คำถวายสังฆทานต้องเปลี่ยนจาก ภิกขุสังฆัสสะ เป็นอย่างอื่นไหม
 
๋ีคนใหม่
๋ีคนใหม่
วันที่  30 ธ.ค. 2562
หมายเลข  31411
อ่าน  151

ที่วัดแถวบ้านมีพระอยู่องค์เดียวค่ะ คำถวายสังฆทานต้องเปลี่ยนจาก ภิกขุสังฆัสสะ เป็นอย่างอื่นไหมค่ะ

มีคนบอกว่า ถ้าพระองค์เดียว เราต้องเปลี่ยนเป็น สีลวันตัสสะ (ขออภัยถ้าสะกดไม่ถูก) ขอบคุณค่ะ 



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 31 ธ.ค. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย อุปริปัณณาสก์ เล่ม ๓ ภาค ๒ - หน้าที่ ๔๐๗

ก็บุคคลได้เตรียมไทยธรรมด้วยคิดว่าเราจักให้ทักขิณาถึงสงฆ์   ไปวิหารแล้วเรียนว่า  ข้าแต่ท่านผู้เจริญ  ขอท่านจงให้พระเถระรูปหนึ่งเจาะจงสงฆ์เถิด.   ลำดับนั้น   ได้สามเณรจากสงฆ์ย่อมถึงความเป็นประการอื่นว่า เราได้สามเณรแล้ว ดังนี้  ทักขิณาของบุคคลนั้นย่อมไม่ถึงสงฆ์  เมื่อได้พระมหาเถระแม้เกิดความโสมนัสว่า เราได้มหาเถระแล้วดังนี้   ทักขิณาก็ไม่ถึงสงฆ์เหมือนกัน.   ส่วนบุคคลใดได้สามเณร  ผู้อุปสมบทแล้ว   ภิกษุหนุ่มหรือเถระ  ผู้พาลหรือบัณฑิต    รูปใดรูปหนึ่ง  จากสงฆ์แล้ว   ไม่สงสัย  ย่อมอาจเพื่อทำความยำเกรงในสงฆ์ว่า  เราจะถวายสงฆ์ทักขิณาของบุคคลนั้นเป็นอัน ชื่อว่าถึงสงฆ์แล้ว.  

-------------------------------

ก่อนอื่นก็ต้องทราบว่า  สังฆทาน คืออะไร?   เมื่อเข้าใจอย่างถูกต้องแล้ว  จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องกล่าวคำถวาย  เพราะอยู่ที่สภาพจิตเป็นสำคัญ    เพราะเหตุว่า สังฆทาน  คือ   การให้โดยมีเจตนาที่จะถวายแด่สงฆ์ กล่าวคือมุ่งถวายแด่พระอริยบุคคล แม้พระภิกษุที่มารับจะไม่ใช่พระอริยบุคคลก็ตาม  แต่ถ้ามีเจตนานอบน้อมดุจถวายแด่พระอริยบุคคล โดยที่ไม่ได้มีการเจาะจงพระภิกษุรูปหนึ่งรูปใดโดยเฉพาะ  จึงชื่อว่า สังฆทาน  หรือถึงแม้จะมีภิกษุเพียงรูปเดียว  ถ้าผู้ถวายมีจิตใจที่นอบน้อมต่อพระอริยสงฆ์ ก็ย่อมเป็น สังฆทาน ได้      ซึ่งไม่ใช่ง่ายเลยที่จะเกิดกุศลจิตนอบน้อมถึงอย่างนั้นได้  เพราะฉะนั้นแล้ว จึงเป็นเรื่องของบุคคลผู้มีปัญญาที่เข้าใจอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริง  ผู้มีปัญญาก็ย่อมจะถวายสิ่งที่เหมาะควรประการต่างๆ   มีอาหาร  จีวร  เป็นต้น  แด่สงฆ์  ด้วยจิตใจที่เคารพยำเกรงในสงฆ์ เป็นประหนึ่งว่าผู้รับทานนั้นเป็นพระอริยบุคคล  ไม่ได้ถวายเจาะจงภิกษุรูปหนึ่งรูปใดเลย  นั่นจึงจะเป็นสังฆทาน  ดังนั้น สังฆทาน   จึงไม่ได้อยู่ที่คำที่กล่าวในเวลาถวายว่าถูกต้องหรือไม่และไม่ใช่รูปแบบพิธีกรรมแต่อย่างใด  แต่มุ่งถึงสภาพจิตใจที่นอบน้อมต่อพระอริยบุคคลเป็นสำคัญในขณะที่ถวาย 

อีกประการหนึ่ง ถ้าเป็นพระภิกษุที่เข้าใจพระธรรมวินัย  ท่านก็ย่อมจะกล่าวแสดงเปิดเผยพระธรรมวินัยตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงแสดงไว้ดีแล้ว เพื่อประโยชน์แก่อุบาสกอุบาสิกาจะได้มีความเข้าใจอย่างถูกต้องตรงตามความเป็นจริง   ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆ ท่านครับ...   

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ