จะรู้ได้อย่างไรว่า คำสอนไหนเป็นคำสอนขององค์พระศาสดา
 
หนุ่มกำลังบุญ
หนุ่มกำลังบุญ
วันที่  25 พ.ย. 2562
หมายเลข  31331
อ่าน  243

๑.เราจะรู้ได้ยังไงครับว่า คำสอนไหนเป็นคำสอนขององค์พระศาสดา แม้แต่ในพระไตรปิฏกก็จะมีคำสอนอื่นที่แต่งขึ้นมาใหม่ มาสอดแทรก มั่วไปหมด ตัวพระสงฆ์เองก็สอนไม่เหมือนกันเลยในเรื่องๆเดียว

๒.ปัจจุบันในประเทศไทยยังมีวัดที่ตรงตามคำพระศาสดาอีกหรือเปล่าครับ ถ้ามีช่วยแนะนำวัดนั้นให้หน่อย

                                       ---------  ขอบคุณครับ -------



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 26 พ.ย. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

-ความจริงแล้ว  พระไตรปิฎก  ไม่มีใครสามารถแต่งขึ้นมาใหม่ได้  เพราะพระไตรปิฎก คือ  พระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ทรงแสดงตลอด ๔๕ พรรษา  ซึ่งพระสาวกได้ศึกษา ดำรงรักษาสืบทอดมา  ตั้งแต่สมัยครั้งพุทธกาลจนถึงสมัยปัจจุบัน   ซึ่งรวบรวมเป็น ๓  ส่วน  คือ  พระวินัยปิฎก  พระสัตตันตปิฎก และ  พระอภิธรรมปิฎก   

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรม คือ ประกาศความจริง เพื่อให้พุทธบริษัทได้เข้าใจถูกเห็นถูกตรงตามความเป็นจริงของธรรม ว่า มีจริง ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน ไม่อยู่ในอำนาจบังคับบัญชาของใครทั้งสิ้น  คำใดก็ตามที่กล่าวให้เข้าใจความจริง ย่อมเป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  ควรค่าแก่การฟังการศึกษาเป็นอย่างยิ่ง  ผู้มีปัญญา  เห็นประโยชน์ของพระธรรม  ฟังพระธรรมด้วยความละเอียดรอบคอบ จริงใจ ตรงต่อความจริง  ย่อมสามารถแยกแยะได้ว่า  คำใดเป็นคำที่แสดงให้เข้าใจถูกเห็นถูกในสิ่งที่มีจริงๆ ซึ่งเป็นคำของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  และ  คำใด ไม่ใช่คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า    เพราะต้องตรงตั้งแต่คำแรก คือ คำว่า ธรรม  มีจริง  เป็นอนัตตา ไม่ใช่สัตว์ บุคคลตัวตน บังคับบัญชาไม่ได้

คำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า  เป็นคำจริงทุกคำ เป็นคำหวังดี เป็นคำอนุเคราะห์เกื้อกูล เพื่อความเข้าใจถูกเห็นถูกของผู้ที่ได้ฟังได้ศึกษาอย่างแท้จริง  เป็นคำที่ใครๆ ก็ไม่สามารถที่จะคัดค้านได้ เพราะเกิดจากพระปัญญาตรัสรู้ความจริงของทุกสิ่งตรงตามความเป็นจริง    สิ่งที่ควรจะได้พิจารณาเป็นอย่างยิ่ง คือ ถ้าไม่เริ่มฟัง ไม่เริ่มศึกษา ก็จะไม่มีความเข้าใจเลย  ครับ     

-ควรที่จะได้เข้าใจ ว่า  วัด คือ อะไร? 

วัด หรือ อาราม เป็นสถานที่อยู่ของบุคคลต้องการความสงบ เป็นที่อยู่อาศัยของเพศบรรพชิต คือ พระภิกษุทั้งหลาย  เพื่อศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญา ขัดเกลากิเลส และเป็นสถานที่ที่ชาวพุทธ ไปฟังพระธรรม ศึกษาพระธรรมอบรมเจริญปัญญาและถวายสิ่งที่เหมาะควรแก่เพศบรรพชิต เหมือนอย่างอารามในสมัยพุทธกาล เช่น พระเชตวัน พระเวฬุวัน เป็นต้น   ถ้าที่ใดก็ตามไม่เป็นอย่างนี้  มีการทำสิ่งอื่นที่เป็นความไม่สงบ เช่น มีดนตรีมหรสพ ขายของในวัด  เป็นต้น นั่น  ไม่เป็นอารามหรือวัด ในพระพุทธศาสนา ครับ

ขอเชิญศึกษาเพิ่มเติมได้ที่หัวข้อด้านล่างนี้ ครับ

หลักตัดสินพระธรรมวินัย ๘ ประการ

วัดไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว

วัด ไม่ใช่ที่ขายของ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
Tathata
Tathata
วันที่ 7 ธ.ค. 2562

สาธุในธรรมค่ะ พระธรรมยิ่งฟังมากยิ่งเกิดความเข้าใจ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
Selaruck
Selaruck
วันที่ 10 ธ.ค. 2562

กราบขอบคุณและอนุโมทนาคำตอบของท่านอาจารย์คำปั่นค่ะ

ไม่มีใครสามารถแต่งพระไตรปิฎกขึ้นมาใหม่ได้ ไม่มีอะไรมาสอดแทรกได้  และการอ่านพระไตรปิฎกเพื่อจะให้เข้าใจถ่องแท้ด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องยากมาก 

หากสนใจที่จะศึกษาพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่แท้จริงก็ต้องศึกษาจากทั้งสามปิฏกนี้เท่านั้น และต้องฟังการอธิบายจากผู้รู้ผู้เข้าใจในพระธรรมจริงๆ เป็นขั้นเป็นตอน เริ่มจากคำแต่ละคำ โดยเฉพาะคำว่า "ธรรมะ" คืออะไร ...

แล้วเราจะไม่มั่วค่ะ

กราบอนุโมทนาในกุศลจิตของทุกท่านค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
kullawat
วันที่ 11 ธ.ค. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาค่ะ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ