ยมกสูตร .. พระขีณาสพตายแล้วสูญหรือไม่
 
WS202398
วันที่  15 ส.ค. 2550
หมายเลข  4556
อ่าน  2,596

จาก //www.dhammahome.com/front/webboard/show.php?id=4465

      จากหัวข้อที่อ้างถึง ผู้กล่าวอ้างถึง ยมกสูตร  เพื่อยื่นยันความเห็นของตนว่า  พระอรหันต์เกิดอีกได้  ผมได้อ่านสูตรดังกล่าวแล้ว เข้าใจว่า ภิกษุผู้กล่าวว่า  พระขีณาสพเมื่อตายไปแล้วย่อมขาดสูญ  ย่อมพินาศ  ย่อมไม่เกิดอีก  ผมเข้าใจว่าภิกษุมีความเห็นเช่นนั้นผิดเพราะ มีความเห็นว่าเดิมเป็นอัตตา แล้วอัตตานั้นแหละที่ย่อมขาดสูญ ย่อมพินาศ ย่อมไม่เกิดอีก จึงเป็นมิจฉาทิฏฐิ

    เมื่อมีผู้อ้างสูตรนี้ว่าเมื่อคำกล่าวนั้นผิด  พระอรหันต์ก็เกิดอีกได้  ผมเห็นว่าไม่ถูกต้องเหมือนคนกล่าวว่าไปทางซ้ายผิด ก็สรุปว่าไปทางขาวถูก แต่จริงๆ แล้วอยู่ที่เดิมไม่ไปซ้ายหรือขวาต่างหากที่ถูก  ผู้ที่กล่าวผมนับถือมากในแง่การสร้างสรรค์ เป็นผู้นำในการทำความดี และดูเหมือนว่าทั่วๆ ไป มีความรู้มากในพระศาสนา  แต่เหตุไรสูตรนี้ซึ่งชัดเจนว่ามิได้ยืนยันการเกิดอีกพระอรหันต์  จึงเห็นว่าเป็นข้อความยืนยันไปได้

ผมเข้าใจเช่นนี้ถูกหรือไม่ครับ


  ความคิดเห็นที่ 1  
 
study
วันที่ 15 ส.ค. 2550

ถูกแล้วครับ  ถ้ากล่าวว่าพระอรหันต์ตายแล้วสูญ ก็ผิด (อุทเฉททิฏฐิ)

ถ้ากล่าว่าพระอรหันต์ตายแล้วเกิดอีก ก็ผิด(สัสสตทิฏฐิ)

ดังข้อความจากยมกสูตรบางตอนดังนี้

   พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย ขันธวารวรรค เล่ม ๓ -    ๓. ยมกสูตร ว่าด้วยพระขีณาสพตายแล้วสูญหรือไม่

[๑๙๘]   สมัยหนึ่ง    ท่านพระสารีบุตร    อยู่ที่พระวิหารเชตวันอารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี      กรุงสาวัตถี   ก็โดยสมัยนั้นแลยมกภิกษุเกิดทิฏฐิอันชั่วช้าเห็นปานนี้ว่า    เราย่อมรู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วว่า  พระขีณาสพเมื่อตายไปแล้ว   ย่อมขาดสูญ    ย่อมพินาศ    ย่อมไม่เกิดอีก    ภิกษุหลายรูป    ได้ฟังแล้วว่าได้ยินว่า    ยมกภิกษุเกิดทิฏฐิอันชั่วช้าเห็นปานนี้ว่า  เรารู้ถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วว่า พระขีณาสพ เมื้อตายไปแล้วย่อมขาดสูญ  ย่อมพินาศ ย่อมไม่เกิดอีก     ฯลฯ สา.  ดูก่อนท่านยมกะ  ก็โดยที่จริง  โดยที่แท้ ท่านจะค้นหาสัตว์บุคคลในขันธ์ ๕  เหล่านี้ในปัจจุบันไม่ได้เลย  ควรแลหรือที่ท่านจะยืนยันว่า      เรารู้ทั่วถึงธรรมตามที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแสดงแล้วว่าพระขีณาสพเมื่อตายไปแล้ว ย่อมขาดสูญ  ย่อมพินาศ  ย่อมไม่เกิดอีก. ย.  ข้าแต่ท่านสารีบุตร    เมื่อก่อนผมไม่รู้อย่างนี้   จึงได้เกิดทิฏฐิอันชั่วช้าอย่างนั้น   แต่เดี๋ยวนี้ผมละทิฏฐิอันชั่วช้านั้นได้แล้ว   และผมก็ได้บรรลุธรรมแล้ว  เพราะฟังธรรมเทศนานี้ของท่านพระสารีบุตร. [๒๐๔]   สา.  ดูก่อนท่านยมกะ    ถ้าชนทั้งหลายพึงถามท่านอย่างนี้ว่า  ท่านยมกะ  ภิกษุผู้ที่เป็นพระอรหันตขีณาสพ  เมื่อตายไปแล้วย่อมเป็นอะไร ท่านถูกถามอย่างนั้นจะพึงกล่าวแก้ว่าอย่างไร ? ย.   ข้าแต่ท่านสารีบุตร    ถ้าเขาถามอย่างนั้น.    ผมพึงกล่าวแก้อย่างนี้ว่า  รูปแลไม่เที่ยง  สิ่งใดไม่เที่ยง  สิ่งนั้นเป็นทุกข์  สิ่งใดเป็นทุกข์สิ่งนั้นดับไปแล้ว    ถึงแล้วซึ่งการตั้งอยู่ไม่ได้   เวทนา    สัญญา    สังขารวิญญาณไม่เที่ยง  สิ่งใดไม่เที่ยง  สิ่งนั้นเป็นทุกข์  สิ่งใดเป็นทุกข์  สิ่งนั้นดับไปแล้ว ถึงแล้วซึ่งการตั้งอยู่ไม่ได้. ข้าแต่ท่านสารีบุตร ผมถูกเขาถามอย่างนั้น พึงกล่าวแก้อย่างนี้.      [๒๐๕]   สา.  ดีละๆ   ยมกะ    ฯลฯ     ข้อความบางตอนจากอรรถกถา   บทว่า  ยํ  ทุกฺขํ  ตํ  นิรุทฺธํ  ความว่า    สิ่งใดเป็นทุกข์  สิ่งนั้นแลดับไปแล้ว ไม่มีสัตว์ที่จะชื่อว่าดับต่างหาก ข้าพเจ้าพึงพยากรณ์อย่างนี้.       ฯลฯ 

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
แล้วเจอกัน
วันที่ 15 ส.ค. 2550

ขอนอบน้อมแด่พระัรัตนตรัย

จากสูตรนี้ ท่านพระยมก มีความเห็นผิดว่า มีสัตว์บุคคล(พระขีณาสพหรือพระอรหันต์)

ที่ขาดสูญ เมื่อตายไป แต่จริงๆ แล้ว สัตว์บุคคลไม่มี มีแต่ธรรม คือ ขันธ์ 5 ต่างหาก ดัง

นั้น ที่ท่านพระยมกมีความเห็นว่า พระอรหันต์ ตายแล้วขาดสูญ จึงเป็นความเห็นผิด

เพราะท่ายยึดถือว่า มีสัตซ์ บุคคล ตัวตนจริงๆ ที่ตาย ที่ขาดสูญ ดังนั้นความเห็นถูกก็คือ

ไม่ใช่พระอรหันต์ที่ตายแล้วขาดสูญ แต่ ขันธ์ 5 ต่างหาก เมื่อไม่มีเหตุปัจจัยให้เกิดอีก

(คือดับกิเลสหมด) ก็ย่อมไม่เกิดขันธ์ 5 อีก ไม่ใช่ พระอรหันต์ ไม่เกิดหรือขาดสูญ แต่

เป็น ขัฯธ์ 5 ไม่เกิดเพราะดับเหตุ ปัจจัยที่จะไม่เกิดครับ ดังนั้น เมื่อเราเข้าใจว่าทุกอย่าง

เป็นธรรม ทุกอย่างเกิดจากเหตุปัจจัย และดับไปก็เพราะเหตุปัจจัย จึงเป็นความเห็นถูก

สรุปคือ ที่เรากล่าวว่า พระอรหันต์ปรินิพพานแล้วไม่เกิด คือ มีความเข้าใจเบื้องต้นถูก

ต้องอยู่แล้วว่า ที่ไม่เกิดคือขันธ์ 5 แต่เราใช้สมมคิโวหาร เรียกกันแต่ก็มีความเข้าใจ

ถูกอยู่แล้วว่า ไม่มีสัตว์บุคคลที่ไม่เกิด แต่ท่าน ยมก มีความเห็นผิดว่ามีสัตว์ บุคคล ที่

ไม่เกิดอีกครับ จึงเป็นความเห็นผิด ขออนุโมทนา ขออุทิศกุศลให้สรรพสัตว์

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
wannee.s
wannee.s
วันที่ 16 ส.ค. 2550

พระอรหันต์ท่านปรินิพพานแล้ว ดับกิเลสหมด  ดับเหตุปัจจัยไม่เกิดอีกแน่นอนค่ะ


ขออนุโมทนา


 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
WS202398
วันที่ 16 ส.ค. 2550

ขออนุโมทนา

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาเข้าระบบ