สันโดษ กุศล​
 
buntig
buntig
วันที่  30 ต.ค. 2562
หมายเลข  31266
อ่าน  138

สันโดษ​ใน​กุศล​คือ​อะไร​ครับ​



  ความคิดเห็นที่ 1  
 
paderm
paderm
วันที่ 30 ต.ค. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเิจ้าพระองค์ันั้น   

   สันโดษ เป็นสภาพธรรมที่มีจริงเป็นธรรมฝ่ายดี จะไม่เป็นอกุศลเลย เป็นมงคลและเป็นธรรมเครื่องขัดเกลากิเลสอันจะทำให้ถึงพระนิพพานครับ

     ความสันโดษ คือความเป็นผู้ยินดีในของๆตนทีได้มา แต่ขณะที่เป็นความสันโดษ ขณะนั้นไม่ใช่ความยินดีที่เป็นโลภะ     แต่ขณะนั้นเมื่อผู้อื่นจะให้อะไรก็ไม่รับเพราะมีความสันโดษคือเห็นว่าของๆตนเพียงพอแล้วจึงไม่รับในสิ่งได้มา ใขณะนั้นไม่มีโลภะเป็นความสันโดษในขณะนั้น

     ความสันโดษ จึงเป็นความยินดีในของๆตนที่มีอยู่ ผู้ที่ยินดีในของๆตน ย่อมจะไม่เดือดร้อนกับสิ่งที่จะได้หรือไม่ได้ เพราะไม่มีความปรารถนาต้องการในสิ่งภายนอก ไม่มีความคาดหวังในสิ่งที่จะได้รับ เพียงแต่ใช้สิ่งที่มีในปัจจุบันที่มีของตนครับ ดังพระพุทธที่ว่า

     ผู้ไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่เป็นอดีต   ไม่บ่นถึงสิ่งที่เป็นอนาคต  ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยสิ่งเป็นปัจจุบัน  ท่านเรียกว่า   ผู้สันโดษ.

ความสันโดษ มี 12 ประการคือ

     ความสันโดษตามมีตามได้ (ยถาลาภสันโดษ) ความสันโดษตามกำลังของตน (ยถาพลสันโดษ)   ความสันโดษตามความเหมาะสม (ยถาสารุปปสันโดษ)  ในปัจจัย 4 คือใน จีวิร บิณฑบาต เสนาสนะและคิลานปัจจัย (ยา) จึงเป็น สันโดษ 12 ประการ ครับ

     ยกตัวอย่างเช่น หากได้จีวร หรือเสื้อผ้ามาจะดีหรือไม่ดีและก็ใช้จีวรหรือเสื้อผ้านั้นอยู่ เมื่อมีผู้ให้ก็ไม่มีความปรารถนาต้องการที่จะรับในจีวรหรือเสื้อผ้านั้นเพราะเห็นว่าตัวเองมีใช้แล้ว เพียงพอแล้วและก็ใช้ของที่ตนมีนั้ยแหละ ไม่รับผ้านั้นชื่อว่าเป้นผู้สันโดษตามมีตามได้ (ยถาลาภสันโดษ)

     แต่เมื่อได้จีวรหรือเสื้อผ้าซึ่งไม่เหมาะกับตน เช่น จีวรหนักไป เป็นต้นก็แลกเปลี่ยนกับผู้อื่น ดังนั้นการแลกเปลี่ยนก็เป็นความสันโดษเช่นกันครับ เป็นความสันโดษตามกำลังของตน (ยถาพลสันโดษ)   

 ส่วนภิกษุหรือบุคคลใดที่ได้จีวรหรือผ้าที่ประณีตก็คิดว่าควรให้ผู้อื่นมีอาจารย์   มารดาบิดา เป็นต้นแล้วให้บุคคลเหล่านั้น ส่วนตัวเองก็ใช้ของๆที่ตัวเองใช้อยู่ก็ชื่อว่าสันโดษเช่นกัน เป็นความสันโดษตามความเหมาะสม( ยถาสารุปปสันโดษ )   

     ความสันโดษจึงเป็นคุณธรรมที่ควรอบรมเพราเป็นไปเพื่อขัดเกลากิเลสในชีวิตประจำวัน เป็นผู้ยินดีในของๆตนและเมือ่ได้ของมาก็แบ่งให้ตามความเหมาะสม เพื่อประโยชน์กับผู้อื่นก็ชื่อว่าสันโดษครับ

     การอาศัยฟังพระธรรม เมื่อปัญญาเจริญขึ้นก็ย่อมเห็นประโยชน์ในการขัดเกลากิเลส แม้ความสันโดษก็จะเจริญขึ้น ซึ่งความสันโดษเป็นมงคล นำมาซึ่งความเจริญและเป็นธรรมเครื่องขัดเกลากิเลสครับ 

เพราะฉะนั้นจึงไม่ได้หมายถึงสันโดษในกุศล แต่เป็นผู้เห็นประโยชน์ของการเจริญกุศลเพิ่มขึ้นครับ ขออนุโมทนา

 
  ความคิดเห็นที่ 2  
 
khampan.a
khampan.a
วันที่ 30 ต.ค. 2562

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

สันโดษ หมายถึง ความยินดีในของของตน ยินดีในสิ่งที่มีอยู่ ยินดีโดยชอบธรรม ไม่แสวงหาในทางที่ผิด, ความสันโดษ เป็นมงคลประการหนึ่งในมงคล ๓๘ ประการ เป็นคุณธรรมที่เป็นไปเพื่อความเจริญ  เพราะเป็นเหตุละบาปธรรมอันมีการปรารถนาเกินประมาณหรือมักมากเป็นเหตุ ซึ่งจะเห็นได้ว่าสันโดษเป็นไปเพื่อขัดเกลาอกุศลธรรมในชีวิตประจำวัน ค่อย ๆ ขัดเกลาความติดข้อง  

บุคคลผู้ที่มีความสันโดษจะอยู่ ณ ที่ใด ก็เป็นผู้อยู่อย่างสบาย ไม่มีความเดือดร้อนใจเนื่องจากยินดีในสิ่งที่ตนมีที่ตนได้  ไม่มีความกังวลใจใดๆเลย  ซึ่งจะแตกต่างจากผู้ที่ไม่สันโดษ ไม่รู้จักพอ  เต็มไปด้วยความต้องการ อย่างสิ้นเชิง  เพราะผู้ไม่สันโดษเมื่อไม่ได้ ก็เดือดร้อนใจ  ไม่พอใจ แต่ถ้าได้แล้ว ก็ติดข้องมากยิ่งขึ้น

เหตุสำคัญที่จะเกื้อกูลต่อความเป็นผู้สันโดษ ก็คือ การฟังพระธรรมศึกษาพระธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดง  เมื่อปัญญาเจริญขึ้น ก็ทำให้เป็นผู้เห็นประโยชน์ของการขัดเกลากิเลสยิ่งขึ้น ก็จะเกื้อกูลให้เป็นผู้สันโดษได้ ขัดเกลาโลภะ ความติดข้องต้องการ ได้ ครับ

...อนุโมทนาในกุศลจิตของทุกๆท่านครับ...

 
  ความคิดเห็นที่ 3  
 
kullawat
วันที่ 31 ต.ค. 2562

สาธุ 

 
เขียนความคิดเห็น กรุณาล็อกอินเข้าระบบ