กำลังเห็นผิดว่า เห็นคน ประพฤติเป็นไปอย่างไรที่จะเป็นความเห็นผิด 

เพราะฉะนั้น ก็เกี่ยวกับการประพฤติปฏิบัติของธรรมะที่เห็นผิด ความประพฤติปฏิบัติของธรรมะที่เห็นผิด ซึ่งเป็นทิฏฐิเจตสิก มีจริง หลายระดับ

อ.อรรณพ: ความประพฤติปฏิบัติด้วยความเห็นผิด

ท่านอาจารย์: ธรรมะทั้งปวงทุกอย่างที่มีจริงเป็นอนัตตา แล้วไปสำนักปฏิบัติ

อ.อรรณพ: อันนี้ชัดครับ

กราบเท้าบูชาคุณท่านอาจารย์สุจินต์ บริหารวนเขตต์ ด้วยความเคารพยิ่งค่ะ

และกราบยินดีในกุศลจิตของ อ.อรรณพ ด้วยค่ะ


เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ