ข้อได้โปรดอธิบายความหมายของคำกล่าวนี้
 
p-chinapanya
วันที่  13 พ.ย. 2562
หมายเลข  31295
อ่าน  130

คำกล่าวต่อไปนี้มีที่มาอย่างไร. และมีความหมายว่าอย่างไรครับ. สัพเพธรรมานาลัง. อภินิเวสายะ. ถ้าข้อความดังกล่าวเขียนผิดขอได้โปรดแก้ไขให้ด้วยครับ



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 15 พ.ย. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

พระสุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ เล่ม ๑ ภาค ๓ - หน้าที่ ๑๕๗
(จูฬตัณหาสังขยสูตร)

บทว่า สพฺเพ ธมฺมา นาลํ อภินิเวสาย (ธรรม ทั้งปวง ไม่ควร เพื่อยึดมั่น) นี้ อธิบายว่า ขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ ชื่อว่า ธรรมทั้งปวง ธรรมแม้ทั้งหมดเหล่านั้น ไม่ควร คือ ไม่เพียงพอ ไม่สามารถ ไม่สมควรเพื่อความยึดมั่นด้วยอำนาจแห่งตัณหา และทิฏฐิ เพราะเหตุไร เพราะไม่ดำรงอยู่โดยอาการที่บุคคลจะถือเอาได้. จริงอยู่ ธรรมทั้งหลายมีขันธ์ ๕ เป็นต้นนั้น แม้จะถือว่าเป็นของเที่ยง ความไม่เที่ยงเท่านั้นย่อมเกิดขึ้น แม้จะถือว่าเป็นสุข ความทุกข์เท่านั้น ย่อมถึงพร้อม แม้จะถือว่าเป็นอัตตา อนัตตาเท่านั้นย่อมปรากฏ เพราะฉะนั้น บุคคลจึงไม่ควรเพื่อยึดมั่น.

-------------------------

ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไม่ควรเพื่อยึดมั่นถือมั่น   เพราะตามความเป็นจริงแล้ว ธรรม คือ สิ่งที่มีจริง  ทรงไว้ซึ่งลักษณะของตน นั้น เป็นสภาพธรรมที่ไม่ใช่ตัวตน ไม่ใช่สัตว์ ไม่ใช่บุคคล  และสิ่งที่มีจริงๆที่เกิดขึ้นเป็นไปนั้น ก็เป็นสภาพธรรมที่ไม่เที่ยง เกิดขึ้นแล้วก็ดับไป  เป็นสภาพธรรมที่ไม่ควรแก่การยินดี   เพราะเพียงเกิดปรากฏแล้วก็ดับไปหมดไป ไม่กลับมาอีกเลย   แต่เมื่อไม่รู้  ไม่มีความเข้าใจอย่างถูกต้อง ก็เห็นว่าเที่ยงยั่งยืน แล้วก็ยินดีในสภาพธรรมที่ยึดถือว่าเที่ยงเหล่านั้น เมื่อมีความยึดถือ ก็เป็นที่ตั้งของความทุกข์ 

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงตรัสรู้สภาพธรรมทุกอย่างตามความเป็นจริง แล้วทรงแสดงให้ผู้อื่นได้รู้ตาม พระมหากรุณาคุณที่พระองค์มีต่อสัตว์โลกนั้น  ไม่มีผู้ใดเสมอกับพระองค์ได้เลย

ถ้าไม่อาศัยพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง ที่รวบรวมเป็นพระธรรม ๓ ปิฎก คือ พระวินัย พระสูตร และพระอภิธรรม ที่สืบทอดมาจนถึงปัจจุบันนี้ ก็ย่อมไม่มีทางที่จะเข้าใจสภาพธรรมที่มีจริงที่กำลังปรากฏในขณะนี้ได้เลย และถ้าไม่มีความเข้าใจถูก เห็นถูกตั้งแต่ต้นแล้ว ก็ไม่สามารถละคลายความไม่รู้  ความติดข้อง ความยึดมั่นถือมั่นในสภาพธรรมได้เลย สภาพธรรมเกิดแล้วดับ ไม่เที่ยง ไม่ยั่งยืน หาความเป็นสาระแก่นสารไม่ได้ ไม่ควรติดข้องยินดีไม่ควรแก่การยึดมั่นถือมั่น

ถ้าจะไปถึงตรงนั้นได้ ก็ต้องมีความเข้าใจถูกเห็นถูกในเรื่องของสภาพธรรมที่กำลังปรากฏตามความเป็นจริง  ไม่ใช่ว่าจะไปมีความไม่ยึดมั่นถือมั่นในสภาพธรรม ด้วยความไม่รู้ หรือด้วยความเป็นตัวตน เพราะทั้งหมดเป็นเรื่องของปัญญาโดยตลอด ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุก ๆ ท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
p-chinapanya
วันที่ 16 พ.ย. 2562

ขอขอบพระคุณยิ่ง. ที่เอื้อเฟื้อแบ่งปันความรู้ครับ

 
  ความคิดเห็นที่ 4  
 
talaykwang
talaykwang
วันที่ 16 พ.ย. 2562

สาธุ สาธุ สาธุ ค่ะ

 
  ความคิดเห็นที่ 5  
 
ประสาน
วันที่ 21 พ.ย. 2562

ขอบพระคุณ และขออนุโมทนาครับ 

 
  ความคิดเห็นที่ 6  
 
Artwii
Artwii
วันที่ 24 พ.ย. 2562

อนุโมทนา ครับ

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ